[รีวิว] Philips UV-C disinfection desk lamp : โคมไฟฆ่าเชื้อจากฟิลิปส์ สามารถกำจัดโควิดได้ด้วยแสง UV-C

หลอดไฟ Philips ที่ใช้งานง่าย สามารถฆ่าเชื้อโควิดได้ในเวลาไม่กี่นาที โดยใช้แสง UV-C เพียงอย่างเดียว

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.4 เต็ม 10 

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย
    • มั่นใจในชื่อเสียงของแบรนด์ ที่พิสูจน์แล้วว่าฆ่าเชื้อไวรัสได้จริง
    • อุปกรณ์ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว
    • สายไฟยาวและดีไซน์กะทัดรัดเพรียวบาง
    • เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวทำงานแม่นยำ
    • ช่วยประหยัดเวลาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ
    • หลอดไฟไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ (ใช้แล้วทิ้ง)
    • ไม่สามารถสั่งงานผ่านแอปฯ ได้
    • ไม่ใช่แบบไร้สาย ทำให้ใช้งานไม่สะดวก

ในขณะที่โลกกำลังปรับตัวเข้ากับความท้าทายใหม่ที่มาจากโควิด-19 ทำให้เราทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น การปกป้องบ้านของเราด้วยการใช้รังสี UV-C ในการฆ่าเชื้อโรคเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายดายที่สุด เพราะแสง UV-C สามารถเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุมที่เป็นจุดบอดที่เราอาจจะมองข้ามไป ซึ่งทาง Philips ไม่เพียงแต่เน้นย้ำเรื่องความสะอาดในการฆ่าเชื้อโรค แต่ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว จึงช่วยให้เราใช้งานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยที่สุด

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้หน้ากากอนามัย, สเปรย์แอลกอฮอล์, เจลล้างมือแอลกอฮอล์ทิชชูเปียกฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อหรือเครื่องพ่นละอองฝอยฆ่าเชื้อได้กลายเป็นไอเทมป้องกันตัวที่ขาดไม่ได้ในช่วงที่โควิด 19 กำลังระบาด แต่ด้วยตัวเลขของผู้ติด​เชื้อที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับมีเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น ทำให้เราไม่สามารถไว้วางใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ ตัวได้อีกต่อไป เนื่องจากเราไม่สามารถมองเห็นเชื้อไวรัสได้ด้วยตาเปล่า แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราหยิบจับ สัมผัส หรือพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้จะมีความสะอาด ปลอดภัย และปลอดเชื้อโรคมากน้อยขนาดไหน?

ในเมื่อการทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยวิธีดั่งเดิมดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อความปลอดภัยในครอบครัวและคนที่คุณรัก ดังนั้นทาง Philips (หรือที่มีชื่อใหม่ว่า Signify (ซิกนิฟาย)) บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและมีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์แสงสว่างมานานกว่า 35 ปี ได้มีวิธีแก้ปัญหาระดับโลกนี้ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยการใช้ “โคมไฟตั้งโต๊ะแสง UV-C (Philips UV-C Disinfection Desk Lamp)” ที่จะช่วยลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียได้มีประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้รังสีอัลตราไวโอเลตชนิด UV-C ในการฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าจะรวมถึงเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่เป็นไวรัสตัวที่ทำให้เกิด COVID-19 ด้วย

แสง UV-C คืออะไร ? 

รังสี UV-C เป็นแสงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ แต่ด้วยความยาวคลื่นที่สั้นทำให้รังสี UV-C ส่วนใหญ่ถูกโอโซนในชั้นสตราโตสเฟียร์ดูดกลืนไปเกือบหมด จนรังสี UV-C  ไปไม่ถึงพื้นผิวโลก ดังนั้งรังสี UV-C จึงเป็นรังสีที่เราจะพบได้น้อยสุด แต่ด้วยศักยภาพของรังสี UV-C ที่สามารถฆ่าเชื้อและยับยั้งเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับ UV-A และ UV-B จึงทำให้มนุษย์สร้างรังสี UV-C จากแหล่งกำเนิดแสงเทียมขึ้นมาแทน แน่นอนว่ามันไม่ได้มีแต่ข้อดีเสมอไปเพราะรังสี UV-C ก็เป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตาได้เช่นกัน ดังนั้นการใช้เครื่องฆ่าเชื้อ UV-C ในครัวเรือน จึงต้องใช้งานด้วยความระมัดระวัง

การใช้แสง UV-C ในอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ เป็นอันตรายหรือไม่ ?

เนื่องจากอุปกรณ์ฆ่าเชื้อที่ใช้แสง UV-C บางตัวในท้องตลาด อาจขาดคุณสมบัติด้านความปลอดภัยในการปกป้องผู้ใช้จากการสัมผัสกับรังสี UV แบบไม่ตั้งใจ ทำให้ NEA (New Economy Academy) ไม่แนะนำให้ประชาชนใช้เครื่องฆ่าเชื้อที่มี UV-C ในครัวเรือน (แต่ก็อนุญาตให้ซื้อขายได้ตามปกติ) จุดประสงค์เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นระหว่างใช้งาน เพราะแสง UV-C จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อดวงตา อย่างเช่น การระคายเคืองและการอักเสบของกระจกตา ทั้งยังเป็นอันตรายต่อผิวหนัง ที่อาจทำให้เกิดผื่นแดงได้ ซึ่งการได้รับแสง UV บ่อย ๆ โดยไม่ป้องกันสามารถเร่งกระบวนการชราของผิวหนังและเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย แต่สำหรับ โคมไฟตั้งโต๊ะแสง UV-C ของ Philips นั้นมีระบบด้านความปลอดภัยหลายขั้นตอนที่จะช่วยปกป้องผู้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ได้รับการรองรับมาตรฐานระดับโลก ทั้งยังได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ รวมถึง COVID-19 ด้วย

ข้อมูลจำเพาะด้านเทคนิคของโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C Philips

Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย
ชื่อผลิตภัณฑ์ UVC disinfection desk lamp 24W S TC
จุดประสงค์ในการใช้ ใช้ฆ่าเชื้อในที่ร่ม
อายุการใช้งาน 9,000 ชั่วโมง
อายุการเปิด-ปิดสวิตช์ 20,000
แรงดันไฟฟ้า 220/240 V
ขนาดวัตต์ 24 W
ความสูง  24.7 cm
ความยาว  12 cm
ความกว้าง  12 cm
น้ำหนักสุทธิ 0.8 kg

วิธีใช้งาน Philips UVC disinfection desk lamp

วิธีใช้งาน Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย วิธีใช้งาน Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย

อันที่จริงแล้วในกล่องจะมีคู่มือภาษาไทยมาให้ด้วย ซึ่งจะอธิบายได้อย่างละเอียดมาก ๆ แต่เพื่อให้คนที่กำลังชั่งใจเลือกซื้ออยู่ได้มีข้อมูลในการตัดสินใจ เรามาดูวิธีใช้งานและเงื่อนไขเล็ก ๆ น้อย ๆ กันค่ะ

วิธีใช้งาน

  1. เสียบปลั๊กโคมไฟ UV-C โดยจะต้องตั้งโคมไฟ UV-C ในแนวตรงเท่านั้น ไม่ควรตั้งแนวนอน แนวเฉียง หรือเอียง และการตั้งโคมไฟ UV-C ควรจะอยู่ตรงกลางห้อง และต้องอยู่เหนือจากพื้นในความสูงไม่เกิน 1.2 เมตร
  2. เมื่อเสียบปลั๊กแล้ว เครื่องจะเข้าสู่สถานะ Lock mode ทันที จากนั้นให้กดปุ่ม Power ค้างไว้ 3 วินาทีเพื่อปลดล็อคเครื่อง (การกดค้าง 3 วินาที ให้อารมณ์เหมือนเราสไลด์หน้าจอโทรศัพท์เพื่อปลดล็อคเลยค่ะ วิธีนี้จะช่วยป้องกันการสัมผัสโดนปุ่มแบบไม่ทันระวังได้ดีมาก ๆ)
    วิธีใช้งาน Philips UVC disinfection desk lamp
  3. จากนั้นระบบจะให้เราเลือกเวลาทำงาน โดยสามารถกดที่ปุ่ม Time ซ้ำ ๆ กันได้เพื่อเลือกระยะเวลาที่ต้องการ (15, 30 และ 45 นาที) โดยจะมีไฟ LED ยืนยันตัวเลือกของคุณบอกไว้
  4. เมื่อเลือกช่วงเวลาทำงานได้แล้ว ให้กดปุ่ม Power อีกครั้งเพื่อเปิดเครื่องเริ่มทำงาน ในขั้นตอนนี้ระบบเสียงจะบอกให้เราออกไปนอกห้อง ถ้าเซ็นเซอร์ไม่เจอการเคลื่อนไหวภานใน 30 วินาที ก็จะเริ่มทำงาน (เป็นการเคลียร์ห้องเพื่อให้แน่ใจก่อนเริ่มทำงานจริง)
  5. เมื่อทำงานครบตามเวลาที่กำหนดไว้ เครื่องจะเข้าสู่สถานะ Lock mode อีกครั้ง ทำให้คุณสามารถเดินเข้าไปในห้องได้เลยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลา เพราะไม่มีการปล่อยโอโซน

คำเตือน

  • ไม่สามารถใช้ในทางการแพทย์ได้ รวมถึงการนำหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วมาฆ่าเชื้อด้วยโคมไฟ UV-C
  • แม้ว่าโคมไฟ UV-C จะชื่อเรียกว่าโคมไฟตั้งโต๊ะ แต่มันไม่ได้มีหน้าที่ให้แสงสว่างเหมือนโคมไฟทั่วไป
  • โคมไฟ UV-C สามารถใช้งานได้ในพื้นที่แห้งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในน้ำได้ เพราะมันไม่มีคุณสมบัติกันน้ำ
  • โคมไฟ UV-C ไม่สามารถเปลี่ยนหลอดไฟได้
  • แสง UV-C เป็นอันตรายต่อมนุษย์โปรดอ่านคู่มือก่อนใช้งานอย่างละเอียด

รีวิวการใช้งานโคมไฟตั้งโต๊ะแสง UV-C ของ Philips

การออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม

การออกแบบและดีไซน์มีความสวยงามดูหรูหรา โดยเฉพาะสี Rosegold ที่เรียกว่าถูกใจสาว ๆ เป็นที่สุด มาในขนาดกำลังดี ไม่เล็กไปหรือใหญ่ไป สามารถตั้งใช้งานตรงพื้นที่ไหนก็ได้ แถมยังพกพาสะดวก แผงหน้าจอมีความเรียบง่าย ทำงานด้วยระบบสัมผัสทั้งหมดจึงทำให้โคมไฟดูแพงมากยิ่งขึ้น

Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย
Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย

กล่องบรรจุสินค้ามีความแข็งแรงทนทาน ภายในกล่องจะมีโฟมกันกระแทกที่ห่อหุ้มตัวสินค้ามาดี ทำให้มีโอกาสที่หลอดแก้วภายในแตกหรือเป็นรอยขีดข่วนระหว่างการขนส่งได้น้อยมาก โครงสร้างภายในเป็นโลหะและสแตนเลสสะท้อนแสงบนล่างที่สามารถกระจายแสงได้รอบทิศทาง วัสดุมีความทนต่อแสง UV-C จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อใช้งานไปแล้วจะไม่กรอบจนแตกเหมือนพลาสติกแน่นอน ที่ด้านล่างฐานมีแผ่นกันลื่นที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยไม่ให้ตัวโคมไฟตกหล่นได้ ตัวปลั๊กสามารถใช้งานได้กับทุกเต้ารับ ไม่จำเป็นต้องซื้อหัวแปลงปลั๊กให้ยุ่งยาก

ใช้งานง่าย มีความปลอดภัยที่รัดกุม

มีคำแนะนำด้วยเสียงทีละขั้นตอน แผงควบคุมใช้งานง่าย มีระบบจับเวลาก่อนเริ่มทำงาน (เมื่อไม่พบการเคลื่อนไหวจะเริ่มทำงานภายใน 30 วินาที) สามารถเลือกระยะเวลาฆ่าเชื้อได้ถึง 3 แบบ มาพร้อมกับสายไฟที่ยาวพอจะช่วยให้คุณจัดวางโคมไฟ UV-C ได้อย่างอิสระ

โคมไฟ UV-C ของ Philips มีการคำแนะนำด้วยเสียงพูดเป็นสเต็ปทีละขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการให้คุณกดปุ่มยืนยันก่อนทำงานค้างไว้ 3 วินาที หรือจะเป็นการให้คุณออกจากห้องและปิดประตูก่อนที่หลอดไฟจะทำงาน ทั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ระบบเสียงเท่านั้นที่น่าสนใจ เพราะยังมีเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวแบบไมโครเวฟในรัศมี 5 เมตร ที่ทำงานได้จริงทั้งยังมีความแม่นยำมาก ๆ จึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าจะไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็กเล็ก สัตว์เลี้ยง หรือเวลามีคนเผลอเปิดเข้าไปในห้องขณะที่โคมไฟทำงานอยู่

ซึ่งเสียงที่คอยแนะนำนั้นจะเป็นภาษาอังกฤษที่เข้าใจได้ง่าย ต่อให้คุณฟังภาษาอังกฤษไม่ทันและทดลองกดแบบผิด ๆ ไปเรื่อย มันก็จะยังคงป้องกันคุณจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพราะหากตัวเครื่องพบว่ายังมีมนุษย์ในห้องหรือยังมีการเคลื่อนไหวจากมนุษย์หรือสัตว์ ตัวโคมไฟก็จะไม่ยอมทำงานเลยค่ะ หรือในกรณีที่ทำงานอยู่ก็จะปิดหลอดไฟอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว ดังนั้นโคมไฟ UV-C ของ Philips ไม่เพียงแต่เน้นย้ำเรื่องความสะอาดในการฆ่าเชื้อโรค แต่ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งานอีกด้วย

มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค

จากข้อมูลของ National Emerging Infectious Diseases Laboratories (NEIDL) ที่มหาวิทยาลัยบอสตันได้พิสูจน์แล้วว่า UV-C สามารถฆ่าไวรัสต่าง ๆ รวมถึง COVID-19 ได้ ซึ่งโคมไฟ UV-C ของ Signify หรือ Philips ก็ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถทำให้ COVID-19 ลดลง 99% หลังจากเปิดรับแสงนาน 6 วินาที

Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย

เนื้อผ้าฝั่งที่โดนแสง UVC จากโคมไฟฆ่าเชื้อของ Philips
เนื้อผ้าฝั่งที่โดนแสง UVC จากโคมไฟฆ่าเชื้อของ Philips

แม้ว่าหลังจากที่เราใช้งานไปแล้ว จะไม่มีอะไรสามารถบอกได้ว่าโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C ของ Philips ทำงานได้จริงหรือไม่? แต่สิ่งแรกที่สัมผัสได้หลังการใช้คือกลิ่นไหม้ ๆ คล้ายกับสารเคมี ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอับภายในห้องได้ โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างชอบกลิ่นแบบนี้เพราะรู้สึกว่าสะอาดดีค่ะ และประการที่สองคือวัตถุที่โดนแสง UV-C (เป็นเวลานาน) จะมีสีซีดจางลงได้ จึงค่อนข้างมั่นใจในประสิทธิภาพของเครื่องมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยความแรงของแสง UV-C ที่ทำให้สีผ้าหรือสิ่งของซีดจางลงนั้น ขอแนะนำว่าหากเป็นสิ่งของที่มีค่าหรือเป็นเสื้อผ้าที่มีราคาสูง ควรให้ตั้งห่างจากตัวโคมไฟด้วยนะคะ

ซึ่งในเรื่องของประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อนั้นเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความสบายใจของแต่ละคน สิ่งที่ทำให้เราสามารถเชื่อถือสินค้านั้น ๆ ได้อย่างสนิทใจคือมารตฐานของแบรนด์ที่ผลิตสินค้า ว่ามีเอกสารการรองรับต่าง ๆ หรือไม่? หรือได้ผ่านการทดสอบมาแล้วหรือเปล่า? และด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมานานจึงทำให้เรามั่นใจคุณภาพของ Signify บริษัทแม่ของ Philips Lighting ได้อย่างไร้กังวล

แต่เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสแต่ละชนิดก็มีความทนทานที่ต่างกันออกไป และนอกจากนี้คุณอาจจะต้องคำนึงถึงพื้นที่ระหว่างระยะห่างของเครื่อง, ลักษณะของพื้นผิวที่ใช้กำจัดเชื้อ, สิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ภายในห้อง และระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้โคมไฟ UV-C ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นแนะนำให้ใช้ตามที่คู่มือระบุไว้ หรือหากคุณไม่มั่นใจ คุณสามารถเพิ่มเวลาในการฆ่าเชื้อตามที่คุณเห็นสมควรก็ได้ค่ะ

การใช้งาน ห้องครัว / ห้องนำ้ (13 ตร.ม.) ห้องนอน (20 ตร.ม) ห้องนั่งเล่น (28 ตร.ม.)
ระยะเวลาฆ่าเชื้อ 15 นาที 30 นาที 45 นาที

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.4 เต็ม 10

Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย Philips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียPhilips โคมไฟตั้งโต๊ะ แสง UV-C ลดการสะสมของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย

ในเรื่องการประสิทธิภาพด้านการฆ่าเชื้อแม้ว่าเราจะไม่สามารถยืนยันได้ว่าฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ได้จริงหรือไม่ ? เพราะเป็นการยากที่จะรีวิวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ ณ ตอนนี้มันเหมาะกับสถานการณ์โควิด COVID-19 มาก ๆ เป็นการเพิ่มความอุ่นใจอย่างหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคน แต่โดยรวมถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้ดีและใช้งานง่ายมาก ๆ

ในเรื่องของความปลอดภัยก็มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และด้วยขนาดที่เล็ก มีสายไฟที่ยาว และน้ำหนักเบา ทำให้โคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะสำหรับใช้ในบ้านและในสำนักงานขนาดเล็กเป็นอย่างยิ่ง

ความต้องการเพิ่มเติม

การใช้งาน : หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีระบบเสียงภาษาไทยด้วย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้งาน หากผู้ใช้ไม่มีความเข้าใจในภาษา อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ในกรณีที่เครื่องหยุดทำงานอัตโนมัติ เมื่อพบการเคลื่อนไหวใด ๆ เราจะต้องกลับมากดปุ่มเริ่มการทำงานใหม่อีกครั้งทุกขั้นตอน ตัวโคมไฟไม่สามารถทำงานต่ออัตโนมัติได้ หากทาง Philips สามารถแก้ตรงนี้ได้ก็จะเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้มากยิ่งขึ้นค่ะ

อายุการใช้งาน : น่าเสียดายที่หลอดไฟไม่สามารถเปลี่ยนได้และไม่มีการจำหน่ายหลอดแยกด้วย ดังนั้นเมื่อหลอดไฟหมดอายุลงแล้วคุณอาจจะต้องทิ้งโคมไฟตัวนี้ไปเลย นอกจากนี้ในกรณีที่ห้องใหญ่มาก ๆ ตัวหลอดไฟมีสิทธิ์ที่จะฆ่าเชื้อได้ไม่ทั่วถึงทั้งห้อง ดังนั้นคุณอาจต้องใช้งาน 2 ครั้ง/ห้อง หรืออาจต้องซื้อโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C เพิ่มอีกเครื่องเพื่อให้มันทำงานได้พร้อมกัน

ทางเลือกที่หลากหลาย : หากหลอดไฟฆ่าเชื้อสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อัจฉริยะ อาทิเช่น การใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียงพูด หรือสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนได้ รวมถึงมีการออกแบบให้เป็นแบบไร้สายไฟ จะเป็นอะไรที่ครอบคลุมการใช้งานและเข้ากับยุคสมัยนี้มาก ๆ เพราะผู้ใช้จะไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงสัมผัสโดนแสง UVC โดยตรง และยังสามารถเช็กจากสมาร์ทโฟนได้ว่า ณ ตอนนี้เวลาที่ตั้งไว้ได้ครบกำหนดแล้วหรือไม่? หากในอนาคตมีการฟังก์ชันเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ก็คิดว่าน่าเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้มากขึ้นจริง ๆ ค่ะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post