ในช่วงเวลาประมาณ 5 – 6 ปีที่ผ่านมานี้คงต้องยอมรับจริง ๆ ครับว่า ‘ซีรีส์วายไทย’ ของไทยเราเติบโตไปแบบก้าวกระโดด ทั้งยังดังไปทั่วประเทศและจะบอกว่าทั่วโลกก็คงไม่ผิด เนื่องจากนักแสดงของเราได้มีการจัด Meeting ตามคำเรียกร้องของแฟนคลับในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน, ฟิลลิปปินส์, เกาหลี และอื่น ๆ อีกมากมายเกือบจะ 70 ประเทศ โดยสาเหตุของความดังคงจะเป็นเพราะความหลากหลายทางเพศและการยอมรับชาว LGBTQ+ มากขึ้นไปตามยุคสมัย ดังนั้นฐานแฟนคลับสาววายหรือคนที่ติดตามก็มากขึ้น จนในทุกวันนี้มีค่ายหนังหรือละครจำนวนมากได้ทำการผลิต ‘ซีรีส์วาย’ ออนแอร์ทางมากยิ่งขึ้น
ซึ่ง ‘ซีรีส์วาย 2021-2022’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีทองของวงการวาย เพราะมีซีรีส์วายน่าสนใจมากมายให้เราได้รับชม ดังนั้นผมจึงได้ทำการรวบรวมลิสต์รายชื่อซีรีส์วายคุณภาพ โดยจะมีทั้งเรื่องที่ออนแอร์จบไปแล้ว (แต่สามารถรับชมย้อนรับผ่านทางเว็บไซต์ได้) รวมไปถึงซีรีส์ที่กำลังออนแอร์และมีแพลนจะออนแอร์ในปี 2022 นี้มาฝากกันครับ หากสาววายหรือหนุ่มวายคนไหนกำลังหาซีรีส์ดูในช่วงวันหยุดกันอยู่ ถือว่าคุณมากถูกทางแล้ว เพราะผมได้เขียนรีวิวและเรื่องย่อไว้ประกอบการตัดสินใจไว้ทั้งหมดแล้ว
1. นับสิบจะจูบ (Lovely Writer)
ในช่วงที่ซีรีส์ออนแอร์ไปเมื่อปีที่แล้ว ‘นับสิบจะจูบ’ เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งทำกระแสได้ดีมาก สามารถสร้างฐานแฟนคลับสาววายได้นับหมื่นนับแสน เพราะอาจจะเป็นด้วยเคมีของตัวนักแสดงอย่าง อัพ (ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง) และ เก้า (นพเก้า เดชาพัฒนคุณ) ค่อนข้างลงตัว ในขณะเดียวกันบทและคาแรกเตอร์ของตัวละครก็เหมือนเกิดมาให้สองคนนี้เล่นโดยเฉพาะ แต่ที่ต้องชื่นชมคือการแสดงของ ‘อัพ’ ดีและเป็นมือาชีพมาก !
ถือเป็นการเปิดศักราชในการแสดงซีรีส์วายเรื่องแรกแบบสวยหรู เพราะถ้าหากสังเกตนักแสดงชายที่เริ่มเข้าวงการหนังหรือซีรีส์วายใหม่ ๆ จะมีความเกร็งและกดดันเมื่อต้องเข้าฉากเลิฟซีน
แต่ในทางกลับกันอัพสามารถทำลายกำแพงตรงนี้ไปได้ ทำให้ทุกอย่างไหลลื่น ไม่มีความติดขิดตะขวงใด ๆ ให้ผู้ชมรู้สึก ‘เอ๊ะ…’ หรือไม่อินเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านของก้าวเองก็มีประสบการณ์ในการเล่นซีรีส์วายอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าการแสดงอาจจะไม่เพอร์เฟคแบบ 100% แต่ก็ต้องยอมรับว่าก้าวพัฒนาขึ้นไปหลายเลเวล หากใครอยากไม่ได้รับชม แนะนำเลยครับว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ นพเก้า เดชาพัฒนคุณ |
| จำนวนตอน | 12 ตอน |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
ในช่วงที่ซีรีส์ออนแอร์ไปเมื่อปีที่แล้ว ‘นับสิบจะจูบ’ เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งทำกระแสได้ดีมาก สามารถสร้างฐานแฟนคลับสาววายได้นับหมื่นนับแสน เพราะอาจจะเป็นด้วยเคมีของตัวนักแสดงอย่าง อัพ (ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง) และ เก้า (นพเก้า เดชาพัฒนคุณ) ค่อนข้างลงตัว ในขณะเดียวกันบทและคาแรกเตอร์ของตัวละครก็เหมือนเกิดมาให้สองคนนี้เล่นโดยเฉพาะ แต่ที่ต้องชื่นชมคือการแสดงของ ‘อัพ’ ดีและเป็นมือาชีพมาก !
ถือเป็นการเปิดศักราชในการแสดงซีรีส์วายเรื่องแรกแบบสวยหรู เพราะถ้าหากสังเกตนักแสดงชายที่เริ่มเข้าวงการหนังหรือซีรีส์วายใหม่ ๆ จะมีความเกร็งและกดดันเมื่อต้องเข้าฉากเลิฟซีน
แต่ในทางกลับกันอัพสามารถทำลายกำแพงตรงนี้ไปได้ ทำให้ทุกอย่างไหลลื่น ไม่มีความติดขิดตะขวงใด ๆ ให้ผู้ชมรู้สึก ‘เอ๊ะ…’ หรือไม่อินเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านของก้าวเองก็มีประสบการณ์ในการเล่นซีรีส์วายอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าการแสดงอาจจะไม่เพอร์เฟคแบบ 100% แต่ก็ต้องยอมรับว่าก้าวพัฒนาขึ้นไปหลายเลเวล หากใครอยากไม่ได้รับชม แนะนำเลยครับว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง
เรื่องย่อ : เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ‘จีน (ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง)’ นักเขียนนิยายชื่อดังจำเป็นจะต้องผันตัวและเปลี่ยนแนวการเขียนของตัวเองให้เข้ากับเทรนด์สังคม นั่นคือการเปลี่ยนจากแฟนตาซีสยองขวัญเป็นนิยายวาย (ชายรักชาย) ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ค่อยอยากเขียนสักเท่าไหร่นัก แต่ด้วยภาวะจำยอมที่ต้องเลี้ยงปากท้องของตัวเองจึงจำเป็นจะต้องเขียนนิยายวายขึ้นมา และแน่นอนว่าความเก่งกาจในการประพันธ์เรื่องราว ทำให้นิยายดังระเบิดระเบ้อแบบฉุดไม่อยู่ ชนิดที่มีค่ายหนังต้องการนำงานเขียนไปทำเป็นซีรีส์
จนมาถึงวันหนึ่งที่ ‘จีน’ จะต้องไปดูการแคสติ้งเพื่อเลือกนักแสดงให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของตัวละครที่ตัวเองได้เขียนเอาไว้ ดังนั้นจุดนี้จึงทำให้เขาได้พบกับ ‘นับสิบ (นพเก้า เดชาพัฒนคุณ)’ นักแสดงหนุ่มสุดหล่อซึ่งเป็นตัวเต็งของการแคสติ้งในครั้งนี้
และแล้วความน่ารักของคุณจีนก็ดันทำเอานับสิบตกหลุมเข้าอย่างจัง จนพยายามตามตื้อและจีบเพื่อจะได้เป็นเจ้าชายในชีวิตจริง อย่างไรก็ดีความรักในครั้งนี้ไม่ได้สวยหรูตามความคาดหวัง เพราะยังมี ‘เอ๋ย (บรูซ ศิริกร คณานุรักษ์)’ เข้ามาขัดขวาง รวมไปถึงครอบครัวที่อาจจะยังไม่ได้เปิดใจในความรักครั้งนี้มากสักเท่าไหร่นัก ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามในซีรีส์กันต่อครับ
2. นิทานพันดาว (A Tale of Thousand Stars)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ และ สหภาพ วงศ์ราษฎร์ |
| จำนวนตอน | 10 ตอน |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
หลังจาก GMMTV ได้ทำการปล่อย Teaser ซีรีส์เรื่อง ‘นิทานพันดาว’ ออกไปได้ไม่ถึงวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นเทรนด์และมีคนพูดถึงกันค่อนข้างมากในโซเชียลมีเดีย เพราะภาพอันสวยงามและเนื้อเรื่องซึ่งค่อนข้างจะฉีกแนวออกไปจากรักวัยรุ่นทั่วไป ในขณะเดียวกันตัวนักแสดงเองก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
เนื่องจาก ‘เอิร์ธ (พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ)’ เป็นนักแสดงคุณภาพคนหนึ่งของทางแกรมมี่ ซึ่งมีผลงานประจักษ์และประสบความสำเร็จมาแล้วจากเรื่อง ‘Water Boyy the Series’ ส่วนทางฝั่งของ ‘มิกซ์ (สหภาพ วงศ์ราษฎร์)’ เองก็น่าสนใจ ถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะไม่เคยสัมผัสและชมผลงานการแสดงของมิกซ์มาก่อน แต่ด้วยความมุบมิ๊บน่ารักเข้ากับคาแรกเตอร์ของตัวละคร ทำให้หลายคนเฝ้าติดตามว่าเขาจะทำได้ดีหรือไม่
โดยในระหว่างทางการถ่ายทำอาจมีอุปสรรคมากมาย ทั้งสภาพอากาศ, สถานที่ และการเปลี่ยนบท (ด้วยความจำเป็น) แต่ซีรีส์ก็ทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพจนครองใจแฟนคลับสาววายไปทั่วบ้านทั่วเมือง โดยผมขอยกให้เป็น Top 3 ของซีรีส์วายคุณภาพที่ปล่อยออกมาในปี 2021
เรื่องย่อ : ‘เธียร (สหภาพ วงศ์ราษฎร์)’ เป็นวัยรุ่นหนุ่มที่เกิดในครอบครัวคนรวย ซึ่งด้วยความเพรียบพร้อมในชีวิตและเงินทองทำให้เขาเถลไถลไปบ้าง จนในวันหนึ่งอาการหัวใจกำเริบก็เกิดขึ้นและเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยความโชคดีของเธียรที่ได้รับการเปลี่ยนหัวใจจากครูทอฝัน ทำให้เขายังสามารถลืมตาและใช้ชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้ได้
แม้ว่าเธียรจะเป็นเด็กเกเรไปบ้าง แต่เนื้อแท้จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง แน่นอนว่าได้รับโอกาสในครั้งนี้จึงทำให้เขาอยากตอบแทนครูทอฝัน ในการขึ้นไปเป็นครูอาสาบนหมู่บ้านผาปันดาวแทนครูทอฝัน ดังนั้น ‘เธียร’ จึงได้พบกับ ‘หัวหน้าภูผา (พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ)’ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ด้วยความที่ ‘เธียร’ มีความเป็นลูกคุณหนูและไม่ได้เตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตบนดอย จึงทำให้หัวหน้าภูผาไม่ค่อยจะถูชะตาสักเท่าไหร่ในช่วงแรก
แต่แล้วการใช้ชีวิตร่วมกันในหมู่บ้านก็ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเกิดการพัฒนา จนเกิดเป็นความรักโดยไม่ทันตั้งตัว อย่างไรก็ดีความสัมพันธ์ในครั้งนี้ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่าจริง ๆ แล้วความรู้สึกดีที่ทาง ‘เธียร’ มีต่อ ‘หัวหน้าภูผา’ เกิดขึ้นมาจากหัวใจของครูทอฝันภายในร่างกายของเขาหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องปิดความลับกับชาวบ้านอีกด้วยว่าการที่เขามาเป็นครูอาสาในครั้งนี้ ก็เนื่องจากครูทอฝันได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดจะดำเนินและจบอย่างไร ทุกคนสามารถไปรับชมกันได้ใน Youtube ครับ
3. ต้นหนชลธี (Tonhon Chonlathi)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง และ ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล |
| จำนวนตอน | 10 ตอน |
| ปีที่ออกอากาศ | 2020/2021 |
‘ต้นหนชลธี’ มาในซีรีส์ที่ค่อนข้างจะกลมกล่อม คือครบรสทั้งในเรื่องของความโรแมนติก ในขณะเดียวกันก็แซมความดราม่าและคอมเมดี้เข้าไป เพื่อเรียกเสียงหัวเราะและดูแล้วไม่เลี่ยนจนเกินไป ส่วนทางด้านของนักแสดงเองก็ถือว่าน่าสนใจครับ เพราะทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็น ‘ป๊อด (ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง)’ หรือ ‘ข้าวตัง (ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล)’ ก็มีโอกาสครั้งแรกในการเป็นนักแสดงนำของเรื่อง ซึ่งถ้าหากมองในภาพรวมถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว
โดยเฉพาะทางด้านของ ‘ข้าวตัง’ ที่เล่นได้แบบตัวเล็กตัวน้อย กลมกลืนไปกับบทบาทและคาเรกเตอร์ของตัวละคร ส่วนป๊อดเองก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี เพราะถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นนักแสดงหลักหรือเล่นเป็นคู่หลักครั้งแรก แต่ที่ผ่านมาทางป๊อดเองได้มีการแสดงมาแล้วในหลายเรื่องดัง ไม่ว่าจะเป็น Dark Blue Kiss หรือ Kiss Me Again จึงทำให้การแอคติ้งค่อนข้างจะดี หากใครชอบซีรีส์วายน่ารัก ๆ ไม่ตึงเครียดมากจนเกินไป สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับเราได้ในวันสบาย ๆ ‘ต้นหนชลธี’ ถือว่าตอบโจทย์นี้ให้กับคุณได้
เรื่องย่อ : ความรักอันสดใสและบริสุทธิ์ในช่วงวัยเด็กของ ‘ชลธี (ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล)’ ที่มีต่อ ‘ต้นหน (ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง)’ พี่ชายข้างบ้าน ทำให้ชลธีพยายามเฝ้ามองและตามติดชีวิตของต้นหนในทุก ๆ ก้าว ชนิดที่เขาพยายามสอบให้ติดมหาลัยเดียวกันกับพี่ต้น เพื่อจะได้พบหน้ากันในทุกวัน แต่แทนที่ทั้งสองคนจะเป็นแค่เพียงรุ่นพี่รุ่นน้องในมหาลัยหรือพี่ชายน้องชายข้างบ้าน กลับกลายเป็นว่าทั้งสองคนกลายเป็นรูมเมทอยู่ภายในบ้านเดียวกันซะงั้น
ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงค่อย ๆ เติบโตขึ้นไปตามลำดับ อย่างไรก็ดีอุปสรรคของความรักก็เข้ามาอย่างถาโถม เพราะชลธีเริ่มกลายเป็น Freshy สุดคิ้วท์ ที่รุ่นพี่ผู้ชายหลายทั้งในคณะและต่างคณะหลายคนหมายปอง ในขณะเดียวกันต้นหนเองก็สับสนและยังไม่รู้ใจของตัวเองว่าจริง ๆ แล้วความรักในครั้งนี้ (ชาย-ชาย) จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ มิหนำซ้ำแฟนเก่าสุดสวยก็พยายามจะมาขอคืนดี จนเรื่องทุกอย่างวุ่นวายตาลปัตร หากใครอยากรู้ว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร อย่าพลาดที่จะไปติดตามกันครับ
4. แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2 (I told sunset about you 2)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ กฤษฏ์ อำนวยเดชกร |
| จำนวนตอน | 5 ตอน |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
หลังจาก ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ ซีซั่น 1’ ประสบความสำเร็จแบบพลุแตก ดังทะลุมิติแบบข้ามทวีป เพราะด้วยความเพอร์เฟคของบทที่ดำเนินเรื่องได้อย่างกระชับ รวมไปถึงนักแสดงมากความสามารถและทีมงานเบื้องหลัง ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย, ช่างแต่งหน้า, เส้นผม ไปจนถึงภาพและสีสุดกลมกล่อมของซีรีส์ ทำให้แฟนคลับติดหนึบจนถอนตัวแทบไม่ขึ้น รู้สึกว่า 5 Episode ยังไม่เต็มอิ่มพอ ดังนั้นจึงเกิดการเรียกร้องให้ทางผู้จัดทำซีซั่นต่อไป จนในที่สุดทาง Nadao จึงได้ทำภาคต่อตามคำเรียกร้อง
โดยในซีซั่นนี้คุณจะสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ที่โตขึ้นจากความรักแบบมัธยมกลายเป็นความรักในระดับมหาลัย ดังนั้นความเข้มข้นในเรื่องของดราม่าจะมากยิ่งขึ้น เริ่มมีความซับซ้อนในความรักมากกว่าการเป็น Puppy Love ในซีซั่นแรกว่ารุนแรงจนทำให้หลายคนเป็นไบโพล่าไปแล้ว ซีซั่นนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นจนแทบจะหยิบเอาเครื่องหายใจมาเพิ่มออกซิเจนให้กับตัวเอง
เพราะความงี่เง่าและการนอกใจของเต๋ทำให้รู้สึกหงุดหงิด จนแทบอยากจะเอาครกฟาดซะให้รู้แล้วรู้รอด ในขณะเดียวกันก็สงสารโอ้วเอ๋วที่จะต้องมาพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งความอินตรงนี้ละครับเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของนักแสดง หากใครกำลังอยากจะหาซีรีส์ดี ๆ ดูสักเรื่อง ผมแนะนำ ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2’ ถือเป็นช้อยส์น่าสนใจมาก ๆ
เรื่องย่อ : หลังจากทั้งสองคนได้เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมและสังคมของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป เนื่องจากทั้ง ‘เต๋ (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล)’ และ ‘โอ้วเอ๋ว (กฤษฏ์ อำนวยเดชกร)’ อยู่กันคนละมหาลัย โดยในช่วงแรกทั้งคู่พยายามกระชับความสัมพันธ์ด้วยการที่เต๋ไปนอนในคอนโดของโอ้วเอ๋วในทุกคืน แต่ด้วยการจราจรอันติดขัดรวมไปถึงระยะทางค่อนข้างจะไกล ทำให้เต๋เข้าคลาสสายและเหนื่อยในการทำกิจกรรมภายในชมรมการแสดง ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือเต๋จะต้องอยู่ภายในหอในของมหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนค่อย ๆ ห่างกันออกไป หากคุณอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะรอดหรือไม่ ? ต้องไปติดตามกันเอาเองนะครับ
5. Not Me เขา…ไม่ใช่ผม
| แนวซีรีส์ | แอคชั่น ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | จุมพล อดุลกิตติพรม, อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล, ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง, กวิน แคสกี้, หฤษฎ์ ชีวการุณ, พรหมพิริยะ ทองพุทธรักษ์, รชานันท์ มหาวรรณ์ และ ภาสิดี เพชรสุธี |
| จำนวนตอน | 14 ตอน (กำลังออกอากาศ) |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021/2022 |
คู่จิ้นสุดอมตะของวงการวาย ที่ไม่ว่าผ่านไปนานกี่ปีก็ยังคงมีกระแสและมีแฟนคลับแน่นเฟ้นกันจนถึงทุกวันนี้ คงหนีไปไม่พ้น ‘ออฟ-กัน’ โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีผลงานโด่งดังร่วมงานกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รุ่นพี่ Secret Love, Our Skyy อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างวันนั้น หรือ Theory of Love ทฤษฎีจีบเธอ ที่สามารถกวาดเรตติ้งได้แบบเทน้ำเทท่า แต่เรื่องราวและการดำเนินเรื่องโดยส่วนใหญ่จะมีความสดใสน่ารัก คือก็อาจจะมีดราม่าอยู่บ้างตามเรื่องตามราวของซีรีส์หรือละครทั่วไป เพื่อให้เนื้อเรื่องมีไดนามิกไม่น่าเบื่อจนเกินไป
อย่างไรก็ดีเรื่อง ‘Not Me เขา…ไม่ใช่ผม’ นั้นถือว่าแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะภายในเรื่องจะดุเดือดด้วยดราม่าและมีแอคชั่นอีกด้วย ซึ่งต้องบอกว่าฉีกภาพลักษณ์ความหวานใสของคู่จิ้นไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้คุณภาพของมุมกล้องและการดำเนินเรื่องถือว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะผู้กำกับสุดเก่งอย่าง ‘นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ’ ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว หากคุณอยากเห็นความแปลกใหม่ของคู่จิ้นคู่นี้ ต้องอย่าลืมที่จะพลาดในการรับชมนะครับ ยิ่งในตอนนี้กำลังออนแอร์อยู่ บอกได้เลยว่าเรื่องราวกำลังเข้มข้นมาก ๆ
เรื่องย่อ : จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คือ ‘แบล็ค’ และ ‘ไวท์’ (อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) เกิดมาเป็นฝาแฝดหน้าเหมือน แต่มาจนถึงวันหนึ่งทั้งคู่จำเป็นจะต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง เพราะคุณพ่อและคุณแม่ได้ทำการหย่าร้างกัน โดยทางฝั่งของไวท์ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศรัสเซียกับคุณพ่อ ส่วนไวท์ยังคงอยู่ประเทศไทยกับคุณแม่ ซึ่งในระยะเวลา 15 ปี ทั้งคู่ไม่ได้มีการสื่อสารหรือปฏิสัมพันธ์กันเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ดีสายใยของฝาแฝดยังคงอยู่ภายในตัวของทั้งคู่ เมื่อคนใดคนหนึ่งรู้สึกเจ็บหรือเกิดอันตรายขึ้นมา อีกคนจะรับรู้ได้โดยทันที และเรื่องราวก็เกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งไวท์เกิดความเจ็บปวดชนิดที่สาหัสปางตายแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่แล้วไม่นานนักเขาก็รู้คำตอบ เมื่อเพื่อนสนิทในวัยเด็กอย่าง ‘ต๊อด’ (หฤษฎ์ ชีวการุณ) ได้ติดต่อมาเล่าว่า ‘แบล็ค’ ฝาแฝดของเขาโดนลอบทำร้ายจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราติดเตียง ดังนั้น ‘ไวท์’ ผู้เป็นแฝดจึงได้กลับประเทศไทยเพื่อหาตัวการที่ทำร้ายแฝดของเขา
ทั้งนี้เรื่องมันไม่ได้จบง่าย ๆ เพียงเท่านั้น เพราะเมื่อ ‘ไวท์’ แฝงตัวเป็น ‘แบล็ค’ เพื่อเข้าไปในแก๊งค์เพื่อน ทุกคนก็เริ่มแปลกใจและรู้สึกแปลกว่าทำไมนิสัยของแบล็คถึงเปลี่ยนไป ชนิดที่เพื่อนรักร้ายเพื่อนร้ายอย่าง ‘ฌอห์ณ’ (จุมพล อดุลกิตติพรม) เปลี่ยนจากความเกลียดกลายเป็นความรักแบบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
6. แค่เพื่อนครับเพื่อน (Bad Buddy Series)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | กรภัทร์ เกิดพันธุ์ และ ภวัต จิตต์สว่างดี |
| จำนวนตอน | 12 ตอน (กำลังออกอากาศ) |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021/2022 |
‘แค่เพื่อนครับเพื่อน’ ถือเป็นซีรีส์ฮิตและติดเทรนด์ไปทั่วโลกในช่วงนี้เลยครับ โดยในประเทศไทยของเราเองก็มีการติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ #BadBuddySeries ช่วงวันออนแอร์เหยียบหลักล้านกันเลยทีเดียว หากใครเป็นสาววายหรือเป็นคอซีรีส์วายแล้วไม่ได้ดูเรื่องนี้ถือว่าเชยและตกเทรนด์สุด ๆ
ความเซอร์ไพรส์ของเรื่องนี้คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของนักแสดง โดยเรื่องนี้เป็นซีรีส์วายเรื่องแรกของทาง ‘นนน (กรภัทร์ เกิดพันธุ์)’ ซึ่งเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายมาก!!!!!!! เพราะ ‘นนน’ เป็นนักแสดงของทาง GMMTV ที่ไม่เคยรับบทชายรักชายมาก่อนเลยแม้แต่เรื่องเดียว ดังนั้นการมาเล่นในครั้งนี้ก็ทำให้เอาหลายคนแปลกใจแต่ก็ดีใจไปตาม ๆ กัน เพราะจะได้เห็นเขาในบทบาทใหม่
ส่วนทางฝั่งของ ‘โอม (ภวัต จิตต์สว่างดี)’ นั้นเคยเล่นซีรีส์วายมาแล้วในหลากหลายเรื่อง แต่ความพิเศษคือทั้งคู่ต่างเป็นเพื่อนสนิทกันในวงการ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงคุ้นถึงเฝ้ารอติดตามชม ซึ่งแน่นอนว่าการร่วมงานกับเพื่อนเป็นอะไรที่ช่วยให้ง่ายต่อการทำงาน ในทางกลับกันหากมองไปอีกด้านหนึ่งมันก็เหมือนกับดาบสองคม ว่าจะเล่นอย่างไรให้คนสามารถอินไปเข้าถึงอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมาให้คนดูเชื่อว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน
แต่แล้วทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ เพราะด้วยประสบการณ์การแสดงซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนานหลายปี ผลที่ออกมาคือเคมีของทั้งคู่เข้ากันได้แบบเป็นปี่เป็นขลุ่ย สามารถแอคติ้งออกมาให้คนดูอินและเชื่อได้จริง ๆ ว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน (ในเรื่อง 😳) จนในทุกวันนี้ทุกคนต่างเปิดหน้าจอรอเพื่อรับความฟินสุดหวานช่ำกันอย่างใจจดใจจ่อในทุกวันศุกร์
เรื่องย่อ : ความอลเวงของเรื่องนี้มาจากการที่ครอบครัวของ ‘ปราณ (กรภัทร์ เกิดพันธุ์)’ และ ‘ภัทร (ภวัต จิตต์สว่างดี)’ ไม่ถูกคอกันมาตั้งแต่ในอดีต เนื่องจากเกิดการแข่งขันทางการค้าเกิดขึ้น ดังนั้นไม่ว่าในเรื่องไหนของชีวิต ทั้งสองครอบครัวก็จะต้องมีการเปรียบเทียบอยู่เสมอ จนแทบจะมองกันไม่ติด
อย่างไรก็ดีพรหมลิขิตและโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพบรักกันโดยที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้ เพราะด้วยทั้งสองคนเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ถึงแม้ว่า ‘ปราณ’ จะอยู่คณะสถาปัตย์ และ ‘ภัทร’ จะเรียนวิศวะ แต่ทั้งสองคณะนี้พบเจอกันบ่อย ทั้งยังขึ้นชื่อได้ว่าเป็นศัตรูที่ต้องทะเลาะทุกครั้งเมื่อเจอกัน ด้วยทั้งสองคนต่างรู้จักกันจึงพยายามหาทางหนีทีไล่ เพื่อไม่ให้แก๊งค์ของตัวเองเกิดการวิวาท ซึ่งการปรึกษากันในเรื่องนี้ทำให้ความสัมพันธ์เกิดความแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้นจากคำว่าเพื่อนจึงค่อย ๆ แล้วกลายเป็น ‘แฟน’ ในที่สุด แต่ปัญหาคือถ้าเพื่อนในแก๊งค์และครอบครัวของตัวเองรู้เข้า ความวุ่นวายก็จะบังเกิดขึ้นเหมือนกับระเบิดปรมาณู โดยถ้าหากใครอยากรู้ว่าความรักของทั้งคู่จะไปรอดหรือไม่ คุณสามารถไปติดตามและรับชมย้อนหลังผ่านทาง WeTV ได้ครับ
7. บทกวีของปีแสง (You are My Favorite)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | พีรวัส แสงโพธิรัตน์ และ ชินรัฐ สิริพงษ์ชวลิต |
| จำนวนตอน | (รอประกาศวันปล่อยซีรีส์) |
| ปีที่ออกอากาศ | 2022 |
‘บทกวีของปีแสง’ คือโปรเจคซีรีส์ของทาง GMMTV อีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีกำหนดฉายภายในปี 2022 โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดได้ถูกดัดแปลงจากนิยายชื่อดังให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่สามารถวิจารณ์ตัวละครหรือองค์ประกอบของซีรีส์อะไรได้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะเซอร์ไพร์สไม่แตกต่างออกไปจากเรื่อง ‘แค่เพื่อนครับเพื่อน (Bad Buddy Series)’ คือรายชื่อของนักแสดงนำ
เพราะถึงแม้ว่า ‘คริส (พีรวัส แสงโพธิรัตน์)’ จะเคยประสบความสำเร็จในบทบาทของ ‘อาทิตย์’ จากเรื่อง ‘SOTUS: The Siries’ มาก่อน ส่วนทาง ‘ไมค์ (ชินรัฐ สิริพงษ์ชวลิต)’ จะเล่นเป็นคู่รองในซีรีส์วายชื่อดังหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ‘ทฤษฎีจีบเจอ’ หรือ ‘ต้นหนชลธี’ แต่คงไม่มีใครคิดหรอกครับว่าทั้งคริสและไมค์จะได้มาเล่นคู่กัน ถึงแม้ว่าในใจของผู้เขียนจะจินตนาการไปหลายตลบว่าคาเรกเตอร์ของทั้งคู่จะมีเคมีที่เข้ากันหรือไม่ แล้วประเด็นคือใครจะเป็นเคะหรือเมะ ?! ซึ่งเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ค่อยออก
อย่างไรก็ดีเมื่อเปิดใจและได้ลองชม Trailer ของซีรีส์ไปแล้วก็ต้องร้อง “เห้ยยย..” เพราะอย่างแรกเลยคือการดำเนินเรื่องมีความน่าสนใจ ตรงที่มีการย้อนอดีต (ไทม์แมคชีน) และความซับซ้อนของตัวละครมากกว่าเดิม (ความรักระหว่าง ชาย-หญิง และ ชาย-ชาย) รวมไปถึงดีใจตรงที่ซีรีส์วายเริ่มแตกแขนง มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้ซ้ำจำเจแบบรักวัยรุ่นทั่วไปเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งตรงนี้คงต้องยกเครดิตให้กับทางผู้เขียนนิยาย และทีมงานเบื้องหลังทุกคนที่ตัดสินใจทำให้นิยายเรื่องนี้เกิดความเคลื่อนไหวและมีชีวิตขึ้นมา ส่วนความสนุกหรือคุณภาพของซีรีส์ในภาพรวมจะเป็นอย่างไรต้องไปรอติดตามกันเมื่อซีรีส์ปล่อยออกมา
เรื่องย่อ (จากตัวอย่างซีรีส์) : ‘บทกวี (พีรวัส แสงโพธิรัตน์)’ ตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘แพรไหม (สรัลชนา อภิสมัยมงคล)’ มาอย่างยาวนาน ด้วยความไม่กล้าทำให้เขาได้มองเธอแค่เพียงห่าง ๆ และสุดท้ายเธอคนนั้นก็ได้แต่งงานกับชายหนุ่มคนอื่นไปในที่สุด จนกระทั่งเรื่องราวความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาได้พบเจอกับลูกแก้วพิเศษ ซึ่งสามารถย้อนอดีตกลับไปได้ แน่นอนว่า ’บทกวี’ ดีใจแบบสุดขีด เพราะลูกแก้วชิ้นนั้นนำเขาย้อนอดีตกลับไปได้จริง ๆ ทำให้เขามีโอกาสในการบอกรัก ‘แพรไหม’ อีกครั้ง
แต่แทนที่ทุกอย่างจะจบอย่างสวยหรูแบบที่ได้วางแผนไว้ กลับกลายเป็นว่า ‘บทกวี’ ตื่นขึ้นมาแล้วพบเข้ากับ ‘ปีแสง (ชินรัฐ สิริพงษ์ชวลิต)’ ชายหนุ่มซึ่งกำลังจะแต่งงานกับแพรไหมซะอย่างงั้น นั่นหมายความว่าในช่วงเวลาที่ย้อนกลับไป เขาได้กลายเป็นเซ็กแฟรนด์กับปีแสงนั่นเอง ดังนั้นความปั่นป่วนจึงเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป เราคงต้องรอบทสรุปกันในอีกเครื่องเมื่อซีรีส์ออกอากาศ
8. Vice Versa รักสลับโลก
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ และ จิตรพล โพธิวิหค |
| จำนวนตอน | (รอประกาศวันปล่อยซีรีส์) |
| ปีที่ออกอากาศ | 2022 |
‘จิตรพล โพธิวิหค หรือคุณหมอจิมมี่’ น่าจะมีแฟนคลับซีรีส์วายหลายคนเริ่มคุ้นชื่อและหน้ากันเยอะในช่วงนี้ เพราะจิมมี่มีโอกาสได้รับบท ‘ไวท์’ ซึ่งเป็นเพื่อนของนายเอกจากเรื่อง ‘แค่เพื่อนครับเพื่อน (Bad Buddy Series)’ ที่กำลังเป็นกระแสดังอยู่ในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าจะได้เล่นซีรีส์ดัง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรายังไม่ได้เห็นการแสดงแบบจริง ๆ จัง ๆ สักเท่าไหร่นักจากจิมมี่สักเท่าไหร่นัก ดังนั้น ‘Vice Versa รักสลับโลก’ จึงถือว่าเป็นบททดสอบอย่างหนึ่งว่าเขาจะสามารถจะแบกบทนำและซีรีส์ได้หรือไม่ ส่วน ‘ซี (ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ)’ เองเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่วัดความสามารถกันเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงต้องมารอชมว่าทิศทางและการแสดงจะออกมาในแนวไหน
ในขณะเดียวกันเนื้อเรื่องของซีรีส์เองก็มีความน่าสนใจอยู่พอควร เนื่องจากมันมีความแฟนตาซีอยู่ในตัวค่อนข้างเยอะ มีการพูดถึงเรื่องของโลกคู่ขนานหรือการสลับร่าง ซึ่งถือว่าน่าติดตาม และผมคิดว่าเรื่องนี้อาจกลายเป็นซีรีส์เรื่องหนึ่งของปี 2022 ที่อาจประสบความสำเร็จแบบพลุแตกได้เลยทีเดียว
เรื่องย่อ (จากตัวอย่างซีรีส์) : ‘ทะเล (ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ)’ ชายหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบและกำลังจะได้ทำงานตามความฝันของตัว เส้นทางชีวิตของเขาเหมือนโรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ จนกระทั่งทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะเขาได้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำตายไปอย่างไม่คาดคิด แทนที่เขาจะไปเกิดใหม่ กลับกลายเป็นว่าเขาดันไปอยู่ในร่างกายของคนอื่นในโลกคู่ขนาน ที่สภาพแวดล้อมคล้ายคลึงกัน แต่ผู้คนกลับเปลี่ยนไป
การมายังโลกคู่ขนานในครั้งนี้มีวิธีที่สามารถจะกลับไปยังโลกเดิมได้ แต่การแก้ไขปัญหาคือ ‘ทะเล’ จะต้องหาคน ๆ หนึ่งซึ่งเดินทางข้ามโลกมาเหมือนกับเขา และแล้ววันหนึ่งเขาก็พบเจอกับ ‘ธัญ (จิตรพล โพธิวิหค)’ กุญแจที่เขากำลังตามหา แน่นอนว่าทั้งคู่เริ่มทำความรู้จัก ดังนั้นความสัมพันธ์ก็ค่อย ๆ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จากเพื่อนสนิททั่วไปกลายเป็นคนรู้ใจ จนทั้งสองคนสัญญาว่าหากได้กลับไปยังโลกของตัวเองแล้ว ทั้งคู่จะไม่มีวันลืมซึ่งกันและกัน
ทุก ๆ ก้าวเดินบนโลกคู่ขนานต่างเอิบอิ่มไปด้วยความสุข แต่แล้ววันหนึ่ง ‘ธัญ’ ก็กลับโลกเก่าโดยไม่ได้บอกลา ‘ทะเล’ เลยแม้แต่ประโยคเดียว ปล่อยให้เขาเคว้งคว้างอยู่บนโลกใบใหม่ที่ยังคงไม่คุ้นชิน ทั้งนี้เรื่องราวและการดำเนินเรื่องจะเป็นอย่างไร เราคงจะต้องรอลุ้นกันต่อเมื่อซีรีส์ออนแอร์บนหน้าจอ
9. นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ (CUTIE PIE SERIES)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า |
|---|---|
| นักแสดงนำ | พฤกษ์ พานิช และ ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ |
| จำนวนตอน | (รอประกาศวันปล่อยซีรีส์) |
| ปีที่ออกอากาศ | 2022 |
‘นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ (CUTIE PIE SERIES)’ เป็นซีรีส์จากทางค่าย DoMunDi ซึ่งมีการเลือกนักแสดงได้ค่อนข้างน่าสนใจนั่นคือ ‘ซี (พฤกษ์ พานิช)’ เพราะด้วยการแสดงในซีรีส์เรื่องเก่าอย่าง ‘Why R U The Series เพราะรักใช่เปล่า’ ได้พิสูจน์มาแล้วว่าซีสอบผ่านในเรื่องของการแสดง โดยการรับบทบาทในครั้งนี้ถือว่าเป็นความท้าทายอีกครั้งหนึ่ง เพราะถ้าหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าภาพจำหรือความ loyalty ของแฟนคลับสาววาย (ส่วนใหญ่) ค่อนข้างสูง ฉะนั้นการลบภาพจำหรือทำให้แฟนคลับอินกับคู่ใหม่ถือว่ายากและต้องใช้ฝีมือการแสดงในระดับหนึ่ง
ส่วนทางด้านน้องใหม่ไฟแรงอย่าง ‘นิว (ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์)’ เองก็ต้องพิสูจน์ความสามารถไม่แตกต่างกัน เพราะเรื่องนี้เป็นการรับบทนำครั้งแรกของทางนิว ที่สำคัญคือด้วยซีรีส์ได้นำเอาเนื้อเรื่องจากนิยายมาดัดแปลง แน่นอนว่าฐานแฟนคลับของนิยายก็ย่อมคาดหวังและรอดูผลงานในครั้งนี้ ดังนั้นผมจึงยกเลือกนี้ให้เป็นอีกหนึ่งเรื่องในปี 2022 ที่น่าติดตามครับ
เรื่องย่อ (จากตัวอย่างซีรีส์) : ‘เกื้อ (ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์)’ กับ ‘เฮียเหลียน (พฤกษ์ พานิช)’ คู่หมั้นที่ทางครอบครัวได้วางทางเดินเอาไว้ตั้งแต่ยังเด็ก ถึงแม้ว่าในอนาคตทั้งคู่จำเป็นต้องใช้ชีวิตร่วมกัน (ฉันสามีสามี 😜) แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้ถึงนิสัยหรือความเป็นตัวตนของกันและกันเลยแม้แต่น้อย เพราะในช่วงเวลาหลาสิบปีที่ผ่านมา โอกาสที่จะได้พูดคุยคือการออกเดทเพียงวันละอาทิตย์เท่านั้น อีกทั้งในทุก ๆ การเดทก็จะต้องล่มอยู่เสมอ เพราะในหัวของเฮียเหลียนมีแต่งานกับงาน
กระทั่งวันหนึ่ง ‘เกื้อ’ รู้สึกว่าความรักบนเส้นทางที่ถูกจัดวางเอาไว้ไม่ค่อยจะเวิร์ค ดังนั้นเกื้อจึงค่อย ๆ ถอยห่างจากความสัมพันธ์ และจะถอนหมั้นในครั้งนี้ให้ได้ ในขณะเดียวกันเมื่อ ‘เฮียเหลียน’ รู้ว่าเกื้อกำลังจะก้าวเดินออกจากความสัมพันธ์ ดังนั้นเขาจึงพยายามรั้งทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็น การใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นเพื่อให้ความรักดำเนินต่อไปถึงฝั่งฝันได้ ซึ่งผลลัพธ์ของทางเดินจะเป็นอย่างไร คงต้องรอลุ้นคำตอบไปพร้อม ๆ กันในปี 2022 นี้ครับ
10. พี่เจตคนกลาง (Middleman’s Love)
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก คอมเมดี้ |
|---|---|
| นักแสดงนำ | กานต์ กฤษณะพันธ์ และ สิทธิโชค เผือกพูลผล |
| จำนวนตอน | (รอประกาศวันปล่อยซีรีส์) |
| ปีที่ออกอากาศ | 2022 |
จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นของคู่จิ้น ‘ทอมมี่-จิมมี่’ เป็นกระแสมาจากเรื่อง ‘Why R U The Series เพราะรักใช่เปล่า’ โดยโมเมนต์หรือแอร์ไทม์ในบางช่วงของคู่นี้โดดเด่นไปไม่แพ้กับคู่หลักของเรื่อง ซึ่งถ้าหากวิเคราะห์แล้วคงจะเป็นเพราะเคมีที่เข้ากัน เนื่องจากทอมมี่ซึ่งมีความสูง 175 เซนติเมตร และมีความบุคลิกของความขี้อายอยู่ในตัว ในขณะเดียวกันจิมมี่เองก็เรียกได้ว่าคอนทราสกับทางทอมมี่อย่างสิ้นเชิง นั่นคือความสูงกว่า 190 เซนติเมตร และนิสัยที่ค่อนข้างขี้เล่นเป็นพิเศษ
ดังนั้นความคอนทราสตรงนี้แหละครับทำให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้วมีความน่ารัก จนแฟนคลับต้องแซวและจิ้นในทุก ๆ ครั้งแน่นอนว่าเคมีอันเข้ากันย่อมทำให้แฟนคลับต่างเรียกร้องอยากให้ทั้งสองคนรับบทนำและในที่สุดความฝันของแฟนคลับก็เป็นจริงเมื่อทั้งคู่ได้เล่นซีรีส์เรื่องยาวซึ่งนำมาจากนิยายชื่อดังอย่าง ‘พี่เจตคนกลาง’
เรื่องย่อ (จากนิยาย) : ‘เจต (สิทธิโชค เผือกพูลผล)’ เป็นพนักงานออฟฟิศหรือมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ซึ่งอยู่ในแก๊งค์เพื่อนหล่อเพอร์เฟค โดยสิ่งที่เขาต้องพบเจออยู่ร่ำไปคือการเป็นสะพานรักให้กับเพื่อน ๆ ของเขา ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเจตเองก็เป็นคนมีเสน่ห์ในตัว จนกระทั่งวันหนึ่งมีเด็กฝึกงานอย่าง ‘ไม้ (กานต์ กฤษณะพันธ์)’ เข้ามาในบริษัท และพยายามจะเข้าหาเจตเพื่อทำความรู้จัก
ด้วยความที่เจตเจอแพทเทิร์นหรือลักษณะแบบนี้บ่อย ๆ จึงทำให้เขาเข้าใจว่า ‘ไม้’ พยายามใช้เขาเป็นทางเดินเพื่อจีบเพื่อนสุดหล่อภายในแก๊งค์ ดังนั้นเจตจึงนำเสนอและดึงไม้ให้เข้าหาเพื่อนของตัวเองมากที่สุด แต่ในความเป็นจริง ‘เจต’ ไม่รู้ตัวเลยว่า ‘ไม้’ กำลังตกหลุมรักและพยายามสร้างความประทับใจเพื่อจะได้ครอบครองหัวใจของ ‘เจต’ ซึ่งผลสรุปของความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร เราคงต้องมาลุ้นกันในซีรีส์เรื่อง ‘พี่เจตคนกลาง (Middleman’s Love)’ ที่มีแพลนออกอากาศในปีนี้
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับซีรีส์วายที่ผมได้แนะนำให้กับทุกคนไป หวังว่าทุกคนจะถูกใจและได้ซีรีส์โปรดไปรับชมในช่วงสุดสัปดาห์กันนะครับ อย่างไรก็ดีเว็บไซต์ของเราไม่ได้มีเพียงแค่การแนะนำซีรีส์วายเท่านั้น แต่ยังมีซีรีส์อื่น ๆ อย่าง ซีรีส์จีน หรือ ซีรีส์เกาหลี ปี 2021/2022 รีวิวและอัพเดทให้ได้อ่านมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้อนนั้นเรารักกัน (Our Beloved Summer), วันถึงฆาต (One Ordinary Day), Now, We Are Breaking Up หรือ ตำนานเจียหนาน (Rebirth For You)