ทุกวันนี้มี รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาวางจำหน่ายมากมายเต็มท้องตลาด โดยมีตั้งแต่รุ่นราคาประหยัด ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณห้าแสนบาทไปจนถึงรุ่นที่มีราคาหลายล้านบาท ซึ่งก็จะมีอยู่หลายประเภทครับ อาทิเช่น อีโค่คาร์, กระบะแค็บ, กระบะดับเบิ้ลแค็บ, ครอสโอเวอร์, รถ SUV, รถ PPV, รถครอบครัว, รถ MPV หรือรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ส่งผลให้คุณสามารถมองหารถรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานได้ไม่ยากนัก ซึ่งแน่นอนครับว่ารถยนต์ถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สำหรับทุก ๆ ครอบครัว แต่สิ่งที่คนจำนวนมากใส่ใจกันเป็นอันดับแรก หลังจากที่ซื้อรถยนต์ไปแล้วคือ การดูแลด้านความสวยงาม โดยใช้ทั้งร่มรถยนต์, ม่านกันแดด, ผ้าคลุมรถ และต่อด้วยการล้างรถ ด้วยน้ำยาล้างรถอย่างดี ตามด้วยเคลือบสีให้เงางามด้วยแว็กซ์
ซึ่งการดูแลรถยนต์ในด้านความสวยความงามไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยครับ แต่เราอยากให้คุณโฟกัสมาที่ ความปลอดภัย เป็นอันดับแรก เพราะต่อให้คุณดูแลรถอย่างดีหรือแต่งรถมาสวยขนาดไหน แต่ถ้าระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ของรถคุณไม่ดี มันก็ย่อมที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ ครับ ดังนั้นถ้าจะบอกว่า ความปลอดภัยในการขับขี่ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรมาเป็นอันดับแรก ก็คงจะไม่ผิดนัก เนื่องจากการขับขี่บนท้องถนน คุณจะต้องมีสมาธิจดจ่อยู่กับเส้นทางตลอดเวลา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งเมื่อพูดถึงการมองแล้วอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องมีคุณภาพมาก ๆ ก็คือ “กระจกมองหลังรถยนต์“ ครับ

สำหรับ กระจกมองหลังรถยนต์ เปรียบเสมือนกับดวงตาด้านหลังครับ ช่วยให้เราสามารถมองเห็นวัตถุ และสภาพแวดล้อมด้านหลังได้ทั้งภายในและภายนอกรถ โดยไม่จำเป็นต้องหันหลังกลับไปมองเลย ซึ่งอาจจะมีบางคนบอกว่ามองแค่กระจกข้างก็เพียงพอแล้ว มันก็จริงครับ แต่กระจกมองข้าง มันจะมองเห็นได้แค่ฝั่งเดียวเท่านั้น ถ้าจะมองอีกฝั่งคุณจะต้องหันไปมองกระจกอีกข้างเท่านั้น ซึ่งมันจะเหมาะสำหรับตอนที่คุณจะเลี้ยวครับ แต่กระจกมองหลัง สามารถช่วยให้คุณมองเห็นด้านหลังในมุมมองกว้างขึ้นส่งผลให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
ซึ่งในปัจจุบันกระจกมองหลังก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมามาก ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยให้ใช้งานได้ดีขึ้น และมีความปลอดภัยมากขึ้น หากคุณกำลังมองหากระจกมองหลังไปใช้งานอยู่ในวันนี้เราก็ได้ทำการรวบรวม กระจกมองหลังรถยนต์ รุ่นยอดนิยม มารีวิวไว้แล้วครับ ซึ่งจะมีรุ่นอะไร ? ราคาเท่าไหร่บ้าง ? ตามไปดูกันเลย
กระจกมองหลังรถยนต์แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด
- กระจกมองหลังรถยนต์ที่ดีที่สุด :
- กระจกมองหลังรถยนต์ราคาถูก :
- กระจกมองหลังรถยนต์แบบมีกล้อง:
- กระจกมองหลังรถยนต์ตัดแสงอัตโนมัติ :
- กระจกมองหลังรถยนต์สีฟ้า ป้องกันการสะท้อนรังสี UV :
กระจกมองหลังรถยนต์ มีกี่ประเภท
|
|
1. กระจกมองหลังทั่วไปกระจกมองหลังทั่วไป เป็นกระจกมองหลังพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน เพราะสามารถปรับมุมมอง หรือองศาของกระจกได้ง่าย และติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อครับ แต่เราก็ต้องยอมรับอย่างนึงว่าใน *บางรุ่น* ภาพบนกระจกอาจมีผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย เพราะในมุม 90 และ 30 องศา จะเป็นมุมบอด |
|
|
2. กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ จะมีลักษะและการติดตั้งคล้ายกับกระจกมองหลังทั่วไปครับ แต่สิ่งที่จะต่างออกไปคือ ระบบการทำงานของมันครับ โดยทันทีที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือขับไปไหนก็แล้วแต่ แสงและสีต่าง ๆ ที่กระทบบนกระจกจะถูกปรับอัตโนมัติ เพื่อให้เรามองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันมันก็ยังช่วยถนอมสายตาของเราด้วย ช่วยป้องกันอาการตาล้า หรือปวด เมื่อขับรถในระยะไกล |
|
|
3. กระจกมองหลังแบบมีกล้องกระจกมองหลังแบบมีกล้อง เป็นหนึ่งในรูปแบบของกล้องติดรถยนต์ครับ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของมันก็คือ มาพร้อมกับกล้องหน้าและกล้องหลัง ที่จะช่วยให้การมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากภาพบนกระจก หรือหน้าจอจะเป็นภาพที่ส่งมาจากกล้องแบบเรียลไทม์ และหากคุณใส่ SD Card มันก็จะมีการบันทึกภาพด้วย อีกทั้งในบางรุ่นก็อาจช่วยคำนวณ หรือกะระยะการถอยจอดรถให้กับเราอีกด้วย ดังนั้นใครที่ต้องการความสะดวกสบาย มีฟังก์ชันครบ ให้ภาพที่ไม่ผิดเพี้ยน กระจกชนิดนี้ค่อนข้างตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียวครับ แต่แน่นอนว่า ราคาก็จะแพงกว่ากระจกชนิดอื่น ๆ ด้วย |
วิธีการเลือก กระจกมองหลังรถยนต์ ต้องดูอะไรบ้าง ?
1. ขนาด
โดยปกติแล้วกระจกมองหลังจะมารูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งมีขนาดประมาณ 8 – 12 นิ้ว (200 – 300 มิลลิเมตร) แต่อย่างไรก็ดีในบางรุ่นก็อาจเป็นรูปทรงวงรี หรือมีความโค้งมนอยู่ในตัว ซึ่งขนาดเล็กหรือใหญ่มันขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณครับ หากคุณมีความรู้สึกว่ากระจกเดิมติดรถมันเล็ก คุณก็เลือกซื้อรุ่นที่ใหญ่กว่าได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันจะต้องช่วยให้การมองเห็นของคุณกว้างขึ้นกว่าเดิมนะครับ
2. ประเภทของกระจกมองหลัง
จริง ๆ แล้วกระจกมองหลังไม่ได้มีเพียงแค่การติดตั้งบริเวณเพดานหรือหน้ากระจกรถของเราเท่านั้น แต่ในหลาย ๆ รุ่นยังมีการติดบริเวณกระจกข้างอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นหากคุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกซื้อกระจกมองหลังตัวไหน ผมแนะนำให้ดูที่ตัวยึดหรือวิธีการติดตั้งของมันว่า เหมาะกับรถยนต์ของคุณหรือเปล่า ? เพราะถ้าหากซื้อมาแล้วไม่สามารถติดตั้งกับรถคุณได้ เงินที่คุณจ่ายไปมันก็จะสูญเปล่าครับ
3. มีการตัดแสงหรือไม่
หลายคนที่ขับรถยนต์มานานคงจะเคยเจอกับปัญหาแสงจากไฟหน้ารถสะท้อนกระจกหลังเข้าตาอย่างแน่นอน ซึ่งเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร แต่จริง ๆ แล้ว มันเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในหลาย ๆ เคสเลย ดังนั้นถ้าหากเป็นไปได้ผมอยากให้ทุกคนเลือกซื้อ กระจกมองหลังแบบมีการตัดแสง ครับ เพราะเมื่อมีแสงอะไรก็ตามสาดไปที่กระจกมองหลังของเรา มันจะทำการเคลียร์แสงเหล่านั้นให้ออกไปทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ช่วยให้เรายังคงสามารถมองเห็นทุก ๆ อย่างบนกระจกได้อย่างชัดเจน
4. มุมบอด
กระจกมองหลังคุณภาพดีควรจะต้องมีมุมบอดน้อยที่สุดครับ เพราะยิ่งมุมบอดมากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่า อุบัติเหตุจากการขับรถเฉี่ยวชนจะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกว่ากระจกมองหลังอันเดิมที่ติดมากับรถ มีมุมอับสายตา หรือมุมบอดที่เยอะมาก ๆ คุณก็ควรเลือกกระจกมองหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งดีไซน์กระจกที่ใหญ่กว่ามันจะสามารถบังกระจกเดิมได้มิด และมันก็จะช่วยให้เรามองเห็นได้อย่างชัดเจนและขับรถง่ายมากขึ้นกว่าเดิมครับ
5. ระบบการลดแสง
ระบบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะถูกใส่ลงไปในกระจกมองหลังรุ่นใหม่ ๆ ที่มีระบบดิจิตอลหรือสามารถควบคุมการทำงานบนตัวกระจกได้ โดยเมื่อมีแสงจากรถยนต์ด้านหลังหรือด้านข้างสาดเข้ามา คุณจะสามารถปรับความสว่างให้จางหรือเบาลงไปได้นั่นเองครับ แต่ถ้าหากใครเลือกใช้กระจกแบบตัดแสงแล้ว ส่วนนี้อาจไม่มีความจำเป็นสักเท่าไหร่
6. การติดตั้ง
การติดตั้งค่อนข้างสำคัญครับ หากเราซื้อกระจกมองหลังที่ติดตั้งได้ง่าย แน่นอนครับว่าเราจะไม่ต้องไปเสียเวลาในการนำรถไปที่ร้านซ่อมรถหรืออู่ เพื่อให้ช่างติดตั้งให้ เพราะมันเสียทั้งเงินและเวลา ซึ่งเพื่อให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายรวมไปถึงความสะดวกสบาย กระจกมองหลังที่เราซื้อมาก็ควรจะติดตั้งเองได้ง่าย ๆ ครับ
7. ฟังก์ชันพิเศษ
ด้วยเทคโนโลยีในทุกวันนี้ค่อนข้างจะล้ำสมัยเป็นอย่างมากครับ แน่นอนครับว่ากระจกมองหลังของแบรนด์ต่าง ๆ มันก็จะมีการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใส่ เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการทำงาน ทั้ง ระบบ GPS, ระบบวัดอุณหภูมิ, เข็มทิศ, การบันทึกภาพ หรือหน้าจอแสดงผล LED สำหรับควบคุมการทำงานของกระจกและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ประโยชน์ของกระจกมองหลังรถยนต์
1. ทำให้มุมมองกว้างขึ้น
การมี กระจกมองหลังรถยนต์ ที่มีคุณภาพไว้ภายในรถยนต์ เป็นอะไรที่สำคัญอยู่แล้วครับ เพราะมันจะช่วยให้องศาหรือมุมการมองเห็นของเรากว้างมากขึ้น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหันหน้าไปด้านหลังให้เสียเวลาเลย ยิ่งใครที่กำลังมีปัญหา สุขภาพร่างกายในส่วนนี้อยู่ด้วย มันจะยิ่งมีประโยชน์มาก ๆ ครับ
2. ลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัย
ในการขับรถยนต์ที่ดี เราควรมองกระจกหลังเป็นระยะ ๆ ครับ เพื่อดูว่า เราขับช้าเกินไป จนขวางทางรถคันอื่น ๆ อยู่หรือไม่ ? หรือว่ามีรถตำรวจ รถพยายบาล หรือรถฉุกเฉินกำลังขอทางอยู่หรือไม่ ? ซึ่งแน่นอนครับว่า เมื่อมุมมองการมองเห็นของเรา กว้างไกลมากขึ้น มันก็จะทำให้การมองเห็นรถยนต์ด้านหลังได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นมันจึงเป็นประโยชน์ต่อการขับรถมากครับ
ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราขับอยู่เลนส์ขวาสุด เมื่อเรามองกระจกขวาเห็นรถกำลังขอทางอยู่ แน่นอนครับเราก็ต้องเข้าซ้าย ซึ่งเราก็ต้องเสียเวลาหันไปดูกระจกซ้ายก่อนว่าว่างรึเปล่า กลับกันถ้าเราใช้กระจกมองหลังที่มีคุณภาพ เราสามารถมองเห็นรถที่อยู่ด้านหลังทั้งหมดได้ทันทีครับ ซึ่งหากเลนส์ซ้ายว่างเราก็สามารถตีไฟเลี้ยวให้สัญญาณเตือนรถคันหลัง และหลีกทางให้เขาได้ทันทีครับ สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะมือใหม่ส่วนใหญ่ที่เมื่อเจอรถฉุกเฉิน หรือรถที่ชอบขับมาจี้ท้ายแล้วตกใจทำอะไรไม่ถูก
การทำความสะอาดกระจกมองหลังรถยนต์ที่ถูกต้อง ?
อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ต้องเตรียม
- น้ำยาเช็ดกระจก
- ผ้าทำความสะอาดแบบไม่เป็นขุย อย่างผ้าไมโครไฟเบอร์ (ไม่ควรใช้หนังสือพิมพ์ หรือกระดาษทิชชู่)
ทริคการดูแลและทำความสะอาด
1. ไม่ควรทำความสะอาดในตอนที่กระจกกำลังร้อน : หลังจากที่รถได้มีการตากแดดหรือกระจกยังคงสะสมความร้อนเอาไว้อยู่ ผมอยากแนะนำให้ทุกคนปล่อยให้มันระบายความร้อนออกไปก่อนครับ เพราะถ้าหากเรารีบทำความสะอาดในช่วงที่กระจกยังคงร้อนอยู่ น้ำยาเช็ดจะเกิดการระเหยออกไป จนเกิดคราบต่าง ๆ ขึ่นมาแทนได้ แทนที่กระจกของเราจะใสขึ้นมันอาจสกปรกมากกว่าเดิม
2. ควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกเท่านั้น : น้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ ควรเป็นน้ำยาสำหรับเช็ดกระจกเท่านั้น เนื่องจากน้ำยาทำความสะอาดอื่น ๆ ที่เป็นของใช้ในครัวเรือน อาจทิ้งคราบแห้งกรังเอาไว้ได้ อีกทั้งในบางแบรนด์อาจมีส่วนผสมของแอมโมเนีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระจกของเราได้
3. ให้ถูทำความสะอาดเป็นวงกลม : การเช็ดทำความสะอาดคุณควรจะต้องถูเป็นวงกลมเล็ก ๆ ให้ครอบคลุมทั่วกระจก ดีกว่าการถูเป็นแนวนอนหรือทแยงมุมครับ
4. สเปรย์น้ำยาลงบนผ้า : แนะนำว่าไม่ควรจะสเปรย์ลงไปบนกระจกโดยตรง เพราะน้ำยาอาจไหลเข้าไปในส่วนอื่นของรถได้ ดังนั้นการฉีดลงไปบนผ้าแล้วค่อยนำไปเช็ดจะดีที่สุดครับ


