• Affiliate Policy
  • BR
  • Content Policy
  • Legal
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

รถยนต์ C-Segment รุ่นไหนดี ปี 2021

Honda Civic, Toyota Corolla Altis และ All-New Mazda3 เลือกรุ่นไหนดี ?

Team BR โดย Team BR
June 25, 2021
ใน ยานยนต์และอุปกรณ์
0

เมื่อพูดถึงรถยนต์ในกลุ่ม “ซี เซกเมนต์ (C-Segment)” หรือ “คอมแพคท์ซีดาน” หลายคนก็อาจจะนึกถึงแต่ Honda Civic ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เนื่องจากซีวิคเองก็ครองตลาดมาอย่างยาวนาน และตอกย้ำด้วยยอดขายสูงสุดของกลุ่มนี้ในปี 2020 ที่ผ่านมา แต่ปีนี้ดูเหมือนว่า ตลาด C-Segment เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากที่มี New Corolla Altis และมี All-New Mazda3 เปิดตัวออกมาเมื่อไม่นานมานี้และรวมไปถึงอีกหลายแบรนด์ที่กำลังสนใจตลาดนี้อยู่ด้วย ทำให้มันสามารถดึงผู้คนที่หันไปสนใจกระแสของรถยนต์ในกลุ่ม B-SUV อย่าง Mazda CX-30 และ All New Toyota Corolla Cross กลับมาได้บ้าง

ซึ่งต้องยอมรับเลยครับว่า การเปิดตัวของ All NEW Civic 11th Generation หรือ ซีวิคโฉมใหม่ เมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมานั้น มันสามารถสร้างกระแสได้ร้อนแรงมาก ถือเป็นการตอบโต้คู่แข่งอย่างดุเดือด ทำเอาหลาย ๆ คนต่างก็ตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ และเพื่อเตรียมตัวกันให้พร้อมกับความดุเดือดที่กำลังจะเกิดขึ้น วันนี้เราขอพาทุก ๆ คนมาส่องดูว่า ในปัจจุบัน ตลาดรถยนต์ C Segment ในบ้านเรามีรถรุ่นอะไรทำตลาดอยู่บ้าง ?

ซี เซกเมนต์ (C-Segment) คืออะไร ?

สำหรับรถยนต์ในกลุ่ม ซี เซกเมนต์ (C-Segment) เป็นรถยนต์ที่ได้มีการอัพขนาดให้ใหญ่ขึ้น จากรถยนต์ในกลุ่ม บี เซกเมนต์ (B-Segment) ครับ โดยจะมีขนาดเครื่องยนต์ประมาณ 1,500 ถึง 2,200 ซีซี (ไม่เกินจากนี้) ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือรถยนต์กลุ่มซี เซกเมนต์ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ขนาดกลาง เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกิน 5 คน ซึ่งรถยนต์ในกลุ่มนี้ จะได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพในทุก ๆ ด้าน ทำให้มันเหนือกว่ารถยนต์ในกลุ่มบี เซกเมนต์มาก ไม่ว่าจะเป็น ด้านมิติตัวถัง, ดีไซน์ การออกแบบ, การเลือกใช้วัสดุ, สมรรถนะเครื่องยนต์ และรวมไปถึงระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ครับ

โดยในวันนี้เราก็ได้ทำการรวบรวม รถยนต์ C-Segment ที่มีอยู่ในตลาด ณ ปัจจุบันมาแนะนำ ซึ่งมันจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ ? มาจากค่ายไหน ? และมีราคาเท่าไหร่กันบ้าง ? ตามไปดูกันเลยครับ

1. Honda Civic (2020) เริ่มต้น 874,000 บาท

Honda Civic 1.8 E (สีเงินลูนาร์) และ Honda Civic 1.5 TURBO RS (น้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้)
Honda Civic 1.8 E (สีเงินลูนาร์) และ Honda Civic 1.5 TURBO RS (น้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้)
Honda Civic

Honda Civic
Honda Civic
รุ่น ราคา
1.8 E 874,000 บาท
1.8 EL 964,000 บาท
1.5 TURBO 1,104,000 บาท
1.5 TURBO RS 1,219,000 บาท
Honda Civic Hatchback

Honda Civic Hatchback
Honda Civic Hatchback
รุ่น ราคา
1.5 HATCHBACK TURBO RS 1,229,000 บาท

แน่นอนครับ สำหรับ Honda Civic รถซีดาน 4 ประตู รุ่นยอดนิยม เป็นรุ่นที่ไม่มีใครไม่รู้จักและมักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เสมอของคนที่คิดจะซื้อรถในกลุ่ม C-Segment ด้วยชื่อเสียงในด้านต่าง ๆ ทั้ง ดีไซน์การออกแบบทั้ง ภายนอก และภายใน สมรรถนะเครื่องยนต์ ออฟชั่นที่คุ้มค่าคุ้มราคา และในเรื่องคุณภาพที่มีมายาวนานตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรก ๆ จนถึงปัจจุบันนี้

สำหรับ Honda Civic 2020 เป็นการออกแบบใหม่มีพื้นฐานจาก Honda Accord รถหรูระดับพรีเมี่ยม ทำให้มิติตัวรถกว้างกว่ารุ่นเดิมมาก มีรูปร่างหน้าตาที่ดูสปอร์ต เพิ่มความหรูหราด้วยลายเส้นข้าง ๆ ตัวรถ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรถสปอร์ตจากฝั่งยุโรปกระจังหน้าสีดำช่วยให้ดูดุดันมากยิ่งขึ้น ไฟหน้ามาในดีไซน์สปอร์ต เฉียบคม และยังคงมาพร้อมกับเอกลักษณ์ที่ไฟท้าย ในแบบ C-Identity หรือเป็นตัว “C” ที่โดดเด่นให้อารมณ์สปอร์ตเต็มที่

ภายในห้องโดยสารของ Honda Civic 1.5 TURBO RS
ภายในห้องโดยสารของ Honda Civic 1.5 TURBO RS

ส่วนภายในห้องโดยสารของ Honda Civic นั้นเน้นไปที่ความกว้างขวางสะดวกสบาย ผสมผสานความสปอร์ตอย่างลงตัว มีการ ดีไซน์ออกมาให้ดูหรูหราและพรีเมี่ยม ด้วยการตกแต่งด้วยด้ายสีแดงตัดเย็บลงบนวัสดุระดับพรีเมียม ให้สัมผัสที่พิเศษ พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน มีระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยอย่าง Honda SENSING ที่สามารถผสานการทำงานของเรดาร์กับกล้องได้อย่างลงตัว ช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบายในทุก ๆ การเดินทาง

Honda Civic มาพร้อมขุมพลังที่มีให้เลือกถึง 2 ตัว โดยในรุ่น 1.8 E และ 1.8 EL ใช้เครื่องยนต์ ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ความจุ 1.8 ลิตร จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI และส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ช่วยทำแรงม้าสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 174  นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่วนรุ่น 1.5 TURBO, 1.5 TURBO RS และ 1.5 HATCHBACK TURBO RS จะใช้เครื่องยนต์ ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC TURBO ความจุ 1.5 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI และส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ซึ่งทำแรงม้าได้สูงสุดถึง 127 แรงม้า ที่ 5,500 รองต่อนาที และมีแรงบิด 220  นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที


2. Toyota Corolla Altis (2021) เริ่มต้น 839,000 บาท

Toyota Corolla Altis Hybrid Premium Safety (สี Celestite Gray)
Toyota Corolla Altis Hybrid Premium Safety (สี Celestite Gray)
Toyota Corolla Altis

Toyota Corolla Altis Hybrid Premium Safety
Toyota Corolla Altis Hybrid Premium Safety
รุ่น ราคา
Limo 839,000 บาท
1.6G 879,000 บาท
1.8 Sport 964,000 บาท
Hybrid Smart 939,000 บาท
Hybrid Premium 994,000 บาท
Hybrid Premium Safety 1,099,000 บาท
Toyota Corolla Altis (รุ่นพิเศษ)

Toyota Corolla Altis GR Sport
Toyota Corolla Altis GR Sport
รุ่น ราคา
GR Sport 1,009,000 บาท

มาต่อกันที่รถครอบครัวรุ่นยอดนิยมครับ สำหรับ Toyota Corolla Altis 2021 เป็นคู่แข่งคนสำคัญของ ซีวิค จากที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต แต่ในปัจจุบันกลับตกมาเป็นรอง ทำให้ Toyota พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทวงตำแหน่งคืนมาให้ได้ สำหรับในปี 2021 นี้ Toyota ก็ได้ส่ง Corolla Altis ใหม่ ซึ่งเป็นโฉมเดิม แต่มีการปรับอุปกรณ์บางอย่างและได้เพิ่มอุปกรณ์ใหม่เข้าไปในบางรุ่น อีกทั้งยังเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ด้วยรุ่นย่อยตัวใหม่ 1.8 Sport ทำให้ ณ ตอนนี้ Corolla Altis มีรุ่นย่อยทั้งหมด 7 รุ่น (จากเดิม 6 รุ่น)

ในส่วนดีไซน์การออกแบบภายนอกของ Corolla Altis 2021 นั้น เป็นดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลจากพี่ใหญ่ในค่ายอย่าง Camry ครับ ซึ่งมาพร้อมกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่น ตกแต่งด้วยเส้นสายโครเมียม ทำให้มันดูเรียบหรูมากยิ่งขึ้น สำหรับกันชนหน้าใช้สีดำเงาเพิ่มความดุดัน โคมไฟหน้าดีไซน์เฉียบคม รับกับเส้นสายที่ลากยาวไปถึงไฟท้ายรถ มีการเพิ่มความหรู และความพรีเมี่ยม ด้วยแถบโครเมียมคาดกลางที่ด้านหลัง ซึ่งสอดรับกันทั้งหมด ทำให้มันดูเรียบหรูมากยิ่งขึ้นครับ

ภายในห้องโดยสารของ Toyota Corolla Altis Hybrid Premium Safety
ภายในห้องโดยสารของ Toyota Corolla Altis Hybrid Premium Safety

สำหรับภายในห้องโดยสารของ Toyota Corolla Altis 2021 ก็มาพร้อมกับความเรียบหรู ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย ตกแต่งด้วยเส้นสายโครเมียม สอดรับกับดีไซน์ภายนอก ทำให้ภายในมีความหรูหรา เพิ่มความสบายด้วยพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง มีการติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้อย่างครบครัน ตอบโจทย์ทุก ๆ การใช้งาน ในส่วนของความปลอดภัยมาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุด All Safety All Confidence ช่วยให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยในทุกการเดินทาง

เครื่องยนต์ไฮบริด (ซ้าย), เครื่องยนต์ 1.8E/G (กลาง) และเครื่องยนต์ 1.6E/G (ขวา)
เครื่องยนต์ไฮบริด (ซ้าย), เครื่องยนต์ 1.8E/G (กลาง) และเครื่องยนต์ 1.6E/G (ขวา)

ส่วนสรรถนะเครื่องยนต์ของ Corolla Altis 2021 ยังคงมีตัวเลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ไฮบริดเช่นเดิม ดังนี้

  • ในรุ่น Limo และ 1.6G ใช้เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 1ZR-FBE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1.6 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift ทำแรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,050 รอบ/นาที และมีแรงบิด 156 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • ในรุ่น 1.8 Sport (รุ่นใหม่) และ GR Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2ZR-FBE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift ทำแรงม้าสูงสุดได้ 103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และมีแรงบิด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
  • ในรุ่น Hybrid Smart, Hybrid Premium และ Hybrid Premium Safety ทั้ง 3 รุ่นนี้ ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด รหัส 2ZR-FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.8 ลิตร ทำแรงม้าสูงสุด 72 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที และมีแรงบิด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที มาพร้อมมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ซึ่งมีแรงบิดสูงสุด EEC net 163 นิวตันเมตร และส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT ซึ่งเป็นระบบไฮบริด เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น โดยสามารถประหยัดได้ถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร เลยทีเดียว

3. All-New Mazda3 (2020) เริ่มต้น 969,000 บาท

MAZDA3 SEDAN 2.0 SP และ MAZDA3 FASTBACK 2.0 SP SPORTS 
MAZDA3 SEDAN 2.0 SP และ MAZDA3 FASTBACK 2.0 SP SPORTS
Mazda3 SEDAN

MAZDA3 SEDAN 2.0 SP
MAZDA3 SEDAN 2.0 SP
รุ่น ราคา
SEDAN 2.0 C 969,000 บาท
SEDAN 2.0 S 1,069,000 บาท
SEDAN 2.0 SP 1,198,000 บาท
Mazda3 FASTBACK

MAZDA3 FASTBACK 2.0 SP SPORTS
MAZDA3 FASTBACK 2.0 SP SPORTS
รุ่น ราคา
FASTBACK 2.0 C SPORTS 969,000 บาท
FASTBACK 2.0 S SPORTS 1,069,000 บาท
FASTBACK 2.0 SP SPORTS 1,198,000 บาท

มากันที่รุ่นสุดท้ายครับ สำหรับ Mazda3 2020 ซึ่งต้องบอกเลยว่า โฉมนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบมากของมาสด้าเลย มาพร้อมกับความโดดเด่นที่ Civic จะต้องระวัง โดย ณ ปัจจุบัน ยอดขายของ Mazda3 ก็กำลังเบียดอยู่กับ Corolla Altis ครับ สำหรับ Mazda3 ในโฉมนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลาย ๆ คนชื่นชอบในความโดดเด่นของมัน ดูเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย

สำหรับการดีไซน์ภายนอก Mazda3 ใช้การออกแบบที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ อย่าง Kodo Design ที่นำเสนอรูปลักษณ์ใหม่มีการปรับบุคลิกภาพของรถให้ดูเรียบง่ายและลงตัวมากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของตัวรถอย่างกระจังหน้าขนาดใหญ่ตามสไตล์ของโคโดะดีไซน์ โคมไฟหน้าเรียวยาวสอดรับกับมิติตัวรถที่ดูโค้งมน ส่วนท้ายที่งดงามลงตัวพร้อมไฟท้ายแบบใหม่ที่บางเฉียบเช่นกัน เพิ่มความสปอร์ตและดุดันให้มากขึ้นด้วยรายละเอียดในโคมไฟที่เป็นดวงไฟกลม ด้วยดีไซน์ทั้งหมดมันทำให้ตัวรถดูแบนมากเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มอารมณ์ความสปอร์ตให้มากยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ MAZDA3 SEDAN 2.0 SP
ภายในห้องโดยสารของ MAZDA3 SEDAN 2.0 SP

ในส่วนภายในห้องโดยสารของ Mazda3 2020 มาพร้อมกับการดีไซน์ ซึ่งเน้นไปที่ความเรียบหรู และภาพลักษณ์แบบพรีเมียม มีการออกแบบอย่างประณีต เลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ผลิตด้วยความพิถีพิถันในทุก ๆ รายละเอียด ทำให้มันมีสัมผัสที่หรูหรา พรีเมี่ยม เสมือนกับรถยุโรปสุดหรู ซึ่ง Mazda3 จะเน้นไปที่ผู้ขับขี่เป็นสำคัญ ฟังก์ชันและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ถูกติดตั้งมาให้ครบครันโดยมีการจัดวางไว้เป็นอย่างดีเพื่อผู้ขับขี่โดยเฉพาะ ทำให้ผู้ขับขี่สนุกได้อย่างเต็มที่ แต่ด้วยดีไซน์ที่ดูสปอร์ต ทำให้ที่นั่งแถวหลังของ Mazda3 แคบที่สุดตลาดรถ C-Segment ครับ ในส่วนความปลอดภัยก็มาพร้อมกับ i-Activsense มาตรฐานความปลอดภัยสุดล้ำของมาสด้า บวกกับช่วงล่างที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมได้ง่าย เกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คุณขับสนุกมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วย

เครื่องยนต์ของ MAZDA3 SEDAN 2.0 SP
เครื่องยนต์ของ MAZDA3 SEDAN 2.0 SP

ในด้านสรรถนะของ Mazda3 2020 ในทุกรุ่นย่อยทั้งซีดานและฟาสต์แบ็ค จะมาพร้อมเครื่องยนต์เดียวกันหมด ซึ่งใช้เครื่องยนต์ เบนซิน Skyactiv-G 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมกับระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายน้ำมันเชื่อเพลิงด้วยหัวฉีดใหม่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ไดเรกอินเจกชั่น ซึ่งเชื้อเพลิงสามารถเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้โดยตรง ช่วยเพิ่มกำลังอัดและแรงบิดให้สูงขึ้น และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด มอบกำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร


บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ รถยนต์ ซี เซกเมนต์ (C-Segment) ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ ซึ่งในปี 2021 รถยนต์กลุ่มซีเซกเมนต์ มีอยู่ทั้งหมด 3 รุ่น หลัก ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่ครับ ในส่วนรุ่นอื่น ๆ บางรุ่นได้มีการเลิกผลิตไปแล้วและในบางรุ่นก็อาจจะอยู่ในระหว่างการปรับโฉม ซึ่งถ้าหากมีการเปิดตัวมาเมื่อไหร่ แน่นอนว่าเราจะมาอัพเดทกันอีกครั้งนะครับ สำหรับทั้ง 3 รุ่น ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ต่างก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ดังนั้นสำหรับเราก็มองว่า Honda Civic (2020) มันเหมาะสำหรับวัยรุ่นนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มทำงาน ส่วน Mazda3 (2020) เหมาะกับหนุ่มสาววัยทำงานที่ต้องการความสปอร์ตแบบพรีเมี่ยม และสุดท้าย Toyota Corolla Altis (2021) มันเหมาะเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวที่เน้นความพรีเมี่ยม นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารครับ

ปัจจุบันรถยนต์มีอยู่หลายประเภทมาก อาทิเช่น อีโค่คาร์, กระบะแค็บ, กระบะดับเบิ้ลแค็บ, รถตู้ MPV, รถครอบครัว หรือรถ PPV เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างก็มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนสำหรับการใช้งานในด้านต่าง ๆ สำหรับรถในกลุ่ม C-Segment ก็ถือเป็นรถขนาดกลางที่เหมาะทั้งการใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัดครับ เน้นความเร็ว ความสะดวกสบาย และความพรีเมี่ยม ถ้าหากคุณต้องการรถยนต์ราคากลาง ๆ ที่มีความสปอร์ต หรูหรา รถยนต์ ซี เซกเมนต์ มันตอบโจทย์มาก ๆ ครับ


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก :

  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ Honda : www.honda.co.th
  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ Toyota : www.toyota.co.th
  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ Mazda : www.mazda.co.th
Previous Post

กระบะแค็บ รุ่นไหนดี ปี 2022

Next Post

รีวิว ร่มรถยนต์ (Car Umbrella) รุ่นไหนดี

Next Post

รีวิว ร่มรถยนต์ (Car Umbrella) รุ่นไหนดี

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

กล้องติดรถยนต์ (Dash Cam)

รีวิว กล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี ให้ภาพชัด ซื้อแล้วคุ้ม

June 5, 2026
ยานยนต์และอุปกรณ์

หมวกกันน็อค เต็มใบ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

June 5, 2026
ผลิตภัณฑ์สู้ฝุ่น PM 2.5

รีวิว เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ กรองฝุ่น PM 2.5

June 5, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.