เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ คืออะไร
เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ ก็คือเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยจะจ่ายให้เดือนละ 600-1,000 บาท/เดือน ซึ่งในแต่ละคนนั้นก็จะได้เงินในส่วนนี้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุของบุคคลนั้น ๆ ด้วย
หมายเหตุ 1: หากคุณเคยลงทะเบียนไว้ก่อนแล้ว คุณจะได้รับเงินเยียวยาจากสถานการณ์โควิด สำหรับกลุ่มเปราะบาง 3 เดือน โดยจะได้เดือนละ 1,000 บาท (พฤษภาคม – กรกฎาคม 2563) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000 บาท แต่หากคุณยังไม่เคยลงทะเบียนคุณสามารถเข้าไปศึกษาวิธีการลงทะเบียนรับเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3000 บาท ได้จากบทความที่เราเขียนไว้ค่ะ
หมายเหตุ 2: สำหรับผู้สูงอายุรายใหม่ที่พึ่งเข้าเงื่อนไข ล่าสุดได้มีการเข้าเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ของปี 2564 ซึ่งคุณสามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดได้จาก “เปิดลงทะเบียนเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุของปี 2564”
ใครบ้างที่มีสิทธิ์ได้รับเงิน เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ
- จะต้องมีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองตามทะเบียนบ้าน
- จะต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- จะต้องไม่เคยรับสิทธิ์ใด ๆ มาก่อน ไม่ว่าจะจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อาทิเช่น เงินบำนาญ เบี้ยหวัด หรือหากคุณอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองใด ๆ ที่ได้รับเงินเดือนหรือมีผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนที่ได้เป็นประจำ ก็ถือว่าไม่มีสิทธิ์รับเงิน เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ
ใครบ้างที่สามารถ ลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ 2563 ได้
- มีสัญชาติไทย มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องไม่เคยลงทะเบียนเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุมากก่อน หรือไม่เคยรับสิทธิ์ใด ๆ มาก่อนเช่นกัน
- สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 59 ปี สามารถลงทะเบียนได้ล่วงหน้าในปี 2563 เพื่อที่จะรับเงินในปี 2564 โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2504 ถึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้นะคะ แต่หากผู้สูงอายุไม่มีข้อมูลที่ระบุในทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับวันเกิดที่แน่ชัด ทราบเพียงแต่ปีเกิดนั้น ให้ถือว่า วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเกิดค่ะ
- หากคุณมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเคยลงทะเบียนไว้แล้ว แต่มีการย้ายภูมิลำเนา จะต้องลงทะเบียนใหม่ในภูมิลำเนาที่ย้ายมาใหม่
- ผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงใหม่ทุกปี เว้นแต่มีการย้ายภูมิลำเนา หรือมีข้อมูลที่ต้องแก้ไขบ้างอย่าง
ลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ ได้ที่ไหน
- หากคุณอยู่ในเขตกรุงเทพฯ สามารถไปยื่นได้ด้วยตนเอง หรือมอบสิทธิ์ให้ปผู้อื่นไปยื่นแทนได้ค่ะ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยนะคะ โดยสามารถไปยื่นได้ที่สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ๆ
- หากคุณอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ สำนักงานเทศบาล ที่ขึ้นอยู่กับภูมิลำเนาของคุณหรือที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ๆ ค่ะ
ช่วงเวลาการลงทะเบียนในการรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ 2563
จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงดังนี้
- การลงทะเบียนในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2563: สำหรับผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2504
- การลงทะเบียนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2563: เป็นการลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อที่จะรับเงินในปี 2564
เอกสารที่ต้องเตรียมในการลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือหากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จะต้องมีบัตรหรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย
- ทะเบียนบ้านตัวจริง และถ่ายสำเนามา 1 ฉบับ
- สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารตัวจริง ที่เป็นประเภทออมทรัพย์ และถ่ายสำเนามา 1 ฉบับ
การให้ผู้อื่นมาดำเนินเรื่องแทนผู้สูงอายุจะต้องเตรียมอะไรบ้าง
- หนังสือมอบอำนาจ โดยแบบฟอร์มของแต่ละพื้นที่จะเหมือนกัน คุณจะต้องเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สำหนักก่อน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้สูงอายุ(ผู้มอบอำนาจ) และของผู้ที่มาดำเนินเรื่องแทน (ผู้ที่รับอำนาจ) อย่างละ 1 ฉบับ
- สำเนาทั้ง 4 ฉบับ จะต้องมีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย ได้แก่
- ประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ
- ประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับอำจาจ
จะได้ เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ เท่าไหร่
| อายุ | ได้รับเงิน |
| อายุ 60-69 ปี | ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน |
| อายุ 70-79 ปี | ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน |
| อายุ 80-89 ปี | ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน |
| อายุ 90 ปีขึ้นไป | ได้รับเงิน 1,000 บาท/เดือน |
กำหนดการโอนเงิน เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ ในแต่ละเดือน ของปี 2563
โดยจะเข้าบัญชีเงินฝากตามที่ลงเบียนไว้ ทุก ๆ วันที่ 10 ของทุก ๆ เดือน หากวันที่ 10 เป็นวันหยุดราชการ จะจ่ายก่อนวันที่ 10
| วัน/เดือน/ปี | วันที่โอนเงิน |
| ม.ค. 2563 | ศุกร์ที่ 10 ม.ค.63 |
| ก.พ. 2563 | ศุกร์ที่ 7 ก.พ.63 |
| มี.ค. 2563 | อังคารที่ 10 มี.ค.63 |
| เม.ย. 2563 | ศุกร์ที่ 10 เม.ย.63 |
| พ.ค. 2563 | ศุกร์ที่ 8 พ.ค.63 |
| มิ.ย. 2563 | พุธที่ 10 มิ.ย.63 |
| ก.ค. 2563 | ศุกร์ที่ 10 ก.ค.63 |
| ส.ค. 2563 | จันทร์ที่ 10 ส.ค.63 |
| ก.ย. 2563 | พฤหัสบดีที่ 10 ก.ย.63 |
หากมีการเปลี่ยนแปลงการโอนเงินกรมบัญชีกลางจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ลงทะเบียนรอบใหม่ : เปิดลงทะเบียนเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุของปี 2564
เนื่องจากเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุของปี 2563 ได้สิ้นสุดลงในเดือนกันยายน ดังนั้นเพื่อให้ผู้สูงอายุรายใหม่ได้รับสิทธิ์เบี้ยเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุรอบใหม่ในปี 2654 ซึ่งจะเป็นการแจกเงินในเดือนที่เหลือของปี 63 และของปี 64 ที่จะถึงนี้ (ถึงเดือนกันยายน 2564)
ซึ่งสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนอยู่ก่อนแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนซ้ำ ยกเว้นในกรณีที่มีการย้ายภูมิลำเนา แต่สำหรับผู้สูงอายุรายใหม่ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือผู้สูงอายุยังไม่เคยลงทะเบียนหรือไม่เคยรับสิทธิ์ใด ๆ มาก่อน สามารถลงลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถลงทะเบียนได้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป จะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน- 1 ตุลาคม 2505 ถึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้ โดยจะเป็นผู้มีสิทธิรับเงินถัดจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปี ซึ่งก็คือเดือน ตุลาคม 2565 นั้นหมายความว่าเป็นงบประมาณของปี 2566
หมายเหตุ : หากข้อมูลในทะเบียนราษฎรไม่มีวันเกิดที่แน่ชัด รู้แต่เพียงปีเกิดเท่านั้นให้ถือว่า วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเกิด
สำหรับการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร สามารถเลือกวิธีการของรับได้จาก
- ขอรับเป็นเงินสด (รับด้วยตัวเอง หรือ รับผ่านคนที่ได้รับมอบอำนาจ)
- โอนเงินเข้าบัญชี (ของตัวเอง หรือ ของคนที่ได้รับมอบอำนาจ)
โดยมีเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้ และกรณีที่ต้องการมอบอำนาจต้องทำตามขั้นตอนดังนี้ ซึ่งการจ่ายเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุจะเป็นไปตามขั้นบันใดที่ไม่ได้เท่ากันทุกคนคุณสามารถศึกษาข้อมูลได้จากการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ขอบคุณที่มาจาก Facebook เพจ: กรมบัญชีกลาง The Comptroller General’s Department