หลังจากประกาศผู้เข้าชิง Oscar 2024 ออกมาก็ต้องบอกว่ามีรายชื่อน่าสนใจเยอะมากครับ ไม่ได้มีเพียงแค่รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Pricture) เท่านั้น แต่ทางด้านของเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) ก็มีหลายคนให้ความสนใจไม่น้อย เพราะในปีนี้มีเพลงและศิลปินเก่ง ๆ เข้าไปชิงเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Becky G, Billie Eillish หรือ Ryan Gosling ซึ่งในบทความนี้ผมจะมา ‘รีวิว Best Original Song เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Oscar 2024’ ให้ทุกคนได้อ่านกันว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของแต่ละเพลงเป็นอย่างไร ใครมีโอกาสในการคว้ารางวัลนี้บ้าง
1. “The Fire Inside”— Diane Warren (“Flamin’ Hot”)
| แนวเพลง | Latin |
| ค่ายเพลง | Kemosabe Records/RCA Records |
| ผู้แต่งเพลง | Diane Warren |
| โปรดิวเซอร์ | Ismael “ISH” Cano |
| เพลงในปี | 2023 |
‘The Fire Inside’ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่อง ‘Flamin’ Hot’ ซึ่งหลังจากปล่อยออกมาก็มีนักวิจารณ์ชื่นชอบกันค่อนข้างเยอะในส่วนของดนตรีที่มีความ slow-grooving เป็นเพลงช้าที่คงความสนุกของจังหวะละติน อีกทั้งการดึง Becky G ให้เข้ามาร้องเพลงนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ใช่มาก ๆ เพราะ Becky G มีเชื้อสายละตินและมีชื่อเสียงเกี่ยวกับการทำเพลงแนวนี้อยู่แล้ว ดังนั้น ‘The Fire Inside’ จึงเป็นหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ได้เซอร์ไพร์สอะไรมากมายว่าจะเข้าชิง เพราะด้วยนักร้องและผู้แต่งเพลงอย่าง ‘Diane Warren’ ที่เรียกได้ว่าอัจฉริยะทางด้านการเขียนเพลงมาทำเพลงให้ โดยเพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงที่ 15 ของเขาแล้วสำหรับการเข้าชิง Best Original Song
2. “What Was I Made For?”— Billie Eilish and Finneas (“Barbie”)
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | Atlantic, Darkroom และ Interscope |
| ผู้แต่งเพลง | Billie Eilish O’Connell และ Finneas O’Connell |
| โปรดิวเซอร์ | Andrew Wyatt, Finneas และ Mark Ronson |
| เพลงในปี | 2023 |
‘What Was I Made For?’ น่าจะเป็นคู่แข่งตัวสำคัญในการคว้า Best Original Song ในครั้งนี้ เนื่องจากในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพลงนี้ได้คว้ารางวัลจาก Golden Globe ไปแล้วเรียบร้อย ส่วนคุณภาพของงานเพลงไม่มีใครกล้าจะปฎิเสธว่าพี่น้อง O’Connell ทำออกมาได้ดีตลอด ในขณะเดียวกันทั้งคู่ก็ค่อนข้างจะมีเครดิตกับรางวัล Oscar เพราะเคยชนะสาขานี้มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนสำหรับซิงเกิล ‘No Time to Die’ เพลงประกอบภาพยนตร์ ‘James Bond’ ซึ่งถ้าจะชนะอีกครั้งกับ ‘What Was I Made For?’ เพลงประกอบเรื่อง ‘Barbie’ ก็คงไม่แปลกอะไร เนื่องจากเพลงดีและยังเป็นกระแสบนชาร์ต Billboard Hot 100 อีกด้วย ถ้าเทียบกับรายชื่อผู้เข้าชิงเพลงอื่น ๆ เพลงนี้ลุ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ
3. “Wahzhazhe (A Song for My People)” — The Osage Tribe (“Killers of the Flower Moon”)
| แนวเพลง | Blues rock, country blues, country rock, folk rock, film score และ Native American |
| ค่ายเพลง | Sony Music Entertainment |
| ผู้แต่งเพลง | Scott George |
| โปรดิวเซอร์ | Patricia Sullivan |
| เพลงในปี | 2023 |
‘Wahzhazhe’ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก ‘Scott George’ ซึ่งเขาเป็นที่ปรึกษาในการเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ความขลังของเพลงนี้อยู่ตรงนี้จังหวะดนตรีและการร้องจะนำมาจากชนเผ่าโอเสจจริง ๆ เรียกว่าเป็นเพลงชาติของชาวโอเสจในอดีตเลยก็ได้ มีการนำเสียงและการแสดงที่ถูกบันทึกเอาไว้ในปี 1920 ณ รัฐโอคลาโฮมา แม้ว่าเพลงอาจจะไม่ค่อยร่วมสมัยหรือติดหูสักเท่าไหร่ แต่ต้องบอกว่าฟังแล้วขนลุกให้กลิ่นอายของเผ่าโอเสจที่ตรงธีมของภาพยนตร์มาก ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงประกอบที่น่าสนใจ
4. “It Never Went Away”— Jon Batiste and Dan Wilson (“American Symphony”)
| แนวเพลง | Soul |
| ค่ายเพลง | A Verve Records and Interscope Records |
| ผู้แต่งเพลง | Jon Batiste และ Dan Wilson |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Wilson |
| เพลงในปี | 2023 |
‘It Never Went Away’ ถือว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ของทาง Jon Batiste เลยก็ว่าได้ เพราะเพลงนี้ใช้เวลานานนับปีกว่าจะปล่อยออกมาให้แฟนได้ฟังกัน นอกจากนี้ซิงเกิล ‘It Never Went Away’ ก็เป็นซิงเกิลแรกที่ทาง Jon Batiste มีโอกาสได้เข้าชิงในรายการ Oscar อีกด้วยครับ สิ่งที่ทำให้เพลงนี้ได้เข้าชิงคงเป็นเพราะเขาเขียนเพลงจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง เป็นเพลงที่บอกเล่าในช่วงความยากลำบากในการเป็นศิลปิน ไหนจะต้องเครียดกับภรรยาของตัวเองที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ดังนั้นเพลงจะค่อนข้างลึกซึ้งมาก ๆ ยิ่งไปประกอบในภาพยนตร์สารคดีของตัวเองยิ่งทำให้สัมผัสได้ถึงความหมายเพลงอย่างถ่องแท้
5. “I’m Just Ken”— Mark Ronson and Andrew Wyatt (“Barbie”)
| แนวเพลง | Pop และ pop rock |
| ค่ายเพลง | Atlantic |
| ผู้แต่งเพลง | Mark Ronson และ Andrew Wyatt |
| โปรดิวเซอร์ | Mark Ronson และ Andrew Wyatt |
| เพลงในปี | 2023 |
อีกหนึ่งซิงเกิลที่ได้เป็นตัวแทนจากภาพยนตร์ ‘Barbie’ ในการเข้าชิง Best Original Song คือ ‘I’m Just Ken’ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีโอกาสลุ้นเช่นเดียวกันกับ ‘What Was I Made For?’ ครับ เพราะก่อนหน้านี้ชนะรางวัลใหญ่อย่าง ‘Critics’ Choice Movie Award’ มาแล้ว ในขณะเดียวกันเพลงจะเขียนเกี่ยวกับความรู้สึกของ Ken (พระเอกของเรื่อง) ที่รับบทนำโดย ‘Ryan Gosling’ โดยทางด้าน Ryan ได้เข้าชิงในสาขา Best Supporting Actor เช่นกัน นอกจากนี้โปรดิวเซอร์อย่าง Mark Ronson และ Andrew Wyatt ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงและเคยได้รับรางวัล Oscar มาแล้ว ดังนั้นเพลงนี้จึงมีลุ้นประมาณหนึ่งครับว่าจะคว้ารางวัลมาได้หากดูเครดิตคนทำเพลงและความดังของภาพยนตร์