10 ที่เที่ยวอ่างทอง ตามรอยประวัติศาสตร์ ชมพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ปี 2022

ช่วงนี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่ผู้คนเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวกันค่ะ เนื่องจาก สถานการณ์โควิด 19 เริ่มลดลงไปบ้างแล้ว และมีหลาย ๆ จัดหวัดที่เริ่มนำร่อง การท่องเที่ยวแบบ New Normal ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เน้น การเว้นระยะห่าง และการดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถท่องเที่ยวไปได้ทั่วไทยแล้วล่ะค่ะ

ไหนใครมีจังหวัดในใจกันแล้วบ้างคะ? ว่าอยากไปที่ไหนกัน จะเป็นทะเลที่ จังหวัดกระบี่/จังหวดภูเก็ต หรือจะขึ้นดอยที่ จังหวัดเชียงใหม่ บอกเลยว่าไม่ว่าที่ไหนคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศระหว่างทางที่ดีแน่นอน แต่หากพูดถึงจังหวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของไทย นอกจากจังหวัด อยุธยา, นครปฐม, บุรีรัมย์ หรือ จังหวัดราชบุรี แล้ว ‘อ่างทอง’ ยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีผู้คนอยู่อาศัยมานานนับพันปี เรียกได้ว่าตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำค่ะ

ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมความงดงามตระการตาของวัดและแหล่งโบราณสถานต่าง ๆ ในจังหวัดอ่างทองกัน บอกเลยว่าถึงจะเป็นเมืองรอง แต่ “สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง” นั้น สวยงามไม่เป็นรองใครแน่นอนค่ะ

ทำความรู้จัก “จังหวัดอ่างทอง” (1,2)

“..พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง

โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน..”

เปิดตัวกันด้วยคำขวัญของจังหวัดอ่างทองค่ะ จากคำขวัญจะเห็นได้ว่าที่นี่โด่งดังทั้งในเรื่องของพระพุทธรูป, ประวัติศาสตร์, งานฝีมือ รวมไปถึงวัดวาอารามต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีจุดเด่นหลายด้านมาก ๆ ลักษณะภูมิประเทศนั้นจะเป็นที่ราบลุ่ม รูปร่างคล้ายอ่าง ไม่มีภูเขา ดินส่วนใหญ่จะเป็นดินเหนียวปนทราย เหมาะแก่การนำมาปั้นเป็นตุ๊กตาต่าง ๆ รวมไปถึงการปลูกข้าว ทำไร่ ทำนา ก็เช่นกันค่ะ

จังหวัดอ่างทองอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 110 กิโลเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าสามารถขับรถมาเที่ยวได้อย่างชิล ๆ ในวันหยุดค่ะ จังหวัดอ่างทองนั้นจะมีทั้งสิ้น 7 อำเภอ โดยทิศเหนือจะติดกับจังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดลพบุรี ทิศใต้และทิศตะวันออกติดกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนทิศตะวันตกติดกับจังหวัดสุพรรณบุรีนั่นเองค่ะ ส่วนใครที่แพลนจะมาเที่ยวที่นี่ก็อย่าลืมเช็คสภาพอากาศให้ดีนะคะ เพราะจังหวัดอ่างทองในช่วงเดือน พฤษภาคม-กันยายน จะมีฝนตกชุกตลอดในช่วงนี้ค่ะ




1. วัดม่วง

วัดม่วง
วัดม่วง เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพระนามว่า “พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” 
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดม่วง ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โดยเมื่อก่อนนั้นวัดม่วงเป็นวัดที่ร้างมานานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเลยค่ะ จนกระทั้งปี พ.ศ. 2526 ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณ (หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ) ได้ธุดงค์มาถึงวัดร้างแห่งนี้และเห็นว่าเหมาะแก่การนั่งปฏิบัติธรรม จึงได้เริ่มนั่งสมาธิและได้นิมิตเห็นหลวงปู่ขาวและหลวงปู่แดงมาบอกว่าให้ช่วยบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่นั้นมาหลวงพ่อเกษมก็เริ่มมีการบูรณะและสร้างอารามต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

วัดม่วงเป็นวัดที่มีอารามสวยงาม ตระการตา จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีพระนามว่า “พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 93 เมตร และใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึง 16 ปีเลยทีเดียว (1)


2. วัดสี่ร้อย

วัดสี่ร้อย
วัดสี่ร้อย เป็นวัดเก่าแก่ของชาวอ่างทอง
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลสี่ร้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดสี่ร้อยเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2314 หรือประมาณ 250 ปีที่แล้ว (1) เรียกได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งที่ชาวอ่างทองนิยมมากราบไหว้และบูชากันมากมาย ส่วนเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดสี่ร้อยนั้น เพราะตัววัดตั้งอยู่ในตำบลสี่ร้อยนั่นเองค่ะ

โดยวัดสี่ร้อยนั้นได้มีตำนานเล่าขานกันว่าในอดีตกษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาตีตะนาวศรีและมะริดของไทย ทางกรมการเมืองวิเศษชัยชาญเลยได้ส่งทหารจำนวน 400 นายเข้าสกัดกองทัพของพม่า ณ หาดหว้าขาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะกองทัพของพม่าได้เพราะเรามีกองกำลังที่น้อยกว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างวัดและเจดีย์ขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลัง และได้ตั้งชื่อว่า “วัดสี่ร้อย” เพื่อรำลึกถึงดวงวิญญาณของนักรบผู้กล้าหาญทั้ง 400 นายนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ที่วัดสี่ร้อยยังมีจุดเด่นคือมีพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลย์ ที่สวยงาม ตระการตาด้วยความสูงถึง 21 เมตร เรียกได้ว่าใครที่มาเที่ยวอ่างทอง ไม่ควรพลาดที่จะแวะเข้ามาสักการะบูชาเลยค่ะ (1)


3. ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ

ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ
ศูนย์ตุ๊กตาชาววัง จัดแสดงตุ๊กตาที่ปั้นมาจากดินเหนียว โดยจะปั้นเลียนแบบวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยโบราณ…รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน (09:00 – 16:00 น.)
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ตุ๊กตาชาววัง เป็นตุ๊กตาที่ปั้นมาจากดินเหนียว โดยจะปั้นเลียนแบบวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นการละเล่น, ขนมไทย, วัฒนธรรมไทย หรือประเพณีของไทยต่าง ๆ ซึ่งตุ๊กตาชาววังนั้นมีต้นกำเนิดมาจากตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก โดยเริ่มมาจากในสมัยก่อนชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้จะประกอบอาชีพเผาอิฐและทำก้านธูป จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีฝนตกหนักยาวต่อกันหลายเดือนและมีน้ำท่วมบ่อยครั้ง ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเผาอิฐหรือตากธูปได้ จึงทำให้ขาดรายได้และช่องทางทำมาหากินไปจนหมด

จนในปี พ.ศ. 2519 สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เข้าเยี่ยมประชาชนและได้เล็งเห็นความทุกข์ร้อนของราษฎร จึงได้มีพระราชดำริให้ชาวบ้านมองหาลู่ทางการทำอาชีพเสริมอื่น ๆ โดยมองเห็นว่าพื้นที่ในแถบนี้มีดินเหนียวเยอะ หากนำมาปั้นตุ๊กตาที่สะท้อนเอกลักลักษณ์ความเป็นไทยก็น่าจะเป็นเรื่องดี หลังจากนั้นก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งอาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ และอาจารย์เสริมศรี บุนนาค จากวิทยาลัยเพาะช่าง มาสอนปั้นตุ๊กตาชาววังให้กับชาวบ้านจำนวน 150 คน และได้มีการจัดตั้งศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จมาจนถึงปัจจุบัน

โดยศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จแห่งนี้ถือเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทรงคุณค่ามาก ๆ เลยค่ะ หากใครที่อยากเรียนการปั้นตุ๊กตา หรืออยากมาชมความสวยงามของงานปั้นก็สามารถแวะมาชมได้ ซึ่งศูนย์จะตั้งอยู่ที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทองนั่นเองค่ะ


4. ตลาดศาลเจ้าโรงทอง

ตลาดศาลเจ้าโรงทอง
ตลาดศาลเจ้าโรงทองเป็นตลาดเก่าแก่ใน จ.อ่างทอง ที่มีมานานกว่า 100 ปี…รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ซอยวัดนางใน ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน (08:00 – 18:00 น.)
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ตลาดศาลเจ้าโรงทองเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีมานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่สมัยที่อยุธยาเป็นราชธานี ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จุดเด่นของตลาดศาลเจ้าโรงทองคือจะมีร้านค้าขายของมากมาย รูปทรงอาคารบ้านเรือนมีความเก่าแก่ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เดิมตลาดแห่งนี้มีชื่อว่าตลาดบ้านไผ่จำศีล จนเมื่อปี พ.ศ. 2420 ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน

นอกจากความสวยงามจะอยู่ที่การก่อสร้างแบบโบราณแล้ว ผู้คนที่นี่ยังดำเนินวิถีชีวิตแบบในอดีต อาหารที่ขายก็มักจะเป็นอาหารโบราณ รวมไปถึงร้านขายยาโบราณก็มีให้เห็นเช่นกันค่ะ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ใครที่มีโอกาสมาเดินตลาดแห่งนี้อยากจะแนะนำขนมไทยที่หาทานได้ยาก เช่น ขนมดอกลำดวน, ขนมโสมนัส และขนมดอกดิน ซึ่งล้วนเป็นขนมพื้นบ้านของเมืองวิเศษชัยชาญโดยเฉพาะ ต้องลองค่ะ


5. บ้านหุ่นเหล็ก

บ้านหุ่นเหล็ก
บ้านหุ่นเหล็ก จ.อ่างทอง พิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมเศษเหล็กเหลือใช้ นำมาหลอมและสร้างเป็นหุ่นยนต์ต่าง ๆ…รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ทางหลวงหมายเลข 32 ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน (09:00 – 17:00 น.)
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 60 บาท / เด็ก 30 บาท

บ้านหุ่นเหล็ก แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้ต้องเป็นที่จัดแสดงหุ่นเหล็กนั่นเองค่ะ บอกเลยว่าใครที่เป็นสาวกเหล่าบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ต่าง ๆ ไม่ควรพลาดที่นี่เลยค่ะ เพราะทางพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมเศษเหล็กเหลือใช้ นำมาหลอมและสร้างเป็นหุ่นยนต์ต่าง ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นหุ่นไอรอนแมน, หุ่นกัปตันอเมริกา, หุ่นแบทแมน หรือหุ่นขวัญใจเด็ก ๆ อย่างหุ่นบับเบิ้ลบี เป็นต้น ไม่เพียงแต่หุ่นนานาชาติเท่านั้นนะคะ เพราะที่นี่ยังมีบ้านเรือนไทย ที่ภายในก็จะมีการจัดแสดงหุ่นแบบไทย ๆ เอาไว้ด้วย เช่น พระพุทธรูป, พระพิฆเนศ หรือหุ่นสัตว์ต่าง ๆ เรียกได้ว่ามีครบทั้งไทยและเทศ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น ใครที่ชอบงานอาร์ตประเภทนี้ คุณจะพลาดบ้านหุ่นเหล็กไม่ได้เลยค่ะ


6. วัดขุนอินทประมูล

วัดขุนอินทประมูล
วัดขุนอินทประมูล เป็นวัดที่เก่าแก่มาก ๆ ของจังหวัดอ่างทอง
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน (06:00 – 18:00 น.)
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดขุนอินทประมูล เป็นวัดที่เก่าแก่มาก ๆ อีกแห่งของจังหวัดอ่างทอง โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง ซึ่งเป็นวัดราษฎร์ ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่บอกว่าเป็นวัดที่เก่าแก่นั่นก็เพราะคาดว่าตัววัดถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเลยล่ะค่ะ จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นที่ประดิษฐานของพระนอน หรือ “พระศรีเมืองทอง” ที่ถือว่าใหญ่และยาวเป็นอันดับสองของประเทศไทย รองมาจากพระนอนวัดบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ โดยความยาวของพระศรีเมืองทองนั้นยาวถึง 50 เมตรเลยทีเดียวค่ะ (1)

หากใครที่อยากจะเดินทางไปชมความงามของพระนอน รวมไปถึงอารยธรรมและความเก่าแก่ของโบราณสถาน การเดินทางไม่ยากค่ะ เพียงแค่ขับไปตามถนนเส้นอ่างทอง – โพธิ์ทอง ประมาณ 7 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตัววัดจะอยู่ทางขวามือ หรือเพียงสังเกตุพระนอนขนาดใหญ่ สวยงามตระการตา รับรองว่าไม่หลงแน่นอนค่ะ


7. พระตำหนักคำหยาด

พระตำหนักคำหยาด
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

พระตำหนักคำหยาด ตั้งอยู่ที่ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าที่นี่ ปัจจุบันเป็นเพียงโบราณสถานที่ตั้งให้คนรุ่นหลังได้ชมกันค่ะ โดยพระตำหนักคำหยาดนั้นตั้งอยู่ในเขตวัดร้างที่ชื่อว่าวัดโพธิ์ทอง แต่เดิมพระตำหนักนี้เป็นของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือที่ใครหลาย ๆ คนรู้จักกันในนาม ‘ขุนหลวงหาวัด’ กษัตนิย์องค์ที่ 32 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ตัวพระตำหนักนั้นสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน คือจะใช้ปูนมาหมักกับน้ำอ้อยแล้วนำมายึดกับอิฐเพื่อเพิ่มความแข็งแรง มีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาง 20 เมตร (1) สภาพในปัจจุบันก็จะเหลือเพียงผนังสี่ด้าน ที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา ใครที่อยากศึกษาประวัติศาสตร์ หรืออยากมาเห็นพระตำหนักของจริงว่าเป็นอย่างไร บอกเลยว่าห้ามพลาดที่พระตำหนักคำหยาดค่ะ


8. หมู่บ้านทำกลองเอกราช

หมู่บ้านทำกลองเอกราช
รูปภาพจาก angthong.mots.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง หมู่ที่ 6 ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ถ้าใครสังเกตในคำขวัญของจังหวัดอ่างทอง จะมีท่อนหนึ่งที่บอกว่า “..ถิ่นฐานทำกลอง..” นั่นก็เพราะที่นี่เป็นจังหวัดที่ผลิตกลองที่มีชื่อเสียงและคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะในตำบลเอกราช หรือหมู่บ้านทำกลองเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทองนี่เองค่ะ

โดยชาวบ้านที่นี่นั้นจะนิยมทำกลองกันเป็นอาชีพเสริมหลังจากผ่านพ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว ตัวกลองจะทำมาจากไม้ฉำฉาซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนทำให้แกะหรือขึ้นรูปได้ง่าย หน้ากลองก็จะทำจากหนังวัวที่นำมาขึงจนตึง มีตั้งแต่กลองขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น กลองทัด, กลองสั้น, กลองยาว หรือกลองรำวงต่าง ๆ จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือเป็นที่ตั้งของกลองที่ได้ชื่อว่ายาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวถึง 7.6 เมตร เลยทีเดียวค่ะ (1)


9. วัดไชโยวรวิหาร

วัดไชโยวรวิหาร
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ทางหลวงหมายเลข 309 ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน (07:00 – 17:00 น.)
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดไชโยวรวิหารเป็นพระอารามหลวง ที่ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง โดยวัดนี้เป็นที่ตั้งของ “พระมหาพุทธพิมพ์” หรือ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางสมาธิ ที่คนอ่างทองเคารพนับถือกันมานาน โดยชาวบ้านที่นี่จะมีความเชื่อว่าใครที่ทำบาปกรรมเอาไว้มากจะไม่สามารถเข้ามากราบไหว้หลวงพ่อโตได้ เพราะหากเข้ามาก็จะรู้สึกเหมือนองค์พระพุทธรูปกำลังล้มทับใส่นั่นเองค่ะ ซึ่งหลวงพ่อโตนั้นถือเป็นพระใหญ่ที่มีขนาดหน้าตักกว้าง 16.10 เมตร และมีความสูงถึง 22.65 เมตรกันเลยทีเดียว (1)

นอกจากนี้ใครที่ทำบุญไหว้พระ และเยี่ยมชมวัดกันอิ่มใจแล้ว ก็สามารถมาอิ่มท้องกันต่อได้ที่ตลาดต้องชม ซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดไชโยวรวิหารเลยค่ะ ตลาดที่นี่มีครบทั้งของกิน ของใช้ และของฝาก เรียกได้ว่าอร่ยกันแทบทุกร้าน ใครที่มีโอกาสได้แวะมาที่วัดไชโยวรวิหาร นอกจากจะอิ่มบุญแล้วยังอิ่มท้องด้วยค่ะ


10. วัดท่าอิฐ

วัดท่าอิฐ
วัดท่าอิฐ
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดท่าอิฐ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง ซึ่งเมื่อก่อนที่นี่ไม่ได้เป็นวัดค่ะ แต่เป็นสถานที่สำหรับปั้นและเผาอิฐเพื่อนำไปสร้างวัดขุนอินทประมูล ต่อมาที่นี่ได้สร้างเป็นวัดเมื่อปีพ.ศ. 2304 เลยตั้งชื่อว่า “วัดท่าอิฐ” เพราะถือเป็นสถานที่สำหรับขนอิฐนั่นเองค่ะ

โดยภายในวัดแห่งนี้จะมีพระประธานในวิหารซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อขาว” เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สิ่งที่ทำให้วัดท่าอิฐโดดเด่นกว่าวัดแห่งอื่นนั้นก็คือมี “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” สีทองอร่าม สวยงามตระการตา เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ตามรูปแบบศิลปะลังกา – อยุธยา ผสมผสานกับรัตนโกสินทร์ ใครที่อยากจะมาชมความงามของพระธาตุเจดีย์แห่งนี้ให้ขับรถออกจากตัวเมืองอ่างทอง เลี้ยวขวาไปตามป้ายสุพรรณบุรี โดยจะอยู่ก่อนถึงวัดขุนอินทประมูลนั่นเองค่ะ





เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอ่างทองทั้ง 10 แห่งที่เราได้มานำเสนอกันในวันนี้ บอกเลยว่าสวยงามและน่าตามรอยไปซะทุกแห่งจริง ๆ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าที่เที่ยวของจังหวัดนี้มักเป็นวัดและโบราณสถานเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็เพราะอ่างทองเป็นจังหวัดที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งหนึ่งของประเทศไทย ใครที่ชอบการท่องเที่ยวเมืองเก่า ตามรอยโบราณสถาน โบราณวัตถุ หรือเยี่ยมชมพระพุทธรูปต่าง ๆ บอกเลยว่าจังหวัดอ่างทองตอบโจทย์มาก ๆ ค่ะ

References :

  1. สำนักงานจังหวัดอ่างทอง
  2. จังหวัดอ่างทอง
Jane Chananticha

Jane Chananticha

안녕하세요~ สวัสดีค่ะทุกคน เจนนะคะ จบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะศิลปศาสตร์ เป็นผู้ที่ชื่นชอบน้องหมาและการดูซีรีส์เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ ขอให้มีความสุขกับการอ่านบทความของเจนนะคะ

Next Post