10 เมนูขนมหวานจากวุ้น อร่อย ทำง่ายๆ ได้ที่บ้าน

เห็นแดดประเทศไทยทีไร บอกเลยว่าเพลียตลอด! ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุขนาดนี้ อะไรจะดีไปกว่าการหา เครื่องดื่มเย็น ๆ มาดื่มให้ชื่นใจกันใช่ไหมคะ แต่นอกจากเครื่องดื่มแล้ว คนไทยก็ยังนิยมทานผลไม้คลายร้อนอย่าง แตงโม, มะพร้าว, สับปะรด, ลิ้นจี่ หรือน้ำนางเอกอย่าง น้ำส้ม กันอยู่บ่อย ๆ เพราะผลไม้เหล่านี้มักมีส่วนประกอบของน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วยแก้การกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงรสชาติที่หวานก็จะทำให้มีเรี่ยวมีแรงมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากเครื่องดื่มและผลไม้แล้ว ‘ขนมหวาน’ ก็ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เลยค่ะที่ผู้คนมักจะทานกันในช่วงหน้าร้อน (ร้อนทุกช่วง) โดยเฉพาะขนมที่ต้องแช่เย็นหรือมีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำแข็งไส, บิงซู, ทับทิมกรอบ, ไอศครีม เป็นต้น บอกเลยว่าแต่ละเมนูนั้นจะทำให้ทุกคนลืมความร้อนไปเลยทีเดียว และในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาจดสูตรขนมหวานอีกหนึ่งชนิดที่ถือเป็นขนมที่มีมานานมาก ๆ ของไทย ใช้วัตถุดิบน้อย ทำง่าย ทานแก้ร้อนได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “ขนมหวานจากวุ้น” นั่นเองค่ะ

เรื่องที่ควรรู้ ก่อนจะเริ่มทำเมนูจาก “วุ้น”

1. ศึกษาสัดส่วนของผงวุ้นให้ดีก่อนลงมือทำ

อัตราส่วนของผงวุ้นต่างกันทำให้เนื้อสัมผัส (texture) ต่างกัน
อัตราส่วนของผงวุ้นต่างกันทำให้เนื้อสัมผัส (texture) ต่างกัน

หลายคนอาจจะคิดว่า เมนูที่ทำจากวุ้นในทุก ๆ เมนูจะใช้สัดส่วนของผงวุ้นและน้ำในปริมาณที่เท่ากัน แต่นั่นไม่ใช่ค่ะ เพราะขนมแต่ละชนิดก็จะให้เนื้อสัมผัสที่ต่างกันออกไป ดังนั้นความเข้มข้นของวุ้นก็จะทำให้เนื้อสัมผัสต่างออกไปเช่นกัน ทั้งนี้เมนูในที่เราอยากให้เนื้อขนมมีความนิ่ม ยืดหยุ่น เด้ง ก็อาจจะต้องเพิ่มผงเจลาตินเสริมเข้าไป เพราะหากใช้แค่ผงวุ้นจะทำให้ไม่ยืดหยุ่นนั่นเองค่ะ ดังนั้นใครที่เริ่มทำขนมหวานจากวุ้น อย่าลืมคำนวณปริมาณของผงวุ้นให้ดีนะคะ เพราะหากใส่เยอะเกินไปวุ้นก็จะแข็งไม่อร่อย หรือหากใส่น้อยเกินไป ก็อาจจะไม่จับตัวกันเป็นก้อนนั่นเองค่ะ

2. วุ้นที่ดีต้องมีลักษณะใส ไม่ขุ่น

หากใครที่อยากจะทำวุ้นใส ตัววุ้นต้องใสจริง ไม่ขุ่น เพราะจะทำให้ดูไม่น่ารับประทาน โดยเคล็ดลับจะอยู่ในขั้นตอนการเตรียมวุ้นค่ะ บางคนอาจจะนำผงวุ้นมาใส่ในน้ำแล้วนำขึ้นตั้งไฟเลย แบบนี้ถือว่าไม่ควรค่ะ ทางที่ดีต้องละลายผงวุ้นกับน้ำในอุณหภูมิปกติให้เข้ากันดีก่อน จึงค่อยนำขึ้นตั้งบนเตา และให้ใช้ไฟกลางค่อนอ่อนคนไปเรื่อย ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือให้เลือกใช้น้ำตาลทรายขาวเท่านั้น เพราะจะทำให้วุ้นใส สวยงามน่าทานค่ะ

วุ้นควรมีลักษณะใส และต้องเซตตัวเป็นก้อนเดียวกัน
วุ้นควรมีลักษณะใส และต้องเซตตัวเป็นก้อนเดียวกัน

3. เจอปัญหาวุ้นไม่เซ็ตตัว

ปัญหาใหญ่ของมือใหม่ที่เริ่มทำวุ้นก็คือเมื่อตั้งวุ้นให้เย็นแล้ววุ้นไม่เซ็ตตัว บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ปวดหัวกันมาก ๆ โดยวิธีแก้นั้นให้เริ่มจากการนำผงวุ้นมาผสมกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องใหม่อีกครั้ง คนไปเรื่อย ๆ จนกว่าผงวุ้นจะละลายดี (ยังไม่ต้องตั้งบนไฟ) จากนั้นส่วนที่สำคัญเลยคือให้แช่วุ้นตั้งไว้ก่อนประมาณ 10 – 15 นาที เพื่อให้ตัววุ้นอิ่มน้ำ ก่อนจะนำขึ้นไปตั้งบนไฟ แล้วค่อยเอาวุ้นอันเก่าที่ไม่เซ็ตตัวมาใส่ลงไป เริ่มเคี่ยวใหม่อีกครั้ง คราวนี้รับรองว่าวุ้นเซ็ตตัวแน่นอน และหากทำวุ้นอีกคราวหลังก็อย่าลืมแช่วุ้นก่อนทุกครั้งนะคะ

4. วุ้นคายน้ำหลังจากเซ็ตตัว

อีกปัญหาใหญ่นอกเหนือจากวุ้นไม่เซ็ตตัว ก็คือปัญหาวุ้นเกิดการคายน้ำ โดยสังเกตได้จากเมื่อนำวุ้นออกจากตู้เย็น วุ้นจะมีไอน้ำขึ้นมารอบ ๆ ตัววุ้น ซึ่งจะทำให้ดูเหมือนเป็นวุ้นเก่า แลดูไม่น่าทาน ปัญหานี้ก็จะเกิดจากสองส่วนหลัก ๆ นั่นก็คือการต้มวุ้นไม่สุกและรีบนำวุ้นเข้าแช่ตู้เย็นไวเกินไป

วิธีแก้ปัญหาก็คือให้เราต้มวุ้นให้สุกก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่พอเห็นว่าวุ้นเดือดก็ปิดแก๊สทันที โดยวิธีการเช็คคือให้ใช้ทัพพีที่คนวุ้นตักขึ้นมาดู หากยังมีผงวุ้นติดอยู่ถือว่ายังใช่ไม่ได้ค่ะ ต้องคนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีเศษผงวุ้นติดขึ้นมา และเมื่อคนจนวุ้นสุกดีแล้ว เวลาเทลงในพิมพ์ ให้รอจนวุ้นเย็นตัวลงก่อน จึงค่อยนำไปแช่ในตู้เย็น อย่าเพิ่งรีบแช่ตอนที่วุ้นยังร้อน เพราะจะทำให้วุ้นคายน้ำนั่นเองค่ะ





สูตรเมนูขนมหวานจากวุ้น

1. เค้กวุ้นผลไม้สด

เค้กวุ้นผลไม้สด
เค้กวุ้นผลไม้สด

ใครที่กำลังมองหาเค้กวันเกิด หรือเค้กโอกาสพิเศษต่าง ๆ ที่ไม่ได้ทำมาจากแป้ง เค้กวุ้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ทานแป้ง โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ที่มักจะชื่นชอบการทานวุ้นเป็นพิเศษ จุ้นเด่นของวุ้นตัวนี้คือจะมีความฉ่ำ นุ่ม ได้ทั้งความหวานของเฮลบลูบอย และกลิ่นหอมของผลไม้หลากสีสัน ผลไม้ที่นิยมใช้ก็จะมีสตรอว์เบอร์รี่, ส้ม, กีวี่, แตงโม หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่าง ๆ แต่ข้อควรระวังคือวุ้นประเภทนี้ต้องแช่เย็นตลอด เพราะสีผลไม้อาจเปลี่ยนได้ และควรทานให้หมดทันทีหลังนำออกจากตู้เย็นค่ะ

ส่วนผสม

  • ผลไม้สดหั่นชิ้น (ตามชอบ)
  • ผงวุ้น 8 กรัม
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม
  • น้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร
  • เฮลบลูบอย 50 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  • เริ่มจากทำในส่วนของวุ้นใสนะคะ ขั้นแรกให้เทน้ำเปล่าลงในหม้อ ตามด้วยใส่ผงวุ้นลงไป คนให้ผงวุ้นละลายดี แล้วแช่ไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ผงวุ้นดูดซับน้ำ ก่อนจะนำไปตั้งบนไฟกลาง แล้วรอจนผงวุ้นละลายจนหมด
  • ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนจนน้ำตาลทรายละลาย และน้ำดูใสขึ้น ยกลงจากเตา
  • นำวุ้นใสที่ละลายไว้ค่อย ๆ เทลงในก้นพิมพ์ แล้วจัดเรียงผลไม้ลงไปตามชอบ จนเกือบเต็มพิมพ์ จากนั้นค่อย ๆ ตักวุ้นใสที่เหลือใส่ลงในพิมพ์จนท่วมผลไม้ แล้วรอให้วุ้นเซ็ตตัว
  • แบ่งน้ำวุ้นที่เหลือประมาณ 200 มิลลิลิตร มาผสมกับเฮลบลูบอย คนให้เข้ากัน แล้วเทลงบนวุ้นผลไม้ที่เซ็ตตัวดีแล้ว
  • เมื่อวุ้นสีแดงเซ็ตตัว แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟค่ะ

2. วุ้นเต้าหู้ผลไม้

วุ้นนม วุ้นเต้าหู้ ผลไม้
วุ้นเต้าหู้ผลไม้

ใครที่ไม่ชอบวุ้นกะทิ หรือวุ้นนมสด เรามีอีกหนึ่งทางเลือกดี ๆ มาแบ่งปันค่ะ นั่นก็คือการทำวุ้นเต้าหู้ผลไม้อร่อย ๆ วิธีการทำก็ไม้ได้ยุ่งยากเลยค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนจากกะทิเป็นนมถั่วเหลือง จากนั้นนำมาตกแต่งกับผลไม้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่, ส้ม หรือกีวี่ต่าง ๆ เมนูนี้ก็จะย่อยง่าย ไม่หนักท้องจนเกินไป แถมยังเป็นเมนูเจ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังทานเจหรือมังสวิรัติอีกด้วยค่ะ

ส่วนผสม

  • ผลไม้สดหั่นชิ้น (ตามชอบ)
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร
  • นมถั่วเหลือง 1,000 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  • นำผงวุ้นมาละลายกับน้ำเปล่า แล้วแช่ไว้ประมาณ 10 นาที ให้ผงวุ้นอิ่มน้ำ
  • ตั้งหม้อ เทนมถั่วเหลืองลงไป จากนั้นนำวุ้นที่ละลายไว้ใส่ตามลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ แล้วนำขึ้นตั้งบนไฟปานกลางจนผงวุ้นละลายจนหมด
  • หลังจากผงวุ้นละลายดีแล้ว เติมน้ำตาลทรายลงไป คนอีกครั้งจนน้ำตาลละลายดี
  • เรียงผลไม้ลงในพิมพ์ ค่อย ๆ เทวุ้นนมสดที่ละลายไว้ลงไปจนท่วมผลไม้
  • รอให้วุ้นเซ็ตตัว จากนั้นตัดแบ่งเป็นชิ้นตามต้องการได้เลยค่ะ

3. วุ้นนมสดมะพร้าวอ่อน

วุ้นนมสด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน
วุ้นนมสด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน

หลายคนอาจจะเคยเห็นแต่วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน วันนี้เราลองมาเปลี่ยนแนวโดยการเปลี่ยนจากการใช้กะทิมาใช้นมสดแทนกันบ้างค่ะ บอกเลยว่าความอร่อยสูสีกันสุด ๆ ตอบโจทย์ผู้ที่ชอบทานนมเป็นอย่างดี จุดเด่นของวุ้นตัวนี้คือเราจะใช้ทั้งผงวุ้นและผงเจลาติน ทำให้วุ้นนุ่มลิ้น ไม่แข็ง ใช้น้ำมะพร้าวแทนน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ใช้นมถึง 3 ตัวในการทำเพื่อความกลมกล่อม แถมยังเพิ่มเนื้อสัมผัสด้วยมะพร้าวอ่อนให้เคี้ยวเพลิน ๆ ไปอีกกรุบ บอกเลยว่าต้องรีบไปทำตามค่ะ

ส่วนผสม

วิธีทำ

  • นำผงเจลาตินมาละลายกับน้ำมะพร้าวจนเข้ากัน ตั้งไฟอุ่นให้ผงเจลาติละลาย ปิดเตา พักไว้
  • ผสมนมสด, นมข้นจืด, นมข้นหวาน และผงวุ้นลงในหม้อ คนให้ผงวุ้นละลายตัว ก่อนนำไปตั้งบนไฟกลาง
  • เมื่อผงวุ้นเริ่มละลายจนหมด เทน้ำมะพร้าวที่ได้ผสมกับเจลาตินลงไป คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดีอีกครั้ง และรอจนเดือด
  • ตักเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่ลงบนพิมพ์ ค่อย ๆ เทนมสดที่เตรียมไว้ลงไปช้า ๆ พักไว้ในอุณหภูมิปกติจนเย็น จากนั้นนำเข้าตู้เย็นต่ออีกประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าวุ้นจะเซ็ตตัว
  • เมื่อวุ้นนมสดของเราเซ็ตตัวดีแล้ว แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟค่ะ

4. วุ้นลำไยปีโป้

วุ้นลำไยปีโป้
วุ้นลำไยปีโป้

ในช่วงอากาศร้อน ๆ แบบนี้ การได้ทานผลไม้แช่เย็นอย่างลำไยคงจะฟินไม่ใช่น้อย แต่วันนี้เราจะมาเพิ่มลูกเล่นโดยการเติมวุ้นปีโป้ลงไปในเนื้อลำไย บอกเลยว่าคุณจะได้สัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่ หอมชื่นใจ ไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ โดยวุ้นสูตรนี้นั้นเราจะไม่เติมน้ำตาลลงไปเพิ่ม เพราะจะได้ความหวานของลำไยและปีโป้อยู่แล้ว ส่วนผสมหาง่ายเพียงแค่ 2 อย่าง ใครที่ไม่มีเวลาหาเตรียมส่วนผสมเยอะ ๆ เมนูถือว่าตอบโจทย์มากเลยล่ะค่ะ

ส่วนผสม

  • ลำไย (ตามชอบ)
  • ปีโป้ (หลากสี)

วิธีทำ

  • นำลำไยมาล้างให้สะอาด จากนั้นปอกเปลือก คว้านเมล็ดออก ให้เหลือที่สำหรับเทวุ้นตรงกลาง
  • นำปีโป้มาแกะแยกเป็นแต่ละสี จากนั้นนำไปละลายในไมโครเวฟจนปีโป้เหลวเป็นน้ำ
  • รีบเทวุ้นปีโป้ลงในเนื้อลำไย โดยเทแยกเป็นสี ๆ แนะนำว่าให้รีบเทนะคะ เพราะตัววุ้นจะแข็งตัวไวมาก
  • เมื่อเทเสร็จแล้ว นำเข้าแช่ตู้เย็น รับประทานตอนเย็นจัด สดชื่นมาก ๆ ค่ะ

5. วุ้นกะทิใบเตย

วุ้นกะทิใบเตย
วุ้นกะทิใบเตย

วุ้นกะทิใบเตย เมนูวุ้นสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน วุ้นตัวนี้ก็ยังครองใจคนไทยมาอย่างอยาวนาน ด้วยความอร่อยและวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ทำให้วุ้นกะทิใบเตยหาซื้อได้ง่ายมาก ๆ ส่วนใครที่อยากลองทำเองก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่นำน้ำใบเตย และกะทิมาผสมกับผงวุ้น แบ่งเทให้แยกเป็นชั้น ๆ รับประทานตอนแช่เย็น บอกเลยว่าฟินมาก ๆ

ส่วนผสมวุ้นใบเตย

  • น้ำใบเตย ½ ถ้วยตวง
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 2 ½ ถ้วยตวง

ส่วนผสมวุ้นกะทิ

  • หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • เริ่มจากทำในส่วนของวุ้นใบเตยนะคะ เริ่มจากนำผงวุ้นลงไปแช่ในน้ำเปล่าจนอิ่มตัว จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟ คนจนผงวุ้นละลาย เติมน้ำตาลทรายและน้ำใบเตยลงไป คนอีกครั้งจนน้ำตาลละลายจนหมด แล้วนำลงจากเตา
  • วุ้นกะทิ ให้ทำเหมือนกับวุ้นใบเตยเลยค่ะ เริ่มจากนำผงวุ้นลงไปแช่ในน้ำเปล่าจนอิ่มตัว จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟ คนจนผงวุ้นละลาย เติมน้ำตาลทราย, เกลือและหัวกะทิลงไป คนให้น้ำตาลละลายดีอีกครั้งจนเดือด จากนั้นปิดแก๊สได้ค่ะ
  • เทส่วนผสมแต่ละส่วนลงในพิมพ์ โดยแบ่งเท 2 ครั้งให้แยกชั้นกัน เมื่อเทชั้นแรกให้รอจนวุ้นเซ็ตตัวก่อน จึงค่อยเทชั้นที่ 2 ลงไป เพียงเท่านี้ก็จะได้วุ้นกะทิใบเตยไว้ทานแล้วค่ะ

6. วุ้นไมโลนมสด

วุ้นไมโลนมสด
วุ้นไมโลนมสด

วุ้นไมโลนมสด เป็นวุ้นที่ทำขึ้นมาเพื่อเอาใจเด็ก ๆ โดยเฉพาะ ด้วยรสชาติที่หวาน และมีกลิ่นหอมจากผงไมโล ทำให้เป็นเมนูขายดีอีกหนึ่งตัวเลยค่ะ จุดเด่นของวุ้นตัวนี้คือเราจะใช้นมสดในการทำ ทำให้ได้รสชาติที่ละมุน หอมนุ่ม แบ่งเป็นชั้นของไมโลและชั้นของนมสดเพื่อความสวยงาม บ้านไหนที่มีเด็ก ๆ เมนูนี้ถูกใจกันแน่นอนค่ะ

ส่วนผสม

  • นมสดรสจืด 1,000 มิลลิลิตร
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร
  • ผงไมโล 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำผงวุ้นใส่ลงในน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน แช่ไว้ประมาณ 10 นาทีให้ผงวุ้นอิ่มตัว
  • ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่นมสดลงไป ตามด้วยวุ้นที่แช่น้ำเอาไว้ คนเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลายจนหมด จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไป คนต่อจนส่วนผสมเดือดและน้ำตาลละลายดี
  • ตักแบ่งวุ้นออกครึ่งหนึ่งสำหรับใช้เป็นส่วนของวุ้นนมสด อีกส่วนที่เหลือให้เทผงไมโลลงไป คนจนไมโลละลาย เพื่อใช้เป็นส่วนของวุ้นไมโล
  • เทวุ้นไมโลลงไปในพิมพ์ รอจนวุ้นเซ็ตตัว จากนั้นเทวุ้นนมสดลงไป ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้จำนวนชั้นที่ต้องการ
  • นำไปแช่เย็นอีกครั้งให้วุ้นเซ็ตตัว จากนั้นนำมาตัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

7. วุ้นโมจิหยดน้ำ

วุ้นโมจิหยดน้ำ
วุ้นโมจิหยดน้ำ

วุ้นโมจิหยดน้ำ วุ้นใสจากแดนญี่ปุ่นที่กำลังโด่งในในโลกโซเชียลกันอยู่ตอนนี้ จุดเด่นของวุ้นตัวนี้คือมีลักษณะที่ใสเหมือนดั่งหยดน้ำ โดยจะรับประทานคู่กับน้ำเชื่อมและผงถั่วเพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้กับตัววุ้น เคล็ดในการทำให้วุ้นตัวนี้ใสกิ๊งก็คือจะต้องใช้ผงวุ้นญี่ปุ่นในการทำ แต่หากใครที่ไม่มีก็สามารถใช้ผงวุ้นไทยแทนกันได้ แต่อาจจะไม่ใสเท่าค่ะ

ส่วนผสมวุ้นโมจิ

  • ผงวุ้นญี่ปุ่น 12 กรัม
  • น้ำตาลทราย 15 กรัม
  • น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร

ส่วนผสมเครื่องเคียง

  • น้ำเชื่อมดำ / คุโร่มิทสึ (ตามชอบ)
  • ผงถั่วคินาโกะ (ตามชอบ)
  • พิมพ์ทรงกลม

วิธีทำ

  • นำผงวุ้นและน้ำตาลทรายใส่ผสมลงไปในหม้อ ค่อย ๆ ทะยอยใส่น้ำเปล่าลงไปทีละนิด แล้วคนให้เข้ากัน เมื่อเห็นว่าผงวุ้นละลายดีแล้ว ค่อยเทน้ำเปล่าทีเหลือลงไปจดหมด
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ไฟกลางค่อนอ่อน ค่อย ๆ คนอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศ เมื่อส่วนผสมเริ่มเดือด ให้ปิดแก๊ส แล้วพักให้เย็นลง
  • ค่อย ๆ เทวุ้นลงในพิมพ์ทรงกลมจนเต็ม จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อให้วุ้นเซ็ตตัว
  • เมื่อวุ้นเซ็ตตัวดีแล้ว ให้แกะวุ้นออกจากพิมพ์ จัดวางลงบนจาน เสิร์ฟพร้อมน้ำเชื่อมดำและผงถั่วคินาโกะ บอกเลยว่าอร่อยเหาะเลยค่ะ

8. วุ้นลูกชุบ

วุ้นลูกชุบ
วุ้นลูกชุบ

วุ้นลูกชุบ ขนมไทยสมัยโบราณอีกตัวที่มีมาอย่างยาวนาน เมนูนี้เราจะได้ทั้งความนุ่มเด้งของตัววุ้นและความหอมถั่วของลูกชุบ ความหวานกำลังพอดี สีสันหน้าตาดูน่ารับประทาน สูตรเราจะเพิ่มกลิ่นมะลิลงไปในตัววุ้นด้วยเพื่อเพิ่มความหอมและความเป็นไทยขึ้นไปอีกระดับ นอกจากนี้เมนูนี้เรายังสามารถชวนเด็ก ๆ มาช่วยกันปั้นลูกชุบเพื่อเป็นการหากิจกรรมยามว่างทำกันได้อีกด้วยนะคะ บอกเลยว่าทั้งสนุกและอร่อยไปในตัว

ส่วนผสมตัววุ้น

  • ผงวุ้น 2 ช้อนช้า
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย ¼ ถ้วยตวง
  • กลิ่นมะลิ

ส่วนผสมลูกชุบ

  • ถั่วเขียวผ่าซีก 220 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  • น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • สีผสมอาหาร

วิธีทำ

  • เริ่มจากทำในส่วนของลูกชุบค่ะ ขั้นแรกนำถั่วเขียวมานึ่งจนสุก จากนั้นนำมาใส่ในเครื่องปั่น ตามด้วยเทน้ำตาลทราย, น้ำกะทิ และเกลือลงไปปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • เทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง ตั้งไฟกลาง กวนถั่วไปเรื่อย ๆ จนถั่วเริ่มแห้งขึ้น เหนียว และจับตัวกันเป็นก้อนพอปั้นได้ ก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ
  • เมื่อพักถั่วไว้เย็นดีแล้ว ให้นำมาปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ตามชอบ เช่น รูปทรงผลไม้ หรือผักต่าง ๆ จากนั้นใช้สีผสมอาหารมาระบายตกแต่งตามชอบ และพักไว้จนสีแห้ง
  • มาเตรียมในส่วนของตัววุ้นกันค่ะ เริ่มจากผสมผงวุ้นกับน้ำเปล่า คนจนผงวุ้นละลายดี แช่ทิ้งทิ้งประมาณ 10 นาทีเพื่อให้วุ้นอิ่มตัว จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลายจนหมด
  • เติมน้ำตาลทรายลงไป คนต่อจนน้ำตาลทรายละลายดี ปิดแก้ส จากนั้นหยดกลิ่นมะลิลงไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความหอม
  • เริ่มตักวุ้นใส่ลงในถ้วยพลาสติกขนาดเล็ก โดยให้ใส่ประมาณ ¾ ของถ้วย จากนั้นพักไว้ให้วุ้นเซ็ตตัว
  • เมื่อฐานวุ้นเซ็ตตัวดีแล้ว ให้นำลูกชุบของเราวางไปบนถ้วยวุ้น โดยก่อนจะวางให้หยอดน้ำวุ้นลงไปเล็กน้อย เพื่อเป็นตัวเชื่อมให้ลูกชุบติดกับตัวฐานวุ้นด้านล่าง จากนั้นพักไว้ให้เย็น
  • เพียงเท่านี้เราก็จะได้วุ้นลูกชุบอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

1. วุ้นกะทิฝอยทอง

มาเริ่มกันด้วยวุ้นสุดอร่อย เอาใจคนชอบขนมไทยอย่างฝอยทองกันก่อนเลยค่ะ เมนูนี้อาจจะยุ่งยากซักนิดเพราะต้องแบ่งทำเป็นชั้นของฝอยทองและชั้นของวุ้นกะทิ รสชาติหวานหอม ในส่วนของวุ้นฝอยทองเราจะเติมผงเจลาตินลงไปด้วยเพื่อความความหนึบให้กับตัววุ้น สูตรนี้เราจะลดความหวานของน้ำตาลทรายลงนะคะ เพราะตัวฝอยทองจะหวานอยู่แล้ว แต่หากใครที่ชอบทานหวาน ก็สามารถปรับลงน้ำตาลทรายได้ตามชอบเลยค่ะ

ส่วนผสมวุ้นใส

  • ฝอยทอง (ตามชอบ)
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงเจลาติน ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม
  • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร

ส่วนผสมวุ้นกะทิ

  • กะทิ 300 มิลลิลิตร
  • ผงวุ้น ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • เกลือ ¼ ช้อนชา

วิธีทำ

  • เริ่มจากทำในส่วนของวุ้นใสนะคะ ขั้นแรกให้เทน้ำเปล่าลงในหม้อ ตามด้วยผงวุ้น, ผงเจลาติน และน้ำตาลทราย คนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายดี ก่อนจะนำไปตั้งบนไฟกลาง แล้วรอจนเดือด
  • ใส่ฝอยทองลงในพิมพ์ขนม ปริมาณตามชอบ จากนั้นนำวุ้นใสที่ละลายไว้ค่อย ๆ เทลงในพิมพ์ ประมาณ ⅔ ของพิมพ์ แล้วนำไปแช่เย็นจนกว่าวุ้นจะเซ็ตตัว
  • ระหว่างที่รอวุ้นฝอยทองเซ็ตตัว เรามาทำในส่วนของวุ้นกะทิกันค่ะ เริ่มจากเทกะทิลงในหม้อ ตามด้วยผงวุ้น, น้ำตาลทราย และเกลือ คนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายดี ก่อนจะนำไปตั้งบนไฟกลาง แล้วรอจนเดือด
  • เมื่อวุ้นฝอยทองเซ็ตตัวดีแล้ว ให้เทตัวกะทิลงไปจนเต็มพิมพ์ แล้วนำไปแช่เย็นอีกครั้ง จนวุ้นเซ็ตตัวทั่วทั้งชิ้น
  • เมื่อวุ้นเซ็ตตัวดีแล้ว แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

10. วุ้นกรอบ

วุ้นกรอบ
วุ้นกรอบ

ดูวุ้นนุ่มหนึบกันมาเยอะแล้ว เรามาปิดท้ายกันด้วยวุ้นอีกหนึ่งตัวที่ถือเป็นขนมโบราณของไทยอีกเช่นกัน แต่ตัวนี้ไม่ได้นุ่มเด้งเหมือนวุ้นตัวอื่น ๆ เพราะนี่คือวุ้นกรอบ ขนมไทยสุดอร่อย เคี้ยวเพลิน ทานง่าย แถมยังเก็บไว้ทานได้นาน ถึงแม้จะใช้ระยะเวลาในการตากแดดที่นานหลายวันหน่อย แต่เมื่อได้ชิมความอร่อยที่ทั้งหวานและหอมกลิ่นมะลิ รับรองว่าคุ้มค้าสมการรอคอยแน่นอนค่ะ

ส่วนผสม

  • ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำลอยดอกมะลิ 425 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 325 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 20 กรัม
  • น้ำเปล่า 20 มิลลิลิตร
  • สีผสมอาหาร

วิธีทำ

  • นำผงวุ้นใส่ลงในน้ำลอยดอกมะลิลงในหม้อ คนให้ผงวุ้นละลาย จากนั้นแช่ไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้วุ้นอิ่มน้ำ
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำตาลทรายลงไป จากนั้นคนเรื่อย ๆ จนกว่าผงวุ้นและน้ำตาลทรายจะละลายจนหมด แล้วรอจนเดือด
  • นำแป้งเท้ายายม่อมมาผสมกับน้ำเปล่า คนจนละลาย แล้วเทใส่ลงในหม้อวุ้นที่ละลายไว้ คนไปเรื่อย ๆ จนแป้งสุก สังเกตว่าวุ้นจะดูใสขึ้นก็ยกลงจากเตาได้ค่ะ
  • แบ่งวุ้นลงในถ้วยตามจำนวนของสีที่จะทำ จากนั้นหยดสีผสมอาหารลงไปตามชอบ
  • เทวุ้นลงในพิมพ์สี่เหลี่ยม โดยแยกตามแต่ละสี จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นจนกว่าวุ้นจะเซ็ตตัว
  • แกะวุ้นออกจากพิมพ์ ตัดวุ้นให้เป็นทรงลูกบาศก์ขนาดตามชอบ
  • นำไปตากแดดประมาณ 3 – 4 วัน จนวุ้นมีลักษณะกรอบ ก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ




เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคน สำหรับ “เมนูขนมหวานจากวุ้น” ทั้ง 10 สูตรที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ บอกเลยว่าขนมที่ทำจากวุ้นนั้นอร่อย ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ เพียงแต่ต้องใส่ใจในขั้นตอนการทำซักหน่อย เพราะสำหรับมือใหม่ บางครั้งอาจเจอปัญหาวุ้นไม่เซ็ตตัวบ้าง หรือเนื้อวุ้นมีความกระด้างเกินไปบ้าง ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความชำนาญและความเข้ามือในการทำค่ะ ใครที่อยากจะลองทำวุ้นอร่อย ๆ ไว้ทานเล่นที่บ้าน ก็ลองใช้สูตรที่เรานำมาฝากกันดูได้ รับรองว่าถูกใจบรรดาเหล่าพ่อครัวแม่ครัวมือใหม่แน่นอนค่ะ

Jane Jenjira

Jane Jenjira

안녕하세요~ สวัสดีค่ะทุกคน เจนนะคะ จบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะศิลปศาสตร์ เป็นผู้ที่ชื่นชอบน้องหมาและการดูซีรีส์เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ ขอให้มีความสุขกับการอ่านบทความของเจนนะคะ

Next Post