สัตว์เลี้ยงทุกวันนี้มีเยอะแยะมากมายตั้งแต่สุนัข, แมว, นก และสัตว์เอ็กโซติกอย่าง เต่า, ชินชิล่า, ชูการ์ไลเดอร์, เม่นแคระ ซึ่งกำลังฮิตเลี้ยงกันอยู่ในช่วงนี้ แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในน้ำและถือเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงไม่แพ้ไปกว่าหมาและแมวเลยนั่นคือ ‘ปลาสวยงาม’
โดยข้อดีของการเลี้ยงปลาสวยงามคือมันใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยมาก ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านใหญ่อย่างคฤหาสน์หรือจะอยู่คอนโดในพื้นที่จำกัด ขอเพียงแค่คุณมีตู้ปลาขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป พร้อมกับการเตรียมน้ำสะอาดและอาหารที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ปลาสวยงามนั้น ๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถนำเขามาดูแลและชมความสวยงามได้ตลอด 24 ชั่วโมงภายในบ้านได้แล้ว
ทั้งนี้เมื่อพูดถึงปลาสวยงามผมเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแต่ปลาหางนงยูง, ปลากัด หรือปลาทองใช่ไหมละครับ ? แต่จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าปลาสวยงามที่ขายตามท้องตลาดนั้นมีตัวเลือกอีกมากมาย ดังนั้นวันนี้ผมจึงรวบรวมรายชื่อ ‘ปลาสวยงาม พันธุ์ไหนสวย น่าเลี้ยง’ มาฝากกันในบทความนี้
1. ปลาหางนกยูง

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Poecilia reticulata |
|---|---|
| ขนาดตัว | 3 – 7 เซนติเมตร |
ปลาหางนกยูงถือเป็นปลาที่คนไทยหลายคนเลือกเลี้ยงกันค่อนข้างเยอะ เพราะราคาของปลาไม่แรง หางสวยเป็นจุดเด่น ไม่ว่ามององศาไหนก็สวย มิหนำซ้ำยังเลี้ยงง่ายมาก ! ไม่จำเป็นต้องมีบ่อกลางบ้านหรือตู้ใหญ่เท่ากับทีวี ขอเพียงแค่มีตู้ปลาขนาดเล็กความกว้างประมาณแค่ 7 เซนติเมตรก็สามารถเลี้ยงได้แล้ว ทั้งนี้ด้วยลักษณะนิสัยของปลาหางนกยูงค่อนข้างน่ารักไม่มีพิษภัยกับใคร ทำให้คุณสามารถนำเขาไปเลี้ยงกับปลาชนิดอื่น (ที่ไม่ดุหรือไม่กินปลาเล็ก) ได้ ส่วนใครที่อยากเลี้ยงปลาหางนกยูงก็ไม่ต้องห่วงครับซื้อมาเพียงแค่คู่สองคู่ ไม่นานเขาก็ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วแล้ว
2. ปลากัด

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Betta splendens |
|---|---|
| ขนาดตัว | 5 – 7 เซนติเมตร |
หลายคนทราบกันดีว่าปลากัดเป็นปลาอีกหนึ่งชนิดที่สวยมาก เรียกว่ามีแข่งขันความสวยงามของปลากัดโดยเฉพาะเลยทีเดียว จุดเด่นของปลาชนิดนี้จะอยู่ที่สีสันอันสดใสและครีบแผ่อย่างนางพญา ทั้งนี้หลายคนอาจมีความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าปลาชนิดนี้มีความดุร้าย ซึ่งจะบอกว่าไม่จริงแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะความเป็นจริงแล้วปลากัดเพศเมียมีความรักสงบมาก ไม่ชอบไปทำร้ายปลาชนิดอื่น สามารถนำไปเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ ในส่วนของตัวผู้อาจต้องเลี้ยงแยกเป็นตู้เดี่ยว แต่ข้อดีคือตัวผู้จะมีสันสดใสน่ามองมากกว่า
3. ปลาทอง

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Carassius auratus |
|---|---|
| ขนาดตัว | 24 – 30 นิ้ว (ขนาดที่เหมาะกับการเลี้ยงในตู้ปลา) |
ความอ้วนกลมและสีส้มทองอันสวยงามของปลาทอง ทำให้ปลาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดของไทย เรียกว่าเดินผ่านร้านปลาสวยงามก็ต้องมีน้องปลาทองอยู่ในร้านให้เราเลือกซื้อ หากใครมีพื้นที่จำกัดอย่างเช่น ภายในหอพักหรือคอนโด ปลาทองเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ครับ เพราะเราสามารถเลี้ยงเขาได้ในพื้นที่แคบ อีกทั้งปลาทองเองก็มีความอึดทนและรับประทานอาหารปลาได้เกือบทุกชนิด ขอเพียงแค่เจ้าของใส่ใจเปลี่ยนน้ำและให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม น้องก็จะอยู่อย่างมีสุขภาพดีและให้เราดูความสวยงามของเขาอย่างเพลิดเพลินไปได้นานเลยครับ
4. ปลาเทวดา

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Angelfish |
|---|---|
| ขนาดตัว | 8 – 10 เซนติเมตร |
ปลาเทวดามีต้นกำเนิดมาจากประเทศเวเนซูเอล่าและบราซิล แต่ด้วยความสวยงามของสีและลวดลายขาวดำที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ปลาชนิดนี้ส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยที่หลายบ้านนิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก โดยปลาชนิดนี้เหมาะกับการเลี้ยงภายในตู้แต่อาจจะต้องมีการใส่ขอนไม้หรือก้อนหินไว้ให้เขาได้หลบหรือพักผ่อน เนื่องจากปลาเทวดามีนิสัยชอบว่ายแถวบริเวณโขดหินครับ นอกจากนี้เจ้าของสามารถเลี้ยงได้หลายตัวหรือจะนำไปเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ๆ ก็ได้ เพราะปลาเทวดาชอบอยู่ด้วยกันเป็นฝูง ถือเป็นปลานิสัยน่ารักไม่มีอันตรายกับปลาชนิดอื่น
5. ปลาคาร์ฟ
| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Carp |
|---|---|
| ขนาดตัว | 9 นิ้วขึ้นไป (เมื่อตัวโตเต็มวัย) |
ปลาคาร์ฟอยู่คู่กับคนไทยมานานแสนนาน เพราะหลายคนเชื่อว่าปลาชนิดนี้ดีต่อฮวงจุ้ยของบ้าน เป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจหรือการค้าขายมีเงินไหลเวียนร่ำรวยมั่งคั่ง ในขณะเดียวกันปลาคาร์ฟเองก็มีความสวยงาม มีหลากหลายสีสันให้ได้เลือก สีของเขาค่อนข้างจะเข้มและสดใสเป็นเอกลักษณ์ของปลาคาร์ฟที่ปลาชนิดอื่นไม่มีทางเหมือน ทั้งนี้ปลาคาร์ฟสามารถเลี้ยงได้ทั้งในตู้และบ่อขนาดใหญ่ เพียงแต่การเลี้ยงภายในบ่อจะมีข้อดีกว่าตรงที่ร่างกายของเขาสามารถโตได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีข้อจำกัด แต่สำหรับใครซึ่งอยากเลี้ยงภายในตู้ผมแนะนำว่าควรเลี้ยงในตู้ขนาดไม่เล็กกว่า 30 เซนติเมตร เพื่อให้เขาได้ว่ายน้ำได้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป
6. ปลามังกร

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Scleropages formosus |
|---|---|
| ขนาดตัว | 6 นิ้วขึ้นไป |
ความสวยงามของปลามังกรจะอยู่ที่บริเวณของเกล็ดครับ โดยเกล็ดจะเรียงตัวสวยเป็นระเบียบเหมือนกับจัดวาง ซึ่งเกล็ดตามแนวข้างนั้นมีอยู่ประมาณ 21 – 24 เกล็ดต่อตัว เรียกว่าเป็นความจัดแต่งจนเกิดความสวยงามตามธรรมชาติโดยแท้จริง ไม่เพียงเท่านั้นสีของเกล็ดเองก็สวยมาก !! เพราะมันมีความสว่างอมเขียวอมฟ้า หากภายในตู้ปลามีการตกแต่งไฟเกล็ดของเขาจะสะท้อนแสงเจิดจรัสมาก ส่วนในเรื่องของความเชื่อ ปลามังกรจัดอยู่ในปลามงคลเสริมดวงชะตาของเจ้าของให้ดีขึ้นทั้งการงานและการเงิน แต่อย่างไรก็ดีปลามังกรจะต้องเลี้ยงเดี่ยวภายในตู้ เพราะเขามีความดุและค่อนข้างหวงถิ่น
7. ปลาหมอสี

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Cichlidae |
|---|---|
| ขนาดตัว | 14 – 15 นิ้ว |
ลักษณะนิสัยของปลาหมอสีค่อนข้างใกล้เคียงกับปลามังกรครับ คือมีความดุและความหวงถิ่นอยู่ประมาณหนึ่ง ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่าคนส่วนใหญ่จะเลี้ยงเดี่ยวเอาไว้ภายในตู้ โดยจุดเด่นของปลาหมอสีจะอยู่บริเวณโหนกกลมโตบริเวณศีรษะ เรียกว่าโหนกที่หัวใหญ่และกลมสวยมากเท่าไหร่ ราคาของปลาก็ยิ่งแพงขึ้นมากเท่านั้น นอกจากนี้สีของปลาหมอสีก็มีความแปลกตา หากใครต้องการปลาสวย ๆ เลี้ยงไว้เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน มองไปเมื่อไหร่ก็สวยเพลินตา ปลาหมอสีถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว
8. ปลาเสือเยอรมัน

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Gymnocorymbus ternetzi |
|---|---|
| ขนาดตัว | 2 – 3 นิ้ว |
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนของปลาเสือเยอรมันคือแถบหลังเหงือกซึ่งจะมีอยู่ประมาณ 2 แถบ ส่วนครีบด้านล่างมีความยาวกว่าครีบด้านบน เมื่อว่ายน้ำแล้วจะมีความพริ้วไหวสวยงาม ไม่เพียงเท่านั้นเกล็ดของเขาจะมีความวิววับเป็นประกาย หากวันไหนรู้สึกเครียดจากการทำงานแล้วกลับมาบ้านดูปลาเสือเยอรมันเพลิน ๆ ก็ช่วยเราได้ โดยส่วนใหญ่แล้วหลายบ้านจะไม่ได้เลี้ยงปลาเสือเยอรมันเพียงแค่ตัวเดียว แต่จะเลี้ยงหลายตัวเนื่องจากปลาเสือเยอรมันเมื่ออยู่กันเป็นฝูงแล้วจะสวยงามเป็นพิเศษ
9. ปลาสอดหางดาบ

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Xiphophorus |
|---|---|
| ขนาดตัว | 2 นิ้ว |
สาเหตุที่มีการตั้งชื่อปลาตัวนี้ว่า ‘ปลาสอดหางดาบ’ เนื่องจากหางของมันมีความยาวแหลมซึ่งใกล้เคียงกับด้ามมาก ๆ เป็นจุดเด่นและจุดขายที่เห็นแล้วทำให้รู้ได้เลยว่าเป็นปลาสอดหางดาบ มองกี่ครั้งก็จะรู้สึกสบายตายิ่งโดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้จะมีการว่ายน้ำอย่างสวยงามเพื่อสร้างความประทับใจให้กับตัวเมีย ทั้งนี้ปลาหางดาบก็เป็นปลาขนาดเล็กประมาณเพียงแค่ 2 นิ้ว เหมาะมากสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด
10. ปลาเซเป้

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Serpae Tetra |
|---|---|
| ขนาดตัว | 2 เซนติเมตร |
จุดกำเนิดของปลาเซเป้มาจากแถบอเมซอนครับ ดังนั้นมันจึงขึ้นชื่อได้ว่ามีความอึดทนและแข็งแรงเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นปลาที่เลี้ยงไม่ยากเลยครับ โดยความสวยงามของมันอยู่ที่ลำตัวซึ่งมีสีออกไปทางส้มน้ำตาล ครีบมีความส้มดำและบริเวณปลายครีบจะแซมด้วยสีขาวเล็กน้อย ส่วนอีกจุดหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือแก้มของเขามีจุดสีดำดูน่ารักเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีผมอยากให้เลี้ยงหลาย ๆ ตัวเนื่องจากพฤติกรรมของปลาเซเป้ชอบอยู่กันเป็นฝูง และแนะนำว่าไม่ควรเลี้ยงร่วมกับปลาชนิดอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกันเพราะเขาจะค่อนข้างก้าวร้าวกับปลาไซส์เดียวกันแต่ต่างสายพันธุ์
11. ปลาม้าลาย

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Danio rerio |
|---|---|
| ขนาดตัว | 7 เซนติเมตรขึ้นไป |
ปลาม้าลายเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่นิสัยน่ารักและรักสงบ นิสัยของเขาชอบอยู่กันเป็นฝูงแต่ไม่ทำร้ายใคร ในขณะที่ความสวยของเขาจะอยู่ที่ลวดลายบนลำตัว ซึ่งมีความใกล้เคียงกับม้าลายคือมีแถบสีขาวสลับดำ แต่บริเวณขอบของครีบและหางจะเป็นสีเหลืองเป็นการแมตช์ของสีที่สวยเข้ากันได้ดีมาก ส่วนตาของเขาจะมีความกลมโปนลำตัวเรียวยาว ซึ่งบอกได้เลยน่ารักน่าเลี้ยงมาก ที่สำคัญคือเลี้ยงไม่ยากอย่างที่คิด ให้อาหารเพียงแค่เช้า – เย็น และเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น
12. ปลาปอมปาร์ดัว

| ชื่อทางวิทยาศาสตร์ | Symphysodon |
|---|---|
| ขนาดตัว | 15 – 20 เซนติเมตร |
เจ้าน้องปลาปอมปาร์ดัวมีความใกล้เคียงกับปลาเทวดาอยู่อย่างหนึ่งคือลำตัวด้านข้างของเขาจะมีความแบน ถ้าถามว่าความงามของเขาโดดเด่นขนาดไหนก็คงต้องไปเปิดประวัติของชื่อเลยครับ โดยจริง ๆ แล้วคำว่า ‘ปอมปาร์ดัว’ เป็นชื่อของนางสนมคนหนึ่งในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส ซึ่งในสมัยนั้นขึ้นชื่อว่านางเป็นบุคคลที่สวยมาก ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่คนสะดุดตา
ดังนั้นชื่อนี้จึงถูกหยิบยกมาตั้งเจ้าปลาปอมปาร์ดัวให้เหมาะสมกับความสวยงามของมัน โดยจุดเด่นของเขาอยู่ที่ลวดลายหลากสี มีการจัดวางแบบเป็นระเบียบเป๊ะเหมือนผ่านออกจากโฟโต้ช็อป ส่วนครีบและหางมีความไหวพริ้วไปตามสายน้ำ บอกเลยว่ามองได้ไม่มีคำว่าเบื่อ
