รีวิว Huawei Band 7 สมาร์ทแบนด์ ฟังก์ชันครบครัน ราคาไม่แพง

Huawei Band 7 สมาร์ทแบนด์ ดีไซน์บางน้ำหนักเบา มีฟังก์ชันออกกำลังกายและดูแลสุขภาพครบครัน ใช้งานต่อเนื่อง 14 วัน

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.4 เต็ม 10 

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10
รีวิว HUAWEI Band 7
  • หน้าจอใหญ่ น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย
  • ฟังก์ชันการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • มีโหมดออกกำลังกาย 96 รูปแบบ
  • มีฟังก์ชันตรวจวัด SpO2, Heart Rate, ความเครียด และการนอน แบบตลอด 24 ชั่วโมง
  • กันน้ำที่ 5ATM จึงใส่ว่ายน้ำ อาบน้ำได้
  • แบตเตอรี่อึดถึงนาน 2 สัปดาห์
  • ตรวจจับโหมดการออกกำลังกายอัตโนมัติ
  • รองรับการตอบกลับข้อความ ผ่านการอัปเกรด OTA เท่านั้น
  • ไม่มีลำโพงและไมค์ ทำให้รับสายโทรเข้าไม่ได้
  • ไม่มี GPS ระบุตำแหน่ง

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้เทรดน์รักสุขภาพกำลังมาแรงอย่างมาก ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “สมาร์ทแบนด์” ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถสวมใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้แต่เวลานอนหรืออาบน้ำ เนื่องจากสมาร์ทแบนด์นั้นถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่เน้นความสะดวกมากกว่าสมาร์ทวอทช์ที่มีขนาดใหญ่เกินไป แต่จะไม่ได้ลงลึกถึงโปรแกรมด้านสุขภาพหรือกีฬาแบบจัดเต็มเท่ากับสมาร์ทวอทช์ ดังนั้นจึงทำให้สมาร์ทแบนด์มีราคาถูกกว่าและยังตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะแบบเริ่มต้นอีกด้วย

รีวิว HUAWEI Band 7
ภายในกล่อง HUAWEI Band 7 สมาร์ทแบนด์ บางเบา ฟังก์ชันครบครัน ราคาไม่แพง

โดยในวันนี้เราก็มีสมาร์ทแบนด์จาก Huawei มาแนะนำกัน นั่นก็คือรุ่น Huawei Band 7 บอกเลยว่าเห็นราคาเบา ๆ เพียง 1,899 บาทแบบนี้ แต่ฟังก์ชันการใช้งานนั้นจัดหนักจัดเต็มชนิดที่ว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากค่ะ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราขอพาไปเจาะลึกถึงคุณสมบัติต่าง ๆ ของ Huawei Band 7 กันดีกว่าค่ะ ว่าจะมีฟีเจอร์ไหนน่าสนใจบ้าง

ข้อมูลจำเพาะของ Huawei Band 7

รีวิว Huawei Band 7
Huawei Band 7
หน้าจอ AMOLED
ขนาดหน้าจอ 1.47 นิ้ว
ความละเอียด 194 × 368 พิกเซล
พื้นที่หน้าจอ 578 ตารางเมตร
ความหนาตัวเครื่อง 9.99 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 16 กรัม (ไม่รวมสาย)
การกันน้ำ 5 ATM (50 เมตร)
การใช้งานแบตเตอรี่ 3-10 วัน (โหมดใช้งานหนัก)
14 วัน (โหมดทั่วไป)
โหมดกีฬา 96 โหมด
โหมดสุขภาพ SpO2, Heart Rate, Relax, Sleep
รองรับ Android 6.0 ขึ้นไป และ iOS 9.0 ขึ้นไป
รองรับภาษาไทย
แบตเตอรี่ 180mAh รองรับชาร์จเร็ว

วีดีโอรีวิว Huawei Band 7 ฟังก์ชันครบ ราคาไม่แพง – ทดลองใช้งานจริง

รีวิว สมาร์ทแบนด์ Huawei Band 7 รุ่นใหม่ล่าสุด ปี 2022

1. ดีไซน์ภายนอกและวัสดุที่ใช้

1.1 หน้าจอที่กว้างขึ้น ใช้งานได้ง่าย

โดยส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างชอบดีไซน์ตรงหน้าจอมากค่ะ เพราะ Huawei Band 7 มีจอที่ใหญ่และกว้างมากด้วยขนาด 1.47 นิ้ว เหมาะสำหรับคนที่นิ้วป้อมอย่างเราที่สุด (อิอิ) ไม่ว่าจะเลื่อนขึ้นลงหรือจะปัดซ้ายขวาก็สไลด์ได้ง่ายถนัดนิ้ว โดยในความใหญ่ที่ว่านี้ก็ไม่ได้ใหญ่จนเทอะทะหรือให้รู้สึกว่าเกะกะแต่อย่างใดนะคะ เรียกว่าเป็นขนาดจอที่กำลังดีเลยค่ะ

รีวิว HUAWEI Band 7
หน้าจอ HUAWEI Band 7 มีขนาดใหญ่ใช้งานง่าย มองเห็นชัดเจน

1.2 ตัวเรือนน้ำหนักเบา มีความโค้งรับกับข้อมือ

นอกจากนี้ตัวเรือนก็ยังมีน้ำหนักที่เบาเพียงแค่ 16 กรัมเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชินกับการใส่นาฬิกาหรือผู้ที่มีปัญหาปวดข้อมือก็สามารถสวมใส่ได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าถ่วงข้อมือแต่อย่างใด บวกกับทาง Huawei ได้ออกแบบตัวเรือนมีความโค้งอีกเล็กน้อยทำให้แนบชิดกับข้อมือได้ดีกว่าด้วยค่ะ

รีวิว HUAWEI Band 7
ระบบเซ็นเซอร์ของ HUAWEI Band 7 บางเฉียบจนเกือบเป็นระนาบเดียวตัวเรือน

1.3 ตัวระบบเซ็นเซอร์บางเฉียบ

ส่วนต่อมาคือจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเวลาไม่ว่าจะซื้อสมาร์ทวอทช์หรือสมาร์ทแบนด์ก็คือความบางของระบบเซ็นเซอร์ ซึ่ง Huawei Band 7 นั้นก็ได้มีการออกแบบระบบเซ็นเซอร์ให้มีความบางมากจนเกือบเป็นระนาบเดียวกันกับตัวเรือน จึงทำให้ทุกครั้งที่มีการบิดหมุนหรือเคลื่อนไหวข้อมือ เราจะไม่รู้สึกถึงแรงกดในส่วนนี้ ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวข้อมือได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยิ่งระบบเซ็นเซอร์มีความบางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ใส่แล้วออกมาดูสวยมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ เพราะตัวเรือนจะไม่ลอยเหนือข้อมือขึ้นมาโดด ๆ นั้นเอง

รีวิว HUAWEI Band 7
สายรัด HUAWEI Band 7 เป็นซิลิโคนยางนิ่ม ไม่ทำให้ระคายเคืองผิว ปลายสายล็อกเป็นแบบสอด

1.4 สายรัดข้อมือสอดคล้องกับการใช้งาน

สำหรับตัวสายนาฬิกานั้นจะใช้เป็นซิลิโคนยางที่มีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นได้ดีมาก มีความเบาและบาง เมื่อสวมแล้วจึงทำให้รู้สึกสบายตัว แต่ในกรณีที่เหงื่อออกก็จะมีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเล็กน้อย ทั้งนี้จุดที่เรารู้สึกว่าไม่ถูกใจสักเท่าไหร่คือปลายสายนาฬิกาที่เป็นแบบสอด ซึ่งมันค่อนข้างปรับเลื่อนได้ยากเนื่องจากเป็นวัสดุเป็นซิลิโคน ที่หากสัมผัสกันจะเกิดการฝืด หากเป็นตัวล็อกแบบกระดุมน่าจะใช้งานได้สะดวกกว่า แต่ทั้งนี้ก็ต้องขอชมในส่วนของการปรับเลื่อนขนาดข้อมือเพราะมีรูให้เลือกเยอะมาก ส่วนคนที่อยากเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนสายเป็นวัสดุแบบอื่น Huawei Band 7 ก็ค่อนข้างมีตัวเลือกให้ซื้อเยอะทีเดียวค่ะ แถมยังถอดเปลี่ยนง่ายอีกด้วยนะคะ




2. ความยาก-ง่ายในการเชื่อมต่อมือถือ ทั้ง Andriod และ iOS

แอปพลิเคชัน Huawei Health
แอปพลิเคชัน Huawei Health ใช้สำหรับเชื่อมต่อและสั่งงาน Huawei Band 7

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Huawei Health ผ่าน Android และ iOS

มาถึงจุดที่เราจะเริ่มใช้งานกันบ้างค่ะ ในส่วนนี้เราจะต้องทำการเชื่อมต่อ Huawei Band 7 เข้ากับแอปพลิเคชัน Huawei Health เวอร์ชั่นล่าสุดก่อน ซึ่งเราสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปฯ ตัวนี้ได้ทั้งระบบ Andriod และ iOS เลยค่ะ (ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นโทรศัพท์จาก HUAWEI เท่านั้น) และการเชื่อมต่อก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะเพียงแค่เรากดปุ่มเปิดเครื่องที่ด้านข้างค้างไว้ตัว Huawei Band 7 ก็จะขึ้นภาพ QR code มาให้เราสแกนเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่เราลงแอปฯ ไว้ก่อนหน้านี้

รีวิว HUAWEI Band 7
Huawei Band 7 สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ Andriod และ iOS

การติดตั้งเครื่องครั้งแรกนั้นก็อาจจะใช้เวลาสักหน่อย (ประมาณ 20 นาที) ทั้งนี้หากแอปฯ Huawei Health ที่เราใช้ยังไม่ใช่เวอร์ชั่นล่าสุด ตัว Huawei Band 7 ก็อาจจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมระหว่างใช้งานได้ค่ะ แต่การอัปเดตนี้จะสามารถกดอัปเดตได้จากหน้าจอของ Huawei Band 7 เลย อย่างในกรณีของเราก็มีการอัปเดตเพิ่ม 3-4 ครั้งในวันแรกค่ะ

3. คุณภาพของหน้าจอ

3.1 ความละเอียดของหน้าจอ

เมื่อเราได้ทำการติดตั้ง Huawei Band 7 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่เราเห็นคือหน้าจอของ Huawei Band 7 มีความละเอียดคมชัด สีสันสว่างสดใสสวยงาม เฉดสีไม่ผิดเพี้ยน มองเห็นตัวหนังสือได้ชัดเจน ไม่เบลอเลยค่ะ แถมยังอ่านได้ง่าย นั่นเป็นเพราะหน้าจอของ Huawei Band 7 เป็นจอแบบ AMOLED ที่ถูกนำไปใช้ในสมาร์ทโฟนปัจจุบันหลาย ๆ รุ่น จึงไม่แปลกใจไปว่าทำไมสีภาพจึงสวยคมชัดขนาดนี้

รีวิว Huawei Band 7
หน้าจอ Huawei Band 7 เป็นแบบ AMOLED ขอบบาง ความละเอียด 194 × 368 พิกเซล

3.2 ความสว่างของหน้าจอ

ในส่วนของความสว่างนั้นก็ทำได้ดี สามารถปรับได้ถึง 5 ระดับ ทั้งยังสามารถลดความสว่างในช่วงกลางคืนได้อัตโนมัติ การใช้งานในที่ร่ม กลางแจ้ง หรือแม้แต่ในห้องมืด ๆ ก็ยังสามารถมองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจน แต่ในกรณีใช้งานกลางแจ้งก็อาจจะอ่านค่าได้ลำบากไปบ้าง แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติของหน้าจอดิจิตอลค่ะ เพราะแม้แต่สมาร์ทโฟนราคาเป็นหมื่นก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้เช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วในรูปภาพประกอบที่ถ่ายกลางแจ้งนั้น หน้าจอก็ไม่ได้มืดมากขนาดนั้นนะคะ เพียงแต่พอถ่ายรูปออกมาแล้วดูมืดเกินไปหน่อย ของจริงจะสว่างกว่าและชัดกว่าค่ะ ไม่ได้สร้างความลำบากในการอ่านมากนัก

3.3 การใช้ Touch Screen บนหน้าจอ

สำหรับความไวต่อการสัมผัสหน้าจอนั้น ดูเหมือนว่าทาง Huawei ทำออกมาได้ดี หน้าจอไหลลื่นไม่ติดขัด มีตอบสนองที่เร็วรวด ไม่จำเป็นต้องออกแรงตรงปลายนิ้วเวลาสไลด์เลยค่ะ ทั้งยังไม่มีอาการดีเลย์หรือหน้าจอรวน การปัดหน้าจอซ้ายขวา-ขึ้นลงก็มีความสมู้ทลื่นไหลไม่มีอาการกระตุกหรือค้างแต่อย่างใด แต่ในกรณที่มีนิ้วมีเหงื่อก็จะทำให้ลไสด์ยากขึ้นเล็กน้อยเพราะจะมีความฝืดอยู่บ้างแต่ก็ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้งานค่ะ

รีวิว Huawei Band 7
Huawei Band 7 เลือกรูปแบบหน้าจอที่คุณชอบได้มากถึง 4,000+ แบบ

3.4 รูปแบบหน้าปัดนาฬิกา (watchface)

สำหรับตัวหน้าปัดนาฬิกานั้นก็มีเลือกทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน โดยเราสามารถดาวน์โหลดได้จาก HUAWEI Watch Face ซึ่งจะมีให้เลือกมากกว่า 4,000 แบบ และในบางทีมเราก็สามารถปรับแก้หน้าจอหลักให้แสดงค่าต่าง ๆ ตามที่เราต้องการได้ รวมถึงเรายังสามารถ DIY หน้าจอจากในแอปฯ  Huawei Health ให้เป็นรูปภาพที่เราชอบได้ด้วย แต่ในกรณีทำจอ DIY นั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการโหลดรูปลงบนตัว Huawei Band 7 นานสักหน่อยนะคะ

4. ฟังก์ชันการปลุกหน้าจอ

4.1 การปลุกหน้าจอด้วยการยกข้อมือ 

วิธีประหยัดพลังงานด้วยฟังก์ชันยกข้อมือปลุกหน้าจอนั้นถือว่าเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของสมาร์ทแบนด์ทั่วไป เพราะหากเรามีการยกข้อมือขึ้นตัวหน้าจอก็จะติดทันทีและจะดับลงอีกครั้งเมื่อเราวางข้อมือลงหรือเมื่อหมดเวลาแสดงผล ซึ่งในส่วนนี้ทาง Huawei เองก็ทำได้เช่นกันค่ะ อันที่จริงแล้วเรารู้สึกว่า Huawei Band 7 ทำได้ดีมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะมันค่อนข้างตอบสนองเร็วมาก พอยกปุ๊บหน้าจอติดปั๊บ ครั้นจะวางมือลงก็หน้าดับทันที ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่ในบางครั้งหากเรามีการใช้ข้อมือเคลื่อนไหวบ่อย ๆ หรือแค่สบัดข้อมือเบา ๆ โดยที่ไม่ตั้งใจ หน้าจอก็จะติด-ดับให้เองอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะสร้างความรําคาญใจและยิ่งกินแบตเตอรี่มากกว่าเดิมได้เช่นกันค่ะ

ฟังก์ชันการปลุกหน้าจอของ Huawei Band 7
ฟังก์ชันการปลุกหน้าจอของ Huawei Band 7

4.2 การปลุกหน้าจอด้วยแตะ

สำหรับใครที่ไม่ชอบการยกข้อมือขึ้นลงบ่อย ๆ เพื่อเปิด-ปิดจอภาพ แต่คุณต้องการความสะดวกที่จะเลือกให้สมาร์ทแบนด์ติด-ดับด้วยตัวเองผ่านแตะสัมผัสที่หน้าจอ ตัว Huawei Band 7 ก็มีฟังก์ชันในส่วนนี้ด้วยค่ะ อันที่จริงแล้วเราค่อนข้างชอบฟังก์ชันนี้มากกว่าการยกข้อมือขึ้น เพราะเราสามารถกำหนดให้หน้าจอแสดงผลได้ทุกเมื่อที่เราต้องการใช้งานจริง ๆ แต่ก็ต้องแลกกับการใช้แบตเตอรี่ที่มากขึ้น เพราะมันเป็นเหมือนการตั้งค่าให้ตัวเครื่องเตรียมพร้อมตลอดเวลา ดังนั้นหากคุณอยากใช้ฟังก์ชันที่สะดวกเช่นนี้จริง ๆ เราแนะนำให้คุณเลือกเวลาดับหน้าจอให้เร็วขึ้นอีกเพื่อเป็นการประหยัดแบตฯ อีกทางค่ะ

4.3 การตั้งค่าให้หน้าจอแสดงตลอด (Always On Display / AOD)

ในกรณีนี้จะเป็นหน้าจอแบบ AOD หรือก็คือการเปลี่ยนสมาร์ทแบนด์ทั่วไปให้ทำงานเป็นนาฬิกาบอกเวลาได้ในตัว ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องแสดงผลบนหน้าจอตลอดเวลา โดยที่คุณสามารถเลือกรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาได้หลากหลายแบบเลยค่ะ แม้ว่าฟังก์ชันนี้ค่อนข้างสะดวกในการอ่านเวลา แต่ก็แลกมากับการกินแบตเตอรี่เช่นกัน และแน่นอนว่าฟังก์ชันนี้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับการปลุกหน้าจอด้วยการยกข้อมือได้ ดังนั้นใครจะใช้ฟังก์ชันตัวไหนก็เลือกให้ดีด้วยนะคะ

รีวิว Huawei Band 7
การแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนไปยัง Huawei Band 7

5. การแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน

Huawei Band 7 สามารถแจ้งเตือนข้อความจากแอป Facebook, แอป Messenger, แอป LINE รวมถึงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าและการแจ้งเตือนอื่น ๆ อีกมากมายที่เด้งขึ้นมา ซึ่งคุณสามารถตอบกลับข้อความอัตโนมัติจากชุดข้อความด่วนได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ให้เสียเวลาแต่จะต้องเป็นการอัปเดทผ่าน OTA เท่านั้น อีกทั้งยังสามารถควบคุมการเล่นเพลง, การกดชัตเตอร์ถ่ายรูป รวมถึงสามารถเรียกหาโทรศัพท์มือถือได้จากระยะไกลอีกด้วย

6. โหมดออกกำลังกาย

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ทแบนด์เครื่องหลักพันต้น ๆ แต่ Huawei Band 7 ก็มีโหมดกีฬาเลือกมากถึง 96 โหมดเลยนะคะ สำหรับคนที่เป็นสายสุขภาพและต้องการเน้นออกกำลังกายจริง ๆ รับรองว่าซื้อ Huawei Band 7 มาไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ โดยเราสามารถเพิ่มวิดเก็ตบนตัว Huawei Band 7 ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราได้หลากหลายกิจกรรม ซึ่งจะมีตั้งแต่การวิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, กระโดดเชือก, รำไทเก็ก, ขี่ม้า, ยิงธนู, ปีนผา, ชกมวย ตลอดจนการเล่นโยคะ

รีวิว Huawei Band 7
Huawei Band 7 TruSport™ มีทางเลือกออกกำลังกายมากถึง 96 โหมด

ซึ่งแต่ละกิจกรรมนั้นเราสามารถกำหนดเป้าหมายที่ต่างกันได้ อาทิเช่น เวลา, ระยะทาง, แคลอรี่, การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจ หรือการแจ้งเตือนความเครียดขณะออกกำลังกาย โดยหลังจากการออกกำลังกายก็จะมีการประมวลผลลัพธ์และติดตามค่าสำคัญต่าง ๆ อย่างพวก VO2Max, ค่าความเหนื่อยล้า, ค่าเข้มข้นการออกกำลังกาย หรือระยะการฟื้นตัวของร่างกาย พร้อมทั้งให้คำแนะนำอีกมากมายที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายได้ดียิ่งขึ้น โดยรวมแล้วถือว่าโหมดการออกกำลังกายของ Huawei Band 7 ค่อนข้างคอบคลุมมากเลยทีเดียวค่ะ หรือหากเพื่อน ๆ ต้องการออกแบบโหมดการออกกำลังกายด้วยเองก็สามารถเข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติมได้จากในแอปฯ  Huawei Health ก็ได้ค่ะ แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่มี GPS นะคะ ดังนั้นใครอยากออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างเช่นการวิ่งหรือปั่นจักยาน คุณอาจจะต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วยค่ะ

รีวิว Huawei Band 7
ตัวอย่างการใช้ Huawei Band 7 สำหรับโหมดเดินในร่ม




7. โหมดสุขภาพ

สำหรับใครที่ต้องการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานทาง Huawei Band 7 เองก็มีฟังก์ชันในส่วนนี้ให้คุณได้ใช้งานเช่นกัน โดยจะมีตั้งแต่การตรวจวัดค่าออกซิเจนในเส้นเลือด (SpO2), การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate), การตรวจวัดระดับความเครียด, การติดตามคุณภาพของการนอนหลับ, การฝึกการหายใจ, การแจ้งเตือนให้เคลื่อนไหวร่างกายเมื่อการนั่งเกิน 1 ชั่วโมง หรือแม้แต่การแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำและทานยาจากฟีเจอร์ Health Living Shamrock เป็นต้น

รีวิว Huawei Band 7
โหมดสุขภาพของ Huawei Band 7

โดยที่คุณสามารถตั้งค่าให้ตัวเครื่องตรวจวัดค่า SpO2, Heart Rate หรือความเครียดให้อัตโนมัติได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ป่วยติดตามอาการหรือคนที่ต้องการตรวจสอบสุขภาพของตนเองอย่างใกล้ชิด แต่หากคุณต้องการประหยัดพลังงานเราขอแนะนำให้เลือกตรวจสอบแบบกำหนดเองจะดีกว่าค่ะ ทั้งนี้ในจุดที่เราชอบมากที่สุดของโหมดสุขภาพก็คือการวิเคราะห์การนอนหลับที่ทาง Huawei สามารถจำแนกการนอนออกได้ถึง 4 แบบ การนอนหลับสนิท, หลับ ๆ ตื่น ๆ , นอนหลับ REM และสุดท้ายคือโหมดตื่นระหว่างนอนหลับ ทำให้เราได้รู้คุณภาพการนอนของตัวเองอย่างละเอียดเลยค่ะ

8. ความอึดของแบตเตอรี่ / การชาร์จ

ความอึดของแบตเตอรี่จากทางแบรนด์เคลมไว้ว่าสามารถอยู่นาน 2 สัปดาห์ สำหรับการใช้งานทั่วไปนั้น ถือว่าพูดได้ไม่เกินจริง แต่เราจะต้องปิดโหมดการแจ้งเตือน, การตรวจวัดค่าอัตโนมัติ หรือการใช้ฟังก์ชันหน้าจอต่าง ๆ ที่คุณจะต้องเลือกแบบประหยัดพลังงานทั้งหมด ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วก็ไม่ค่อยตอบโจทย์ด้านการใช้งานสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะมันแทบจะไม่เอื้ออํานวยความสะดวกใด ๆ เลย ทั้งนี้จากการที่เราทดลองใช้งานจริงโดยที่เลือกใช้โหมดที่จำเป็นและสะดวกต่อการใช้งานกลับพบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 10 วัน และในกรณีที่ใช้งานแบบจัดเต็ม (เปิดทุกโหมด) แบตเตอรี่จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 วัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคนด้วยนะคะ และสำหรับเวลาในการชาร์จแบตฯ จนเต็มนั้นก็จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น (ทดลองจับเวลาจริง) ซึ่งถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

รีวิว Huawei Band 7
Huawei Band 7 สามารถใส่ว่ายน้ำและอาบน้ำได้

9. ความสามารถในการกันน้ำ

จากในคู่มือระบุไว้ว่า Huawei Band 7 สามารถป้องกันละอองน้ำและละอองฝุ่นตามมาตรฐาน 5 ATM ได้ ซึ่งหมายความว่ามันกันน้ำได้ที่ 50 เมตร ดังนั้นคุณจะใส่ว่ายน้ำหรือใส่อาบน้ำก็ได้ค่ะ แต่ไม่ควรใส่ขณะที่อาบน้ำร้อนหรือปล่อยให้ตัวเครื่องสัมผัสโดนละอองน้ำร้อนเด็ดขาด รวมถึงการเข้าห้องอบซาวด์น่า, การสวมใส่ขณะดำน้ำลึกที่มีแรงดันสูง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิและมีความชื้นสูง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปอย่างกิจกรรมที่มีเหงื่อ Huawei Band 7 สามารถป้องกันได้สบายหายห่วงเลยค่ะ

10. ความคุ้มค่าในการซื้อ (ราคา – คุณภาพ)

รีวิว HUAWEI Band 7 รีวิว คะแนน HUAWEI Band 7

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.4 เต็ม 10 

ข้อดี

  • มีปุ่มโฮมทำให้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น
  • น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ไม่ถ่วงมือ ใส่นอนได้ไม่รบกวนการนอน
  • ฟังก์ชันการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถตั้งค่าได้จากตัวเครื่องโดยตรง
  • หน้าจอขนาดใหญ่ สไลด์นิ้วได้ง่าย
  • มีฟีเจอร์ Always-On Display
  • ตรวจจับโหมดการออกกำลังกายอัตโนมัติ
  • มีโหมดกีฬาให้เลือกถึง 96 รูปแบบ
  • มีฟังก์ชันตรวจวัด SpO2, Heart Rate, ความเครียด และการนอน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สามารถกันน้ำที่ระดับ 5ATM
  • มีคุณสมบัติการชาร์จไว ใช้เวลาชาร์จประมาณ 30 นาที
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานมากกว่า 10 วัน
  • ราคาไม่แพง 1,899 บาท

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มี GPS ในตัว
  • การตั้งค่าจอภาพแบบกำหนดรูปภาพเองใช้เวลาในการโหลดนานเกินไป บางครั้งก็โหลดไม่สำเร็จ
  • การตอบกลับข้อความต้องผ่านการอัปเดท OTA เท่านั้น หากเป็นมือถือ Android ต้องเป็นเวอร์ชั่น 7.0 ขึ้นไป
  • การควบคุมการเล่นเพลง รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Andriod 6.0 ขึ้นไป
  • รีโมตกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายรูประยะไกล รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ EMUI 8.1 ขึ้นไป
  • ไม่มีลำโพงและไมค์ในตัว จึงไม่สามารถรับสายโทรเข้าได้

บทสรุป Huawei Band 7

ข้อดี Huawei Band 7
ข้อดี Huawei Band 7

Huawei Band 7 ถือว่าเป็นสมาร์ทแบนด์ระดับเริ่มต้นที่มีความคุ้มค่าอีกตัวที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก, การดีไซน์, วัสดุที่ใช้, ขนาดหน้าจอ หรือจะเป็นฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ก็มีให้เลือกใช้อย่างครบครัน ทั้งโหมดออกกำลังกาย, โหมดดูแลสุขภาพเบื้องต้น, โหมดการติดตามผล รวมถึงฟังก์ชันการงานในชีวิตประจำวัน และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถวัดค่า SpO2 และค่า Heart Rate ได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงความอึดของแบตเตอรี่เองก็อยู่นานมากจริง ๆ ค่ะ สำหรับเราแล้ว Huawei Band 7 เป็นสมาร์ทแบนด์ราคาประหยัดที่เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าคุณมีไลฟ์สไตล์แบบไหนก็สามารถใช้งาน Huawei Band 7 ได้อย่างคุ้มค่า จัดว่าเป็นสมาร์ทแบนด์อีกตัวที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานเลยค่ะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post