[รีวิว] ซีรีส์เกาหลี วันถึงฆาต One Ordinary Day

ต้นปีแบบนี้หลาย ๆ คนคงกำลังตามเก็บซีรีส์เกาหลีปี 2021 อยู่ใช่มั้ยครับ? เพราะอีกไม่นานซีรีส์ในปี 2022 ก็กำลังเตรียมลงจ่อมาให้คุณได้รับชมกันอีกแล้ว สำหรับตัวผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบการดูซีรีส์เกาหลีมาก ๆ ยิ่งช่วงท้ายปีแบบนี้บอกเลยครับว่ามีแต่เรื่องที่น่าสนใจ เพราะทั้งนักแสดงรุ่นใหญ่ นักเขียนบทมือทอง หรือจะเป็นผู้กับกำที่มากไปด้วยประสบการณ์ ที่ถือว่าเป็นช่วงทิ้งทวนปลายปี ในการปล่อยของเด็ดของแต่ละช่องเลยก็ว่าได้ เช่น ซีรีส์ Now, We Are Breaking Up จากช่อง SBS, ซีรีส์ Jirisan จากช่อง tvN และอีกหนึ่งซีรีย์น่าติดตามมาก ๆ ในช่วงปลายปี 2021 ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ “ซีรีส์ One Ordinary Day (วันถึงฆาต)” จาก Viu

One Ordinary Day เป็นสุดยอดซีรีส์ที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงในตอนนี้ เพราะเนื้อหาของซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน อาชญากรรม และดราม่า ที่ได้หยิบยกประเด็นความยุติธรรมมาพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา และจากการที่ได้ปล่อยตอนแรกออกไปแล้ว ก็ค่อนข้างรับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี กลายเป็นประเด็นให้พูดถึงอย่างแพร่หลายเลยครับ เนื่องจากได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง “คิมซูฮยอน” และ “ชาซึงวอน” มารับบทนักแสดงนำ จึงถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คอซีรีส์เกาหลีห้ามพลาดโดยเด็ดขาด วันนี้ผมจึงอยากชวนทุกคนไปดูกันว่าซีรีส์ One Ordinary Day มีจุดเด่นและความน่าสนใจอะไรบ้าง? ตามไปดูกันได้เลยครับ!!




เรื่องย่อของซีรีส์ One Ordinary Day (วันถึงฆาต)

ซีรีส์ One Oedinary Day
ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต – One Ordinary Day

One Ordinary Day บอกเล่าเรื่องราวของคิมฮยอนซู (คิมซูฮยอน) นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาคนหนึ่งที่มุ่งกับการเรียนอย่างเต็มที่ วันหนึ่งคิมฮยอนซูได้แอบเอารถแท็กซี่ของพ่อเพื่อไปงานปาร์ตี้ แต่ระหว่างทางพบกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งชื่อว่า ฮงกุกฮวา (ฮวังเซอน) ที่ได้ขึ้นรถมาเพราะคิดว่าเขาเป็นขับรถแท็กซี่ ด้วยความไร้เดียงสาของคิมฮยอนซูจึงคิดว่าควรไปส่งฮงกุกฮวากลับบ้านอย่างปลอดภัยก่อน แล้วค่อนเดินทางไปงานปาร์ตี้ต่อ แต่ระหว่างทางฮงกุกฮวาได้เชิญชวนเขาให้เข้าไปในบ้าน และทั้งคู่ก็ได้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงเสพสารเสพติดด้วยกัน จนทำให้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

เมื่อคิมฮยอนซูตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าก็พบว่าหญิงสาวที่ตนร่วมหลับนอนเมื่อคืนได้กลายเป็นศพไปแล้ว ร่างกายของฮงกุกฮวาถูกแทงนับไม่ถ้วนบนเตียงนอนที่มีเลือดไหลไปทั่วห้อง คิมฮยอนซูตกใจจนขาดสติและหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเขากลับถูกจับกุมตัวและถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร เพราะเขาไม่สามารถจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ อีกทั้งหลักฐานต่าง ๆ ยังชี้ชัดว่าเขาเป็นคนลงมือทำ ชนิดที่เรียกว่าดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด ไม่ว่าเป็น มีดที่ใช้แทง, รอยเลือด หรือการที่เขาได้อยู่กับผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย

หลักฐานเหล่านี้ทำให้เขาได้เกี่ยวพันกับคดีอาชญากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ ก่อนที่เขาจะพบกับทนายความชินจุงฮัน (ชาซึงวอน) ที่อาสาจะช่วยเรื่องของคดีความให้กับเขา เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป? ผู้ต้องหาคิมฮยอนซูและทนายชินจุงฮันจะสามารถหลุดพ้นจากสถานะ “แพะรับบาป” ในคดีนี้ได้หรือไม่ ? และพวกเขาจะสามารถทวงคืนความถูกต้องและความบริสุทธิ์ได้สำเร็จไหม สามารถติดตามได้ใน One Ordinary Day ครับ

ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์ One Ordinary Day (วันถึงฆาต)

แนวซรีส์ ดราม่า กฎหมาย อาชญากรรม สืบสวนสอบสวน
สร้างโดย Chorokbeam Media, Gold Medalist และ Studio M
เขียนบท ควอนซุนกยู
กำกับโดย อีมยองอู
ช่องทางออกอากาศ VIU Premium
จำนวนตอน 8 ตอน ตอนละ 60-80 นาที
นักแสดงนำ คิมซูฮยอน (คิมฮยอนซู)
ชาซึงวอน (ชินจุงฮัน)
นักแสดงสมทบ คิมซองกยู (โดจีแท)
อีซอล (ซฮซูจิน)
ฮวังเซอน (ฮงกุกฮวา)
คิมชินรอก (อันแทฮี)
คิมซองกยู (โดจีแท)

เหตุผลที่ต้องดู One Ordinary Day (วันถึงฆาต)

1. รวมนักแสดงมากฝีมือ

คิมฮยอนซู ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต - One Oedinary Day รับบทโดย คิมซูฮยอน
คิมฮยอนซู ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต – One Ordinary Day รับบทโดย คิมซูฮยอน

คิมซูฮยอน

One Ordinary Day นำแสดงโดย 2 นักแสดงมากฝีมือ แม้ว่าคิมซูฮยอนจะเข้าสู่วงการบันเทิงเกาหลีมานานถึง 14 ปีแต่นี่เป็นการร่วมงานครั้งแรกกับชาซึงวอนครับ คิมซูฮยอนถือเป็นนักแสดงเกาหลีใต้คนหนึ่งที่มากไปด้วยฝีมือ ซึ่งการันตีด้วยรางวัลมากมาย อีกทั้งยังเป็นนักแสดงที่มีค่าตัวแพงที่สุดในเกาหลี และได้สร้างผลงานการแสดงที่มีคุณภาพไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น My Love From The Star, It Okay To Not Be Okay, Real, หรือ Secretly Greatly

ก่อนหน้านี้คิมฮยอนซูได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่รับเล่นซีรีส์เรื่องนี้ว่าเขารู้สึกท้าทายมาก เพราะเดิมทีเขาก็เป็นแฟนคลับซีรีส์ต้นฉบับ Criminal Justic มาก่อนอยู่แล้ว ตัวละครหลักในเรื่องเป็นบทที่มีเสน่ห์ มีมิติตัวละครที่หลากหลาย และมีพลังในตัวเอง มันเป็นโอกาสที่ดีหากเขาจะได้ถ่ายทอดบทตัวละครในเรื่องออกมาให้ทุกคนได้รับชม ทั้งการแสดงสีหน้าหรืออารมณ์ที่ปรับเปลี่ยนในเรื่อง

ชินจุงฮัน ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต - One Oedinary Day รับบทโดย ชาซึงวอน
ชินจุงฮัน ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต – One Ordinary Day รับบทโดย ชาซึงวอน

ชาซึงวอน

ชาซึงวอน หรือที่แฟนคลับชาวไทยเรียกติดปากกันว่า “ป๋าชา” นักแสดงมากความสามารถที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นนักแสดงที่ทุ่มเทกับการแสดงอย่างเต็มที่ ชาซึงวอนมีผลงานการแสดงหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Greatest Love หรือ A Korean Odyssey (Hwayugi)

โดยในซีรีส์เรื่องนี้เขารับบทเป็นทนายความชินจุงฮัน ทนายความที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขความบริสุทธิ์ให้คิมฮยอนซู ซึ่งในเรื่องนักแสดงชาซึงวอนจะไม่แต่งหน้าเลยตลอดการแสดง และจงใจเพิ่มน้ำหนักเพื่อให้มีหน้าท้องยื่นออกมาเล็กน้อย เพราะต้องการแสดงให้เห็นบุคลิกของตัวละครอย่างชัดเจน ถือว่านักแสดงที่มีความทุ่มเทและเข้าถึงตัวละครมาก ๆ ครับ ใครไม่ดูถือว่าพลาดมาก

2. เป็นซีรีส์สัญชาติอังกฤษ ที่มีการรีเมคมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ซีรีส์ One Ordinary Day เป็นซีรีส์เกาหลีที่รีเมคมาจากซีรีส์ของอังกฤษ ชื่อเรื่องว่า Criminal Justice ที่ถือเป็นซีรีส์ขึ้นหิ้งเลยก็ว่าได้ เพราะได้คว้ารางวัลมาอย่างล้นหลาม จนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอินดียได้นำไปรีเมคเช่นกัน สำหรับซีรีส์ One Ordinary Day ของเกาหลีนั้นเป็นซีรีส์ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดี ไม่ว่านักแสดงหรือบทของซีรีส์ที่ผสมผสานกันเป็นลงตัว ทำให้ซีรีส์มีความน่าสนใจและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่องครับ

Criminal Justice (2008) ซีรีส์ต้นฉบับจากอังกฤษ
Criminal Justice (2008) ซีรีส์ต้นฉบับจากอังกฤษ
  • Criminal Justice (2008) ซีรีส์ต้นฉบับจากอังกฤษ : นำแสดงโดย Ben Whishaw และยังได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Otto Bathurst และ Luke Watson จนทำให้ซีรีส์เรื่องนี้คว้ารางวัลไปมากมาย ทั้งรางวัล British Academy Television Awards 2 รางวัล ในสาขาละครภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนักเขียนยอดเยี่ยม หรือรางวัล Royal Television Society Awards 3 รางวัล และรางวัล International Emmy เนื่องจากเส้นเรื่องที่น่าติดตามและมีการตั้งคำถามกับสังคมในวงกว้าง ไม่ว่าจะเรื่องอาชญากรรม, ระบบเส้นสาย, ยาเสพติดรวมถึงความยุติธรรมครับ (1)
  • The Night of (2016) เวอร์ชั่นอเมริกา : ซีรีส์ที่อิงเอาซีรีส์คุณภาพดี Criminal Justice มารีเมกใหม่ กำกับโดย Zaillian และ James Marsh ถูกเสนอเข้าชิงรางวัล EMMY ถึง 13 รางวัลและได้รางวัลได้ทั้งหมด 5 รางวัลครับ (2)
  • Criminal Justice (2019) เวอร์ชั่นอินเดีย : มาทางฝั่งของเอเชียที่ได้นำซีรีส์เรื่องนี้มารีเมคเช่นกันครับ นำแสดงโดย Tripathi Massey ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนทำให้ต้องพากย์อีกภาษา ไม่ว่าจะเป็น ภาษาฮินดี, ภาษาทมิฬ, ภาษาเบงกาลี หรือภาษามาราธีครับ (3)

ตอนนี้ถึงคิวของเกาหลีที่นำเอามารีเมคใหม่ชื่อเรื่องว่า One Ordinary (2021) เรามาติดตามดูว่าเส้นเรื่องจะมีความเข้มข้นมากแค่ไหน? ทางเกาหลีจะตีความตัวละครมาในมิติใด? นักแสดงจะถ่ายทอดออกมาได้ดีแค่ไหน? จะมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไร? ต้องติดตามดูกันครับ

3. เสียดสีสังคม การสืบสวนของตำรวจและอัยการ

ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นซีรีส์ที่เสียดสีสังคมของตำรวจและอัยการได้อย่างเจ็บแสบทีเดียวครับ ในเรื่องจะเห็นได้ว่าตำรวจและอัยการเชื่อหลักฐานเพียงด้านเดียว ไม่รับฟังผู้ถูกกล่าวหา แนวทางการสืบสวนเป็นไปตามกระแสสังคม คิดแต่เพียงว่าต้องปิดคดีความให้รวดเร็วที่สุด โดยไม่ได้คิดถึงข้อเท็จจริงในมุมอื่น ทั้งยังเชื่อมั่นในทิฐิของตนเอง เพียงเพราะคิดว่าตัวเองประสบการณ์เยอะกว่า

ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต - One Oedinary Day
วันถึงฆาต – One Ordinary Day

อีกทั้งเมื่อไม่มีหลักฐานโดยตรงทางตำรวจและอัยการก็ยังพยายามกดดันให้ผู้ต้องหาสารภาพผิดให้ได้ โดยไม่สนใจว่าต้องทำวิธีด้วยใด ซึ่งในตอนท้ายของเรื่องจะเห็นได้ว่าทั้งตำรวจหรืออัยการต่างก็ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากประชาชนราวกับเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ทั้งการเลื่อนตำแหน่งของทางอัยการหรืองานเกษียณของตำรวจเจ้าของคดีที่จัดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ โดยไม่มีใครสนใจในสิ่งที่ตำรวจและอัยการได้ทำลงไปว่าได้ส่งกระทบต่อชีวิตที่หลือของผู้ต้องหาคิมฮยอนซูเช่นไร ผู้ต้องหาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรโดยที่เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารย์มากมายถึงระบบยุติธรรมของการสืบสวนสอบสวน และยังเสียดสีสื่อมวลชนที่เอาแต่เล่นประเด็นที่ร้อนแรงโดยไม่ได้สนใจถึงข้อเท็จจริง




4. พล็อตเรื่องน่าสนใจ ดำเนินเรื่องเร็วจบภายใน 8 ตอน

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์แนวอาชญากรรม ที่อิงมาจากซีรีส์สุดโด่งดังเรื่อง “Criminal Justice” ที่มีการรีเมคมาแล้วถึง 3 ครั้ง ถ้าไม่ดีจริง ๆ คงไม่เป็นซีรีส์ที่ถูกนำมารีเมคซ้ำถึงหลายรอบแน่นอนครับ พล็อตเรื่องมีความแข็งแรง ตรงประเด็น และชัดเจน เป็นซีรีส์ที่จะทำให้คุณลุ้นตามเรื่องอยู่เรื่อย ๆ และจะค่อย ๆ คลายปมทีละนิดให้คุณได้คิดตามว่าใครกันแน่ที่เป็นฆาตกรตัวจริง บวกทั้งฝีมือของนักแสดงก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีราวกับว่าเป็นเหตุการณ์จริง ๆ ทั้งสีหน้า แววตา สามารถเก็บครบทุกอารมณ์ การเติบโตของตัวละครตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายเลยครับ

ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต - One Oedinary Day
วันถึงฆาต – One Ordinary Day

ถึงแม้เรื่องราวจะเสียดสีสังคมหลากหลายมุม แต่เนื้อเรื่องดำเนินรวดเร็วไม่ยืดเยื้อ จบภายใน 8 ตอน ความยาวในแต่ละตอน 60-80 นาที แต่ละตอนเล่าเรื่องราวต่อเนื่องกันได้เป็นอย่างดี ภาพบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครได้ดีและยังมีเสียงประกอบที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการดู ทำให้คุณลุ้นตามไปในทุกตอนอย่างแน่นอนครับ อีกทั้งตอนนี้ยังสามารถรับชมทั้ง 8 ตอนต่อเนื่องกันได้แล้วทางช่องทาง VIU Premium ครับ

5. ตีแผ่ชีวิตในเรือนจำได้อย่างดี

สำหรับตัวแสดงนำที่เป็นเพียงนักศึกษาหนุ่มธรรมดาทั่วไป การที่จะพลิกจากการสวมชุดนักศึกษามาสวมชุดนักโทษหรือการที่เคยถูกเรียกด้วยชื่อจริงกลับกลายต้องถูกเรียกด้วยเลข 4 หลักบนอกเสื้อที่จะตราหน้าเขาไปจนวันตาย ทำให้ชีวิตที่เหลือกลายเป็นนรกบนดินสำหรับคิมฮยอนซูครับ

ซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดฉากในเรือนจำได้ออกมาดีมาก สถานที่ที่หลาย ๆ คนคิดว่าเป็นสถานที่ที่จะทำให้คนกลับตัวกลับใจเป็นคนดีและกลับเข้าสู่สังคมได้ แต่กลับกลายเป็นสถานที่ที่ด้านมืดที่ซ่อนเรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สารเสพติดที่สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก, การอยู่กับเป็นกลุ่มแก๊งอันธพาล, การรีดไถหรือข่มขู่ผู้ที่อ่อนแอกว่า หรือการของทุจริตผู้คุมเองที่คอยช่วยเหลือนักโทษอยู่ตลอด

ซีรีส์เรื่อง วันถึงฆาต - One Oedinary Day
วันถึงฆาต – One Ordinary Day

จนทำให้พระเอกของเรื่องคิมฮยอนซูจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้อยู่รอดในเรือนจำ และค่อย ๆ สูญเสียความเป็นตัวเองในที่สุด จากนักศึกษาที่มีความสดใส มีความประพฤติตัวดี กลับกลายเป็นหนุ่มเคร่งขรึม ไม่แสดงความรู้สึก และอีกหนึ่งอย่างที่เปิดโลกสำหรับผมในการดูซีรีส์เรื่องนี้คือ แม้กระทั่งอยู่ในเรือนจำมี ATM สำหรับนักโทษด้วยครับ

ถึงแม้ว่าซีรีส์จะสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายในวันหยุด แต่ซีรีส์หลาย ๆ เรื่องก็ได้นำเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเพื่อมาสะท้อนและทำให้คุณได้มองเห็นมุมมองอีกมุมมองหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ครับ อย่างเช่นซีรีส์เรื่องนี้ที่ได้หยิบยกประเด็นของการสืบสวนที่ไม่ได้สืบสวนอย่างละเอียด เชื่อในหลักฐานเพียงฝ่ายเดียวจนทำให้มีผลกระทบตามในไม่ว่าจะผู้ถูกกล่าวหาหรือครอบครัวของผู้ถูกกล่าว


References :

  1. Criminal Justice (British TV series)
  2. The Night Of
  3. Criminal Justice (Indian TV series)
Wachi

Wachi

สวัสดีครับผมชื่อ วัชรวิทย์ จบจากมหาวิทยาลัยทักษิณ วิชาเอกนิเทศศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ เวลาว่างส่วนใหญ่ของผมมักหมดไปกับการดูซีรีส์เรื่องต่าง ๆ ในเน็ตฟริก และสิ่งที่ผมถนัดมากที่สุดคือการเป็น VJ หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะสนุกไปกับบทความที่ผมเขียนครับ

Next Post