เที่ยวเกาะลิบง ชมฝูงพะยูน ใช้วิถีชีวิตแบบชาวประมง สวรรค์สำหรับคนรักทะเล

สวัสดีจ้าสาว ๆ หนุ่ม ๆ ช่วงนี้ใกล้วันหยุดยาวเข้ามาอีกแล้วนะคะ สำหรับใครที่อยากหาช่วงเวลาดี ๆ ในการหยุดพักผ่อนไปกับท้องทะเลฝั่งอันดามัน อย่างเกาะหลีเป๊ะ, เกาะภูเก็ต, เกาะพีพี หรือเกาะสิมิลัน เพื่อชมความงามของน้ำทะเลและหาดทราย แต่อาจกลัวว่าจะกลายเป็นทริปที่แสนวุ่นวายแทน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ต่างหลั่งไหลมาทั่วทุกสารทิศ ปัญหาเหล่านี้อาจจะทำให้คุณหมดสนุกได้ ดังนั้นเพื่อให้คุณได้สัมผัสไปกับความงามของทะเลได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีอุปสรรคในเรื่องของผู้คนที่แออัด เราจึงอยากแนะนำ “เกาะลิบง” หนึ่งในหมู่เกาะของจังหวัดตรังที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เกาะที่มีหาดทรายสวยงามที่สุดเหมือนดั่ง เกาะกระดาน เกาะมุก หรือเกาะไหง แต่เกาะลิบงนั้นก็มีเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เช่นกัน เพราะเกาะลิบงนั้นจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบธรรมชาติและชอบใช้วิถีชีวิตท้องถิ่นแบบเรียบง่ายมากกว่า

บรรยากาศเกาะลิบง ตรัง

เกาะลิบง จังหวัดตรัง มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

กิจกรรมบนเกาะลิบงนั้นจะค่อนข้างแตกต่างจากเกาะอื่น ๆ เพราะเน้นท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่พักส่วนใหญ่นอกจากเป็นรีสอร์ตที่เงียบสงบเป็นส่วนตัวแล้ว ก็จะมีแบบโฮมสเตย์เรียบง่ายที่แสนอบอุ่นให้อารมณ์เหมือนมาพักบ้านญาติสุด ๆ ดังนั้นที่พักบนเกาะลิบงจึงค่อนข้างมีตัวเลือกที่หลากหลายสไตล์ที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้อย่างครอบคลุมเลยค่ะ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเกาะลิบงถึงเพิ่งมาดังในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา สาเหตุที่เกาะลิบงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการนักท่องเที่ยว นั่นเป็นเพราะสถานที่อนุบาล ‘มาเรียม’ พะยูนน้อยขี้อ้อนขวัญใจชาวไทยที่เป็นข่าวดังเมื่อปี 2020 ก่อนน้องจะจากไปและได้ทิ้งเรื่องราวอันน่าเศร้าที่สะท้อนให้ผู้คนได้ตระหนักถึงพฤติกรรมความมักง่ายของมนุษย์ ที่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่สัตว์น้อยใหญ่ต่าง ๆ ในท้องทะเล

แผนที่เกาะลิบง

เกาะลิบงเป็นเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เป็นบ้านของน้องพะยูนมาเรียมแค่ตัวเดียว แต่เกาะลิบงนั้นเป็นบ้านของฝูงพะยูนทุกตัวในท้องทะเลตรังแห่งนี้ เนื่องจากเกาะลิบงเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในไทยนั่นเองค่ะ (1)

เกาะลิบงจึงมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในการชมพะยูน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก ๆ ที่ใครมาเที่ยวเกาะลิบงไม่ควรพลาด นอกจากเรื่องราวของพะยูนแล้วเกาะลิบงยังโดดเด่นในเรื่องวิถีชีวิตชาวบ้าน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามด้วยเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น

  • เป็นสถานที่ที่มีพะยูนเยอะที่สุดในประเทศไทย ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมยิ่งนัก (2)
  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่ลิบงถูกประกาศให้เป็น ‘มรดกอาเซียน’ หรือ ‘Asean Heritage’ (3)
  • ร่ำรวยด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและทางทะเล ทั้งยังเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในไทย (1)
  • ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เหมือนดั่งมนเสน่ห์ที่คนเมืองใหญ่อาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัส
  • เกาะลิบงอาจจะไม่ใช่เป็นที่ที่เอาไว้ดูพะยูนอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังเป็นที่ดูนกที่ใหญ่ที่สุดในไทยอีกด้วย
  • ข้าวปลาอาหารราคาถูก รสชาติเข็มข้นแบบคนท้องถิ่น
  • การเดินทางไปมาหาสู่ก็สะดวกจะเช่ามอเตอร์ไซค์เองหรือจะนั่งสามล้อก็ได้

แล้วทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่ว่าทำไมเราถึงต้องมาลงทุนกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กับ ‘เกาะลิบง’ จังหวัดตรัง ที่เที่ยวที่คืนกำไรในรูปแบบของความสุขนั่นเองค่ะ

1. อควาเรียมชุมชน

เกาะลิบง
เกาะลิบง

แค่ชื่ออควาเรียมก็ทำเอาใครหลาย ๆ ติดกับภาพตู้ปลาขนาดใหญ่หรืออุโมงค์ที่ภายในนั้นมีปลาหลากหลายชนิด หากแต่ที่แห่งนี้ อาจจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงกับอควาเรียมชุมชนที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาและสัตว์ทะเลนานาชนิดในรูปแบบการเลี้ยงในกระชัง ที่อาศัยทักษะและประสบการณ์ของ “บังหยัด” ผู้เป็นเจ้าของอควารียมแห่งนี้นั่นเองค่ะ

ขอรับรองได้เลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะที่อควาเรียมแห่งนี้เราจะได้เห็นปลาและสัตว์น้ำแบบใกล้ชิดและที่สำคัญคือมีสัตว์ทะเลบางชนิดจะหาชมตามอควาเรียมทั่ว ๆ ไม่ได้อีกด้วยนะคะ  ไงละพิเศษมาก ๆ เลยใช่ไหมละคะ เหล่าสัตว์น้ำที่ในอควาเรียมแห่งนี้ก็จะมีกุ้งมังกรเจ็ดสี, ปลาไหลมอเรย์, ปลาโฉมงามหรือปลามงแซ่, ปลาปักเป้าเขา, ปลาปักเป้าหนามทุเรียน , ปลิงทะเล และอีกมากมายเลย

สำหรับใครที่สนใจอยากจะไปเยี่ยมชมก็ลองติดต่อสอบถามไปได้ในเฟสบุ๊คเพจเกาะลิบงการท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ กันได้เลยเนื่องจากที่แห่งนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักจึงอาจจะยังไม่มีข้อมูลติดต่อเฉพาะอควาเรียมเอง ใครสนใจก็ลองเด้งแชทไปสอบถามดูนะคะ


2. สะพานหลีกภัย

สะพานหลีกภัย เกาะลิบง
สะพานหลีกภัย รูปภาพจาก เฟส เกาะลิบงการท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง สะพานหลีกภัย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

สะพานหลีกภัย หรือ หอคอยชมพะยูน สะพานหลีกภัยก็คือตัวสะพานที่ยื่นออกไปในทะเลนั่นเองค่ะ และที่ปลายสะพานก็จะเป็นตัวหอคอยสูงตระหง่านที่ใช้เป็นจุดชมวิถีชีวิตสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าบรรดาพะยูนทั้งหลาย ที่จะคอยแวะเวียนมากินหญ้าทะเลบริเวณรอบ ๆ โอกาสที่จะได้เห็นพะยูนนั่นก็ขึ้นอยู่กับดวงด้วยนะคะทุกคน ถ้าใครได้พบเจอพะยูนก็เปรียบได้กับการถูกรางวัลที่หนึ่งเลยค่ะ แต่ถ้าใครขึ้นไปแล้วไม่เจอก็ไม่เป็นไร เพราะถือซะว่าขึ้นไปกินลมชมวิว ดูความสวยงามของทะเลตรังและเกาะลิบงแทนก็แล้วกันนะคะ


3. เขาบาตูปูเต๊ะ

เขาบาตูปูเต๊ะ
เขาบาตูปูเต๊ะ
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ก่อนหน้านี้เราได้ไปชมพะยูนกันที่หอชมวิวกันแล้วใช่ไหมละคะ สำหรับใครที่ยังไม่เจอพะยูนก็ไม่เป็นไรนะ เพราะเรายังมีอีกหนึ่งจุดชมพะยูนที่รับรองว่ามุมนี้ต้องเห็นแน่ ๆ นอกจากจะเป็นจุดชมพะยูนแล้วนั้นก็ยังเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยงามมาก ๆ สวยสุดในเกาะแล้วก็ว่าได้ค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน…ของดีแบบนี้ทุกคนก็คงพอเดาได้ใช่ไหมล่ะว่าทางขึ้นมันจะเป็นยังไง? ถูกต้องค่ะต้องปีนป่าย ลอดผ่านถ้ำขึ้นไปแค่ได้ยิน ตาก็เริ่มลายแล้วนะคะเนี่ย

ใครที่อยากจะเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาก็อย่าลืมเตรียมพวกยาดมไปไว้เผื่อ ๆ ด้วยนะคะและที่สำคัญพวกเสื้อผ้า, กางเกง และรองเท้าควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานนะคะ พอถึงยอดด้านบนวินาทีนี้คือเหงื่อที่ไหลตามหลังก็แห้งหายไปเพราะลมเย็น ๆ พัดมาเบา ๆ ผมปลิวสยายหน่อย ๆ ความรู้สึกตอนนี้คือแบบฉันสวย ฉันเก่ง ฉันทำได้! ภูมิใจตัวเองสุด ๆ มันคุ้มมาก ๆ เลยนะคะกับการเแลกมาด้วยเหงื่อและความพยายาม เมื่อเราขึ้นมาเจอวิวที่สวยงามมองเห็นหมู่บ้านและทะเลตรังสีครามผืนใหญ่ พอเหลือบไปเห็นอะไรดำ ๆ เป็นหย่อม ๆ ใต้พื้นน้ำก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะนั่นคือหญ้าทะเลที่เป็นอาหารจานโอชะของเหล่าพะยูนนั่นเองจ้า


4. สะพานหิน

สะพานหิน
สะพานหิน
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ม.5 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

สะพานหินเป็นอีกหนึ่งผลงานประติมากรรมชิ้นเอกที่สร้างสรรค์ด้วยธรรมชาติ เผยโฉมให้เห็นหินขนาดใหญ่เป็นแนวยาวที่ยกตัวมาจากใต้โลกยื่นออกไปในทะเล หลังจากถูกน้ำกัดเซาะเป็นเวลานานจนเกิดเป็นส่วนเว้าแหว่งเกิดเป็นโพรงตรงกลาง มีลักษณะเหมือนเป็นสะพานที่ทำมาจากหิน ชาวบ้านจึงเรียกที่แห่งนี้ว่าสะพานหินนั่นเองค่ะ

โดยไฮไลท์ของสถานที่เที่ยวแห่งใหม่บนเกาะลิบงนี้ก็คือการชมความงามของพระอาทิตย์ตกลอดผ่านช่องตรงกลางของสะพานพอดีเป๊ะ เป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์และเป็นความสวยงามของธรรมชาติที่หาชมได้แค่ที่เกาะลิบงที่เดียวเท่านั้น ในหนึ่งปีจะสามารถชมความมหัศจรรย์แบบนี้ได้แค่เฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมแค่นั้นเองค่ะ แต่ถ้าใครไปนอกช่วงเวลานี้ก็ไม่เป็นไรถึงแม้จะไม่ได้ชมภาพดวงอาทิตย์ตกผ่านช่องเว้ากลางสะพาน แต่เราก็ยังสามารถชมความงามของสะพานอย่างเดียวได้ค่ะ แต่ต้องเลือกช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำที่สุดก็พอ ใครไปถึงเกาะลิบงทั้งที่ไม่ไปถ่ายรูปกับสะพานหินหน่อยชาวบ้านเค้าว่ากันว่าเหมือนยังมาไม่ถึงเกาะลิบงนะคะ


5. หาดทุ่งหญ้าคา

เกาะลิบง หาดทุ่งหญ้าคา
เกาะลิบง หาดทุ่งหญ้าคา
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง หาดทุ่งหญ้าคา ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

หาดทุ่งหญ้าคาเป็นอีกหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปเยี่ยมชมความงามของผืนหาดทรายยาว เนื้อละเอียด บรรยากาศเงียบสงบ น้ำใสเล่นน้ำได้ค่ะแถมยังเป็นที่ที่ชาวบ้านนิยมมาหาหอยนางรมกันด้วย ดูสิคะว่าเกาะลิบงแห่งนี้นั้นอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน หาดทุ่งหญ้าคาในช่วงพระอาทิตย์กำลังลับฟ้าบอกเลยว่ามันเป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ

การที่ได้มานั่งชมพระอาทิตย์ตก ณ ที่แห่งนี้นับเป็นการปิดฉากของวันที่แม้แต่คำว่าสวยงามคงจะใช้บรรยายภาพตรงหน้าไม่ได้แน่นอน เพราะมันสวยเกินกว่าจะบรรยายได้จริง ๆ ค่ะ บรรยากาศที่เงียบสงบไม่มีเสียงเครื่องยนต์จากพวกพาหนะทางน้ำ ไม่มีแม้แต่ภาพบานน่าโบ๊ทหรือพาราชูตเข้ามาบดบัง ก็ยิ่งทำให้เราเต็มอิ่มกับบรรยากาศตรงหน้าได้มากยิ่งขึ้น


6. น้ำตกโต๊ะแซะ

น้ำตกโต๊ะแซะ
รูปภาพจาก dmcr.go.th
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ม. 5 บ้านหลังเขา ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

น้ำตกกลางเกาะแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยก็ต้องยกให้น้ำตกในเกาะลิบงแห่งนี้เลยกับน้ำตกโต๊ะแซะ น้ำตกโต๊ะแซะกลายมาเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่บรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วมุมโลกต่างก็ต้องแวะมาชมความแปลกของน้ำตกแห่งนี้ถึงแม้อาจจะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากก็ตาม สายน้ำที่มีจุดกำเนิดมาจากเขาลูกลมหนึ่งในภูเขาที่มีความสำคัญต่อชาวบนเกาะแห่งนี้เพราะเป็นแหล่งผลิตน้ำจืดให้กับชาวบ้านได้มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี และเขาแห่งนี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเอาไว้เต็มเปี่ยม น้ำที่ไหลลงมาก็จะตกมารวมกันในแอ่งด้านล่างที่มีความลึกประมาณ 1 เมตร ก่อนที่บางส่วนก็จะเอ่อล้นและไหลลงสู่ทะเลอันดามัน น้ำที่น้ำตกโต๊ะแซะแห่งนี้ล้วนเป็นน้ำจืดทั้งหมดสามารถดื่มหรืออาบได้เลยค่ะ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวบนเกาะลิบงที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ


7. บ่อน้ำจืดธรรมชาติ

พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ใกล้กับสะพานหลีกภัย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ก่อนหน้านี้เราได้ไปชมน้ำตกที่เป็นน้ำจืดกลางเกาะกันมาแล้วคราวนี้เรามาเยี่ยมชมบ่อน้ำจืดธรรมชาติกลางทะเลกันบ้าง โดยบ่อน้ำจืดที่ว่านี้ก็จะอยู่ใกล้ ๆ กันกับสะพานหลีกภัยห่างออกมาไม่ไกลเบยค่ะ โดยเราจะต้องรอช่วงน้ำลดนะคะแล้วค่อยเดินลงมาพิสูจน์กัน โดยบ่อน้ำจืดก็จะมีธงปักเอาไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ดังนั้นเนี่ยบ่อเล็ก ๆ บ่ออื่นไม่ใช่นะคะอย่าไปชิมมั่วละเดี๋ยวท้องเสียไม่รู้ด้วยน่าา โดยแรกเริ่มนั่นบ่อแห่งนี้จะเป็นเพียงแอ่งน้ำเล็ก ๆ ชาวบ้านได้สังเกตเห็นว่านกชอบบินมากินน้ำในแอ่งนี้อยู่บ่อยครั้ง จนสุดท้ายก็มาทราบว่าน้ำในแอ่งแห่งนี้เป็นน้ำจืดที่ผุดมาจากใต้ดิน หลังจากนั้นเป็นต้นมาบ่อน้ำแห่งนี้จึงกลายมาเป็นแหล่งน้ำดื่มของชาวบ้านตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ก่อนจะมีการขุดเจาะบาดาลและซื้อน้ำถังเข้ามา บ่อน้ำจืดธรรมชาติจึงเปลี่ยนจากการเป็นบ่อน้ำกินน้ำใช้มาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแทนในภายหลังและยางมาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ


8. แหลมจูโหย

แหลมจูโหย
รูปภาพจาก trangpao.go.th
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

แหลมจูโหยถือเป็นจุดชมนกที่มีชื่อเสียงอีกจุดหนึ่ง อย่างที่ทราบกันดีว่าเกาะลิบงเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของบรรดาสัตว์นานาชนิด นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารของพะยูนแล้วก็ยังเป็นแหล่งอาหารของนกไซบีเรียที่อพยพหนีหนาวมาจากประเทศไซบีเรีย (4) นักเดินทางแห่งท้องนภานับหมื่นเหล่านี้เองที่ทำให้แหลมจูโหยเป็นที่รู้จักในนามของการเป็นแหล่งดูนกที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเมื่อไม่นานมานี้เองได้มีการเผยภาพมุมสูงที่ถ่ายโดยโดรน เป็นภาพฝูงพะยูนราว 30 ตัว ออกมากินหญ้าทะเลกันอย่างเมามันที่บริเวณแหลมจูโหยแห่งนี้ นี่จึงสะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อม ณ ที่แห่งนี้ยังคงความสมบูรณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดีด้วยความร่วมมือกันของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่นั่นเองค่ะ สำหรับวิดีโอก็สามารถหาชมได้ในยูทูปเลยอยากบอกว่าเห็นแล้วก็มีความสุขมาก ๆ ที่เห็นท้องทะเลไทยของเรามีอะไร ๆ น่ารักแบบนี้ด้วย


9. อ่าวโต๊ะเก

พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

อ่าวโต๊ะเกตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลิบง โดยตัวอ่าวจะเป็นหาดทรายสีขาวสะอาด บรรยากาศเงียบสงบให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว น้ำทะเลก็ใสน่าเล่นสุด ๆ อาจจะเป็นเพราะอ่าวแห่งนี้อาจจะไม่ค่อยมีคนได้มาเที่ยวมากนักทำให้ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ ยังคงความสมบูรณ์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด สำหรับใครที่เป็นสายเขียวที่รักและชอบการใช้ชีวิตที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติก็ต้องรีบมาเลยค่ะ และที่นี่คงเป็นที่อีกที่ที่อยากจะแนะนำให้สำหรับใครก็ตามที่รู้สึกว่าอยากพักผ่อนหลังจากที่ฝ่าพายุอุปสรรคมานาน ขอแนะนำอ่าวโต๊ะเกเลยค่ะคงจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นนะคะ


10. ตลาดชุมชนบ้านบาตูปูเต๊ะ

ชุมชนบ้านบาตูปูเต๊ะ เกาะลิบง
ชุมชนบ้านบาตูปูเต๊ะ เกาะลิบง
พิกัด กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง บ้านบาตูปูเต๊ะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เวลาทำการ ตามแต่สะดวก
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ตลาดชุมชนบ้านบาตูปูเต๊ะตั้งอยู่ในย่านชุมชนบ้านบาตูปูเต๊ะ โดยส่วนใหญ่แล้วชาวบ้านบนเกาะลิบงจะนับถือศาสนาอิสลามดังนั้นอาหารที่จำหน่ายบนเกาะทั้งหมดจึงเป็นอาหารฮาลาล ตลาดชุมชนแห่งนี้จะพาเราไปสัมผัสถึงรสชาติอาหารพื้นบ้านที่แท้จริง คือชาวบ้านกินรสอย่างไรเราก็ได้รสชาติแบบนั้นเลยค่ะ แถมของกินทั้งอาหารและขนมก็ราคาเป็นมิตรมาก ๆ สิ่งที่สำคัญกว่าเงินก็คงเป็นความสุขและความทรงจำดี ๆ ที่ชาวบ้านตั้งใจจะส่งมอบกลับไปให้กับนักเที่ยวที่มาเยือนทุกคนมากกว่าที่ค้าเพื่อหวังกำไร

นอกเหนือจากจะได้ลิ้มรสชาติอาหารใต้ต้นฉบับแล้วนั่นเราก็ยังสามารถได้เยี่ยมชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านบนเกาะลิบงที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความสุขในชีวิต


จะเห็นได้ว่าเกาะลิบงนั้นยังคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายของวิถีการดำเนินชีวิตและความสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะชาวบ้านบนเกาะนั้นคอยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าพะยูนสัตว์สงวนที่ตอนนี้มีจำนวนน้อยมาก ๆ ชาวบ้านในเกาะลิบงต่างก็ช่วยกันปลูกหญ้าทะเล คอยสอดส่องดูแลและคอยร่วมมือกันเพื่อรักษาจำนวนประชากรพะยูนของไทยที่ตอนนี้อยู่ในสภาวะวิกฤตเอาไว้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชาวบ้านตั้งใจทำด้วยหัวใจอันนี้เองที่เป็นมนเสน่ห์ทำให้เกาะลิบงนั้นเป็นอีกหนึ่งที่ที่ควรค่าแก่การลงทุนในการเดินทางไปเที่ยวสักครั้งในชีวิตนะคะ

References

  1. แหล่งหญ้าทะเล
  2. สถานภาพของพะยูนในประเทศไทย
  3. ASEAN Heritage Parks อุทยานมรดกแห่งอาเซียน
  4. ฝูงนกนับแสนหนีหนาวจากคาบสมุทรไซบีเรียอยู่บนเกาะลิบง
Sunflower ShineNight

Sunflower ShineNight

Hi everyone! Just call me ‘Lalita’. I graduated from RUTS in the Faculty of Liberal Arts. Wish you enjoy my writing as much as I do. Be bright & shine like a sunflower!

Next Post