‘เซียวจ้าน’ ผลงานล่าสุด ซีรีย์เรื่องใหม่ ปี 2022 พร้อมประวัติ

เร่เข้ามาค่ะเร่เข้ามา ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงขายของและป้ายยา เพราะวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ออกจากกรุงโซล ชวนมาหวีดศิลปินหนุ่มจากแดนมังกรที่ฮอตปรอทแตกสุด ๆ ในตอนนี้!! แน่นอนค่ะว่าคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “เซียวจ้าน” นักแสดงหนุ่มหน้ามน ผู้ทรงอิทธิพลต่อหัวใจสาว ๆ ที่พกเอาความน่ารักสดใสมาเต็มพิกัด แถมยังมีความสามารถหลากหลายที่ไม่ธรรมดา เป็นทั้งนักแสดง นักร้อง นักเต้น หรือแม้แต่พ่อค่าแห่งวงการ Soul Out ที่ไม่ว่าหยิบจับอะไรหรือเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าตัวไหนก็เกิดเป็นกระแสขายดีตลอด

หลาย ๆ คนในที่นี้คงจะรู้จักเซียวจ้านจากซีรีส์ ปรมาจารย์ลัทธิมารในบท “เว่ยอู๋เซี่ยน” กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยคะ ? หรือต่อให้เพื่อน ๆ ยังไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อน เราก็เชื่อว่าเพื่อน ๆ น่าเคยเห็นเซียวจ้านผ่านตามาบ้างจากโฆษณาหรือตามโซเชียลแฟนเพจต่าง ๆ เพราะพ่อหนุ่มคนนี้เขามีแฟนคลับเยอะมาก ชนิดที่ว่ามีโพลสำรวจอะไรก็ตามที่ต้องใช้คะแนนโหวต นักแสดงหนุ่มเซียวจ้านก็จะต้องติดโพลสำรวจด้วยเสมอ

ซึ่งในวันนี้นอกจากมีประวัติของเซียวจ้านแล้ว เราก็จะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกถึงผลงานของเซียวจ้านที่บอกเลยว่าห้ามพลาด!! เพราะมีซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ ของเซียวจ้านที่จะออกอากาศในครึ่งปีหลังนี้อย่าง The Longest Promise และ Where Dreams Begin อีกด้วย ว่าแล้วอย่ารอช้า ตามมาอ่านกันต่อเลยค่ะ

ประวัติเซียวจ้าน ทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น!

ประวัติ เซียวจ้าน ชื่อจริง : Xiao Zhan / 肖战 / เซียวจ้าน
ชื่อเล่น : Zhan Zhan / จ้านจ้าน /
ชื่อภาษาอังกฤษ : Sean Xiao / ฌอน เซียว
ชื่อภาษาเกาหลี : Cho Jeon / 초전 / โชจอน
วันเกิด : 5 ตุลาคม 1991 (ราศีตุลย์)
เติบโตที่ : ฉงชิ่ง ประเทศจีน
ส่วนสูง : 183.6 ซม.
น้ำหนัก : ~ 65 กก.
กรุ๊ปเลือด : B
สมาชิกในครอบครัว : พ่อ แม่ เซียวจ้าน (เป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง)
จบการศึกษา : Modern International Art & Design Academy จาก Chongqing Technology and Business University
งานแรกหลังเรียนจบ (ก่อนเดบิวต์) : เป็นช่างภาพ กราฟิกดีไซเนอร์ ออกแบบโลโก้ และออกแบบการตกแต่งภายใน

สัตว์เลี้ยง : แมวสายพันธุ์ Munchkin ชื่อ “เจียนกั่ว” (坚果) ที่แปลว่า “ถั่ว” แฟนคลับคนไทยชอบเรียกว่า “น้องถั่ว” (ส่วนแมวอีกตัวนั้นมีข้อมูลน้อยมากค่ะ)
อาหารที่ชอบ : หม้อไฟ ขนมทุกชนิด ขนมปัง มันฝรั่งทอดกรอบ
อาหารที่ไม่ชอบ : มะเขือยาว
เครื่องดื่มที่ชอบ : อเมริกาโน่
ตัวการ์ตูนที่ชอบ : สพันจ์บ็อบ (ชอบมากจนเลียนแบบเสียงได้)
ทักษะการทำอาหาร : ทำอาหารเสฉวนเก่ง
ทักษะด้านภาษา : พูดภาษาอังฤษและเกาหลี (เล็กน้อย) ได้
งานอดิเรก : วาดภาพ, ถ่ายภาพ, ร้องเพลง, วิ่งออกกำลังกาย, รักการอ่านและชอบเดินทาง
ค่าสายตา : สายตาสั้น -4 Diopter
ไอเทมประจำตัวในกองถ่าย : พัดลมพกพา เนื่องจากเซียวจ้านเป็นคน Hot เฮ้ยไม่ใช่!! คนขี้ร้อนค่ะ
ความฝัน : วาดภาพ เปิดร้านกาแฟ ร้องเพลง ทำขนม
แฟนในอุดมคติ : อ่อนโยน มีคุณธรรม รักครอบครัว

ทำความรู้จักกับ เซียวจ้าน ให้มากขึ้น

ชื่อแฟนดอม : xfx, ปีเตอร์แพน, กุ้ง
คำว่า xfx ย่อมาจาก Xiao Fei Xia (เสี่ยวเฟยเซีย) ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Peter Pans อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในภาษาจีนกลางอ่านพ้องเสียงคล้ายกับคำว่ากุ้งมาก บางครั้ง xfx จึงเรียกตัวเองว่า “กุ้ง” หรือใช้อิโมจิกุ้ง (🦐)
สีที่ชอบ / สีประจำด้อม : สีแดง
อิโมจิที่ใช้แทนตัวเซียวจ้าน : อิโมจิรูปกระต่าย (🐰) เพราะฟันหน้าของเซียวจ้านเป็นฟันกระต่าย

เปิด Timeline เส้นทางในวงการบันเทิงเซียวจ้าน

เซียวจ้านเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง X-NINE

ในปี 2015 รายการแข่งขันแสดงความสามารถ X-Fire” ได้เปิดออดิชันวัยรุ่นชายที่มีความสามารถด้านการร้องและเต้น ซึ่งเดิมทีเซียวจ้านเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว จึงทำให้เขาตัดสินใจสมัครเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ ต่อมาในปี 2016 ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส ทำให้เซียวจ้านได้เดบิวต์ในฐานะนักร้องวง “X-NINE” บอยด์แบนด์จีนที่มีสมาชิกทั้งหมด 9 คน

Timeline อาชีพนักแสดงของเซียวจ้าน
Timeline อาชีพนักแสดงของเซียวจ้าน

จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนไปเป็น “นักแสดง” ของเซียวจ้าน

ในตอนนั้นอุตสาหกรรมเพลงของจีนยังไม่ดังเท่าของเกาหลี บวกกับในจีนมีการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้เส้นทางอาชีพไอดอลของเซียวจ้านไม่ค่อยมีโอกาสที่จะเฉิดฉายหรือเป็นที่รู้จักมากนัก จนใน 2016 เซียวจ้านได้รับงานแสดงซีรีส์วัยรุ่นเรื่องแรกSuper star Academy ในบทนักแสดงนำชาย แต่ด้วยโครงเรื่องที่ไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่สามารถผลักดันอาชีพนักแสดงของเซียวจ้านได้เท่าที่ควร แต่ถึงอย่างนั้นเซียวจ้านก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายาม เพราะหลังจากนั้นเขาก็เริ่มรับบทตัวประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ในซีรีสีและภาพยนตร์อยู่หลายเรื่อง อาทิเช่น Monster Hunt 2, Shuttle Love Millennium และ Battle Through the Heavens เซียวจ้านค่อย ๆ สร้างประสบการณ์ให้แก่ตัวเองมากขึ้น จนเริ่มเป็นรู้จักในฐานะนักแสดงหน้าใหม่

ซีรีส์เรื่องแรกที่ทำให้เซียวจ้านมีพัฒนาด้านการแสดง

ในปี 2017 เซียวจ้านก็ได้รับบทบาทที่สำคัญครั้งแรก เป็นบทพระรองจากซีรีส์พีเรียดจีนโบราณ เรื่อง The Wolf (หมาป่าจอมราชันย์) แม้ว่า The Wolf จะไม่ได้ออกอากาศทันทีหลังจากถ่ายทำเสร็จ (ออกอากาศจริง ๆ ในปี 2020) แต่ซีรีส์ The Wolf ก็ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าของเซียวจ้าน ที่เขาใช้พัฒนาทักษะด้านการแสดงแบบก้าวกระโดด

หากเพื่อน ๆ ได้เคยดูซีรีส์ The Wolf มาก่อนจะรู้ได้ทันทีว่าบท “จี๋ชง” นั้นเซียวจ้านทำออกมาได้ดีมากเมื่อเทียบกับตัวละครก่อนหน้านี้ เซียวจ้านเคยให้สัมภาษณ์ว่าตอนถ่ายทำซีรีส์ The Wolf เป็นช่วงเวลาที่เขาใช้เรียนรู้และเติบโตในฐานนักแสดงได้เร็วที่สุด นี่เป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของเขา และเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาเข้าใจว่าการถ่ายทำซีรีส์เป็นอย่างไร

หมาป่าจอมราชันย์ (The Wolf)

ซีรีส์ที่ทำให้เซียวจ้านโด่งดังเป็นพลุแตก

The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร) หลังจากถ่ายทำ The Wolf เสร็จได้ไม่นาน เซียวจ้านก็รับบทพระรองอีกครั้งจากซีรีส์ Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก) แม้ว่าการแสดงของเขาจะเริ่มเป็นที่พูดถึงในวงกว้างและค่อนข้างประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ซีรีส์ที่ทำให้ชีวิตของเซียวจ้านเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริง ๆ ก็คือ The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร) ในบท “เว่ยอู๋เซี่ยน” ที่เป็นตัวหลักของเรื่อง

เดิมที The Untamed ดัดแปลงมาจากนวนิยายแนว Boy’s Love หรือ BL ที่ดังมาก ๆ ในจีน ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่าจะสร้างเป็นซีรีส์ ก็ทำให้ The Untamed เป็นที่จับตามองจากเหล่าแฟนนิยายตั้งแต่เริ่มวางตัวนักแสดง อีกทั้งก็มียังแฟนนิยายหลายคนให้ความเห็นว่าเซียวจ้านไม่เหมาะกับบทนี้เพราะเขาดูเหมือนขาดเสน่ห์ความเป็น “เว่ยอู๋เซี่ยน” ไปเยอะ ดังนั้นการนำเสนอตัวละคร “เว่ยอู๋เซี่ยน” ของเซียวจ้าน จึงค่อนข้างเป็นที่คาดหวังจากผู้ชมอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ

จริง ๆ แล้วซีรีส์ The Untamed เซียวจ้านต้องพยายามด้วยตัวเองอย่างหนักเพื่อให้ได้เล่นบท “เว่ยอู๋เซี่ยน” เนื่องจากต้นสังกัดของเขาไม่ได้ให้การสนับสนุนใด ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าเซียวจ้านไม่เหมาะบทแนว BL แต่สิ่งที่ทำให้เซียวจ้านได้รับโอกาสครั้งนี้ เพราะผู้กำกับมองว่าเขามีรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติตรงกับตัวละคร “เว่ยอู๋เซี่ยน” มาก ๆ

จนกระทั่งในปี 2019 ปลายเดือนมิถุนายน The Untamed ก็ได้ออกอากาศตอนแรกและได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมอย่างล้นหล้ามตั้งแต่เริ่มออกอากาศจนซีรีส์ฉายจบ ซึ่งเซียวจ้านได้รับความสนใจจากผู้ชมด้วยเช่นกัน เพราะการแสดงของเขาได้ทำให้ตัวละคร “เว่ยอู๋เซี่ยน” มีชีวิตขึ้นมาและสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมอย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นด้วยฝีมือด้านการแสดง บวกกับหน้าตา นิสัย เสน่ห์ และออร่าที่พุ่งกระจาย ก็ทำให้เซียวจ้านได้กลายมาเป็นดาราดังที่โด่งดังที่สุดในปีนั้นแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เรียกว่าบท “เว่ยอู๋เซี่ยน” เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ทำให้เราได้เห็นความสามารถของเซียวจ้านอย่างแท้จริง

เหตุผลที่คุณควรดูซีรีส์ที่เซียวจ้านแสดง

เซียวจ้าน (Xiao Zhan) พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

แม้ว่าเซียวจ้านจะเข้าสู่วงการบันเทิงช้าไปหน่อยในตอนอายุ 25 ปี ทำให้เขาต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ทั้งยังต้องผลักดันตัวเองและพยายามอย่างหนักเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าการแสดงก็เปรียบเหมือนผลงานศิลปะชิ้นเอกแขนงหนึ่ง ที่นักแสดงจะต้องตีความตัวละครนั้น ๆ ผ่านการแสดงออกทางสีหน้า สายตา น้ำเสียง และภาษากาย ซึ่งเซียวจ้านก็ทำออกมาได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ความสามารถของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นแบบอินฟินิตี้ไม่มีที่สิ้นสุด นั่นเป็นเพราะผลงานทุกชิ้นของเขามาจากความรักและความเคารพต่อตัวละครนั้น ๆ เขาทำให้ตัวละครดูมีชีวิตขึ้นมาจากการอ่านบทอย่างละเอียดและพูดคุยกับผู้กำกับเพื่อที่จะเข้าถึงตัวละคร หากเขารู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่ดีพอ เขาก็พยายามอย่างเต็มที่จนกว่ามันจะออกมาดี เพื่อเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป ให้ตัวละครของเขาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Xiao Zhan เซียวจ้าน
เซียวจ้านพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

อย่างในเรื่อง The Untamed บทของเซียวจ้านมีความซับซ้อนมาก หากเขาไม่ศึกษาและไม่มีความรักในตัวละครมาก่อน เขาไม่มีทางแสดงออกมาได้ดีขนาดนี้แน่นอน เพราะในเรื่องเซียวจ้านต้องเล่นมากกว่า 900 ฉาก โดยที่เขาจะต้องสลับเปลี่ยนซีนอารมณ์ของแต่ละฉากอย่างรวดเร็ว หรือจะเป็นซีรีส์ The Wolf ช่วงที่เซียวจ้านกำลังปรับตัว เขาค่อนข้างกดดันตัวเองตลอดช่วงที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เนื่องจากทุกอย่างเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับเขา แต่ถึงอย่างนั้นทีมงานทุกคนรวมถึงผู้กำกับก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาทำได้ดีมากในฐานะนักแสดงมือใหม่

ละครเวที A Dream Like a Dream ผลงานเซียวจ้าน
ผลงานเซียวจ้านในละครเวทีเรื่อง A Dream Like a Dream

หากคุณคิดว่าใน The Untamed ทักษะการแสดงของเซียวจ้านสูงจนชนเพดานแล้ว เราบอกเลยว่าคุณคิดผิดค่ะ เพราะในซีรีส์ Ace Troops คุณจะได้พบกับความสามารถของเซียวจ้านที่คาดไม่ถึงอีกหลายฉากเลยค่ะ หรือจะเป็นละครเวที A Dream Like a Dream เองเซียวจ้านก็ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์เยอะมากเช่นกัน และเราก็เชื่อว่าซีรีส์ The Longest Promise ที่ใกล้จะออนแอร์นี้ เซียวจ้านก็คงจะปลดล็อกเลเวลด้านการแสดงให้สูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

ปัจจุบันนี้เซียวจ้านได้ขยายทักษะด้านการแสดงของเขาออกไปหลายสาขา ทั้งการร้องเพลง เต้น แสดงภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงละครเวทีคลาสสิก ด้วยความความขยันที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ บวกความตั้งใจในผลงานทุกชิ้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผลงานของเซียวจ้านถึงได้รับฟีดแบคที่ดีอยู่เสมอ

เซียวจ้าน (Xiao Zhan) พากย์เสียงเองเกือบทุกเรื่อง

โดยปกติแล้วซีรีส์จีน (โดยเฉพาะกับซีรีส์จีนโบราณ) จะมีการพากย์เสียงทับโดยนักพากย์มืออาชีพอีกที ด้วยการใช้ภาษาจีนกลางที่สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ทั่วประเทศ ก็เหมือนกับประเทศไทยของเราที่มีทั้งภาษาเหนือ ภาษาใต้ ภาษาอีสาน และภาษากลาง ที่มีสำเนียงต่างกันออกไป และอย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าเซียวจ้านเติบโตมาจากเมืองฉงชิ่งที่อยู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ดังนั้นการออกเสียงหรือสำเนียงก็จะต่างจากภาษาจีนกลางค่อนข้างเยอะ แต่เซียวจ้านกลับพากย์เสียงได้ไหลลื่นและเป็นธรรมชาติมาก (แม้ว่าเราจะแยกสำเนียงจีนไม่ออกก็เถอะ 😀 ) น้ำเสียงของเขามีความนุ่มนวลและอ่อนโยน ชวนให้คนฟังรู้สึกคล้อยตามและอินไปกับตัวละครได้ง่าย

ยิ่งซีรีส์ช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมานี้ เซียวจ้านเลือกจะพากย์เสียงเองแทบทุกเรื่องเพราะต้องการใส่อารมณ์ลงไปในตัวละครที่เขารัก ทำให้เขาได้รับคำชมจากชาวเน็ตจีนเยอะมาก บางคนก็บอกว่า “เซียวจ้านมีพรสวรรค์ด้านภาษา เมื่อเปรียบเทียบกับนักแสดงคนอื่นแล้ว ภาษาจีนกลางของเขาค่อนข้างอยู่ในมาตรฐาน” ดังนั้นหากเพื่อน ๆ มีเวลาว่างและมีโอกาสได้ดูซีรีส์ที่เซียวจ้านพากย์เสียงเอง เราก็อยากให้เพื่อน ๆ ดูเสียงภาษาจีนมากกว่าพากย์ไทย เพราะจะทำให้เข้าถึงตัวละครมากกว่า แต่หากเพื่อน ๆ อ่านซับไม่ทันก็ค่อยมาตามเก็บพากย์ไทยรอบสองแบบเราเอาก็ได้ค่ะ (ฮ่า ๆ)

คุณ Lu Zhixing เป็นคนพากย์เสียงเว่ยอู๋เซี่ยน ใน The Untamed
คุณ Lu Zhixing เป็นคนพากย์เสียงเว่ยอู๋เซี่ยน ใน The Untamed

น่าเสียดายที่ The Untamed เซียวจ้านไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของ “เว่ยอู๋เซี่ยน” ที่เขาตั้งใจแสดงผ่านเสียงของตัวเองได้ หากเราได้ฟังเสียงของเซียวจ้านจริง ๆ รับรองว่าจะต้องหลงรัก “เว่ยอู๋เซี่ยน” มากขึ้นกว่าเดิมและถอนตัวออกจากกูซูไม่ได้แน่นอนค่ะ

ซีรีส์เซียวจ้านล่าสุด มีเรื่องไหนบ้าง ?

ออกตัวก่อนนะคะว่าซีรีส์และหนังที่จะรีวิวในวันนี้ไม่ใช่ผลงานทั้งหมดของเซียวจ้าน บางเรื่องเราก็ไม่ได้รีวิว เนื่องจากความน่าสนใจของบท รวมถึงจำนวนที่เซียวจ้านได้ออกแต่ละฉากอาจมีน้อยเกินไปนะคะ โดยเราจะรีวิวเรียงตาม Timeline วันที่ออกอากาศล่าสุด มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

Where Dreams Begin (2022)

Where Dreams Begin
Where Dreams Begin
ถ่ายทำ กุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2022
ออกอากาศ ยังไม่ประกาศ
จำนวนตอน/นาที 40 ตอน / ไม่ระบุ
ประเภท โรแมนติก, การใช้ชีวิต, ​​ดราม่า
นักแสดงนำ เซียวจ้าน,​ หลี่ชิ่น
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น เซียวชุนเซิง (พระเอก)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน Where Dreams Begin

Where Dreams Begin เป็นซีรีส์สร้างแรงบันดาลใจของหนุ่มสาวที่มีความฝันก่อนที่เขาพวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยในเรื่องจะย้อนกลับไปยังกรุงปักกิ่งในปี 1970 ที่เป็น “ยุคการปฏิวัติทางวัฒนธรรมของกรรมาชีพ” กลุ่มเยาวชนในกรุงปักกิ่งเริ่มความคิดและมีอุดมการณ์ที่อยากให้ชีวิตของตัวเองมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเขาจึงต้องดิ้นรนไล่ตามความฝันของตัวเองอย่างหนักท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

Where Dreams Begin
Where Dreams Begin

ชวนคุยก่อนออกอากาศ

เอาจริง ๆ Where Dreams Begin มีเรื่องย่อให้อ่านน้อยมากค่ะ หากอ่านจากเรื่องย่อหลาย ๆ คนคงคิดว่าซีรีส์ต้องเป็นแนวปฏิรูปทางการเมืองและสังคม ที่มีแต่ฉากเครียดแน่ ๆ แต่หากดูจากเบื้องหลังที่ปล่อยออกมา เพื่อน ๆ จะได้เห็นพระ-นางหนุงหนิงกันแบบพอหอมปากหอมคอให้คนดูอย่างเราได้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจ ซึ่งตอนนี้ Where Dreams Begin ได้ปิดกองเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 08/06/2022 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าซีรีส์เรื่องนี้ได้ถูก Tencent ซื้อไปอีกเช่นเคย อย่างว่าแหละค่ะลูกรัก Tencent แสดงทั้งที มีเหรอที่จะปล่อยผ่าน (อิอิ) เพราะนักแสดงหลักก็คือ “เซียวจ้าน” ของเรา ที่ประกบคู่กับ “หลี่ชิ่น” นางเอกรุ่นพี่นั้นเองค่ะ โดยพวกเขาได้เคยร่วมงานมาแล้วถึง 4 เรื่อง เริ่มจากเรื่องสัประยุทธ์ทะลุฟ้า, หมาป่าจอมราชันย์, หาญท้าชะตาฟ้าฯ และกระบี่เทพสังหาร บอกเลยว่าคู่นี้เฉียดกันไปเฉียดกันมาหลายรอบมากค่ะ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่เคยได้รับบทพระ-นางด้วยกันเลยสักเรื่อง มากสุดก็คงจะเป็นเรื่องหมาป่าจอมราชันย์ที่ทั้งคู่ได้เข้าฉากด้วยกันบ่อย ๆ

สำหรับเราแล้วค่อนข้างชอบเคมีระหว่างเซียวจ้านและหลี่ชิ่นในเรื่องหมาป่าจอมราชันย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคิดว่าในเรื่องนี้ก็พวกเขาน่าจะทำให้ออกมาได้ดีไม่แพ้กัน แต่ก็ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า Where Dreams Begin จะมีฉากหวาน ๆ แบบ The Oath of Love (คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก) ให้เหล่าแฟนคลับได้หวีดมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าหากทุกคนผ่านเรื่อง The Oath of Love มาได้ เรื่องอื่น ๆ ก็ถือว่าจิ๊บจ๊อยไปเลยจ้าาา


The Longest Promise (2022) ลำนำกระดูกหยก

The Longest Promise (ลำนำกระดูกหยก)
The Longest Promise (ลำนำกระดูกหยก)
ถ่ายทำ มีนาคม – สิงหาคม 2021
ออกอากาศ ยังไม่ประกาศ
จำนวนตอน/นาที 32 ตอน / ไม่ระบุ
ประเภท พีเรียด, แฟนตาซี, โรแมนติก, เทพเซียน
นักแสดงนำ เซียวจ้าน, เริ่นหมิ่น
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น สืออิ่ง (พระเอก)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน The Longest Promise

“สืออิ่ง” องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรคงซางที่ถูกส่งตัวให้ไปฝึกฝนวิชา ณ ภูเขาจิ่วอี๋แต่ตั้งยังเด็ก ทำให้สืออิ่งเติบมาเป็นนักพรตที่ตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากมีคำนายกล่าวไว้ว่าเขาจะต้องตายด้วยน้ำมือของผู้หญิงที่เจอก่อนอายุ 18 ปี แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เพราะสืออิ่งบังเอิญพบกับ “จูเหยียน” เด็กสาวที่มีนิสัยร่าเริง ซึ่งในตอนนั้นสืออิ่งก็ตัดใจฆ่าจูเหยียนไม่ลง อีกทั้งยังสอนวิชาต่าง ๆ ให้จูเหยียน จนทั้งคู่ได้กลายเป็นศิษย์และอาจารย์กัน พวกเขาค่อย ๆ พัฒนาความรู้สึกที่มีให้กัน จนเกิดเป็นความรู้สึกดี ๆ แต่เนื่องจากมีความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ ทำให้พวกเขาลังเลไม่กล้าสารภาพความรู้สึกต่อกัน จนต่อมาจูเหยียนส่งตัวลงจากเขาจิ่วอี๋ไป หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

The Longest Promise (ลำนำกระดูกหยก)
The Longest Promise (ลำนำกระดูกหยก)

เมื่อเวลาผ่านเลยไป 5 ปี ทั้งคู่ก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนว่าสถานะของพวกเขาได้เปลี่ยนไป เพราะสืออิ่งต้องการกำจัด “จือยวน​” คนที่จะทำให้อาณาจักรคงซางล้มสลาย แต่จือยวน​กลับเป็นเพื่อนรักของจูเหยียนตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุนี่เองจึงทำให้จูเหยียนเลือกที่ช่วยเพื่อนและยอมเป็นศัตรูกับสืออิ่ง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ? ทั้งคู่จะได้ปรับความเข้าใจกันหรือไม่ ? แล้วสืออิ่งจะสามารถเปลี่ยนคำนายชะตาฟ้าลิขิตได้รึเปล่า ? ต้องติดตามชมกันต่อใน The Longest Promise (ลํานํากระดูกหยก) เลยค่ะ

The Longest Promise (ลำนำกระดูกหยก)
The Longest Promise (ลำนำกระดูกหยก)

ชวนคุยก่อนออกอากาศ

The Longest Promise (ลํานํากระดูกหยก) หรือ “อวี่กู่เหยา” เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่เหล่าแฟนนิยายตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ เพราะเนื้อเรื่องสนุกเข้มเข้น ทั้งยังเป็นการประคบคู่กันระหว่าง 2 นักแสดงมากฝีมืออย่าง “เซียวจ้าน” และ เริ่นหมิ่นโดยนางเอกของเรื่องนั้นได้เคยฝากผลงานไว้ในซีรีส์ วังเดียวดาย ที่ทำให้เราร้องไห้ไป 3 วัน 7 วัน ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าเรื่องนี้จะต้องปังอย่างแน่นอนค่ะ อีกทั้งในเรื่องเราจะได้เห็นเซียวจ้านในลุคเทพเซียนที่หล่อเกินคำบรรยาย ไม่ว่าจะชุดขาวชุดดำคือดือต่อใจเจ๊มากกก อดใจรอไม่ไหวแล้วค่ะ

ปล. ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เตรียมตัวบำรุงตับไว้เยอะ ๆ นะคะ เพราะอ่านจากเรื่องย่อก็พอจะเดากันได้ว่าเรื่องนี้ต้องเป็น​​ด่านเคราะห์ของคนดู รับประกันความตับพังแน่นอนจ้าาา


The Oath of Love (2022) คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก

ความสัมพันธ์ของกู้เว่ยและหลินจื่อเซี่ยว
The Oath of Love (คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก)
ถ่ายทำ สิงหาคม – พฤศจิกายน 2019
ออกอากาศ 15 มีนาคม 2022
จำนวนตอน/นาที 29 ตอน / 45 นาที
ประเภท โรแมนติก, ดราม่า
นักแสดงนำ หยางจื่อ, เซียวจ้าน
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น กู้เว่ย (พระเอก)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน The Oath of Love

“หลินจือเซี่ยว” นักศึกษาสาวที่ใกล้เรียนจบต้องเผชิญกับข่าวร้ายเมื่อรู้ว่าพ่อของเธอป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยแพทย์ที่ตรวจพบความผิดปกติเป็นคนแรกก็คือ “กู้เว่ย” รองศาสตราจารย์ศูนย์ระบบทางเดินอาหารที่มีความสามารถและอนาคตไกล แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาไม่สามารถผ่าตัดคนไข้ได้ บวกกับมีข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ของกู้เว่ย จึงทำให้หลินจือเซี่ยวไม่ไว้ใจและคิดว่าเขาเป็นหมอที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่เมื่อทั้งคู่เริ่มรู้จักกันมากขึ้นและได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน ก็ทำพวกเขาได้ปรับความเข้าใจกัน และเริ่มใกล้ชิดจนก่อตัวเป็นความรัก แต่ความรักที่มีอายุห่างกันถึง 9 ปี บวกกับนิสัยที่ต่างกันคนละขั้วจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ไปได้หรือไม่ ? ต้องไปเอาใจช่วยหลินจือเซี่ยวและกู้เว่ยกันต่อใน The Oath of Love (คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก) ด้วยนะคะ

รีวิวความสนุก The Oath of Love (9/10)

The Oath of Love เป็นซีรีส์ที่เน้นเรื่องราวความรักโรแมนติกของหนุ่มสาวที่มีอายุและนิสัยต่างกัน พล็อตเรื่องไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากนัก จัดเป็นซีรีส์ rom-com ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เป็นที่นิยม คงเป็นเพราะฝีมือการแสดงของหยางจื่อกับเซียวจ้านที่ดึงเอาความเป็นหลินจือเซี่ยวและกู้เว่ยออกมาได้อย่างเพอร์เฟค พวกเขาทำให้ตัวละครที่เรียบง่ายกลับมีสีสันและมีมิติมากขึ้น การเข้าฉากระหว่างของทั้งสองคนดูเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายมาก

ความสัมพันธ์ของกู้เว่ยและหลินจื่อเซี่ยว
หลินจื่อเซี่ยว-กู้เว่ย ใน The Oath of Love (คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก)

สิ่งหนึ่งที่เราชอบในซีรีส์เรื่องนี้ก็คือช่วง “โรงละครเล็กฉากหวานของหลินกับกู้” ที่ดูเรียลเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะทั้งคู่คิดบทกันเอง โดยที่ใช้เพียงกล้องมือถือถ่ายเท่านั้น ทำให้มุมภาพ, สีหน้า และน้ำเสียงออกมาดูเหมือนคู่รักจริง ๆ จนคนดูอย่างเราอินไปกับตัวละครมากขึ้น ซึ่งเราจะได้เห็นหมอกู้ในมุมกวน ๆ และสกิลการตอบคำถามที่แพรวพราวจากฉากเหล่านี้ด้วยค่ะ โดยรวมแล้วหากเพื่อน ๆ กำลังมองหาซีรีส์ที่เบาสมอง เน้นขายความฟิน พร้อมกับเคมีที่เข้ากันระหว่างพระเอกและนางเอกที่ดูเรียลสมจริงมาก ๆ ต้องไม่พลาด The Oath of Love เลยค่ะ รับประกันเลยว่าคุณจะต้องตกหลุมรักตัวละครกู้เว่ยและหลินจือเซี่ยวอย่างแน่นอน

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน The Oath of Love

The Oath of Love เป็นซีรีส์ที่ทำให้เราดูซ้ำได้ไม่มีเบื่อ เพราะด้วยบทที่ไม่ดราม่าจนเกิน บวกกับการแสดงของเซียวจ้านและหยางจื่อที่ได้เพิ่มรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการเอาจมูกมาถูกัน หรือเอามือถูใบหู ลูบใบหน้า ลูบหัว เกาคาง สิ่งเหล่านี้เป็นโมเม้นต์ที่เรียบง่ายแต่กลับรู้สึกพิเศษมาก ๆ เมื่อผ่านการแสดงของทั้งคู่ โดยเฉพาะกับเซียวจ้านที่มีชั่วโมงบินฉากโรแมนติกน้อยกว่าหยางจื่อ แต่ก็ถือว่าเขาแสดงออกได้ดีเลยค่ะ เขาสามารถเข้าถึงตัวละครและสื่ออารมณ์ต่าง ๆ ออกมาทางสายตาได้อย่างชัดเจน เรียกว่าอินเนอร์มาเต็มไม่ต้องพูดเยอะก็ทำให้คนดูรู้ว่ากู้เว่ย ณ ช่วงเวลานั้น ๆ รู้สึกรัก โกรธ ปรารถนา หรืออยากทะนุถนอมหลินจือเซี่ยวมากขนาดไหน

คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก (The Oath of Love)
กู้เว่ย ใน The Oath of Love (คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก)

จริง ๆ แล้วตัวละครกู้เว่ยนั้นจะค่อย ๆ เริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าข้างนอกเขาจะดูเย็นชา แต่เมื่อกู้เว่ยและหลินจือเซี่ยวสนิทกันมากขึ้น เราจะได้เห็นกู้เว่ยในมุมต่าง ๆ ทำให้รู้ว่าเขาก็เป็นเพียงคนชายคนหนึ่งที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ช่วงแรก ๆ เราอาจจะคิดว่ากู้เว่ยเป็นเหมือน “พ่อหนุ่มไมโครเวฟ” ที่แสนอบอุ่น เพราะเขามีดวงตาที่อ่อนโยน รอยยิ้มที่แสนหวาน บวกกับท่าทางอันนอบน้อม และดูเป็นผู้ใหญ่ แต่ในบางครั้งเราก็จะพบว่ากู้เว่ยเป็นเพียงเด็กน้อยสามขวบที่แอบมีความเจ้าเล่ห์และซุกซนปะปนมาบ้าง ถือว่าเป็นตัวละครที่ค่อย ๆ มีการพัฒนา ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าตัวละคร “กู้อี้เหย่” ใน Ace Troops แต่ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่มีเสน่ห์ให้ฟิล “แฟนหนุ่มในอุดมคติ” จริง ๆ ค่ะ แน่นอนว่าผลงานของเซียวจ้านเรื่องนี้แฟนคลับต้องทำใจสักหน่อยนะคะ เพราะฉากจูบฉากกอดคือมีเยอะมากจนนับไม่ไหว ไหนจะงานสายตาที่เซียวจ้านส่งให้นางเอกอีก ทำเอาคนดูเสียอาการ “แฟนเขาเราเขิน” อยากจะเป็นหลินจือเซี่ยวที่โดนจูบจนปากเปื่อยกันเป็นแถว ๆ !!

ปล. ในเรื่องเซียวจ้านของเราทั้งพากย์เสียงทั้งร้องเพลงเอง เสียงของเขาในซีรีส์นั้นไพเราะมาก เป็นเสียงที่อบอุ่นและนุ่มนวลเหมาะกับตัวละครของหมอกู้ที่สุด ส่งให้อารมณ์โดยรวมของตัวละครเข้ากันได้อย่างลงตัวมากค่ะ


Ace Troops (2021) กองกำลังประจัญบาน

Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน)
Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน)
ถ่ายทำ สิงหาคม – ธันวาคม 2020
ออกอากาศ 26 ธันวาคม 2021
จำนวนตอน/นาที 40 ตอน / 45 นาที
ประเภท แอคชั่น, ทหาร, สงคราม, ดราม่า
นักแสดงนำ หวงจิ่งอวี๋, เซียวจ้าน, จงฉู่ซี
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น กู้อี้เหย่ (บทบาทหลัก)

เรื่องย่อ ซีรีส์ Ace Troops 

“เกาเหลียง” และ “กู้อี้เหย่” เป็นทหารน้องใหม่ที่ได้มาอยู่ในหน่วยรบเดียวกัน แต่ทว่าพวกเขาทั้งสองมีนิสัยต่างกันมาก เกาเหลียงมีนิสัยขี้เล่น บ้าระห่ำ กล้าได้กล้าเสีย ส่วนกู้อี้เหย่ก็มุ่งมั่นจะเป็นทหารรับใช้ชาติที่เฉลียวฉลาดและมีความมั่นใจมากเกินไป แม้ว่าทั้งสองจะไม่ลงรอยกันในช่วงแรก แต่หลังจากที่พวกเขาได้ผ่านบททดสอบในชีวิตมามากมาย ทำให้ทั้งคู่ได้กลายมาเป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้พวกเขาต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง จุดเปลี่ยนที่ว่านี้จะคืออะไร ? ต้องไปติดตามชมกันต่อใน Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน) ได้เลยจ้า

รีวิวความสนุกของ Ace Troops (8/10)

Ace Troops เป็นซีรีส์คุณภาพดีที่ทำให้คนดูได้ตระหนักถึงความสละเสียของเหล่าทหารกล้าในสมัยก่อน กว่าที่บ้านเมืองจะสงบสุขได้อย่างทุกวันนี้ ทหารแต่ละคนต้องพบเจอและสูญเสียอะไรไปบ้าง โดยในเรื่องเราจะรู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบที่ไม่รู้ตัว อีกทั้งยังได้เห็นพัฒนาการของพวกเขาในทุก ๆ ช่วงชีวิต เริ่มตั้งแต่เป็นทหารหนุ่มใจร้อนในวัย 18 ไปจนถึง 50 ที่ดูสุขุมและโตมากขึ้น นอกเหนือจากบทละครที่เข้มข้นแล้ว ทั้งภาพ เสียง หรือการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ในซีรีส์ก็ทำออกมาได้สมจริง ฉากระเบิด ฉากการต่อสู้ หรือฉากสงครามต่าง ๆ นานาคือดูเรียลและดูเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามันไม่ใช่ซีรีส์แต่นี่คือชีวิตจริงอย่างไรอย่างนั้น หากเพื่อน ๆ เป็นคนที่ชอบซีรีส์ปลุกใจให้รักชาติ Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน) จะเป็นซีรีส์ที่ตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน Ace Troops 

สารภาพตามตรงว่าซีรีส์เรื่องนี้เราทำใจอยู่นานมาก 🙁 เพราะเราไม่ค่อยชอบพล็อตเรื่องที่ปลูกฝั่งให้รักชาติหรือแนวสงครามเลยค่ะ แต่ในเมื่อมันเป็นผลงานที่เซียวจ้านตั้งใจกับตัวละคร “กู้อี้เหย่” มาก ดังนั้นแฟนคลับอย่างเราก็ต้องสนับสนุนให้ถึงที่สุด ซึ่งหลังจากที่ได้ดูอย่างจริงจังก็พบว่าโชคดีมากเลยที่เราไม่ทิ้งเรื่องนี้กลางทาง เพราะไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้เห็นว่าเซียวจ้านมีพัฒนาการด้านการแสดงไปไกลขนาดไหนแล้ว

Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน)
กู้อี้เหย่ ใน Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน)

สำหรับตัวละคร “กู้อี้เหย่” นั้นเราค่อนข้างเทใจให้เยอะกว่าตัวละครเรื่องอื่น ๆ ที่เซียวจ้านเคยแสดงมา เพราะเป็นตัวละครที่น่าสงสารมาก ชีวิตของเขาไม่เคยได้อะไรมาง่าย ๆ ต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่มืดมนและกว่าจะดึงตัวเองออกมาได้ก็เรียกว่าหนักหนาสาหัสสากรรจ์ ฉากที่เราสะเทือนใจไป 3 วัน 3 คืน คงจะเป็นฉากการระเบิดอารมณ์ของกู้อี้เหย่ ที่เขาร้องไห้คร่ำครวญในช่วงจุดเปลี่ยนของชีวิต มันช่างดูโศกเศร้าและหดหู่เหมือนกับว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่สามารถมีความสุขได้อีกต่อไป นอกจากนี้เขาก็ยังมีอาการ PTSD (โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง) ซึ่งเซียวจ้านก็แสดงออกมาได้ดีมากอีกเช่นกัน แม้ว่ากู้อี้เหย่จะไม่ได้เป็นตัวละครที่สมบูรณ์แบบ แต่เซียวจ้านก็พยายามอย่างหนักที่จะสร้างมิติให้กู้อี้เหย่ออกมาในแบบที่ควรจะเป็น เพราะในทุกฉากทุกอารมณ์ที่เขาแสดงออกมานั้นดูเหมือนเป็นสารคดีชีวิตของกู้อี้เหย่มากกว่าตัวละครที่สมมติขึ้นมา เขาทำให้เราเชื่อว่าขณะที่ดูซีรีส์เรื่องนี้ไม่มีนักแสดงที่ชื่อเซียวจ้าน จะมีก็แค่ทหารที่ชื่อกู้อี้เหย่เท่านั้น!!

Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน)
กู้อี้เหย่ ใน Ace Troops (กองกำลังประจัญบาน)

เรียกว่าฝีมือของเซียวจ้านนั้นทำให้บทกู้อี้เหย่สามารถตราตรึงใจคนดูอย่างเราได้ไปอีกนานแสนนาน เป็นตัวละครที่เราไม่สามารถ move on ได้จริง ๆ ที่สำคัญที่สุดคงจะเป็นลุคของเซียวจ้านในชุดทหารผมสั้นวัย 30 ที่ดือต่อใจและหล่อมาก!! (บางมุมก็แอบคล้าย ซงจุงกิในบท “ยูจีชิน” จากเรื่อง Descendants of the Sun เหมือนนะคะ) แถมดูเหมือนว่าจ้านจ้านของเราจะสูงขึ้นด้วยเพราะในเรื่องเขาสูงเกือบเท่าพระเอก “หวงจิ่งอวี๋” อยู่แล้วค่ะ แต่เจ้าตัวก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าจะสูงที่ 183.6 เท่าเดิม อีกทั้งร่างกายก็ดูกำยำล่ำสันขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะได้ข่าวว่าเซียวจ้านของเราแอบไปซุ่มฝึกทหารมาด้วย นอกจากนี้เซียวจ้านยังเป็นคนพากย์เสียงเองอีกด้วยนะจ๊ะ​ แหม ๆ ศิลปินที่รักลงทุนขนาดนี้แล้วเหล่าแม่ยกทั้งหลายอย่ามั่วลังเลใจอยู่เลยค่ะ ตามไปดูกล้ามแน่น ๆ ของเซียวจ้าน เฮ้ย!! ไปดูความสามารถของเซียวจ้านกันเถอะ!!


Douluo Continent (2021) ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน

ซีรีส์ Douluo Continent : ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน
Douluo Continent (ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน)
ถ่ายทำ ธันวาคม 2018 – กรกฎาคม 2019
ออกอากาศ 5 กุมภาพันธ์ 2021
จำนวนตอน/นาที 40 ตอน / 40 นาที
ประเภท พีเรียด, แฟนตาซี, แอ็คชั่น
นักแสดงนำ เซียวจ้าน, อู๋เซวียนอี๋
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น ถังซาน (พระเอก)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน Douluo Continent

“ถังซาน” เป็นเด็กกำพร้าแม่ที่อาศัยอยู่กับพ่อในหมู่บ้านเล็ก ๆ ต่อมาเมื่อถังซานโตขึ้นเขาได้บังเอิญพบกับคนในสำนักวิญญาณยุทธ์ ทำให้ถังซานได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเองก็สามารถเป็นวิญญาจารย์หรือเป็นผู้ที่มีพลังพิเศษได้เหมือนกัน เมื่อถังซานถูกปลุกวิญญาณยุทธ์ในตัวก็ทำให้เขาได้รู้ว่าวิญญาณยุทธ์ของตัวเองเป็นเพียง “หญ้าเงินคราม” ที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เมื่อถังซานกลับมาบ้าน ก็ได้เล่าเรื่องราวให้พ่อฟัง และบอกว่าระหว่างปลุกวิญญาณยุทธ์อยู่นั้นในตัวเขามีความผิดปกติบางอย่าง ทำให้สองพ่อลูกได้รู้ความจริงว่าถังซานมี “วิญญาณยุทธ์คู่” ที่พบได้ยากมาก นั่นคือมือขวาเป็น “หญ้าเงินคราม” ส่วนมือซ้ายเป็น “ค้อนฮ่าวเทียน” ที่มีพลังโจมตีสูง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ? แนะนำให้เพื่อน ๆ อ่านรายละเอียดต่อใน “รีวิว ซีรีส์จีน ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน” ค่ะ รับรองว่าเลยว่านักเขียนของเราบรรยายไว้ละเอียดยิบ!!

รีวิวความสนุกของ Douluo Continent (8.5/10)

Douluo Continent เป็นซีรีส์ที่เหมาะอย่างยิ่งหากเพื่อน ๆ กำลังมองหาซีรีส์แนวแฟนตาซีไว้ดูเพลิน ๆ โดยเนื้อเรื่องจะมีกลิ่นอายของเกมต่อสู้สูงมาก และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อ่านนิยายหรือดูอนิเมะมาก่อนก็สามารถดูซีรีส์ได้อย่างเข้าใจและสนุกไปกับตัวละครได้ไม่ยากเลยค่ะ อีกอย่างที่สามารถการันตีความสนุกได้ก็คือคนเขียนบทเป็นคนเดียวกันกับเรื่องหาญท้าชะตาฟ้าฯ ดังนั้นจึงรับประกันความสนุกได้เลยจ้าาา

ถังซาน ซีรีส์ Douluo Continent : ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน รับบทโดยเซียวจ้าน
ถังซาน ใน Douluo Continent (ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน)

โดยพล็อตเรื่องในภาคแรกจะเน้นอัพสกิลความสามารถพระเอก ทำให้เราได้เห็นการพัฒนาของตัวละครถังซานที่เก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด (มันสนุกตรงนี้แหละค่ะ ฮ่า ๆ) ส่วนบทและนิสัยของตัวละครถังซานนั้นนอกจากความเก่งและฉลาดแล้ว จะแอบเซ็งนิดหน่อยก็ตรงที่ถังซานใสซื่อในเรื่องความรักมากเกินไป เพราะล่าสุดถังซานยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองหึงนางเอกเข้าแล้ว ทำได้แต่ถักเปียหวีผมให้สาวไปวัน ๆ น่าเอ็นดูจริง ๆ ค่ะ กว่าจะรู้ตัวว่ารัก ก็น่าจะได้เห็นกันภาค 2 แหละค่ะคุณผู้ชม!! และแม้ว่าเนื้อเรื่องจะสนุกมาก แต่ Douluo Continent ก็เป็นซีรีส์ที่มีภาคต่อ ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องตารางคิวของนักแสดง ดังนั้นก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าจะเริ่มถ่ายทำภาค 2 กันเมื่อไหร่นะจ๊ะ

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน Douluo Continent

เรื่องนี้เราจะขอรีวิวแบบจริงจังสักหน่อยค่ะ เพราะว่าทั้งตัวซีรีส์ทั้งตัวนักแสดงต่างโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากในซีรีส์มีความต่างจากอนิเมะมาก แต่ในฐานะผู้ชมหน้าใหม่ที่ไม่ได้ติดตามอะไรมาก่อนเลย สำหรับเราแล้วผลงานของเซียวจ้านในเรื่องนี้ทำให้เราเห็นทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยม เซียวจ้านยังเคยให้สัมภาษณ์ว่าชีวิตของเขาคล้ายกับถังซานที่ต้องเอาชนะความยากลำบากมากมายเพื่อปกป้องในสิ่งที่เขารัก ซึ่งเราว่าก็คงเป็นอย่างที่เซียวจ้านบอกจริง ๆ เพราะช่วงนั้นเซียวจ้านโดนกระแสแอนตี้แฟนในเหตุการณ์ 227 หนักมาก บวกกับการทำงานในเรื่องนี้ก็จะมีฉากสเปเชียลเอฟเฟกต์เยอะพอสมควร ทำให้ต้องใช้ CGI เข้ามาช่วย แต่ในขณะที่ถ่ายทำนั้นนักแสดงไม่ได้มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเหมือนอย่างที่คนดูเห็นในซีรีส์ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้คนดูเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นสิ่งที่มีตัวตนจริง ๆ ซึ่งเซียวจ้านก็ทำออกมาได้ดีและดูสมจริงมากเช่นกัน

 Douluo Continent : ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน
ถังซาน ใน Douluo Continent (ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน)

ในส่วนอื่น ๆ ที่เราชอบนั้นคงจะเป็นเรื่องที่เซียวจ้านยังเป็นคนพากย์เสียงตัวละครถังซานเอง มันจึงทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครมากยิ่งขึ้นไปอีก แหม่เราอวยเมนเรามาถึงขนาดนี้แล้ว บวกเพื่อน ๆ ก็ได้เห็นแล้วว่าเซียวจ้านใส่ใจตัวละครตัวนี้มากขนาดไหน หากยังไม่ยอมดูอีก จะขอให้พระลงโทษอย่างหนัก!! ส่วนเรื่องความหล่อนั้น ไม่พูดดีกว่าค่ะ ขออนุญาตปารูปให้ดูทีเดียวเลย พอดีช่วงนี้เจ็บคอ เห้ยไม่ใช่!! เจ็บนิ้วค่ะ ไม่อยากพิมพ์เยอะ (อิอิ)


The Wolf (2020) หมาป่าจอมราชันย์

หมาป่าจอมราชันย์ (The Wolf)
หมาป่าจอมราชันย์ (The Wolf)
ถ่ายทำ เมษายน – กันยายน 2017
ออกอากาศ 19 พฤศจิกายน 2020
จำนวนตอน/นาที 49 ตอน / 45 นาที
ประเภท พีเรียด, โรแมนติก, ดราม่า, แฟนตาซี
นักแสดงนำ หวังต้าลู่, หลี่ชิ่น, เซียวจ้าน
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น จี๋ชง (พระรอง)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน The Wolf 

“หม่าไจซิง” ลูกสาวแม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลหม่า ได้บังเอิญพบเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เติบโตมากับหมาป่า เธอตั้งชื่อให้เขาว่า “หลางไจ่” พร้อมกับสอนให้เขาเรียนรู้การอยู่ร่วมกับมนุษย์ แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้หลางไจ่ถูกใส่ร้ายว่าฆ่าคนตาย จนเขาต้องถูกไล่ล่าและตกลงไปในเหวลึกพร้อมกับความเข้าใจผิด คิดว่าหม่าไจซิงเป็นผู้ทรยศ เมื่อเวลาผ่านไป 8 ปี หลางไจ่กลับมาอีกครั้งในฐานะองค์ชายสามนามว่า “ป๋อหวัง” ที่มีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยงของฮ่องเต้ เขามาพร้อมกับคำสั่งลับให้สังหารตระกูลหม่าทั้งตระกูลเหลือไว้เพียงหม่าไจซิงคนเดียวเท่านั้น เมื่อหม่าไจซิงฟื้นขึ้นมาได้พบกับป๋อหวังก็คิดว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเธอไว้ บวกกับป๋อหวังหน้าตาเหมือนหลางไจ่ เธอจึงเปิดใจให้ป๋อหวังและยอมตกลงเป็นพระชายาของเขาตามคำขอของฮ่องเต้ ในขณะเดียวกัน “จี๋ชง” ชายลึกลับที่ปลอมตัวมาเป็นนักล่าค่าหัว ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าป๋อหวัง ซึ่งในตอนแรกเขาตั้งใจจะหลอกใช้หม่าไจซิงเป็นเครื่องมือ แต่แล้วก็ต้องตกหลุมรักเธอเพราะหม่าไจซิงได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เรื่องราวรักสามเส้าครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ? หม่าไจซิงจะแก้แค้นคนอยู่เบื้องหลังการสังหารครอบครัวเธอได้หรือไม่ ? ติดตามต่อไปได้ใน The Wolf (หมาป่าจอมราชันย์)

รีวิวความสนุกของ The Wolf (8/10)

ใครที่ชอบแนวพระเอกปากแข็งเย็นชา หรือพล็อตประมาณว่าพระนางรักกันมากแต่ดันเข้าผิดใจกันตลอดทั้งเรื่อง จะต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลยค่ะ แต่โดยส่วนตัวเราไม่ชอบความสัมพันธ์ที่ Toxic แนวนี้สักเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยอินไปกับบทจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นในเรื่องก็มีฉากรักโรแมนติกและช่วงเวลาที่แสนหวานระหว่างพระนางมาให้เห็นอยู่บ้าง ก่อนที่พวกเขาก็กลายเป็นศัตรูและต่อสู้กันเอง สิ่งที่เราชอบในซีรีส์เรื่องนี้คือการแสดงของนักแสดงนั้นดีมาก ๆ พวกเขาทำให้เรื่องราวดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อเรื่อง ทำให้ผู้ชมอย่างเราดูได้เพลิน ๆ ไม่เทระหว่างทาง โดยเนื้อเรื่องและป่มต่าง ๆ อาจจะไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ยังถือเป็นซีรีส์ดราม่าที่ย่อยง่าย ไม่ได้ร้องไห้จนตับพัง แต่เรื่องราวจะค่อย ๆ เข้มข้นขึ้นในช่วงหลัง ดังนั้นอย่าเพิ่งเทในช่วงแรกนะคะสาว ๆ อีกอย่างเซียวจ้านเมนของพวกเราก็ออกมา EP 11. โน่นแหนะค่ะ

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน The Wolf 

จริง ๆ แล้วซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทำก่อน Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก) อีกค่ะ ดังนั้นก็คงไม่ต้องแปลกใจนะคะว่าทำไมเซียวจ้านดูหน้าเด็กมาก แต่ถึงอย่างนั้นด้านฝีมือการแสดงของเขาก็ถือว่าโดดเด่นมากเลยทีเดียว เพราะเซียวจ้านมีเคมีที่เข้ากันได้ดีกับนางเอกของเรื่อง หรือต่อให้เขาเล่นฉากคนเดียวก็สามารถดึงความสนใจของผู้ชมได้ เพราะเขาเป็นตัวละครเดียวในเรื่องที่สร้างสีสันและรอยยิ้ม สามารถเปลี่ยนจากซีนดราม่าไปเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ในชั่วพริบตา

หมาป่าจอมราชันย์ (The Wolf)
จี๋ชง ใน The Wolf (หมาป่าจอมราชันย์)

เราคิดว่าเซียวจ้านกับตัวละคร “จี๋ชง” เข้ากันได้ดีมาก เขาทำให้จี๋ชงดูมีออร่าและน่าหลงใหลเป็นเท่าตัว ด้วยความทะเล้นและกะล่อนหน่อย ๆ พร้อมกับมาดกวน ๆ ยิ้มทีก็ทรงเสน่ห์ ยิ่งเวลาไว้หนวดพอหลอมแหลมนี่คือกร้าวใจมาก!! สำหรับเราแล้วเราชอบตอนจี๋ชงเป็นนักล่าค่าหัวมาก ดูดิบ ๆ เถื่อนดีค่ะ สีหน้าและแววตานี่แพรวพราวจริง ๆ ขยิบตาส่งวิ้งอ่อยสาวทีคือหัวใจจะละลาย พอถึงคราวต้องแต่งตัวเป็นองค์ชายก็จะดูหล่อแบบสะอาดสะอ้านไปอีกแบบ แต่ไม่ว่าจะลุคไหนเซียวจ้านก็ยังคงไลน์ของจี๋ชงเอาไว้ เพราะต่อให้เสื้อผ้าหน้าผมเปลี่ยนเป็นคนละคน แต่จี๋ชงที่เป็นมิตรและอัธยาศัยดีก็ยังคงอยู่ การแสดงของเซียวจ้านนั้นดู friendly แบบเป็นธรรมชาติมาก ๆ ทำให้ตัวละครจี๋ชงกลายที่เป็นที่รักของทุกคนในเรื่องเลยว่าได้ค่ะ

แต่น่าเสียดายเพราะถึงแม้ว่าจี๋ชงจะดีสักเพียงใด เขาก็ไม่ได้หัวใจของหม่าไจซิงอยู่ดี จี๋ชงเป็นเหมือนเพื่อนที่แสนดีที่ค่อยสนับสนุกหม่าไจซิงทุกอย่าง เขาจะอยู่ที่นั่นเสมอหากเธอต้องการ และเขาก็รักเธอมากพอ ๆ กับพระเอก เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสแสดงให้เห็นว่าเขารักเธอมากแค่ไหน มีประโยคนึ่งที่จี๋ชงบอกกับนางเอก แล้วทำให้เรารู้สึกทัชใจมาก ๆ คือ

“ให้ข้าเป็นหลางไจ๋คนที่สองของเจ้า
ตอนที่เจ้าอยากหายตัวไป ข้าจะหาเจ้าจนเจอ เพื่ออยู่เคียงข้างเจ้า
ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าผลักไสข้า
ตอนที่เจ้าเจ็บปวด ข้าจะรับเจ้าไว้เอง ข้าจะไม่ให้เจ้าจมอยู่กับเจ็บปวด ”

หมาป่าจอมราชันย์ (The Wolf)
จี๋ชง ใน The Wolf (หมาป่าจอมราชันย์)

โอ้โหนางเอกต้องใจแข็งเบอร์ไหนอ่ะถามใจเธอดู!! ลูกเรายอมเป็นที่สอง ยอมทุกอย่างขนาดนี้ ทำไมเธอไม่รักลูกเราล่ะหม่าไจซิง!? เสียดายตัวละครจี๋ชงมากเหมือนถูกกำหนดมาให้เป็นของคนดู (ฮ่าฮ่า) จี๋ชงเป็นคนที่มีความสามารถ เอาใจใส่ ฉลาดหลักแหลม แถมมีดีกรีเป็นถึงองค์ชายแห่งแคว้นจิ้นที่ไม่ได้ด้อยกว่าพระเอกเลยสักนิด แต่ก็อย่างว่าจี๋ชงแพ้พระเอกก็ตรงที่มาเจอนางเอกทีหลังเท่านั้นเอง ถ้ามาเจอเราก่อนก็คงจบแบบ Happy ending ไปนานแล้ว 😀 แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ ก็ไม่มี “พระรองของคนดู” หรอกนะคะ เพราะเหมือนคนเขียนบทกลัวว่าจี๋ชงจะเศร้าเกินไป เลยหาสาวมาดามใจให้ช่วงท้ายเรื่องแทน เฮ้อ…ว่าแล้วคนดูอย่างเราก็ต้องขอตัวไปซดน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในก่อนนะคะ


Joy of life (2019) หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร

Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)
Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)
ถ่ายทำ มกราคม – สิงหาคม 2018
ออกอากาศ 26 พฤศจิกายน 2019
จำนวนตอน/นาที 46 ตอน / 45 นาที
ประเภท พีเรียด, ปริศนาลึกลับ, คอมเมดี้
นักแสดงนำ จางรั่วหยุน, หลี่ชิ่น, เฉินเต้าหมิง, อู๋กัง
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น เหยียนปิงอวิ๋น (บทสนับสนุน)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน Joy of life 

“ฟ่านเสียน” เป็นเด็กหนุ่มจากโลกปัจจุบันได้หลุดเข้าไปยังยุคโบราณ จิตวิญญาณของเขาได้ผูกกับร่างของเด็กทารกทำให้เขามีความทรงจำของโลกปัจจุบันทั้งหมดติดตัวไปด้วย ฟ่านเสียนเติบโตขึ้นมากเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดและมีความรู้มากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งระดับวรยุทธของเขาก็ไม่ธรรมดา แถมยังมีความรู้ด้านวิชาแพทย์และเป็นผู้เชียวชาญด้านการวางยาพิษอีกด้วย เมื่อฟ่านเสียนโตเป็นหนุ่ม เขาได้รับราชโองการจากฮ่องเต้ให้มารับหน้าที่ดูแลท้องพระคลังเพื่อที่จะถ่วงดุลอํานาจในวังหลวง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ฟ่านเสียนถูกลอบสังหารนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขาต้องหาวิธีเอาตัวรอดทั้งการใช้วรยุทธและสมองในการแก้ปัญหา ฟ่านเสียนจะใช้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดแบบไหนบ้าง ? และงัดกลยุทธ์ใดมาต่อกรกับคนในราชสำนัก ? ต้องไปติดกันต่อใน Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร) นะคะ

รีวิวความสนุกของ Joy of life (9.5/10)

ต้องบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้ดีต่อใจมาก! มีเรื่องราวที่น่าสนใจและชวนให้ติดตามทุกตอน บทละครมีมุกตลกสอดแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ได้เป็นซีรีส์แนวเกมการเมืองที่หนักเกินไป ทุกคนในเรื่องคือฉลาดมาก เชือดเฉือนกันสุด ๆ โดยเฉพาะฮ่องเต้ คือคนที่ฉลาดที่สุด เป็นจอมวางแผน และรู้จักเลือกใช้คน ในส่วนของพระเอกนั้น หากเพื่อน ๆ ชอบพระเอกแนวฉลาดเป็นกรด เจ้าเล่ห์ ชอบเล่นจิตวิทยากับฝ่ายตรงข้าม มีฝีมือ เก่งวรยุทธ ฝีปากจัดจ้าน ไม่กลัวใคร มาพร้อมกับความกวนโอ๊ย รับรองเลยว่าเพื่อน ๆ จะต้องชอบซีรีส์เรื่องนี้แน่นอนค่ะ

Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)
เหยียนปิงอวิ๋น ใน Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)

แต่สำหรับแฟนคลับเซียวจ้านที่ตั้งใจมาดูเมนตัวเองโดยเฉพาะ ขอให้ทำใจไว้ได้เลยนะคะ เพราะเซียวจ้านจะเริ่มปรากฏตัวเกือบช่วงท้าย ๆ และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มารวมเล่นต่อในภาค 2 และภาค 3 อย่างแน่นอน เพราะด้วยคิวงานที่ว่างไม่ตรงกัน แต่ที่เราแนะนำให้ดูเรื่องนี้ เพราะเพื่อน ๆ จะได้เห็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจำจดของเซียวจ้านนั่นเองค่ะ

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน Joy of life

เรียกว่าช่วงนี้เป็นที่ช่วงเซียวจ้านทำงานขยันตัวเป็นเกลียวของแท้ เพราะหากดูตารางถ่ายทำจะพบว่าเขารับงานในเวลาไล่เลี่ยกันมาก บางเรื่องก็เป็นคาบเกี่ยวกันด้วย อย่างเรื่อง “หาญท้าชะตาฟ้าฯ” และ ปรมาจารย์ลัทธิมาร เซียวจ้านของเราก็เล่นทั้ง 2 เรื่องซ้อนไปเลยจ้าาา แน่นอนตัวละครของทั้ง 2 เรื่องนั้นมีนิสัยแตกต่างกันคนละขั้วเลยค่ะ แต่ถือว่าเซียวจ้านทำออกมาได้ดี เพราะต้องปรับอารมณ์และแสดงออกมาให้ต่างกันได้ขนาดนี้

Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)
เหยียนปิงอวิ๋น ใน Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)

โดยในเนื้อเรื่องนั้นตัวละครที่เซียวจ้านเล่นคือบท “เหยียนปิงอวิ๋น” เป็นคนเคร่งขรึมและเถรตรงมาก ไม่มีความยืดหยุ่นใด ๆ จะมีก็แต่ความรักชาติและจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ ทำตามคำสั่งของหัวหน้าทุกอย่างโดยไม่มีข้อโต้แย้ง คล้ายกับโดนล้างสมองแต่ตั้งเด็ก ภายนอกจะดูนิ่ง ๆ และขึงขัง แต่ก็ยังคงมาดคุณชายชนชั้นสูงที่มีความสง่างาม หยิ่งยโส และดื้อรั้นเป็นที่หนึ่ง อีกทั้งยังชอบทำหน้าซึนเวลามีสาวเข้าหา การแสดงสีหน้าเอ่ย สายตาเอ่ย ดูมีอะไรให้ครุ่นคิดตลอดเวลา ทำให้คนดูอย่างเราสับสนว่าตัวละครเหยียนปิงอวิ๋นจะดีหรือร้ายกันแน่ ? แต่โดยรวมแล้วทรงเสน่ห์และกร้าวใจสุด ๆ โดยเฉพาะเวลาที่เขาแสยะยิ้มมุมปาก ช่างเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างหัวใจสูงมากแม่!!

Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)
เหยียนปิงอวิ๋น ใน Joy of life (หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร)

แม้ว่าทรงผมและบุคลิกในเรื่องนี้จะคล้าย ๆ กับ “เป่ยถังม่อหราน” ในเรื่องฮ่องเต้ที่รัก แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สัมผัสได้ว่าตัวละครทั้งสองมีความต่างกัน สำหรับ​​เป่ยถังม่อหรานเขาเป็นคนอ่อนโยนและสง่างาม แต่สำหรับเหยียนปิงอวิ๋นจะดูเย็นชาไร้หัวใจมากกว่า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ที่ทำให้เราหลงรักเซียวจ้านแบบไม่รู้ตัว สำหรับใครอยากดูเซียวจ้านในบทนิ่ง ๆ หยิ่ง ๆ ต้องไม่พลาดเลยค่ะ เพราะต่อให้เมนเราเกรี้ยวกราดหยิ่งผยองเบอร์ไหน แม่ ๆ อย่างเราก็ทำใจโกรธไม่ลงอยู่ดีค่ะ (อิอิ)

ปล. เพลงตอนจบของซีรีส์จะมีเพลง “Yu Nian” หรือ “余年” ที่เซียวจ้านเป็นคนร้องด้วยนะคะ หากเข้าไปดูซีรีส์แล้วก็ลืมฟังกันด้วยน๊าาา จ้าน​จ้าน​ของเราร้องเพราะมากกก เสียงนุ่มมากกก ไม่เคยผิดหวังกับผู้ชายคนนี้จริง ๆ ค่ะ


Jade Dynasty (2019) กระบี่เทพสังหาร

Jade Dynasty (กระบี่เทพสังหาร)
Jade Dynasty (กระบี่เทพสังหาร)
ถ่ายทำ ตุลาคม 2018 – มกราคม 2019
ออกอากาศ 13 กันยายน 2019
จำนวนตอน/นาที 1 ชั่วโมง 41 นาที
ประเภท พีเรียด, แฟนตาซี, คอมเมดี้
นักแสดงนำ เซียวจ้าน, หลี่ชิ่น, เมิ่งเหม่ยฉี, ถังยี่ซิน
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น จางเสี่ยวฝาน (พระเอก)

เรื่องย่อ ภาพยนตร์ Jade Dynasty

“จางเสี่ยวฝาน” ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าจากโศกนาฏกรรมที่โดนฆ่ายกหมู่บ้านอย่างโหดเหี้ยม ต่อมาเขาได้รับการช่วยเหลือจากสำนักชิงหยุนและได้ผันตัวเองมาเป็นศิษย์ในสำนักจนเติบใหญ่ อยู่มาวันหนึ่งเขาได้บังเอิญไปเจอ “ไม้เท้าปีศาจ” ซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงที่ไม่มีใครสู้ได้ มันทำให้เขาสามารถเอาชนะคนที่เก่งที่สุดได้ในพริบตาโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ก็ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในยุทธภพ แน่นอนว่าเรื่องราวไม่ได้มีแค่นี้ เพราะจางเสี่ยวฝานยังได้ล่วงรู้ความลับที่ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเขาในวัยเด็กอีกด้วย!! เรื่องราวจะเป็นอย่างต่อไป? ต้องติดตามชมกันต่อใน Jade Dynasty (กระบี่เทพสังหาร) เลยจ้าา

รีวิวความสนุกของ Jade Dynasty (8/10)

จริง ๆ ในความรู้สึกเรา Jade Dynasty ภาค 1 มีพล็อตเรื่องที่ค่อนข้างธรรมดามากค่ะ เดาทางออกได้ง่ายมาก เพื่อน ๆ สามารถเก็บไว้ดูในย่ามว่างได้ เนื้อเรื่องค่อนข้างตลก (รับประกันว่าตลกทุกฉากจริง ๆ) บวกกับฝีมือของนักแสดงที่ยอดเยี่ยมและภาพ CGI ที่สวยงาม ก็พอจะช่วยให้เราได้เพลิดเพลินตลอด 1 ชม. 40 นาที แบบไม่มีเบื่อ ส่วนตัวเราคิดว่าพล็อตเรื่องจะเริ่มเข้มข้นมากขึ้นในภาค 2 อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไปว่าจะเริ่มถ่ายทำภาค 2 เมื่อไหร่กันน๊าาา?

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน Jade Dynasty

เรื่องนี้เซียวจ้านของเราได้รับบทเป็นพระเอกของเรื่องก็จริง แต่เราจะได้เห็นเซียวจ้านในบทชายหนุ่มวัยละอ่อนที่น่ารักน่าเอ็นดูมากกว่าจะเป็นพระเอกหล่อ ๆ เนื่องจากในเรื่องนั้นพระเอกของเรามักจะถูกรายล้อมไปด้วยสาว ๆ ที่มีวรยุทธ์เก่งกาจ แต่ทว่าตัวเขากลับอ่อนวรยุทธ์ไม่เก่งอะไรเลยสักอย่าง ในเมื่อพระเอกของเราไม่สามารถขายความเท่ได้ ก็เปลี่ยนแนวมาขายขำแทนน่าจะรุ่งกว่า

จางเสี่ยวฝาน ใน Jade Dynasty (กระบี่เทพสังหาร)
จางเสี่ยวฝาน ใน Jade Dynasty (กระบี่เทพสังหาร)

แน่นอนว่าเรื่องนี้เซียวจ้านอาจไม่ได้ดูหล่อแบบเทพเซียนอย่างที่เราคุ้นเคย เพราะเขาจะมาในหมาดหนุ่มเซอร์ที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงทุกฉาก!! ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่าเรื่องนี้เซียวจ้านเล่นได้ใสซื่อน่ารักน่าหยิกตะมุตะมิมาก ฉากที่เราชอบมากก็คงจะเป็นฉากถอดเสื้อ เพราะได้เห็นมัดกล้ามแน่น ๆ ของเซียวจ้านให้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจ ก็แหม ๆ เห็นรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นแบบนี้ ไม่คิดว่าเซียวจ้านของเราจะซ่อนรูป บอกเลยว่าแค่ฉากนี้ฉากเดียวก็คุ้มแล้วจ้า ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ เด้อสู ฉากอาบน้ำหรือฉากเสื้อหลุดในเรื่องฮ่องเต้ที่รักก็ยังไม่ได้เท่านี้!! ใครอยากตามไปดูก็อย่ารอช้าค่ะจัดไปโลด!! (เราไม่ใส่รูปให้หรอกนะจ๊ะ ต้องตามไปดูกันเอาเอง อิอิ)

ปล. “Asking Youth” หรือ “问少年” เป็นเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ที่จ้านจ้านของเราต้องเป็นคนร้องเพลงด้วยนะคะ ลองไปหาฟังกันได้ค่ะ โน๊ตเพลงมีจังหวะคึกคักเป็นพิเศษ ฟังไปก็โยกหัวไปมันส์ ๆ จะว่าไปแล้ว ไม่ว่าเพลงแนวไหนเซียวจ้านก็เอาอยู่จริง ๆ คนมันมากความสามารถอะเน๊อะ


The Untamed (2019) ปรมาจารย์ลัทธิมาร

The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)
The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)
ถ่ายทำ เมษายน – สิงหาคม 2018
ออกอากาศ 27 มิถุนายน 2019
จำนวนตอน/นาที 50 ตอน / 45 นาที
ประเภท พีเรียด, ปริศนาลึกลับ, แฟนตาซี
นักแสดงนำ เซียวจ้าน, หวังอี้ป๋อ
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น เว่ยอู๋เซี่ยน (ตัวเอกของเรื่อง)

เรื่องย่อ ซีรีส์ The Untamed 

The Untamed เป็นเรื่องราวของโลกยุทธภพที่มี 5 ตระกูลใหญ่แบ่งกันปกครองพื้นที่ของตนอย่างสงบสุข แต่แล้ว ตระกูลเวิน ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องการเป็นใหญ่อยู่เหนือตระกลูทั้งหมด จึงได้เริ่มเข่นฆ่าตระกูลที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ ทำให้ “เว่ยอู๋เซี่ยน” เด็กหนุ่มจากตระกูลเจียงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยการใช้วิชาพิสดารที่เขาคิดขึ้นเอง จนได้สมญานามว่า “ปรมาจารย์อี๋หลิง” ซึ่งอาวุธที่เขาใช้ฆ่าคนตระกูลเวินก็มีแค่ขลุ่ยเท่านั้น

หลังจากตระกูลเวินถูกฆ่าตาย ตระกูลที่เหลือต่างก็หวาดกลัววิชานอกรีตของเว่ยอู๋เซี่ยนและคิดกันไปต่าง ๆ นานาว่าเขาใช้วิชามารจนควบจิตใจไม่ได้ ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนตกเป็นเป้าโจมตีและโดนใส่ร้ายในสิ่งที่ไม่ได้ทำบ่อยครั้ง จนในที่สุดเว่ยอู๋เซี่ยนก็โดนตระกลูทั้ง 4 รวมถึงคนในตระกลูตัวเองไล่ล่าหมายจะเอาชีวิต และด้วยปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมา บวกกับมีบางเรื่องทำให้เขาต้องใจสลาย เว่ยอู๋เซี่ยนที่ไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปจึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมด แต่แล้วอีก 16 ปีต่อมา วิญญาณของเว่ยอู๋เซี่ยนก็โดนเรียกจากอาคมสละชีพให้มาสิงร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ก็ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนได้รู้ความจริงบางอย่างในอดีตที่เขาเองก็คาดไม่ถึง ปมปริศนาที่ว่านี้จะคืออะไร ? ต้องไปติดตามกันต่อใน The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร) ค่ะ

รีวิวความสนุกของ ซีรีส์ The Untamed (10/10)

โอโห้คุณค่ะ!! ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้สนุกมาก ๆ ยกให้เป็นซีรีส์ที่ขึ้นหิ้งในดวงใจอีกเรื่อง แต่หากใครที่ยังไม่เคยอ่านนิยายมาก่อนก็อาจจะตามเนื้อเรื่องช่วงแรกไม่ทันนะคะ เพราะว่าตัวละครในเรื่องเยอะมาก เรียกว่าต้องมีดูซ้ำค่ะจึงจะเข้าถึงอารมณ์ที่แท้จริงของตัวละครค่ะ โดยจริง ๆ แล้วในเรื่องไม่ได้มีแค่เรื่องราวของเว่ยอู๋เซี่ยนตามที่เราได้เกริ่นไปนะคะ เพราะยังมีความสัมพันธ์ระหว่างหลานวั่งจีกับเว่ยอู๋เซี่ยนด้วยค่ะ หลาย ๆ คนอาจจะพอรู้มาบ้างแล้วว่าในนิยายนั้นพล็อตเรื่องเป็นความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย ที่หากทางผู้กับกำสร้างซีรีส์ตามนิยายจริง ๆ คงไม่ผ่านกองเซนเซอร์ของพี่จีนแน่นอน ดังนั้นในซีรีส์จึงได้มีการตีความหมายในเชิง “มิตรภาพระหว่างลูกผู้ชาย” แทน ซึ่งเรารู้สึกว่าทั้งผู้กำกับ คนเขียนบท รวมถึงนักแสดงเองก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ดูแล้วไหลลื่นไม่ติดขัดเลยค่ะ แต่จะว่าไปแล้วในเรื่องก็ยังคงมีฉากที่ชวนให้จิ้นได้อยู่ดี เพราะหากใจเราจิ้น “มิตรภาพ” เป็นแค่ชื่อถนนค่ะ!!! ของแบบอยู่ที่ว่าคนดูเมารักมากน้อยแค่ไหนแหละเน๊อะ (อิอิ)

The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)
หลานวั่งจี-เว่ยอู๋เซี่ยน ใน The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องสนุก มีปมให้เราได้สงสัยตลอด การดำเนินเรื่องไม่น่าเบื่อ มีหลากหลายซีนหลายอารมณ์ให้เราได้เสพเรื่อย ๆ ทั้งตลก, เศร้า, ฮึกเหิม และอบอุ่นหัวใจ บวกกับภาพสวย ๆ และ CG เด็ด ๆ รวมถึงชุดเสื้อผ้าหน้าผมของนักแสดง เรียกว่าช่วยเอื้อให้ตัวซีรีส์น่าสนใจละสายตาได้ไม่สักวินาทีเดียวเลยค่ะ

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน The Untamed

หากเราสามารถบัญญัติคำว่าน่ารักขึ้นมาใหม่ได้ เราขอยกให้บท “เว่ยอู๋เซี่ยน” หรือ “เว่ยอิง” เป็นตัวแทนของความน่ารักเลยค่ะ ขอเบอกเลยว่าบทนี้เซียวจ้านแสดงออกมาได้ดีมาก ๆ มีทั้งความขี้เล่น จริงจัง หรือดราม่าเรียกน้ำตา ไม่ว่าจะฉากไหนเซียวจ้านก็สามารถแสดงความเป็นเว่ยอู๋เซี่ยนออกมาได้หมด

The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)
เว่ยอู๋เซี่ยน ใน The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

ยิ่งในช่วงแรก ๆ ของเรื่องก่อนที่เว่ยอู๋เซี่ยนจะเข้าสู่ลัทธิมาร เราจะได้เห็นความซุกซน น่ารักแบบดุ๊กดิ๊ก ๆ ของยัยอิง การชักสีหน้าเอ่ย การเบะปากมองบนเอ่ย เซียวจ้านได้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านการแสดงออกทางสีหน้าที่สดใส บวกกับท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที แต่เมื่อเริ่มไปได้กลาง ๆ เรื่อง เว่ยอู๋เซี่ยนก็จะเข้าสู่ด้านมืดกลายเป็นอีกคนที่มีแต่ความเคียดแค้น ซึ่งเราก็จะได้เห็นเว่ยอู๋เซี่ยนในอีกมุมที่ดุขึ้นกว่าเดิม

The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)
The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

โดยส่วนตัวแล้ว เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนในที่นี้ต้องโดนเซียวจ้านตกมาจากเรื่องนี้แน่นอน และถือว่าเป็นเรื่องแจ้งเกิดของเซียวจ้านเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่ซีรีส์ฉายไปได้ไม่นาน เซียวจ้านและหวังอี้ป๋อก็กลายเป็นคู่จิ้นฟินเฟ่อร์ที่ดังชั่วข้ามคืนแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ดังชนิดที่เพื่อนด้อมข้าง ๆ หมั่นไส้ (อิอิ) ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นความสำเร็จที่เซียวจ้านควรได้รับจริง ๆ เพราะเขาทุ่มเทให้กับงานแสดงมาก ๆ โดยเฉพาะกับบทเว่ยอู๋เซี่ยนที่สร้างมาเพื่อเซียวจ้านเท่านั้น ดังนั้นใครที่ยังไม่เคยดู The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร) เรื่องแรกที่ทำให้คนรักเซียวจ้านมากมายขนาดนี้ ต้องรีบไปหามาดูได้แล้วน๊าาา ดูแล้วหาทางออกจากกูซูไม่ได้แน่นอนจ้า จะหาว่าเราไม่เตือน!!

ปล. เรื่องนี้จ้านเกอและตี่ตี้ร้องเพลงประกอบซีรีส์คู่กันด้วยนะคะ “The Untamed” หรือ “无羁” จะบอกว่าเพราะมากกกกกกกก ได้ฟังเพลงนี้ทีไรเป็นต้องวนกลับเข้ากูซูทุกครั้งค่ะ ต่อมาก็เพลง “曲尽陈情” ที่เพลงประจำตัวเว่ยอู๋เซี่ยน จ้านจ้านของเราเป็นก็คนร้องเช่นกัน เรียกว่าทั้งเล่นทั้งร้องในคนเดียว แหม ๆ ขยันหาเงินจริง ๆ จ้านเกอของตี่ตี้ 🙂


Oh! My Emperor (2018) ฮ่องเต้ที่รัก

Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก)
Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก)
ถ่ายทำ กันยายน – พฤศจิกายน 2017
ออกอากาศ 25 เมษายน 2018
จำนวนตอน/นาที 21 ตอน / 25 นาที
ประเภท พีเรียด, คอมเมดี้, โรแมนติก, แฟนตาซี
นักแสดงนำ จ้าวลู่ซือ, กู่เจียเฉิง, เซียวจ้าน
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น เป่ยถังม่อหราน (พระรอง)

เรื่องย่อ ซีรีส์จีน Oh! My Emperor 

“ลั่วเฟยเฟย” เด็กสาวจากโลกในศตวรรษที่ 21 เกิดประสบอุบัติเหตุและได้หลงเข้าในอดีตโดยบังเอิญ ทำให้เธอได้พบกับ “เป่ยถังอี้” ฮ่องเต้ในยุคนั้น ด้วยความที่ฮ่องเต้มีใบหน้าเหมือนไอดอลขวัญใจของเธอในโลกปัจจุบัน เธอจึงพยายามเข้าหาเขา แต่นั่นกลับทำให้ฮ่องเต้คิดว่าเธอจะมาลอบสังหารจึงได้สั่งตัดหัวเธอ โชคดีที่ “เป่ยถังม่อหราน” ท่านอาของฮ่องเต้ได้เข้ามาห้ามไว้ทัน เพราะเขามักเห็นลั่วเฟยเฟยในนิมิตรบ่อย ๆ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ? เด็กสาวที่มีนิสัยร่าเริงและมีความคิดแบบคนยุคใหม่จะสามารถเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ ? อีกทั้งเรื่องราวกลับยิ่งยุ่งเหยิงกว่าเดิมเมื่อเธอได้เข้าไปพัวพันกับเจ้าราศี 12 คน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีพลังวิเศษต่างกันอีก ต้องไปตามเอาใจช่วยลั่วเฟยเฟยกันต่อใน Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก) นะจ้ะ

รีวิวความสนุกของ Oh! My Emperor (8/10)

บอกได้คำเดียวว่าซีรีส์เรื่องนี้ตลกทุกฉากขำทุกตอน หากเพื่อน ๆ เบื่อกับซีรีส์จีนโบราณแนวร้องไห้จนตับพัง ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้เพื่อน ๆ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที อีกทั้งเนื้อเรื่องก็ดำเนินได้รวดเร็วไม่ได้ยืดเยื้อเกินไป เน้นเสพความสนุกกันเพลิน ๆ ตอนแรกเราดูซีรีส์เรื่องนี้เพราะเซียวจ้าน แต่สุดท้ายด้วยความน่ารักของนางเอกก็โดนจ้าวลู่ซือตกเข้าอย่างจัง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีให้รับชมกันถึง 2 ภาค ตอนละประมาณ 20 นาที ถือว่ากำลังดี จัดเป็นซีรีส์ที่ย่อยง่าย ไม่ต้องดองนาน ดูรวดเดียวจบก็ยังได้ แนะนำเลยค่ะ

Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก)
Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก)

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน Oh! My Emperor

ต้องบอกตามตรงแบบไม่ได้อวยเมนเลยนะคะ ซีรีส์เรื่องนี้มีแต่คนเชียร์พระรอง ถึงขั้นตั้ง #ทีมพระรอง #เป่ยถังม่อหราน #ทีมท่านอ๋องม่อหราน กันรัว ๆ เพราะด้วยความแสนดีที่มีต่อนางเอก ช่วยเหลือทุกอย่างแต่เขาไม่รัก ทำให้บทอ๋องม่อหรานขึ้นแท่น “พระรองของคนดู” ไปโดยปริยาย ให้พระเอกมีไว้สำหรับนางเอกก็พอค่ะ ส่วนพระรองมีไว้สำหรับทุกคนดีกว่าเน๊อะ!!!

Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก)
Oh! My Emperor (ฮ่องเต้ที่รัก)

เรียกว่าเซียวจ้านในบทนี้สามารถตกเหล่าแม่ยกไปได้อีกเพียบ ทำให้มีคนรู้จักเขามากขึ้น ถือเป็นอีกเรื่องที่เซียวจ้านเริ่มเปล่งประกายออร่าจับสุด ๆ หลายต่อหลายคนที่ดูเรื่องนี้ต่างลงความเห็นกันว่าพระรองในเรื่องเล่นดีมาก แสดงได้ดี มีเสน่ห์ มีแววรุ่งแน่นอน!! ทั้งบทเศร้า, บทรัก, บทอ่อนโยน หรือบทจริงจังก็เอาอยู่ทุกซีนทุกฉาก!! ซึ่งในสมัยนั้นเซียวจ้านก็ยังไม่ดังเท่าตอนนี้ ดังนั้นการที่มีคนเห็นตรงกันเป็นกลุ่มใหญ่ก็แสดงว่าเซียวจ้านของเราเก่งพอตัวใช่มั้ยละ!! (อิอิ)

ปล. ในเรื่องนี่จ้านจ้านได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ด้วยค่ะ “Stepping On Shadows” หรือ “踩影子” ลองไปหาฟังกันดูนะคะ เสียงใสมากค่ะ ก็อย่างว่าแหละเนอะ ดีกรีเป็นถึงนักร้องประสานตอนเรียนมหาลัยเชียวนะจ๊ะ ทำเป็นเล่นไป!!


Super Star Academy (2016) อิทธิฤทธิ์คนอัจฉริยะ

Super star Academy (อิทธิฤทธิ์คนอัจฉริยะ)
Super star Academy (อิทธิฤทธิ์คนอัจฉริยะ)
ถ่ายทำ เมษายน – มิถุนายน 2016
ออกอากาศ 29 กันยายน 2016
จำนวนตอน/นาที 30 ตอน / 22 นาที
ประเภท แอคชั่น, คอมเมดี้, โรแมนติก
นักแสดงนำ เซียวจ้าน, หวังหยูเหวิน, ไป๋ซู่
ตัวละครที่เซียวจ้านเล่น ฟางเจียนเจ๋อ (พระเอก)

เรื่องย่อ ซีรีส์ Super star Academy

Super Star Academy เป็นสถาบันสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถวิเศษเหนือมนุษย์ เนื้อเรื่องจะดำเนินผ่านตัวละครที่ชื่อว่า “เฉิงจือเอ๋อ” เธอตัดสินใจเข้ามาเรียนที่นี่ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการตามหาเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เคยช่วยชีวิตเธอในวัยเด็ก ซึ่งเธอสงสัยว่า “ฟางเจียนเจ๋อ” ก็คือเด็กผู้ชายคนนั้น แต่เขากลับเป็นดาวเด่นตัวท็อปของโรงเรียน แถมเจอกันครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตากันซะแล้ว ด้วยเหตุผลทั้งปวงนี้เองจึงทำให้เฉิงจือเอ๋อต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพราะสาว ๆ ในโรงเรียนไม่พอใจและคิดว่าว่าเธอพยายามเขาหาฟางเจียนเจ๋อ จนกลั่นแกล้งให้เธอไปเข้าร่วมการแข่งขันประลองพลังวิเศษ ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของเฉิงจือเอ๋อจะทำให้เธอชนะทุกการแข่งขันหรือไม่ ? และฟางเจียนเจ๋อจะใช้เด็กผู้ชายคนนั้นรึเปล่า ? ต้องไปติดตามกันต่อใน Super Star Academy (อิทธิฤทธิ์คนอัจฉริยะ) นะคะ

รีวิวความสนุกของ Super Star Academy (7/10)

พล็อตเรื่องหลัก ๆ คือทุกคนจะมีพลังเหนือธรรมชาติคล้าย ๆ กับ X-Men ที่ดูแล้วน่าสนใจ แต่โดยส่วนตัวเราคิดว่าบทของเรื่องยังอ่อนไปมาก ไม่ได้น่าติดตามเท่าที่ควร เนื้อเรื่องจะเป็นแนวเบาสมอง เน้นขายขำ ดูแล้วไม่เครียด ไม่มีปมซับซ้อน ให้อารมณ์เหมือนละครรักใส ๆ คอมเมดี้ และแนวแฟนตาซีผสมกัน เนื่องจากต้นทุนการผลิตไม่ได้สูงเหมือนซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ดังนั้นเราจึงไม่ได้คาดหวังอะไรเลยค่ะ เข้ามาดูการแสดงของเซียวจ้านอย่างเดียวเลยค่ะ (ฮ่า ๆ)

Super star Academy (อิทธิฤทธิ์คนอัจฉริยะ)
ฟางเจียนเจ๋อ ใน Super Star Academy (อิทธิฤทธิ์คนอัจฉริยะ)

รีวิวการแสดงเซียวจ้านใน Super Star Academy

Super Star Academy ถือว่าเป็นผลงานละครเรื่องแรกของเซียวจ้าน กับบทตัวละครที่ชื่อ “ฟางเทียนเจ๋อ” พระเอกของเรื่อง ที่แม้ว่าหน้าตาจะโหดไปหน่อยแต่อยู่ในโหมดพาวเวอร์พัฟเกิร์ล เน้นแกงคนดูมากกว่ามาขายหล่อ ซึ่งในเรื่องนี้ เพื่อน ๆ จะได้เห็นใบหน้าของเซียวจ้านที่ยังเป็นเบบี้เฟซอยู่เลยค่ะ ดูแล้วอรุ่มเจ๊าะมาก!! ส่วนในด้านการแสดงของเขาที่ถือว่าจัดอยู่ระดับที่น่าชื่นชมสำหรับมือใหม่ จนทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของค่าย Tencent ในปี 2016 ด้วยนะคะ


บทสรุป

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับประวัติและผลงานของเซียวจ้านที่เราได้นำเสนอไปในบทความนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความอิ่มเอมใจกลับไป เพราะเราตั้งใจเขียนมาก ๆ ทุกเรื่องที่รีวิวไปนั้นมาจากความรู้สึกของเราที่ได้ดูการแสดงของเซียวจ้านผ่านทางสายตาและเราก็ใช้ใจเขียนลงไปเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะเลือกดูเรื่องไหนดี

หากเป็นไปได้เราก็อยากให้ดูทุกเรื่องจริง ๆ ค่ะ (ฮ่า ๆ) แต่หากให้แนะนำสำหรับผู้เริ่มเข้าด้อมก็ต้องเป็น The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร) เลยค่ะ เรื่องนี้แม้ว่าจะฉายมานานหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยตก TOP 10 ของ WeTV Thailand เลยสักครั้ง นั่นเป็นเพราะคนที่ดูจบแล้วมักจะกลับมาดูซ้ำอีกนั้นเองค่ะ อีกอย่าง The Untamed ก็เป็นซีรีส์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เซียวจ้านอีกด้วย ดังนั้นใครที่อยากรู้จักเซียวจ้านมากขึ้นต้องไม่พลาดเด็ดขาดนะคะ แต่หากเพื่อน ๆ ไม่ถนัดแนวพีเรียดหรือจีนโบราณ เราแนะนำเป็นซีรีส์รักโรแมนติกอย่าง The Oath of Love (คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก) เรื่องนี้เซียวจ้านของเราน่ารักและอบอุ่นมาก รับรองดูแล้วจะต้องหลงรักหัวปักหัวปําจริง ๆ ค่ะ

ความสัมพันธ์ของกู้เว่ยและหลินจื่อเซี่ยว

สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ พบกันใหม่ในบทความหน้า รอดูว่าเราจะมาแนะนำศีลปินจีนคนไหนอีก อย่าลืมติดตามอ่านกันด้วยนะคะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post