ถ้าช่วงนี้ใครสิง TikTok บ่อย ๆ จะต้องเคยได้ยินท่อนฮุคของเพลง If We Ever Broke Up อย่างแน่นอนค่ะ และเพลงนี้ก็เป็นไวรัลใน TikTok จนมีคนใช้แผ่นเสียงนี้ไปแล้วมากกว่า 5.5 ล้านวีดีโอ เพราะนอกจากทำนองที่ติดหูแล้วท่าเต้นเพลงนี้ยังน่ารักจนใจเจ็บอีกด้วย และเจ้าของเพลงนี้คือนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังฤษอย่าง Mae Stephens นั่นเองค่ะ และหลังจากเพลงนี้ถูกปล่อยลงในแพลทฟอร์มต่าง ๆ เพลงของเธอก็เป็นไวรัลจนสามารถคว้าอันดับ 13 บน UK Single Chart มาได้อย่างสวยงามและเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์ บทความนี้เราเลยหยิบเอาเพลงไวรัลของเธอมาแปลความหมายเป็นภาษาไทยซะเลย ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าเพลงนี้มีเนื้อหาอย่างไรบ้าง
🤣
แปลเพลง If We Ever Broke Up – Mae Stephens
If you keep wondering if somebody understands
Darling, I don’t understand you
If you stay awake at night waiting for somebody right
Baby, oh, your karma is due
ถ้าเธอยังสงสัยว่าจะมีใครเข้าใจเธอจริง ๆ บ้างมั้ย
ที่รัก ฉันคนนึงล่ะที่ไม่เคยเข้าใจแกเลยสักนิด
ถ้าเธอถ่างตาคนดึกดื่นเพื่อรอใครสักคนที่ใช่
ที่รัก นั่นคงเป็นเวลาชดใช้กรรมของแกสินะ
Like, I would never hate you
But only if you want to
So much time, like who knew? (Like who knew?)
Music we got into
Songs we fell in love to
Boy, this feels so wrong too
(Ah, ah, ah)
ฉันไม่เคยคิดจะเกลียดแกเลยนะ
แต่ถ้าต้องการแบบนั้นก็ทำได้
เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย ใครจะรู้
ดนตรีที่เคยหลงไหล
ท่วงทำนองที่เคยหลงรัก
แกทำให้ฉันรู้สึกผิดนะเนี่ย
(เห้อ )
If we ever broke up, I’d never be sad
Thinking about everything that we had
If we ever broke up
If we ever broke up, I’d call your dad
And tell him all the shittiest of things you’ve said
If wе ever broke up
ถ้าเราจะเลิกกัน ฉันคงไม่เสียใจอะไรหรอกนะ
พอนึกถึงทุกอย่างที่เราเคยทำด้วยกันมา
ถ้าเราจะเลิกกันอ่ะนะ
และถ้าเราจะเลิกกันจริง ฉันโทรไปฟ้องพ่อแก
จะบอกให้หมดเลยว่าแกเคยพูดอะไรแย่ ๆ ไว้บ้าง
ถ้าเราจะเลิกกันจริง ๆ อ่ะนะ
Boy, don’t gеt emotional
‘Cause it’s not personal
It’s just the way, just the way it goes
If we ever broke up, I’d never be sad
Thinking about everything that we had
If we ever broke up
(Ha-ah, ha-ah)
อย่าหัวร้อนไปหน่อยเลยน่า
มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวสักหน่อย
ชีวิตคู่มันก็แบบนี้แหละมั้ง
แต่ถ้าแกจะเลิกกับฉันจริง ๆ อ่ะนะ
ฉันก็คงไม่เสียใจหรอก
ถ้าเทียบกับทุกอย่างที่ผ่านมาอ่ะ
You’re living in Wonderland
If you think I’ll understand
All the shit you put me through
If girls in white dresses and big winter wedding
Is something you want to be true (Yeah)
Then pack up your drama, this selfish dilemma
Is something this shit can’t undo
คงจะโลกสวยไปหน่อยมั้ง
ถ้ายังหวังว่าฉันจะยังเข้าอกเข้าใจ
ทั้ง ๆ ที่แกทำเรื่องแย่ ๆ กับฉันขนาดนี้
งานแต่งใหญ่โตในฤดูหนาวกับสาว ๆ ในชุดสีขาวพวกนั้น
มันเป็นความฝันของแกเลยนี่ ใช่ไหมล่ะ
แต่มันคงเป็นได้แค่ความฝันแหละ
เพราะแกคงจะเลิกนิสัยดราม่าเห็นแก่ตัวไม่ได้หรอก
Like, I would never hate you
But only if you want to
So much time like, who knew? Woah
เอาจริงฉันไม่เคยเกลียดแกเลยนะ
แต่ก็ทำได้นะถ้าต้องการ
เราผ่านอะไรมาเยอะนี้ ใครจะไปรู้ล่ะเนอะ
If we ever broke up, I’d never be sad
Thinking about everything that we had
If we ever broke up (Ha-ah, ha-ah, ah)
If we ever broke up, I’d call your dad
And tell him all the shittiest of things you’ve said
If we ever broke up
ถ้าเราจะเลิกกัน ฉันจะไม่เสียใจแน่นอน
เพราะถ้าเทียบกับทุกอย่างที่ผ่านมา
มันก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละ
แต่ถ้าเราเลิกกันจริง ๆ ฉันจะโทรหาพ่อแก
และบอกให้หมดเลยว่าแกมันทุเรศแค่ไหน
ถ้าเราเลิกกันจริงอ่ะนะ
Boy, don’t get emotional
‘Cause it’s not personal
It’s just the way, just the way it goes
If we ever broke up, I’d never be sad
Thinking about everything that we had
If we ever broke up
อย่าหงุดหงิดไปเลยน่า
มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวขนาดนั้นสักหน่อย
เป็นธรรมดา ใคร ๆ ก็เคยเป็นแบบนี้
ถ้าเราจะเลิกกัน ฉันจะไม่เสียใจจริงนะ
จะไม่คิดถึงทุกอย่างที่ผ่านมาด้วย
ถ้าแกจะเลิกกับฉันอ่ะนะ
เป็นอย่างไรบ้างคะ ตอนแรกดูแค่เนื้อเพลงเราคิดว่าฝั่งผู้ชายนี่แอบ toxic เบา ๆ แบบตัวเองก็ทำตัวไม่ดีนะแต่ทำไมยังหวังให้คนอื่นมาเข้าใจนู่นนี่นั่น แบบดูนิสัยแย่มากเลย แต่พอดู mv จนจบแล้วเราก็เริ่มสับสนว่าตกลงแล้วใครกันแน่ที่เป็นฝ่าย toxic เพราะฝ่ายหญิงเองก็ดูไม่ได้แคร์อะไร จมอยู่แต่กับความคิดของตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องขอบอกว่าเพลงนี้มีทั้งเนื้อร้องและทำนองที่ค่อนข้างติดหูเลยค่ะ คงต้องขอจบบทความไว้ตรงนี้ก่อน ไว้เจอกันใหม่บทความหน้าน้าาา บ๊ายบาย 👋😘