[รีวิว] ซีรีส์จีนสื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice)

สวัสดีคอซีรีส์ทุกคนค่ะบอกเลยว่าช่วงนี้ผู้เขียนรีวิวซีรีส์แบบฉ่ำมาก ๆ เพราะเมื่อถึงสิ้นปีทางช่องสตรีมมิ่งส่วนใหญ่จะปล่อยซีรีส์ใหม่ ๆ ออกมา ในบทความที่แล้วเราได้รีวิวซีรีส์จีนอย่าง “ข้ามภูผาหาญท้าลิขิตรัก (A Journey to Love)” ไป วันนี้ก็เป็นซีรีส์จีนอีกเช่นเคยค่ะ บอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้หวานมากดูแล้วสบายใจเขินบิดตัวเป็นเกลียวอย่างแน่นอนโดยซีรีส์ที่เราพูดถึงคือ “สื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice)” ค่ะ ซีรีส์ผ่านการนำแสดงโดย “ถานเจี้ยนซื่อและโจวเหย่” นะคะจะมีทั้งหมด 33 ตอน ออกอากาศผ่าน iQIYI และ WeTV

ซีรีส์ผ่านการดัดแปลงมาจากนิยายชื่อ “Really, Really Miss You (很想很想你)” ผลงานของ “โม่เป่าเฟยเป่า (墨宝非宝)” ค่ะและโม่เป่าเฟยเป่าก็ลงทุนเขียนบทเองด้วย คนที่เคยอ่านนิยายจีนจะต้องรู้จักโม่เป่าเฟยเป่าอย่างแน่นอนค่ะเพราะนิยายเขาดังหลายเรื่องมาก ๆ แต่น่าเสียดายที่ผู้เขียนยังไม่ได้เห็นสำนักพิมพ์ในไทยนำมาแปลค่ะแต่มีฉบับที่แฟนคลับแปลอยู่ ถ้าใครอยากอ่านไปหาอ่านกันเองเด้อจ้าแต่ถ้าหาไม่เจอก็ไม่เป็นไรค่ะเร็ว ๆ นี้น่าจะมีสำนักพิมพ์ซื้อไปแปลค่ะ ต่อไปเราไปดูกันดีกว่าว่าซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรเด่นน่าดูกันบ้าง

แผนผังตัวละครสื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice)

เรื่องย่อสื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice)

สื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) บอกเล่าเรื่องราวของกู้เซิง (โจวเหย่) เธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่หลงใหลและรักในเสียงของดนตรีมาก เพื่อพัฒนาตัวเองกู้เซิงจึงได้ใช้ชื่อในโลกออนไลน์ว่า​ “เซิงเซิงม่าน” และมักจะปล่อยเพลงที่เธอร้องเป็นประจำ นอกจากนี้เธอยังทำสตูดิโอดนตรีเล็ก ๆ กับเพื่อนที่มีชื่อว่า “ทุกเช้าค่ำ” ด้วย นอกจากการแต่งเพลงและการร้องเพลงแล้วความฝันสูงสุดของกู้เซิงอีกอย่างหนึ่งคือเธอต้องการจะร่วมงานกับนักพากย์ชื่อดังอย่าง “เชียงชิงฉือ” เพราะเธอชอบและเป็นแฟนคลับมานานถึงแม้ไม่รู้ว่าหน้าตาเขาเป็นยังไงแต่เธอก็ชอบเสียงของเขาอยู่ วันหนึ่งขณะที่กู้เซิงกำลังนั่งรถกลับบ้านเธอได้เปิดช่องเสียงออนไลน์คุยกับเกิงเสี่ยวซิ่ง (หยางซีจื่อ) เพื่อนรักและรูมเมตของเธอโดยหัวข้อที่คุยกันเป็นเรื่องของอาหาร แต่จู่ ๆ เสียงของเกิงเสี่ยวซิ่งก็หายไปแต่กลับมีเสียงของ “เชียงชิงฉือ” เข้ามาแทน กู้เซิงตกใจมากที่เชียงชิงฉือเข้ามาในห้องเสียงส่วนตัวของเธอแต่เมื่อเขาพูดจบจู่ ๆ เสียงของเชียงชิงฉือก็หายไป กู้เซิงคิดว่าเธอฝันอยู่แต่เมื่อได้เห็นชื่อในช่องก็เห็นว่าเชียงชิงฉือเข้ามาจริง ๆ

ในฟากของเชียงชิงฉือชื่อจริงของเขาคือม่อชิงเฉิง (ถานเจี้ยนซื่อ) อาชีพเสริมของเขาคือนักพากย์ส่วนอาชีพจริง ๆ ของเขาคือศัลยแพทย์ด้านหัวใจ แน่นอนว่าการทำงานเป็นหมอเป็นงานที่หนักมากแต่ด้วยความรักในการพากย์และรักเสียงดนตรี เมื่อ 10 ปีก่อนม่อชิงเฉิงและกลุ่มเพื่อนเลยจัดตั้งสตูดิโอพากย์เสียงขึ้นมาโดยมีชื่อว่า “หว่านเหม่ยเพ่ยอินหรือเพอร์เฟกต์วอยซ์” เมื่อก่อนสตูดิโอนี้เป็นสตูดิโอเล็ก ๆ แต่ด้วยความสามารถของคนในทีมทำให้บริษัทนี้โด่งดังมาก ๆ และมีแฟนคลับในโลกโซเชียลมากมาย ตัวม่อชิงเฉิงก็เป็นหนึ่งในสามของนักพากย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อันที่จริงแล้วม่อชิงเฉิงสนใจในเสียงของ “เซิงเซิงม่าน” มานานแล้วเหมือนกันทั้ง ๆ ที่เธอไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร

วันหนึ่งเกิงเสี่ยวซิ่งมาขอให้กู้เซิงช่วยเธอวางแผนทำเพลงในแอปและบอกกับเธอว่าทางแอปของเธออยากทำงานร่วมกับ “เพอร์เฟกต์วอยซ์” ในตอนแรกเกิงเสี่ยวซิ่งกลัวว่าทางเพอร์เฟกต์วอยซ์จะไม่ตอบรับแต่สุดท้ายพวกเขาก็ตอบรับกลับมาว่าจะร่วมงานกับเธอ ในวันที่ประชุมผ่านช่องเสียงจู่ ๆ ม่อชิงเชิงก็ได้เรียกชื่อ “เซิงเซิงม่าน” ขึ้นมาทำให้ผู้ฟังในนั้นตกใจกันหมดและคิดว่าพวกเขาต้องรู้จักกันมาก่อนแน่ ๆ แต่กู้เซิงที่ใช้นามแฝงว่าเซิงเซิงม่านก็ออกมาปฏิเสธว่าเธอไม่เคยรู้จักเชียงชิงฉือมาก่อน แต่หลังจากนั้นเชียงชิงฉือก็มาติดต่อเธอผ่านช่องแชตส่วนตัวแล้วก็ได้แลก WeChat เพื่อคุยกัน กู้เซิงไม่คิดมาก่อนว่าเธอจะได้คุยกับคนที่เธอชอบ หลังจากนั้นเรื่องราวความโรแมนติกของ “กู้เซิงและม่อชิงเฉิง” ก็เริ่มต้นขึ้น

หมายเหตุ : ในซีรีส์จะมีทั้งชื่อในวงการและมีชื่อจริงของตัวละครปนเปกันค่ะ ตอนแรก ๆ อาจจะงงนิดหน่อยแต่หลังจากที่เข้าใจเรื่องก็จะไม่งงแล้วค่ะ

ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์ สื่อรักผ่านเสียง : Love Me Love My Voice

แนวซีรีส์ โรแมนติก – อาหาร – เพลง
ดัดแปลงมาจาก นิยายเรื่อง Really, Really Miss You (很想很想你) ผลงานของ โม่เป่าเฟยเป่า (墨宝非宝)
เขียนบท โม่เป่าเฟยเป่า
กำกับการแสดงโดย ชาเหว่ยฉี
ช่องทางออกอากาศ iQIYI และ WeTV
จำนวนตอน 33 ตอน ตอนละ 45 นาที
นักแสดงนำ ถานเจี้ยนซื่อ (ม่อชิงเฉิง/เชียงชิงฉือ)
โจวเหย่ (กู้เซิง/เซิงเซิงม่าน)
โหวเหวินหยวน (โจวเจิ้ง/เจวี๋ยเหม่ยชาอี้)
หยางซีจื่อ (เกิงเสี่ยวซิ่ง)
นักแสดงสมทบ เฉาเอินฉี (เฟิ่งหยาซ่ง)
เฉินฮ่าวหลาน (โต่วโต้ว)
เซี่ยหนิงจวิน (เฝ่ยเฉา)
หลิวเจ๋อฮุย (หวังเข่อ)
ข่งชิ่งซิน (เม่าเกอ)
หวงจิ้งเสียง (มู่มู่)
ฟู่ฮั่นหยวน (มู่ไป๋)
เสียนจื่อ (โม่เชียวเชียว/หลิงหลงที่โท่ว)
หวังเอ่อร์ฉุน (ชีเหยา)
จางเฉียวเออร์ (ประธาน)
เซี่ยเจิน (ไกวไกว)
เฉินเจ๋อ (เซี่ยเซียว)
หวังอี้ (ตงอี้หรู)

จุดเด่นของซีรีส์สื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) มีอะไรบ้าง ทำไมต้องดูซีรีส์เรื่องนี้ ?

คำเตือน : มีสปอยล์

1. เป็นซีรีส์ที่นำเสนอโดย “ถานเจี้ยนซื่อ” และ “โจวเยว่”

ถานเจี้ยนซื่อ รับบทเป็น ม่อชิงเฉิง/เชียงชิงฉือ

ม่อชิงเฉิงเป็นศัลยแพทย์มากความสามารถที่หลงใหลในการทำอาหารและการพากย์เสียงเขาเลยจัดตั้งทีมพากย์เสียงกับเพื่อนขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “เพอร์เฟกต์วอยซ์” ขึ้นมาโดยชื่อในวงการพากย์เสียงของเขาคือ “เชียงชิงฉือ” ในโลกออนไลน์เชียงชิงฉือเป็นคนที่มีแฟนคลับมากมายแต่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาของเขาเพราะเขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเหมือนสมาชิกในทีมอื่น ๆ ม่อชิงเฉิงชอบเสียงของ “เซิงเซิงม่าน” มานานและหลังจากที่เขารู้ว่าเธอเป็นแฟนคลับของเขา เขาเลยหาโอกาสใกล้ชิดเธอจนเกิดเป็นความรักในที่สุด

บทบาทของม่อชิงเฉิงและเชียงชิงฉือผ่านการแสดงโดย “ถานเจี้ยนซื่อ” หรือพ่อเก้าหัวของเราจากเรื่องห้วงคำนึง ดวงใจนิรันดร์นั่นเองค่ะระหว่างรอภาค 2 เราก็มาดูผลงานซีรีส์เรื่องนี้ของเขาเสียก่อนค่ะ บอกเลยว่าถานเจี้ยนซื่อหล่อมากที่สำคัญคือเขาพากย์เสียงเองทั้งหมดเลยและร้องเพลงประกอบซีรีส์เองด้วย ใครที่ชอบเสียงของถานเจี้ยนซื่อต้องดูเลยค่ะเพราะเพลงในเรื่องที่เขาร้องมีเยอะมาก ๆ และเสียงพากย์ของเขาก็น่าฟังมากด้วย ผู้เขียนหลงใหลจนถอนตัวออกจากการเป็นแฟนคลับไม่ได้จริง ๆ ค่ะแค่พูดก็เขินแล้ว

โจวเหย่ รับบทเป็น กู้เซิง/เซิงเซิงม่าน

กู้เซิงเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 4 ที่มีความสามารถในการร้องเพลงและแต่งเพลงสไตล์จีนโบราณเพื่อเผยแพร่เพลงของตัวเองในโลกโซเชียลกู้เซิงเลยใช้ชื่อว่า “เซิงเซิงม่าน” และเธอก็เป็นแฟนคลับตัวยงของนักพากย์อย่าง “เชียงชิงฉือ” โดยที่เธอก็ไม่เคยรู้ว่าเขาก็ชอบในเสียงของเธอเช่นเดียวกัน แต่เมื่อทั้งคู่ได้รู้จักกันจริง ๆ ก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นคนรักกัน

บทบาทของกู้เซิงและเซิงเซิงม่านผ่านการแสดงโดย “โจวเหย่” ค่ะ บอกเลยว่าปีนี้เป็นปีทองของน้องโจวเหย่จริง ๆ เพราะซีรีส์ของเธอลงจอเยอะมากแต่น่าเสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้รีวิวซีรีส์ของน้องเลยเพราะช่วงนั้นไปซบอกซีรีส์เกาหลีอยู่ค่ะ บอกเลยว่าในซีรีส์เรื่องนี้น้องโจวเหย่น่ารักมาก ๆ และฝีมือการแสดงก็ไม่แพ้พระเอกรุ่นพี่อย่างถานเจี้ยนซื่อเลย

โหวเหวินหยวน รับบทเป็น โจวเจิ้ง/เจวี๋ยเหม่ยชาอี้

โจวเจิ้งเป็นเพื่อนสนิทของม่อชิงเฉิงและเป็นหนึ่งใน 3 ไพ่หลักของ “เพอร์เฟกต์วอยซ์” เขาใช้ชื่อในวงการนักพากย์ว่า “เจวี๋ยเหม่ย” หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า “เจวี๋ยเหม่ยชาอี้” ที่แปลว่า “โฉมงาม” อาชีพนักพากย์เป็นอาชีพเสริมของเขา ส่วนอาชีพจริง ๆ เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โจวเจิ้งไม่ได้เป็นคนที่ลึกลับเหมือนกับม่อชิงเฉิงเพราะเขาเปิดเผยหน้าตาให้คนอื่นรู้ว่าเขาคือเจวี๋ยเหม่ยและระหว่างทำงานเป็นนักพากย์เขาก็ได้ตามจีบ “เกิงเสี่ยวซิง” อยู่ด้วย

บทบาทของโจวเจิ้งหรือเจวี๋ยเหม่ยผ่านการแสดงโดย “โหวเหวินหยวน” นะคะบอกเลยว่าบทบาทในเรื่องของเขาน่ารักมาก ๆ เพราะเขาเหมือนเฒ่าหนุ่มตามจีบเด็กเลย ใครที่ชอบผลงานของโหวเหวินหยวนสามารถดูซีรีส์เรื่องนี้ได้

หยางซีจื่อ รับบทเป็น เกิงเสี่ยวซิ่ง

เกิงเสี่ยวซิ่งเป็นเพื่อนสนิทและเป็นรูมเมตของกู้เซิง เธอเป็นคนน่ารักและจิตใจดีคิดเผื่อเพื่อนเสมอ เกิงเสี่ยวซิ่งร่วมทำแอปกับเพื่อนและได้ชวนกู้เซิงเข้ามาทำด้วย โดยเธออยากเข้าร่วมการทำโปรเจกต์กับทีมพากย์ “เพอร์เฟกต์วอยซ์” มาก ๆ จนสุดท้ายความฝันของเธอก็เป็นจริง แน่นอนว่าเกิงเสี่ยวซิ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรหลักที่ทำให้ม่อชิงเฉิงได้เจอกับกู้เซิง

บทบาทของเกิงเสี่ยวซิ่งผ่านการแสดงโดย “หยางซีจื่อ” นะคะบอกเลยว่าน้องหยางซีจื่อแสดงเป็นนักแสดงสมทบมาหลายเรื่องมาก ๆ นะคะโดยผลงานที่เด่นเลยคือเรื่องอวลกลิ่นละอองรักค่ะ ผู้เขียนคุ้นเคยกับหยางซีจื่อในชุดโบราณค่ะไม่ค่อยคุ้นในซีรีส์ปัจจุบันเท่าไหร่เกือบจะจำไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ดูชื่อนักแสดงก็ไม่รู้เลยค่ะว่าน้องแสดง

2. นำเสนอเรื่องราวความรักอันแสนอบอุ่นของ “ม่อชิงเฉิง” และ “กู้เซิง”

สื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) เป็นซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวโรแมนติกจริง ๆ ค่ะผู้เขียนดูมาแล้วครึ่งเรื่องบอกเลยว่าหวานมากหวานจนมดขึ้น แต่เดิม “กู้เซิง” เกิดมาในครอบครัวใหญ่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวในครอบครัวทำให้เหล่าพี่ชายรวมไปถึงลูกพี่ลูกน้องรักและตามใจเธอมาก ๆ กู้เซิงชอบในดนตรีมาตั้งแต่ยังเด็กแต่ซึ่งแนวดนตรีที่เธอชอบคือดนตรีสมัยใหม่ผสมผสานกับดนตรีแนวโบราณ หลังจากที่กู้เซิงเรียนดนตรีแล้วเธอก็เริ่มแต่งเพลงขึ้นมาและใช้ชื่อในวงการว่า “เซิงเซิงม่าน” กู้เซิงเป็นแฟนคลับของ “เชียงชิงฉือ” มานานมากและรู้ว่าเขาเป็นคนดังแต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร

ส่วน “เชียงชิงฉือ” มีชื่อจริงว่า​ ”ม่อชิงเฉิง” เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวที่มีพ่อแม่และบรรพบุรุษเป็นหมอ แน่นอนว่าเขาเองก็เป็นหมอเหมือนกันโดยทำงานเป็น “ศัลยแพทย์ด้านหัวใจ” ด้วยความที่เขาไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับครอบครัวนักเพราะพ่อแม่ของเขางานค่อนข้างยุ่ง งานอดิเรกของม่อชิงเฉิงคือการทำอาหารและการพากย์เสียง เมื่อ 10 ปีก่อนเขาเลยเปิดสตูดิโอกับเพื่อน ๆ ที่มีปณิธานเดียวกันจนสตูดิโอของพวกเขาโด่งดังจนถึงปัจจุบัน ม่อชิงเฉิงไม่เคยมีความรักมาก่อนแต่เขาชอบเสียงของ “เซิงเซิงม่าน” มานานมากและไม่รู้เหมือนกันว่าเธอคือใคร

สรุปเลยว่าทั้งกู้เซิงและม่อชิงเฉิงต่างชอบพอกันมาก่อนโดยที่ยังไม่รู้ตัวตนและชื่อจริงของกันและกันค่ะ แต่ทุกคนคะพอเขาได้รู้ตัวตนกันมดคันก็เริ่มมาค่ะเพราะหวานเลี่ยนมากแต่ทางเรื่องยังไม่ได้เฉลยนะคะว่าม่อชิงเฉิงรู้จัก “เซิงเซิงม่าน” ได้ยังไง ตัวม่อชิงเฉิงเองพอได้รู้จักตัวตนของกู้เซิงจริง ๆ ก็ขายอ้อยไม่หยุด หลอกแลกวีแชตสาวเพื่อคุยกับเธอ ชวนเธอมาร้องเพลงด้วยกัน ไปส่งที่บ้านและอยู่ ๆ ก็ “ขอเธอเป็นแฟน” เฉยเลย ผู้เขียนไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะว่าม่อชิงเฉิงไม่เคยมีแฟนมาก่อนเพราะสกิลการจีบสาวคือเหนือชั้นมาก ๆ น้องน้อยกู้เซิงของเราก็ตามเขาไม่ทันจ้าโดนหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวเลย ผู้เขียนเชื่อว่าฉากหลัง ๆ น่าจะหวานมากกว่านี้เยอะเลย ใครที่อยากดูคนเขารักกันต้องดูซีรีส์เรื่องนี้เลยค่ะเพราะหวานจริงจังมาก

3. บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพ “นักพากย์เสียง” และ “ดนตรี”

นอกจากเลิฟไลน์แล้วในซีรีส์เรื่องสื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) ยังนำเสนอเรื่องราวของอาชีพด้วยค่ะ ผู้เขียนไม่แน่ใจนะคะว่าในไทยการทำงานจะเป็นเหมือนในจีนไหม แต่ในจีนมีนักแสดงน้อยคนมากที่เล่นซีรีส์เองและพากย์เสียงด้วยตัวเอง สาเหตุก็คือในจีนมีสำเนียงภาษาถิ่นหลายแบบค่ะไม่เหมือนในไทยถึงแม้ในไทยของเราจะมีภาษาถิ่นเหมือนกัน แต่เราก็มีภาษามาตรฐานคือ “ภาษากลาง” ที่จะใช้กันในละครและโฆษณา ส่วนนักแสดงจีนถึงแม้จะพูดภาษาจีนเหมือนกันแต่ก็จะมีสำเนียงกวางตุ้ง สำเนียงทางเหนือ ฯลฯ หากนักแสดงในซีรีส์พูดภาษาในสำเนียงต่างกันคนฟังก็จะฟังยาก

ดังนั้นจึงมีการจัดตั้ง “ทีมพากย์” ขึ้นมาเพื่อสร้างสำเนียงที่เป็นมาตรฐานให้เท่ากันหมดทั้งเรื่องค่ะ แน่นอนว่าในซีรีส์เรื่องนี้พระเอกของเรา “ม่อชิงเฉิง” ทำงานเสริมเป็นนักพากย์ บอกเลยว่าการเป็นนักพากย์ไม่ได้ง่ายนะคะเพราะเขาต้องทำความเข้าใจกับบทและสคริปต์ อีกทั้งยังต้องใช้อารมณ์ให้เหมือนกับนักแสดงในเรื่องด้วยเพื่อให้เสียงออกมาสมจริง ผู้เขียนชอบการนำเสนออาชีพนักพากย์ในเรื่องมากค่ะเพราะเขาทำออกมาได้ดีจริง ๆ และเป็นเบื้องหลังที่คนดูอย่างเราไม่เคยได้เห็นมาก่อนด้วย

นอกจากเรื่องราวของการพากย์เสียงแล้วเรื่องของ “เพลงและดนตรี” ก็เด่นมาก ๆ ค่ะ เพราะนางเอกของเรา “กู้เซิง” เป็นนักร้องและนักแต่งเพลง ส่วนบริษัทของม่อชิงเฉิงก็มีสายงานนักร้องประกอบด้วยเหมือนกันค่ะ เพลงประกอบซีรีส์ในเรื่องปังมากเพราะทุกเพลงเลยที่สำคัญคือเพลงที่ม่อชิงเฉิงร้องในซีรีส์ “ถานเจี้ยนซื่อ” ที่เป็นพระเอกของเรื่องก็ร้องเพลงเองด้วยค่ะเพราะเขาเป็นนักร้องนั่นเอง ผู้เขียนชอบทุกเพลงในซีรีส์เลยเพราะมันน่าฟังมากใครที่อยากฟังเพลงในซีรีส์สามารถค้นหาว่า “สื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) Playlist” ได้ค่ะ รับรองว่าถ้าได้ฟังแล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะมีทั้งแนวเพลงป๊อปน่ารักและมีเพลงจีนโบราณด้วย

4. ภายในซีรีส์นำเสนอ “การทำอาหารจีน” ขึ้นชื่อมากมาย

นอกจากเรื่องการพากย์และการร้องเพลงแล้ว “เรื่องอาหาร” ก็เด่นมากค่ะ ผู้เขียนขอเตือนก่อนนะคะว่าห้ามดูกลางคืนเด็ดขาดเพราะจะหิวและต้องลุกขึ้นไปต้มมาม่าอย่างแน่นอน เพราะในเรื่องนอกจากม่อชิงเชิงจะเป็นนักพากย์แล้วเขายังหลงใหลในการทำอาหารมาก ๆ ด้วยค่ะ ส่วนนางเอกของเรื่องอย่างกู้เซิงก็ชอบชิมอาหารอร่อย ๆ เป็นชีวิตจิตใจ ในตอนที่พระเอกกับนางเอกจีบกันจะมีการบอกเล่าขั้นตอนและเมนูในการทำอาหารค่ะ บอกเลยว่าภาพสวยมากและแต่ละเมนูก็เป็นอาหารจีนที่น่าทานมาก ๆ จริง ผู้เขียนท้องร้องตลอดที่ได้ดูฉากอาหารค่ะและเชื่อว่าคนที่ได้ดูซีรีส์แล้วจะต้องรู้สึกเหมือนผู้เขียนอย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าหลังจากที่พระนางเป็นแฟนกันแล้วฉากบรรยายอาหารจะน้อยลงแต่พระเอกของเราก็ลงทุนทำอาหารเองอยู่บ่อย ๆ ค่ะและนอกจากนี้ยังมีการนำเสนออาหารที่วางขายแถวสตรีทฟู้ดด้วยแค่ได้ดูก็น้ำลายไหลแล้วค่ะ จุดที่ผู้เขียนชอบมาก ๆ อีกหนึ่งอย่างคือทางซีรีส์ไปถ่ายทำที่ “กุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง” จริง ๆ ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของกุ้ยหลิน ประเพณีและอาหารของที่นั่นค่ะ ผู้เขียนได้ดูก็ว้าวมาก ๆ เพราะเขาถ่ายทอดภาพออกมาได้ดีจริง ๆ และทำให้คนดูอย่างเราอยากเดินตามรอยซีรีส์ไปเที่ยวสักครั้งค่ะ ใครที่ชอบซีรีส์ที่เน้นบรรยากาศและให้ความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวสามารถดูซีรีส์เรื่องนี้ได้เลยค่ะ

5. ซีรีส์ดัดแปลงมาจากนิยายของ “โม่เป่าเฟยเป่า” ตอบโจทย์คนที่อยากอ่านนิยายและดูซีรีส์จีนแบบเบาสมอง

ซีรีส์เรื่องสื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง “Really, Really Miss You (很想很想你)” ผลงานของ “โม่เป่าเฟยเป่า (墨宝非宝)” ค่ะ ก่อนที่ซีรีส์จะลงจอผู้เขียนก็ได้ไปหาข้อมูลของนิยายมาก่อนล่วงหน้าค่ะเพราะชอบอ่านนิยายจีนอยู่แล้ว แต่ก็พบว่านิยายเรื่องนี้ยังไม่มีการแปลไทยอย่างเป็นทางการแต่มีแฟนคลับนำมาแปลแล้วค่ะ จากที่ผู้เขียนได้บอกเอาไว้ข้างบนว่าคุณโม่เป่าเฟยเป่าเป็นนักเขียนนิยายที่หลายคนรู้จักกันดีค่ะเพราะได้เขียนนิยายไว้มากมายและนิยายในแต่ละเรื่องก็ถูกนำมาทำซีรีส์เกือบทั้งหมดโดยผลงานที่คนไทยรู้จักกันดีคือทุกชาติภพกระดูกงดงาม, นายเย็นชากับยัยปลาหมึกและนายขี้อายกับยัยแก้มแดงค่ะ ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านทั้งสามเรื่องแล้วค่ะสนุกมาก ๆ เลยและหวังว่านิยายเรื่อง Really, Really Miss You จะได้รับการตีพิมพ์ในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งซีรีส์เรื่องสื่อรักผ่านเสียงคุณโม่เป่าเฟยเป่าก็ได้นั่งแท่นเขียนบทซีรีส์เองด้วยค่ะปังมาก ๆ

ซีรีส์เรื่องนี้จะเหมาะกับคนที่เบื่อดูซีรีส์เครียด ๆ นะคะเพราะเบาสมองมากจริง ๆ ไม่ต้องคิดเยอะเลยเพราะน่าจะไม่มีดราม่าอะไรมากค่ะ จากที่ผู้เขียนดูมาครึ่งเรื่องแล้วก็พบว่าไม่ได้มีดราม่าอะไรเลยมีแต่ความฟินล้วน ๆ แต่ถ้าใครอยากดูซีรีส์การแพทย์ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เหมาะนะคะ เพราะถึงแม้พระเอกจะเป็นหมอและมีทีมพากย์เสียงหลายคนที่ทำงานเป็นหมอแต่ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับการแพทย์ค่ะจะเน้นไปที่การพากย์และดนตรีเป็นหลักเท่านั้น วันหยุดสิ้นปีนี้แนะนำให้ดูสื่อรักผ่านเสียง (Love Me Love My Voice) เลยค่ะ เมื่อดูแล้วทุกคนจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะเขาทำดีมากจริง ๆ

Next Post