• Affiliate Policy
  • BR
  • Content Policy
  • Legal
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

รีวิว น้ำมันเครื่อง สำหรับมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี

ทำความรู้จัก น้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ (2T, 4T และ 4-AT) ต้องเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับรถคุณ ?

Team BR โดย Team BR
June 5, 2026
ใน มอเตอร์ไซค์
0

“น้ำมันเครื่อง” หรือ “น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Motor Oil หรือ Engine Oil)” ถือเป็นหัวใจสำคัญมากสำหรับการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำหน้าที่หล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน ทำให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดการสึกหรอที่เกิดจากการเสียดสีกัน นอกจากนี้น้ำมันเครื่องยังช่วยดูแลรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพเดิม ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์จากคราบเขม่าต่าง ๆ และยังเป็นการป้องกันการเกิดสนิมอีกด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเป็น รถอีโค่คาร์อย่าง Honda City, รถอเนกประสงค์ PPV คันใหญ่ ๆ อย่างพวก Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X, รถจักรยานยนต์ 150 ซีซี. 300 ซีซี. ไปจนถึงรถซุปเปอร์ไบค์ หรือรถประเภทอื่น ๆ ที่มีเครื่องยนต์ ต่างก็ต้องใช้น้ำมันเครื่องเหมือนกันหมดครับ

ดังนั้น ในการดูแลรักษารถนอกจากการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างรถ และเคลือบสีด้วยแว็กซ์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คุณต้องทำด้วยก็คือ “การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง” ครับ เนื่องจากน้ำมันเครื่องเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่งคุณภาพของมันจะลดลงไปเรื่อย ๆ เราสามารถสังเกตุได้จากสีของน้ำมันเครื่อง หากเป็นของใหม่มันจะมีความใสและความหนืด แต่ถ้าหากเป็นน้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว มันจะออกเป็นสีน้ำตาลและเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงสีดำ ตามระยะเวลา และความหนืดจะลดลงด้วย ส่งผลให้การหล่อลื่นทำได้ไม่ดี ทำให้ปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ส่วนวิธีการเช็คก็ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเปิดฝาซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างของเครื่องยนต์ออกมา ซึ่งจะมีลักษณะเป็นแท่งยาว ๆ เรียกว่า ก้านวัดน้ำมันเครื่อง ซึ่งในส่วนปลายจะมีน้ำมันเครื่องติดมาด้วย ให้คุณนำผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดมาซับ หากเป็นสีดำหรือน้ำตาลก็ควรเปลี่ยนได้แล้วครับ

ซึ่งน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ก็เหมือนกันกับน้ำมันเครื่องรถยนต์ครับ คือ มันมีหลายเกรด หลายราคา ให้เราเลือก ซึ่งเราต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของเรา ดังนั้นในวันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ช่วยในการเลือกซื้อน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับรถของเรา และเราได้ทำการรวบรวมน้ำมันเครื่องรุ่นยอดนิยม มีคุณภาพ มาแนะนำด้วยครับ ซึ่งจะมีรุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่บ้างนั้น ? ตามไปดูกันเลยครับ

ใส่น้ำมันเครื่องรถมอเตอร์ไซค์
น้ำมันเครื่อง สำหรับมอเตอร์ไซค์

ประเภทของ น้ำมันเครื่อง มีอะไรบ้าง ?

สำหรับประเภทของ “น้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์” มันก็เหมือนกับ “น้ำมันเครื่องรถยนต์” ซึ่งจะมีอยู่ 3 ประเภทครับ ก็คือ

  1. น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic) ที่ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่ได้จากน้ำมันแร่ ซึ่งจะมีคุณภาพต่ำที่สุดและราคาถูกที่สุด
  2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่ได้จากน้ำมันแร่มาผสมกับน้ำมันพื้นฐานที่ผ่านการสังเคราะห์ ซึ่งจะทำให้มีคุณภาพสูงขึ้น และประเภทสุดท้าย
  3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ (Fully Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานเคราะห์ มาผสมกับสารเติมแต่ง ซึ่งจะมีคุณภาพสูงที่สุด เนื่องจากผู้ผลิตสามารถเพิ่มคุณสมบัติที่ต้องการลงไปได้ ทำให้มันมีราคาสูงที่สุด

น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ แต่ละประเภทมีระยะการเปลี่ยนถ่าย ดังนี้

แบบธรรมดา (Synthetic) ระยะประมาณ 2,000-3,000 กิโลเมตร
แบบกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) ระยะประมาณ 2,000-4,000 กิโลเมตร
แบบสังเคราะห์แท้ (Fully Synthetic) ระยะประมาณ 4,000-6,000 กิโลเมตร

การเลือกซื้อ น้ำมันเครื่อง มอเตอร์ไซค์ ดูอะไรบ้าง ?

1. รู้จักประเภทของเครื่องยนต์

รถมอเตอร์ไซค์ ปัจจุบันมีหลายแบบ หลายประเภท ดังนั้นน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์จึงจำเป็นต้องมีหลายประเภท เพื่อให้มันเหมาะสมกับเครื่องยนต์ เป็นการช่วยส่งเสริมการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งมี 3 ประเภท หลัก ๆ คือ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (2T), เครื่องยนต์ 4 จังหวะ (4T) และรถออโตเมติก (4-AT) ซึ่งทั้งหมด จะใช้น้ำมันเครื่องไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่มันจะไม่สามารถนำมาเติมทดแทนกันได้ แต่ก็มีน้ำมันบางรุ่นที่ระบุว่าสามารถใช้ร่วมกันได้ซึ่งเราไม่แนะนำครับ หากคุณไม่แน่ใจว่ารถของคุณ ใช้แบบไหน ทางที่ดีที่สุดคุณสามารถดูได้จากคู่มือรถครับ

2. เลือกประเภทน้ำมันเครื่อง

ซึ่ง น้ำมันเครื่อง แต่ละประเภทก็จะมีคุณภาพที่แตกต่างกันตามหัวข้อ ประเภทของน้ำมันเครื่องมีอะไรบ้าง ? ที่เราได้อธิบายไปในข้างต้น โดยในการเลือกใช้คุณควรดูให้สัมพันกับการใช้งานของคุณเอง หากเป็นรถที่ใช้งานหนัก ๆ และคุณต้องการให้เครื่องแน่น ทำงานได้ดีขึ้น ก็ให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ไปเลย เนื่องจากมันมีคุณภาพสูง แต่ถ้าหากว่าเป็นรถใช้งานทั่วไป อาทิเช่น ขับไปตลาด, ขับไปซื้อของ, ขับไปรับส่งลูก หรือขับอยู่ในระแวกบ้าน และคุณก็ไม่ได้มีความรู้สึกกับเครื่องยนต์มากเป็นพิเศษ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายในราคาสูง ๆ คุณสามารถใช้น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา หรือน้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์ก็ได้ครับ

3. การอ่านค่าของน้ำมันเครื่อง

การเลือกน้ำมันเครื่อง คุณต้องอ่านตัวเลขและค่าที่ระบุอยู่บนขวดน้ำมันให้ออก เพราะค่าเหล่านี้ มันบอกคุณสมบัติต่าง ๆ ของน้ำมัน ซึ่ง SAE (Society of Automotive Engineers) หรือสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ ได้มีการจัดหมวดหมู่โดยแบ่งแยกตามเกรดของความหนืด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

3.1 น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว (Mono-Grade Oil) : เป็นน้ำมันเครื่องที่ใช้ตัวเลขชุดเดียวในการกำหนด ค่าความหนืด จะเขียนในลักษณะ SAE-40 ซึ่งตัวเลข 40 บ่งบอกได้ถึงความหนืดของน้ำมัน ยิ่งมีค่าสูงมาก ความหนืดก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

3.2 น้ำมันเครื่องเกรดรวม (Multi-Grade Oil) : เป็นน้ำมันเครื่องที่มีตัวเลข 2 ชุดในการบ่งบอกความหนืดของน้ำมันเครื่องในแต่ละช่วงอุณหภูมิ จะเขียนในลักษณะ SAE 15W-40 ซึ่ง 15W บ่งบอกได้ถึงความสามารถในการรักษาความเป็นน้ำมันได้ถึงช่วงอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ส่วน 40 คือความหนืดของน้ำมันเมื่ออยู่ในอุณภูมิ 100 องศาเซลเซียส

เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

บทส่งท้าย 

นอกจากน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ก็มีน้ำมันเครื่องนี่แหละครับ ที่สามารถทำให้คุณต้องลงมาเข็นรถได้ด้วยเช่นกัน ด้วยความที่น้ำมันเครื่องมันไม่ได้อยู่ในระยะสายตาของเรา และมันไม่ได้ส่งผลแบบทันทีทัดใดเหมือนกับตอนน้ำมันหมดหรือยางรั่ว ซึ่งมันจะค่อย ๆ ส่งผลออกมาทีละนิด ๆ ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลานานกว่าเครื่องยนต์จะพัง แต่ถ้าหากเมื่อไหร่มันพังขึ้นมา ค่าซ่อมนี่ไม่ต้องพูดถึงครับคุณต้องจ่ายเงินก้อนโตแน่นอน และคุณยังต้องเป็นจ่ายเวลาอีกด้วย เนื่องจากต้องซ่อมนาน เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณใช้รถในการเดินทางอยู่ทุกวันก็ไม่ควรมองข้าม ยอมสละเวลาตรวจเช็คถ้าเริ่มออกเป็นสีดำก็เปลี่ยนซะ ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนอกจากจะช่วยทำให้เครื่องฟิตขึ้นแล้ว มันยังบอกถึงปัญหาภายในได้อีกด้วยเพราะถ้าพบเศษโลหะหรือมีอะไรแปลก ๆ ปนออกมาด้วยเวลาถ่ายน้ำมันเครื่อง ให้สันนิษฐานไปได้เลยว่าเครื่องยนต์กำลังจะมีปัญหาใหญ่ให้รีบนำไปซ่อมทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ

Previous Post

แนะนำ หมวกกันน็อค ยี่ห้อไหนดี

Next Post

ชอปเปอร์ - ครูสเซอร์ สำหรับมือใหม่ รุ่นไหนดี ปี 2020/21

Next Post

ชอปเปอร์ - ครูสเซอร์ สำหรับมือใหม่ รุ่นไหนดี ปี 2020/21

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

มอเตอร์ไซค์

รีวิว กล้องติดรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นไหนดี กันน้ำ คุ้มค่ากับราคา

June 5, 2026
มอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ 3 ล้อไฟฟ้า รุ่นไหนน่าใช้

June 5, 2026
มอเตอร์ไซค์

ยางรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

June 5, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.