สูตรพริกแกง มีครบทุกภาค : พริกแกงใต้, เหนือ, อีสาน, และภาคกลาง

คนไทยรับประทานอาหารประเภทแกงกันมานานหลายชั่วอายุคน ว่ากันวาช่วงแรก ๆ เราทานแกงกันแค่ไม่กี่ชนิด เช่นแกงส้ม, แกงป่า และแกงกะทิ เนื่องจากแกงเหล่านี้ใช้วัตถุดิบคล้าย ๆ กัน แต่วันเวลาผ่านไปเราได้รู้จักคนมากหน้าหลายตาจากหลายเชื้อชาติ พวกเขาไม่ได้มาแค่ตัวเปล่าเท่านั้นแต่ยังหอบหิ้วเอาวัฒนธรรมบ้านเกิดมาเผยแพร่ให้เราได้ทำความรู้จักอีกด้วย

ดังนั้นจากแกง 3-4 ประเภทที่เคยทานกันอยู่ทุกวัน ก็มีการแต่งนู่นเสริมนี่เข้าไป แตกหน่อกลายเป็นอาหารชนิดใหม่ ๆ มากมาย บางประเภทมีการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและวัฒนธรรมต่างชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ขณะที่แกงบางประเภทเป็นการปรับเอาสูตรดั้งเดิมมาปรุงใหม่ให้เข้ากับความเป็นไทยมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นแกงประเภทไหน ๆ ต่างก็มีส่วนสำคัญที่ไม่ต่างกัน และสิ่งนั้นก็คือ “พริกแกง” ค่ะ

พริกแกงเป็นส่วนประกอบหลักของแกงทุกชนิด และอาหารจำพวกแกงต่าง ๆ จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็ขึ้นอยู่กับพริกแกงนี่แหละค่ะ ส่วนใหญ่แล้วพริกแกงจะมีส่วนผสมของเครื่องเทศและสมุนไพรในท้องถิ่นที่นำมาโขลกหรือบดรวมกันจนกลายเป็นพริกแกงก้อนหรือพริกแกงผง

พริกแกงแต่ละชนิดจะใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไปเพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัตถุดิบที่จะนำมารับประทาน อย่างถ้าเป็นแกงที่ใช้เนื้อปลาหรือสัตว์ทะเลก็มักจะมีการใส่ขมิ้นหรือกระชายเพื่อดับกลิ่นคาว สำหรับหมูหรือไก่มักจะใช้ขิง ส่วนเนื้อวัวหรือแพะที่มีกลิ่นสาบรุนแรงก็จะเปลี่ยนมาใช้ข่าหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรงขึ้นเพื่อช่วยกลบกลิ่นสาบเหล่านั้น

สูตรพริกแกงไทย ทั้ง 4 ภาค

เนื่องจากพริกแกงมีมากมายหลายชนิดจนบางครั้งแม้กระทั่งคนที่ทำอาหารบ่อย ๆ อย่างเรายังรู้สึกงงและสับสน ดังนั้นบทความนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ มาแกะสูตรพริกแกงดูว่าแกงแต่ละชนิดเนี่ยมีวัตถุดิบอะไรซุกซ่อนอยู่ แล้วพริกแกงชนิดนี้สามารถนำไปทำเมนูอะไรได้บ้าง พร้อมแล้วสวมผ้ากันเปื้อน, หยิบมีด แล้วยกครกเข้าครัวไปตำพริกแกงกันเลยค่ะ

1. พริกแกงใต้ : พริกแกงส้ม (แกงเหลือง)

แกงเหลืองผักรวมกุ้งสด

พริกแกงส้ม: ขมิ้นสด, พริกขี้หนูแห้ง, หอมแดง, กระเทียม, เกลือ และกะปิ

เมนูแนะนำ: แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน, แกงส้มกุ้งดอกกะหล่ำ, แกงเทโพ และแกงส้มชะอมกุ้ง

แกงส้ม (หรือที่คนภาคกลางเรียกว่าแกงเหลือง) เป็นอีกหนึ่งพริกแกงที่เป็นที่นิยมมากสำหรับคนใต้ เพราะสามารถปรับใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย นอกจากนี้ภาคใต้ยังมีพื้นที่ติดทะเลทั้ง 2 ฝั่งทำให้มีอาหารทะเลเป็นจำนวนมาก และคนใต้ส่วนใหญ่จะนิยมนำอาหารทะเลอย่างปลา, กุ้ง หรือปูมาแกงส้มเพราะกลิ่นคาวจะน้อยกว่าแกงชนิดอื่น ๆ ส่วนพริกแกงส้มตามสูตรคนใต้จะประกอบไปด้วย ขมิ้นสด, พริกขี้หนูแห้ง, หอมแดง, กระเทียม, เกลือ และกะปิ นำมาโขลกรวมกันจนได้พริกแกงเนื้อเนียนละเอียด แต่ถ้าอยากให้น้ำแกงข้น ๆ ก็สามารถทำได้ด้วยการนำเนื้อปลาหรือเนื้อกุ้งต้มสุกมาโขลกรวมกันจนเนื้อปลาขึ้นฟูค่ะ แต่ถ้าอยากเพิ่มความเผ็ดร้อนและอยากให้มีกลิ่นหอมเพิ่มขึ้น ก็สามารถใส่สมุนไพรกระชายเพิ่มลงไปได้นิดหน่อยที่เหมาะกับเนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์ที่มีกลิ่นคาวมากเป็นพิเศษ นำมาปรุงรสต่อด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาวให้จี๊ดจ๊าดถึงใจก็อร่อยแล้วค่ะ


2. พริกแกงใต้ : พริกแกงกะทิ

แกงกะทิไก่หน่อไม้ดอง

พริกแกงกะทิ: พริกขี้หนูแห้ง, กระเทียม, ตะไคร้, หอมแดง, พริกไทย, เกลือ และกะปิ

เมนูแนะนำ: แกงกะทิไก่หน่อไม้ดองและแกงกะทิกุ้งมะละกอสับ

แกงกะทิก็เป็นที่นิยมไม่น้อยในภาคใต้เลยค่ะ แต่แกงกะทิจะไม่ค่อยนิยมใช้กับอาหารทะเลสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเนื้อหมู, เนื้อวัว หรือเนื้อไก่มากกว่า แกงกะทิจะมีรสชาติไม่จัดมากเหมือนแกงส้มแต่รสชาติจะหนัก ๆ มีความหอมและมันจากกะทิ รสชาติเค็มหน่อย ๆ แต่มีความกลมกล่อมแน่นอน ส่วนรสเผ็ดจะไม่จัดจ้านสักเท่าไหร่ค่ะ สำหรับพริกแกงกะทิเราจะใช้ พริกขี้หนูแห้ง, กระเทียม, ตะไคร้, หอมแดง, พริกไทย, เกลือ และกะปิ โขลกรวมกันให้ได้พริกแกงเนื้อเนียนละเอียด จากนั้นก็สามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอร่อยได้หลากหลายเลยค่ะ


3. พริกแกงใต้ : พริกแกงเผ็ด

พริกแกงเผ็ด ผัดเผ็ดทะเล

พริกแกงเผ็ด: หอมแดง, กระเทียม, รากผักชี, ตะไคร้, ผิวมะกรูด, ข่า, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงเผ็ดเป็ดย่าง, ผัดเผ็ดหมูถั่วฝักยาว, แกงเผ็ดหมูมะเขือพวง และห่อหมก

แกงเผ็ดจะมีลักษณะสีแดงสดดูน่ารับประทาน มักจะนำเครื่องแกงมาผัดรวมกับหัวกะทิจนแตกมันก่อนนำเนื้อสัตว์ลงผัดจนสุกพอประมาณ เพิ่มหางกะทิลงไปต้มจนเนื้อสัตว์สุกได้ที่แล้วชิมรสชาติให้อร่อยกลมกล่อม เผ็ด เค็ม หวาน มัน อร่อยครบรส น้ำแกงมีกลิ่นหอมจากหอมแดง, กระเทียม, รากผักชี, ตะไคร้, ผิวมะกรูด, ข่า, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, กะปิ และเกลือ ที่นำมาโขลกรวมกันจนได้พริกแกงเนื้อเนียนละเอียดพร้อมปรุง


4. พริกแกงใต้ : พริกแกงไตปลา (แกงพุงปลา)

แกงไตปลา (แกงพุงปลา)

พริกแกงไตปลา: กระเทียม, หอมแดง, ขมิ้น, ข่า, ผิวมะกรูด, ตะไคร้, พริกขี้หนูสด, พริกแห้งแช่น้ำ, พริกไทยเม็ด, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงไตปลา, น้ำพริกไตปลา และน้ำแกงขนมจีน

อาหารใต้แท้ ๆ ต้องยกให้แกงไตปลาเพราะถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ประจำภาคเลยทีเดียว แกงไตปลาหรือแกงพุงปลาจะเป็นแกงที่ค่อนข้างจะข้น สีออกคล้ำ ๆ เทา ๆ ซึ่งมาจากพุงปลานั่นเองค่ะ นิยมทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ หรือเส้นขนมจีน ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมแกงกับปลาย่างแล้วใส่มะเขือเปราะ, ฟักทอง หรือหน่อไม้สดเพิ่มลงไป ทีเด็ดคือพริกแกงจะต้องเข้มข้น จัดจ้าน และอร่อย สำหรับพริกแกงไตปลาจะประกอบไปด้วย กระเทียม, หอมแดง, ขมิ้น, ข่า, ผิวมะกรูด, ตะไคร้, พริกขี้หนูสด, พริกแห้งแช่น้ำ, พริกไทยเม็ด, กะปิ และเกลือ นำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกรวมกันจนได้พริกแกงเนื้อเนียนละเอียด แค่นี้ก็พร้อมปรุงแล้วค่ะ สำหรับแกงไตปลาแล้วนั้นจะมีรสชาติเค็มเผ็ดโดดเด่น ไม่ควรมีรสหวานหรือเปรี้ยวชัดมากนัก สำหรับพริกแกงไตปลายังสามารถนำไปทำเป็นน้ำแกงขนมจีนที่คนใต้เรียกว่า “น้ำแกงเผ็ด” ได้อีกด้วยนะคะ


5. พริกแกงเหนือ : พริกแกงน้ำเงี้ยว

เมนูอาหารเหนือ ขนมจีนน้ำเงี้ยว

พริกแกงน้ำเงี้ยว: กระเทียม, รากผักชี, หอมแดง, พริกขี้หนูแห้ง, พริกจินดาแห้ง, กะปิ, เกลือ และถั่วเน่าย่างไฟ

เมนูแนะนำ: ขนมจีนน้ำเงี้ยวและก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว

น้ำเงี้ยวเป็นอาหารประเภทแกงของชาวภาคเหนือที่มีมานานแล้วค่ะ เมนูนี้สามารถนำมารับประทานคู่กับขนมจีนหรือทำเป็นน้ำก๋วยเตี๋ยวก็อร่อย มีส่วนผสมของหมูสับ, มะเขือเทศ, ดอกงิ้ว, เลือดหมู และพริกแกงน้ำงิ้วที่ประกอบไปด้วยกระเทียม, รากผักชี, หอมแดง, พริกขี้หนูแห้ง, พริกจินดาแห้ง, กะปิ, เกลือ และถั่วเน่าย่างไฟ นำมาโขลกจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันและได้พริกแกงรสชาติเค็ม เปรี้ยว และเผ็ดอ่อน ๆ ถั่วเน่าจะให้ความนัวและช่วยให้น้ำแกงเข้มข้นขึ้นค่ะ แต่ถ้าไม่มีสามารถนำเต้าเจี้ยวมาบดแล้วเผาไฟให้หอมใช้แทนกันได้


6. พริกแกงเหนือ : พริกแกงฮังเล

เมนูอาหารเหนือ แกงฮังเล

พริกแกงฮังเล: ตะไคร้, กระเทียม, ข่าอ่อน, หอมแดง, พริกขี้หนูแห้ง, พริกจินดาแห้งแช่น้ำ, กะปิ, เกลือ และผงฮินเล

เมนูแนะนำ: แกงฮังเลไก่และแกงฮังเลหมู

แกงฮังเลเป็นอาหารที่รวบรวมวัฒนธรรมไทยและพม่าเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ถ้าดูผ่าน ๆ แกงฮังเลจะมีหน้าตาคล้าย ๆ กับแกงมัสมั่นที่เรานิยมรับประทานกัน แต่ในส่วนของพริกแกงและขั้นตอนการทำรวมไปถึงรสชาตินั้นบอกเลยว่าต่างกันมากค่ะ พริกแกงฮังเลจะมีส่วนผสมของตะไคร้, กระเทียม, ข่าอ่อน, หอมแดงและพริกขี้หนูแห้ง นำมาตำรวมกันจนได้เนื้อเนียนละเอียดแล้วนำพริกจินดาแห้งแช่น้ำลงตำรวมกันจนแหลกละเอียดดี เพิ่มรสชาติด้วยกะปิ, เกลือ และผงฮินเลหอม ๆ ที่จะขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดค่ะ เสร็จแล้วนำมาหมักรวมกับเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้แล้วนำไปปรุงในขั้นตอนต่อไปค่ะ ปรุงเสร็จแล้วเนื้อสัตว์จะนุ่มและส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน น้ำแกงเข้มข้นและงวดจนเคลือบชิ้นเนื้อเอาไว้จนทั่ว รสชาติเผ็ด หวาน และเค็มกำลังดีค่ะ


7. พริกแกงเหนือ : พริกแกงข้าวซอย

เมนูอาหารเหนือ ข้าวซอยไก่

พริกแกงข้าวซอย: กระเทียม, ขมิ้น, ตะไคร้ซอย, ข่า, ผิวมะกรูด, เม็ดผักชี, กระวาน, พริกขี้หนูแห้ง, พริกจินดาแห้ง, หอมแดง, กะปิ, เกลือ และผงกะหรี่

เมนูแนะนำ: ข้าวซอยไก่และข้าวซอยเนื้อวัว

ข้าวซอยถือเป็นเมนูที่โดดเด่นและเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่หรือภาคเหนือที่ใครมาเยือนจะต้องลิ้มลองสักครั้ง เมนูนี้มีลักษณะคล้ายบะหมี่หรือก๋วยเตี๋ยว เส้นข้าวซอยลวกนุ่มถูกเสิร์ฟมาพร้อมน้ำแกงข้าวซอยหอมกรุ่นที่มีส่วนผสมของน้ำกะทิและพริกแกงข้าวซอย โรยหน้าด้วยต้นหอม, ผักชี และเส้นทอดกรอบอีกครั้ง สำหรับพริกแกงข้าวซอยมีส่วนผสมของเครื่องเทศและสมุนไพรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม, ขมิ้น, ตะไคร้ซอย, ข่า, ผิวมะกรูด, เม็ดผักชี, กระวาน, พริกขี้หนูแห้ง, พริกจินดาแห้ง หรือหอมแดง นำมาคั่วจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลแล้วนำมาโขลกจน้นียนเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มความอร่อยด้วยกะปิ, เกลือ และผงกะหรี่ ในส่วนของน้ำแกงข้าวซอยจะมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม นัว ๆ มัน ๆ ของกะทิ หอมเครื่องเทศ และมีรสชาติไม่จัดจ้านมากนัก


8. พริกแกงเหนือ : น้ำพริกลาบ (พริกลาบ)

พริกลาบ

น้ำพริกลาบ: มะแขว่น, ลูกจันทน์เทศ, โป้ยกั๊ก, ลูกกระวาน, กานพลู, เปราะหอม, พริกหอม, พริกไทยดำเม็ด, ดีปลี, อบเชย, ดอกจันทน์เทศ, เม็ดผักชี, เม็ดยี่หร่า, เทียนข้าวเปลือก, พริกขี้หนูแห้ง และเกลือ

เมนูแนะนำ: ลาบคั่ว, ลาบเหนือ, แกงผักกาด, ต้มยำ, ยำไก่

พูดถึงลาบหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับความจัดจ้านและรสชาติจี๊ดจ๊าดของลาบอีสาน แต่สำหรับลาบเหนือนั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ เมนูลาบส่วนใหญ่ของภาคเหนือจะใช้พริกลาบเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งพริกลาบนี่ขอบอกว่าไม่ธรรมดาเพราะมีส่วนผสมเป็นเครื่องเทศและสมุนไพรมากถึง 15 ชนิด! นำมาคั่วจนหอมกรุ่นแล้วตำหรือบดรวมกันจนกลายเป็นผงละเอียด ทำหนึ่งครั้งสามารถเก็บไว้รับประทานได้นานและหลากหลายเมนูเลยค่ะ ส่วนรสชาตินี่แน่นอนว่าต้องหอมเครื่องเทศยืนหนึ่ง รสชาติเผ็ดนัวที่มาจากพริกขี้หนูแห้ง, มะแขว่น, พริกไทยดำ และพริกหอม มีความเผ็ด ๆ ชา ๆ ลิ้นค่ะ


9. พริกแกงอีสาน : พริกแกงไก่ใต้น้ำ

แกงไก่ใต้น้ำ

พริกแกงไก่ใต้น้ำ: ตะไคร้, รากผักชี, กระเทียม, พริกแห้ง, ขมิ้น, หอมแดง, ข่า, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี และเกลือ

เมนูแนะนำ: ไก่ใต้น้ำ, แกงคั่วไก่ และแกงไก่ใส่ผัก

เมนูไก่ใต้น้ำเป็นเมนูพื้นบ้านของพี่น้องชาวอีสานค่ะ ส่วนใหญ่แล้วเมนูนี้จะเหมาะเป็นกับแกล้มมากว่าทานเป็นกับข้าว เป็นการนำไก่บ้านเนื้อเหนียวมาคลุกเคล้ากับพริกแกงให้เข้าเนื้อแล้วนำไปอบให้สุกจนเนื้อนุ่ม วิธีการก็ขอบอกว่าแปลกสุด ๆ เพราะแทนที่จะต้มไก่กับน้ำกลับนำน้ำไปวางเหนือหม้อไก่แล้วใช้ความร้อนเป็นตัวทำให้น้ำในตัวไก่ออกมาแล้วต้มตัวเองจนสุก รสชาติจึงเข้มข้นและจัดจ้านถึงใจสุด ๆ กลิ่นพริกแกงหอมชวนน้ำลายสอ สำหรับพริกแกงจะมีส่วนผสมของตะไคร้, รากผักชี, กระเทียม, พริกแห้ง, ขมิ้น, หอมแดง, ข่า, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี และเกลือ ที่นำมาโขลกรวมกันจนแหลกหยาบ ๆ ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อไก่ค่ะ





10. พริกแกงอีสาน : พริกแกงเปรอะ

แกงเปรอะ หรือต้มเปรอะ เมนูอาหารอีสาน

พริกแกงเปรอะ: กระเทียม, หอมแดง, พริกแห้ง, ตะไคร้, ข่า และข้าวเบือ

เมนูแนะนำ: แกงเปรอะหน่อไม้และแกงเปรอะเห็ด

แกงเปรอะหรือที่หลายคนเรียกว่าแกงหน่อไม้หรือแกงเห็ดเป็นเมนูสุขภาพส่งตรงจากภาคอีสานค่ะ เมนูนี้เหมาะกับคนรักสุขภาพดพราะอัดแน่นไปด้วยผักนานาชนิดแข่งกันส่งกลิ่นหอมและรสชาติหวานอร่อย รสชาติจัดจ้านถึงใจด้วยพริกแกงที่มีส่วนผสมของกระเทียม, หอมแดง, พริกแห้ง, ตะไคร้, ข่า และข้าวเบือที่นำมาตำรวมกันจนแหลกพอประมาณแล้วนำมาผัดจนส่งกลิ่นหอมก่อนเติมน้ำใบย่านางและน้ำปลาร้า สำหรับเพื่อน ๆ ที่สงสัย ข้าวเบือคือข้าวเหนียวดิบที่นำมาแช่น้ำจนนิ่มแล้วนำมาโขลกจนแหลกละเอียด ใช้เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและความหนืดของอาหารจ้า


11. พริกแกงอีสาน : พริกแกงอ่อม

อ่อมไก่

พริกแกงอ่อม: หอมแดง, กระเทียม, ข่า, พริกขี้หนูแห้ง, พริกขี้หนูสด, ตะไคร้ และเกลือ

เมนูแนะนำ: อ่อมไก่, อ่อมเนื้อ, อ่อมหมู และอ่อมกบ

ใครเป็นสายอาหารอีสานอาจจะเคยทานแกงอ่อมกันมาบ้างแล้ว แกงอ่อมเป็นเมนูอาหารอีสานที่ทำง่ายและอัดแน่นไปด้วยสมุนไพรเหมือนเดิม เนื้อสัตว์ที่นำมาอ่อมก็ใช้ได้หลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบและวัตถุดิบที่หาได้ นำมาคั่วกับพริกแกงที่มีส่วนผสมของ หอมแดง, กระเทียม, ข่า, พริกขี้หนูแห้ง, พริกขี้หนูสด, ตะไคร้ และเกลือที่ตำรวมกันจนแหลกพอให้มีกลิ่นหอมและทานง่ายขึ้น เพิ่มระดับเสียงท้องร้องด้วยใบมะกรูด, ไบแมงลัก และผักชีลาวจุก ๆ ได้ข้าวเหนียวร้อน ๆ สักก้อนรับรองแซ่บลื้มมมม


12. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงคั่ว

คั่วพริกกระดูกหมู

พริกแกงคั่ว: กระเทียม, หอมแดง, ตะไคร้, ข่า, ผิวมะกรูด, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงคั่วกระดูกหมู, แกงคั่วปลาดุก, แกงคั่วหอยขม และคั่วกลิ้ง

แกงคั่วเป็นเมนูจัดจ้านร้อนแรงของชาวปักษ์ใต้ค่ะ สำหรับแกงคั่วจะแตกต่างจากแกงกะทิและแกงส้มตรงที่จะมีลักษณะเป็นแกงแห้ง ๆ ไม่มีน้ำมากนักหรือมีน้ำพอขลุกขลิกเอาไว้ตักราดข้าวได้นิดหน่อย รสชาติเผ็ด เค็ม หอมใบมะกรูดและพริกแกง ในส่วนของพริกแกงก็จะประกอบไปด้วยเครื่องสมุนไพรต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นกระเทียม, หอมแดง, ตะไคร้, ข่า, ผิวมะกรูด, กะปิ และเกลือ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือพริกแห้งและพริกไทยที่จะช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับเมนูนี้จนคนทานต้องหลั่งน้ำตา ยิ่งได้ทานคลุกข้าวสวยก็ยิ่งสะใจเพราะทั้งเผ็ดและร้อนสุด ๆ


13. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงมัสมั่น

แกงมัสมั่นไก่

พริกแกงมัสมั่น: กระเทียม, หอมแดง, รากผักชี, ตะไคร้, ข่า, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, ดอกจันทร์, อบเชย, กานพลู, เมล็ดกระวาน, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงมัสมั่นเนื้อ, มัสมั่นหมู, มัสมั่นไก่, โรตีมัสมั่น และไก่กอและ

แกงมัสมั่น อาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวมลายู โดยเริ่มรับประทานกันกันชาวมุสลิมในแถบภาคใต้ก่อนแล้วแพร่กระจายไปทั่วประเทศในที่สุด เริ่มแรกจะมีแค่เนื้อวัว, เนื้อไก่ หรือเนื้อแพะเท่านั้น แต่หลังจากมีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปก็ได้มีการปรับปรุงสูตรและนำเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ มาเป็นส่วนประกอบหลักได้ นำพริกแกงมัสมั่นจะประกอบไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมอย่างกระเทียม, หอมแดง, รากผักชี, ตะไคร้, ข่า, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, ดอกจันทร์, อบเชย, กานพลู, เมล็ดกระวาน, กะปิ และเกลือ คั่วให้หอมแล้วนำมาโขลกหรือปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนนำมาแกงค่ะ


14. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวานไก่

พริกแกงเขียวหวาน: กระเทียม, หอมแดง, พริกขี้หนูเขียว, พริกชี้ฟ้าเขียว, ตะไคร้, ผิวมะกรูด, ข่า, รากผักชี, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงเขียวหวานไก่, แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย และแกงเขียวหวานเนื้อ

หลายคนคงจะรู้จักแกงเขียวหวานกันดีอยู่แล้วเพราะเมนูนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงเมืองนอกเมืองนา นอกจากรสชาติอร่อยถูกปากทั้งไทยและเทศแล้วแกงเขียวหวานยังมีสีสันที่มีเอกลักษณ์และดูน่ารับประทาน นอกจากนี้พริกแกงเขียวหวานยังเป็นพริกแกงไม่กี่ชนิดที่ทำมาจากพริกสดและจะต้องรีบใช้ทันทีเพราะเก็บไว้ได้ไม่นาน ส่วนผสมของพริกแกงเขียวหวานจะประกอบไปด้วย กระเทียม, หอมแดง, พริกขี้หนูเขียว, พริกชี้ฟ้าเขียว, ตะไคร้, ผิวมะกรูด, ข่า, รากผักชี, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, กะปิ และเกลือ นำมาปั่นหรือโขลกรวมกันจนได้พริกแกงสีเขียวสวยงาม แต่ถ้ายังเขียวไม่สะใจสามารถลวกใบโหระพาพอสุกเติมได้จนกว่าจะพอใจค่ะ รับรองว่าน้ำแกงเขียวสวยและมีกลิ่นหอมน่ารับประทานแน่นอน


15. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงกะหรี่

แกงกะหรี่ไทย

พริกแกงกะหรี่: กระเทียม, หอมแดง, รากผักชี, พริกขี้หนูสด, ตะไคร้, ข่า, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, ลูกจันทร์, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงกะหรี่ไก่, แกงกะหรี่เนื้อ และแกงกะหรี่หมู

พูดถึงแกงกะหรี่หลายคนมักจะข้ามไปนึกถึงแกงกะหรี่แบบอินเดียหรือญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก แต่ขอบอกว่าเมืองไทยเราเองก็มีเมนูแกงกะหรี่เหมือนกันนะจ๊ะ แกงกะหรี่ของเราจะมีลักษณะเป็นน้ำข้น ๆ สีเหลือง ๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ และรสชาติหวานมันของน้ำกะทิ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มอาจาดตัดเลี่ยน ในส่วนของพริกแกงก็จะไม่ต่างจากสูตรอินเดียมากนักคือมีส่วนผสมของกระเทียม, หอมแดง, รากผักชี, พริกขี้หนูสด, ตะไคร้, ข่า, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกผักชี, ยี่หร่า, ลูกจันทร์, กะปิ และเกลือ นำส่วนผสมทังหมดมาคั่วให้หอมก่อนแล้วโขลกหรือปั่นจนกลายเป็นพริกแกงเนื้อเนียนละเอียดก่อนนำมาผัดกับหัวกะทิจนแตกมันค่ะ





16. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงพะแนง

พะแนงหมู

สินค้าลดราคาในช้อปปี้ & ลาซาด้า - ดีลดี เบสท์รีวิวเลือกให้สินค้าลดราคาในช้อปปี้ & ลาซาด้า - ดีลดี เบสท์รีวิวเลือกให้สินค้าลดราคาในช้อปปี้ & ลาซาด้า - ดีลดี เบสท์รีวิวเลือกให้

พริกแกงพะแนง: กระเทียม, หอมแดง, รากผักชี, ตะไคร้, ข่า, ผิวมะกรูด, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกยักชี, ยี่หร่า, ดอกจัน, กะปิ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงพะแนงไก่, แกงพะแนงหมู, แกงพะแนงเนื้อ และน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ

แกงพะแนงสีแดงสวยงาม โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและใบมะกรูดซอยสีเขียวสลับกันดูงดงามน่ารับประทาน สำหรับแกงพะแนงเป็นเมนูไทยโบราณที่เป็นที่นิยมตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับเมนูนี้ความเด็ดอยู่ที่พริกแกงพะแนงที่จะต้องใส่เครื่องเทศหอมกรุ่นแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นกระเทียม, หอมแดง, รากผักชี, ตะไคร้, ข่า, ผิวมะกรูด, พริกชี้ฟ้าแห้ง, พริกไทยเม็ด, ลูกยักชี, ยี่หร่า, ดอกจัน, กะปิ และเกลือ นำมาคั่วให้หอมแล้วโขลกรวมกันจนได้พริกแกงเนื้อเนียนก่อนนำมาผัดกับหัวจะทิจนแตกมันและเริ่มต้นปรุงตามสูตรที่เตรียมไว้ค่ะ


17. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงป่า

ขนมจีนน้ำยา

พริกแกงป่า: ตะไคร้, กระเทียม, รากผักชี, ข่า, กระชาย, หอมแดง, ผิวมะกรูด, พริกไทยเม็ด, พริกขี้หนูแห้ง, พริกขี้หนูสด, พริกชี้ฟ้าแห้งแช่น้ำ, กะปิ, ปลาแห้งย่างกรอบ และเกลือ

เมนูแนะนำ: แกงป่าไก่, ขนมจีนน้ำยาป่า และแกงป่าปลากะพง

แกงป่าจะมีลักษณะคล้ายกับแกงเผ็ดหรือแกงกะทิที่ไม่ใส่กะทิ เมนูนี้เน้นรสชาติจัดจ้านร้อนแรงและพริกแกงที่ตำไม่ละเอียดดีจะช่วยเพิ่มให้เมนูแกงป่าอร่อยมากยิ่งขึ้นค่ะ สำหรับพริกแกงป่าจะมีส่วนผสมของตะไคร้, กระเทียม, รากผักชี, ข่า, กระชาย, หอมแดง, ผิวมะกรูด, พริกไทยเม็ด, พริกขี้หนูแห้ง, พริกขี้หนูสด, พริกชี้ฟ้าแห้งแช่น้ำ, กะปิ, ปลาแห้งย่างกรอบ และเกลือ นำมาโขลกรวมกันจนได้พริกแกงเนื้อหยาบ ๆ ใช้เวลาไม่นานพริกแกงป่าก็พร้อมปรุงแล้วค่ะ ขอบอกว่ากลิ่นหอมสมุนไพรสุด ๆ


18. พริกแกงภาคกลาง : พริกแกงเลียง

แกงเลียงกุ้งสด

พริกแกงเลียง: หอมแดง, พริกไทยเม็ด, กะปิ และกุ้งแห้ง

เมนูแนะนำ: แกงเลี้ยงกุ้งสดและแกงเลียงปลาทู

เมนูเพื่อสุขภาพที่ใครหลายคนชื่นชอบ โดยเฉพาะคุณแม่ลูกอ่อนนี่เหมาะสุด ๆ เลยค่ะเพราะผักในแกงเลียงจะช่วยขับน้ำนมและช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเร็วมากขึ้น แกงเลียงเป็นเมนูแกงไม่เผ็ดที่มีรสชาติเบา ๆ และหอมอร่อยค่ะ ในส่วนของพริกแกงเลียงจะประกอบไปด้วยหอมแดง, พริกไทยเม็ด, กะปิ และกุ้งแห้ง โขลกส่วนผสมทั้งหมดให้เนียนละเอียดและเนื้อกุ้งฟูขึ้นมาเล็กน้อยก็สามารถนำไปละลายกับน้ำเดือดแล้วใส่ผักพร้อมปรุงรสได้เลยค่ะ สูตรนี้จะมีกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนเบา ๆ จากพริกไทยช่วยให้ไม่จืดชืดและน่าเบื่อมากจนเกินไป


เป็นอย่างไรกัยบ้างคะกับสูตรพริกแกงที่เรานำมาฝากในบทความนี้ มีครบทั้งภาคเหนือ, ภาคใต้, ภาคกลาง และภาคอีสานเลย เรียกว่าบทความนี้เอาใจทุกคนทุกภาคอย่างทั่วถึง อยากทานเมนูไหนก็มาเปิดหาสูตรพริกแกงจากบทความของเราได้ สะดวกสบายและถูกใจเพื่อน ๆ สุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะคะ เอาจริงแล้วพริกแกงเนี่ยเป็นอะไรที่ทำง่ายมาก ๆ เลยนะคะเพราะแค่เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมแล้วนำมาโขลกให้เข้ากัน แค่นี้ก็ได้พริกแกงหอม ๆ สำหรับเมนูโปรดแล้วล่ะค่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าพริกแกงมีส่วนผสมที่ค่อนข้างจะเยอะและมีทั้งสมุนไพรและเครื่องเทศที่เฉพาะตัวและต้องใช้เวลาในการเตรียมเล็กน้อยเลยไม่ค่อยจะสะดวกสักเท่าไหร่สำหรับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันค่ะ แต่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อใหร่อย่าลืมลองตำพริกแกงทานเองดูนะคะ แล้วเพื่อน ๆ จะรู้สึกได้เลยว่าพริกแกงสำเร็จรูปเทียบกับพริกแกงทำเองไม่ติดเลยค่ะ 🙂

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post