10 เมนูจากซี่โครงหมู อร่อย นุ่มลิ้น ทำกินเองได้ง่าย

กลับมาเจอกันอีกแล้ว รวดเร็วเหลือเกิน เป็นอย่างไรบ้างคะกับความรู้และเมนูจากกุ้งที่เราแนะนำเพื่อน ๆ ไปในบทความที่แล้ว หวังว่าจะทานล็อบสเตอร์อบกันอย่างเอร็ดอร่อยน้าาา ทานอาหารทะเลกันไปแล้วเรากลับมาทานหมู เห็ด เป็ด ไก่กันบ้าง ค่ะ หลังจากที่เราแนะนำเมนูหมูสับ, หมูสามชั้น และ เมนูจากขาหมู ไปแล้วและในวันนี้ก็มาถึงเมนูจาก กระดูกหมู กันบ้างค่ะ บางคนอาจจะคิดว่ากระดูกหมูต้องใช้สำหรับทำน้ำซุปไม่ใช่เหรอ มันใช้ทำอาหารอย่างอื่นได้ด้วยเหรอ แน่นอนว่าทำได้และอร่อยด้วยค่ะ เพราะกระดูกหมูไม่ได้มีแค่ส่วนที่เป็นกระดูกก้อนใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่มันรวมไปถึงซี่โครงที่เพื่อน ๆ ชอบทานกันอีกด้วย และเมนูที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ วันนี้ก็มีให้เลือกครบทั้งต้ม, แกง, หมัก หรือทอดเลย

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10

ก่อนที่เราจะไปพบกับเมนูจากกระดูกที่เราได้เลือกสรรมาแล้ว ลองแวะทำความรู้จักกับกระดูกหมูอีกสักหน่อยดีกว่าค่ะ เพื่อน ๆ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรซื้อกระดูกประเภทไหนมาใช้กับเมนูอะไร เพราะในเมนูเราจะไม่บอกส่วนของกระดูกแบบเฉพาะเจาะจงเพราะเราอยากให้เพื่อน ๆ ได้เลือกใช้ส่วนที่ชอบและสร้างสรรค์ออกมาอย่างอิสระ และแน่นอนว่ากระดูกที่แผงหมูก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ดังนั้นมาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

กระดูกหมูมี่กี่ส่วน

1. ซี่โครงเต็มแผ่น

ซี่โครงชนิดนี้มีลักษณะเป็นสีชมพู ส่วนกระดูกซี่โครงจะแข็งและมีพังผืดสีขาวติดอยู่ที่ด้านในของเนื้อหมูค่ะ เนื้อจะนุ่มแต่มีค่อนข้างน้อย ซี่โครงหนึ่งแผ่นก็จะมีน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ก่อนใช้เพื่อน ๆ ควรจะลอกพังผืดออกให้หมดก่อนนะคะ

ซี่โครงเต็มแผ่น
ซี่โครงเต็มแผ่น

2. ซี่โครงครึ่งแผ่น

เรามักจะเรียกส่วนนี้ว่ากระดูกอ่อน ส่วนนี้จะมีเนื้อติดค่อนข้างเยอะและกระดูกอ่อนมีสีขาวขุ่น สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเลยค่ะ มีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัม มักจนนำมาทอด, ต้มยำ, แกง หรือทำเป็นแหนมกระดูกอ่อนก็อร่อยค่ะ

ซี่โครงครึ่งแผ่น
ซี่โครงครึ่งแผ่น

3. เอียวเล้ง

เอียวเล้งเป็นกระดูกส่วนสันหลังของหมู มีสีชมพูอ่อน ๆ กระดูกค่อนข้างแข็งและมีลักษณะคล้าย ๆ สามเหลี่ยมเป็นก้านออกมาค่ะ เวลาขายร้านมักจะตัดให้ติดเนื้อมาด้วยเล็กน้อย ส่วนใหญ่ร้านอาหารจะนำไปต้มเป็นซุปกระดูกหมูเพราะน้ำซุปจะมีรสหวานโดยที่ไม่ต้องใช้ผงชูรสเลยค่ะ เดี๋ยวนี้คนนิยมใช้กระดูกส่วนนี้มาทำเป็นต้มเล้งแซ่บ ๆ เช่นกันค่ะ

เอียวเล้ง
เอียวเล้ง

4. คาตั๊ง

กระดูกอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาต้มน้ำซุป คาตั๊งเป็นกระดูกบริเวณหน้าแข้งหมู ส่วนนี้จะไม่ค่อยมีเนื้อเลยค่ะ แต่สิ่งที่เราจะได้ในน้ำซุปกระดูกคาตั๊งคือคอลลาเจนที่อยู่ในกระดูกและกลิ่นน้ำซุปที่มีความหอมโด่ดเด่น ส่วนใหญ่แล้วร้านจะใช้คาตั๊งและเอียวเล้งต้มรวมกันเพื่อให้ได้ทั้งความหวานและความหอม

คาตั๊ง
คาตั๊ง

แถมให้อีกนิดหนึ่ง สีของซุปกระดูกหมูส่วนใหญ่จะมีสองสีค่ะ นั่นก็คือสีใส ๆ กับสีขาวขุ่น ทั้งสองอย่างนี้ขึ้นอยู่กับความแรงของไฟในการต้ม เคล็ดลับก็คือเราต้องลวกหมูในน้ำเดือดก่อนหนึ่งครั้งแล้วเทน้ำทิ้งไปเพื่อล้างเลือดและกลิ่น ตั้งหม้อใบใหม่ ใส่น้ำและรอน้ำเดือด ถ้าอยากให้รสชาติดีขึ้นแนะนำให้ทุบกระดูกก่อนต้ม น้ำเดือดแล้วก็ใส่กระดูกลงไปเลยค่ะ อยากได้ซุปใสใช้ไฟอ่อน ๆ และคอยตักฟองออกเป็นระยะ ส่วนซุปสีขาวขุ่นต้องใช้ไฟแรงต้มไปเรื่อย ๆ คอลลาเจนที่อยู่ในกระดูกจะละลายออกมาอยู่ในน้ำซุปทำให้กลายเป็นสีขาวขุ่นนั่นเอง

พอจะมีความรู้กันแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูจากกระดูกหมูที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ในบทความนี้จะมีเมนูอะไรบ้าง



1. บักกุ๊ดเต๋

บักกุ๊ดเต๋
บักกุ๊ดเต๋

เปิดเมนูแรกกันด้วยอาหารจีนเรียกกำลังวังชากันสักหน่อย บักกุ๊ดเต๋หม้อนี้ของเราเต็มไปด้วยประโยชน์และกลิ่นหอมกรุ่นจากเครื่องยาจีนเน้น ๆ ขึ้นจมูก มาพร้อมกระดูกหมูตุ๋นแบบเนื้อนิ่มละลายในปาก ส่วนกระดูกอ่อนก็เคี้ยวกรุบเพลิน ๆ ซดน้ำซุปหอมร้อน ๆ เค็มหวานตามไปอีกสักคำใหญ่ ๆ หอมอร่อยอุ่นท้องสุด ๆ ไปเลยค่ะ จะทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ หรือปาท่องโก๋ตามแบบฉบับดั้งเดิมก็ได้

วัตถุดิบบักกุ๊ดเต๋

  • กระดูกหมูอ่อน
  • เห็ดเข็มทอง
  • ผักกาดขาว
  • กระเทียม
  • พริกไทยดำ
  • เห็ดหอมแห้ง
  • เครื่องปรุงบักกุ๊ดเต๋สำเร็จรูป
  • ซีอิ๊วดำ
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำเปล่า

วิธีทำบักกุ๊ดเต๋

ขั้นตอนแรกหยิบซองเครื่องปรุงบักกุ๊ดเต๋สำเร็จรูปขึ้นมาแกะค่ะ ในซองเราจะเห็นพวกสมุนไพรต่าง ๆ และมีถุงผ้าแยกอีกที ให้เราแยกเอาเม็ดเก๋ากี้ออกก่อน เม็ดเก๋ากี้คือเม็ดสีส้มเล็ก ๆ คล้ายพริกค่ะ แต่เม็ดนี้จะมีรสชาติเปรี้ยวและเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายเลย ถ้าในซองมีพุทราจีนก็แยกออกมาด้วยนะคะ บุบกระเทียมและพริกไทยให้พอแตก, นำเห็ดหอมแช่น้ำ และล้างทำความสะอาดเห็ดเข็มทองและผักกาดขาว หั่นผักกาดขาวให้มีขนาดพอดี ส่วนกระดูกหมูก็นำมาขยำเกลือและล้างทำความสะอาด หั่นชิ้นให้เรียบร้อย

ตั้งหม้อสองใบ ใส่น้ำ ใส่เครื่องบักกุ๊ดเต๋ทั้งหมดและพริกไทยใส่หม้อใบที่หนึ่ง เพิ่มสีสันด้วยซีอิ๊วดำและซีอิ๊วขาว สองอย่างนี้ใส่ทีละนิดเพราะเครื่องสำเร็จรูปมีรสชาติอยู่แล้ว หลังจากนั้นต้มไฟแรงให้เดือดเลยค่ะ ส่วนหม้ออีกใบใส่เกลือและต้มจนเดือด ใส่กระดูกอ่อนลงไปต้ม หม้อต้มกระดูกอ่อน คอยตักฟองออกเป็นระยะ หลังจากนำเดือดแล้วรอประมาณ 5 – 10 นาทีก็ปิดเตา ตักกระดูกออกมาล้างทำความสะอาดอีกรอบเพื่อเอาคราบเลือดออกค่ะ เสร็จแล้วก็พักไว้ก่อน ส่วนน้ำต้มกระดูกก็เททิ้งไป นำเห็ดหอมที่แช่น้ำจนนิ่มมาหั่น

หันมาดูหม้อต้มเครื่องปรุงกันบ้าง หลังจากน้ำเดือดแล้วใส่เก๋ากี้, พุทราจีน (ถ้ามี), เห็ดหอม, กระเทียม และกระดูกหมู ต้มไฟกลางค่อนอ่อนไปเรื่อย ๆ ปิดฝาหม้อแต่เปิดแง้มไว้สักหน่อยให้ไอน้ำได้ระบาย ตุ๋นประมาณ หนึ่งชั่วโมงหรือสังเกตให้เนื้อเปื่อยได้ที่แต่ไม่ถึงกับหลุดออกจากกระดูก หลังจากนั้นชิมรสให้มีความหวาน เค็ม เปรี้ยวปลายลิ้นนิดหน่อย และหอมเครื่องยาจีน ถ้ารสอ่อนไปก็ปรุงเพิ่มได้ ปิดเตาพักไว้ก่อนได้เลยค่ะ

ก่อนเสิร์ฟก็ตักบักกุ๊ดเต๋ใส่หม้อใบเล็ก ๆ แยกออกมา นำขึ้นตั้งไฟให้เดือดอีกครั้งแล้วใส่ผักกาดขาว ต้มให้ผักกาดสุกก็ปิดเตา ปิดท้ายด้วยเห็ดเข็มทอง และจัดเสิร์ฟ บักกุ๊ดเต๋หม้อใหญ่ที่เหลือสามารถเก็บไว้ได้และก่อนทานก็ทำซ้ำขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้เราทานบักกุ๊ดเต๋ได้นาน ส่วนผักและเห็ดที่เพิ่มทีหลังก็สามารถเปลี่ยนได้ตามความชอบของแต่ละคนได้เลยค่ะ


2. ต้มผักกาดดองกระดูกหมู

ต้มผักกาดดองกระดูกหมู
ต้มผักกาดดองกระดูกหมู

บักกุ๊ดเต๋เป็นเครื่องตุ๋นยาจีน สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่นิยมทานอาหารแนวนี้เราเปลี่ยนมาทานซุปร้อน ๆ รสเปรี้ยวหวานคล่องคอกันดีกว่า เพียงแค่เพื่อน ๆ ต้มกระดูกหมูจนเปื่อยนุ่มแล้วใส่ผักกาดดองแบบเปรี้ยวลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติและทำให้เมนูนี้มีมิติมากขึ้น ความหวานของซุปกระดูกหมูเข้ากับความเปรี้ยวของผักกาดดองได้มาก ๆ เลยค่ะ แต่มีเคล็ดลับที่บางคนอาจจะยังไม่ทราบอีกนิดนึงนะคะ นั่นก็คือเราจะนำผักกาดดองเนี่ยไปต้มก่อนสักหนึ่งรอบเพื่อลดความเปรี้ยวลงทำให้ซุปทานง่ายขึ้นและไม่ต้องกังวลว่าจะบูดด้วยค่ะ ลองเข้าครัวทำกันดูนะคะ 

วัตถุดิบต้มผักกาดดองกระดูกหมู

วิธีทำต้มผักกาดดองกระดูกหมู

ก่อนอื่นล้างทำความสะอาดกระดูกหมูก่อน ถ้าหมูชิ้นใหญ่เกินไปก็หั่นด้วยมีดอีโต้ให้เล็กลง ส่วนผักกาดดองก็ล้างน้ำและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เสร็จเรียบร้อยแล้วบุบกระเทียบพอแตกนิดนึง

ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่าไม่ต้องเยอะค่ะ รอจนน้ำเดือดนำกระดูกหมูลงไปต้ม รอให้น้ำเดือดก็ตักฟองออกแล้วตักหมูขึ้นมาพักไว้ เราต้องลวกหมูเพื่อล้างเอากลิ่นและเศษเลือดออกไปก่อนเพื่อกันไม่ให้น้ำซุปของเราข้น หลังจากตักหมูขึ้นแล้วก็นำผักกาดดองลงไปลวกต่อเพื่อล้างคราบสกปรกและเพื่อความสบายใจของเราเอง น้ำเดือดอีกครั้งตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ ส่วนน้ำต้มก็ทิ้งไป

ตั้งหม้ออีกใบ ใส่น้ำและเปิดไฟอ่อน สังเกตให้น้ำเริ่มมีฟองอากาศขึ้นมาก็ใส่กระเทียมทุบลงไปเลยค่ะ ตามด้วยกระดูกหมูและผักกาดดอง ต้มไปเรื่อย ๆ จนน้ำเดือด ช้อนฟองออกให้หมดและปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว หลังจากนั้นตุ๋นไฟอ่อน ประมาณ 40 นาที เพื่อน ๆ จะเห็นว่าน้ำซุปของเราค่อนข้างใส ชิมรสอีกนิดหน่อยให้มีความเค็ม ๆ เปรี้ยว ๆ และหวานน้ำกระดูก หลังจากนั้นก็ปิดเตาตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ


3. คั่วพริกแกงใต้กระดูกหมู

คั่วพริกกระดูกหมู
คั่วพริกกระดูกหมู

เปลี่ยนมาทานเมนูเผ็ดฉบับปักษ์ใต้กันบ้าง เมนูคั่วพริกกระดูกหมูเป็นที่นิยมมากเลยค่ะสำหรับคนใต้ (คนใต้จะเรียกเมนูนี้ว่าผัดเผ็ดกระดูกหมูค่ะ) ด้วยพริกแกงที่มีกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ นำมาคั่วกับกระดูกหมูที่ต้มจนเปื่อย เนื้อนุ่ม ปรุงให้มีรสชาติกลมกล่อม ผัดแห้ง ๆ มีน้ำขลุกขลิกนิดหน่อย คลุกข้าวสวยหนึ่งคำแล้วซดน้ำซุปตาม หืมมม คล่องคอสุด ๆ

วัตถุดิบคั่วกลิ้งกระดูกหมู

  • กระดูกหมู
  • ใบมะกรูด
  • พริกชี้ฟ้าแดง
  • พริกแกงคั่ว
  • กะปิ
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาล
  • น้ำเปล่า

วิธีทำคั่วกลิ้งกระดูกหมู

ล้างทำความสะอาดกระดูกหมู หั่นให้เป็นชิ้นเล็กลงจะได้สุกง่าย ส่วนใบมะกรูดฉีกเอาแกนกลางออกและหั่นแฉลบพริกชี้ฟ้าแดงรอไว้ค่ะ ตั้งกระทะ ใส่กระดูกหมูลงไป และเติมน้ำเปล่าจนท่วมกระดูกเลยค่ะ รอจนน้ำเดือดก็ใส่กะปิลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ละลายกะปิให้หมดและต้มต่อประมาณ 30 นาทีหรือจนเนื้อเริ่มเปื่อย ถ้าน้ำงวดก็เติมน้ำได้อีกนะคะ

หลังจากเนื้อเริ่มเปื่อยแล้วใส่พริกแกงประมาณ 2 เท่าของกะปิตามลงไปเลยค่ะ ละลายพริกแกงจนเป็นเนื้อเดียวกับหมูและผัดไปเรื่อย ๆ จนน้ำเริ่มงวด ขั้นตอนนี้เราไม่ต้องเพิ่มน้ำแล้วเพราะต้องการให้คั่วพริกของเราค่อนข้างแห้ง หลังจากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลและซีอิ๊วขาวนิดหน่อย คลุกเคล้าให้น้ำตาลละลายและชิมให้มีรสเผ็ด เค็มหวานกลมกล่อม หลังจากนั้นขยำใบมะกรูดใส่ลงไป ปิดท้ายด้วยพริกชี้ฟ้าหั่น ปิดเตาแล้วจัดเสิร์ฟได้ค่ะ แอบบอกเคล็ดลับอีกนิดนึง ถ้าเพื่อน ๆ มีใบยี่หร่าหรือกะเพราก็แนะนำให้ใส่เพิ่มไปด้วยนะคะ คั่วพริกของเราจะมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากขึ้นค่ะ


4. ซี่โครงหมูบาร์บีคิว

ซี่โครงหมูบาร์บีคิว
ซี่โครงหมูบาร์บีคิว

เปลี่ยนมาทำเมนูสไตล์ฝรั่ง ๆ กันบ้างดีกว่า เราคิดว่าเมนูนี้คงจะเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆ หลายคนนะคะ แต่คงจะไม่มีใครลองทำเองเพราะคิดว่าน่าจะทำยาก แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้นเลยค่ะเพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็มีติดครัวของเราอยู่แล้ว อย่ารอช้าไปดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูซี่โครงหมูบาร์บีคิวอร่อย ๆ เนี่ยจะมีวัตถุดิบและวิธีการทำอย่างไรบ้าง

วัตถุดิบซี่โครงหมูบาร์บีคิว

วิธีทำซี่โครงหมูบาร์บีคิว

สูตรนี้เราจะใช้ซี่โครงหมูทั้งชิ้นเลยค่ะ ขั้นตอนแรกล้างทำความสะอาดและลอกพังผืดออกให้หมด ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความอดทนและระมัดระวังนิดนึงนะ หลังจากนั้นก็พักไว้

หันมาทำซอสบาร์บีคิวกันบ้าง เริ่มจากผสมซอสมะเขือเทศ, ซอสพริก, พริกไทยป่น, พริกปาปริก้า ,เกลือ, ออริกาโน, น้ำส้มสายชู, น้ำตาลทราย และน้ำผึ้งเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายและส่วนผสมทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมดเลยค่ะ

นำซี่โครงหมูใส่ภาชนะและนำซอสบาร์บีคิวลงหมักให้ทั่วทั้งสองด้าน เหลือซอสส่วนหนึ่งไว้ด้วยนะคะ หลังจากคลุกซอสจนทั่วแล้วเพื่อนสามารถนำฟอยล์มาห่อซี่โครงให้มิดชิดแล้วนำไปย่างหรืออบด้วยเตาอบไฟฟ้าได้เลยค่ะ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นนั้นก็แกะฟอยล์แล้วทาซอสลงบนตัวซี่โครง ไม่ต้องปิดฟอยล์แล้วนะคะ อบต่อ 5 – 10 นาทีก็พอค่ะ สังเกตให้ตัวซี่โครงมีสีเข้มและสุกได้ที่แล้วก็ยกลงเสิร์ฟร้อน ๆ ได้เลย ทานพร้อมกับผักสดหรือมันบดนี่อร่อยสุด ๆ


5. เล้งแซ่บ

เล้งแซ่บ
เล้งแซ่บ

กลับมาทานแซ่บ ๆ แบบที่เราถนัดกันบ้าง และเราก็ขอนำเสนอเมนูฮอตฮิตติดใจชาวสุราเรี่ยนอย่างเล้งแซ่บค่ะ ตั้งวงกี่ที่ก็ต้องมีเมนูนี้อยู่ในลิสต์กับแกล้มทุกครั้ง เพราะเมนูนี้เนี่ยมีครบทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน เนื้อเปื่อยมาแบบนิ่ม ๆ หวานจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ส่วนกระดูกก็มีให้แทะแก้เบื่อ ยกน้ำลำไยตามอีกอีกกรึ๊บ รับรองว่าคืนนี้อยู่ได้อีกยาววววววววววว

วัตถุดิบเล้งแซ่บ

  • กระดูกเอียวเล้ง (กระดูกสันหลัง)
  • หัวไชเท้า
  • พริกขี้หนู
  • ผักชีฝรั่ง
  • มะนาว
  • รากผักชี
  • พริกไทย
  • กระเทียม
  • เกลือ
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล
  • น้ำเปล่า

วิธีทำเล้งแซ่บ

ได้กระดูกเล้งมาแล้วก็ล้างทำความสะอาดเอาคราบเลือดออกให้หมด หลังจากนั้นปอกเปลือกหั่นชิ้นหัวไชเท้า, ทุบกระเทียม, รากผักชี และพริกไทยให้พอแตก ใส่ลงในหม้อพร้อมเกลือนิดหน่อย ใส่กระดูกและเติมน้ำให้ท่วม นำขึ้นตั้งเตาใช้ไฟแรงจนน้ำเดือดก็ตักฟองและน้ำมันออกให้หมดเลยค่ะ หลังจากเอาหม้อขึ้นตั้งไฟแล้วเพื่อน ๆ ห้ามคนน้ำต้มเด็ดขาดเพราะจะทำให้กลิ่นของน้ำซุปไม่หอมเท่าที่ควรแล้วต้มเรื่อย ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงให้กระดูกเปื่อย หรือจะให้ง่ายสุด ๆ ก็คือจับใส่หม้ออัดแรงดันไปเลยค่ะ ไม่เกิน 30 นาทีกระดูกหมูเปื่อย ๆ ก็พร้อมปรุงแล้ว

ระหว่างรอกระดูกเปื่อยเราก็หันมาเตรียมเครื่องปรุงกันบ้าง เริ่มจากฝานและบีบน้ำมะนาวใส่ถ้วยรอไว้ หลังจากนั้นซอยผักชีฝรั่งและทุบกระเทียบให้พอแหลก ตักผักชีฝรั่ง, พริกทุบ และน้ำมะนาวแยกใส่ถ้วยสักใบ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลอีกนิดหน่อย ชิมรสชาติตามชอบเลยค่ะ

หลังจากกระดูกเปื่อยได้ที่แล้วก็ตักขึ้นมาใส่ภาชนะที่จะใช้เสิร์ฟ ตักน้ำซุปใส่ถ้วยเครื่องปรุงที่เราทำไว้ก่อนหน้าค่ะ หลังจากคนผสมเข้ากันดีแล้วก็เทราดลงบนกระดูกและจัดเสิร์ฟได้เลย

แนะนำให้เพื่อน ๆ ค่อยปรุงแยกทีละถ้วยนะคะ และค่อยปรุงตอนที่จะทาน น้ำซุปจะได้ยังร้อนอยู่และพริกจะได้ไม่ดำ อีกอย่างถ้าเราทานไม่หมดยังสามารถเก็บน้ำซุปและกระดูกหมูที่เหลือไว้ใช้ทำเมนูอื่นได้อีกเยอะเลย


6. ซี่โครงหมูทอดกระเทียม

ซี่โครงหมูทอดกระเทียม
ซี่โครงหมูทอดกระเทียม

ทำเมนูต้มเมนูซุปมาเยอะแล้วเปลี่ยนมาทอดกันบ้าง ซี่โครงหมูทอดกระเทียมสูตรของเราเนี่ยอร่อยไม่เหมือนใครแน่นอนค่ะเพราะเราจะนำหมูไปหมักกับเครื่องปรุงจนนุ่มได้ที่แล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ เนื้อหลุดจากกระดูกง่าย นุ่มลิ้นไม่ต้องเคี้ยวจนปวดกราม หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นกระเทียมและเครื่องหมัก อย่ารอช้าไปเข้าครัวกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบซี่โครงหมูทอดกระเทียม

  • ซี่โครงหมู
  • กระเทียมไทย
  • พริกไทยป่น
  • เบคกิ้งโซดา
  • เกลือ
  • ซีอิ๊วขาว
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำตาล
  • น้ำมันพืช

วิธีทำซี่โครงหมูทอดกระเทียม

ล้างทำความสะอาดซี่โครงหมูพร้อมเกลือแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดตามต้องการเลยค่ะ หลังจากนั้นตักเบคกิ้งโซดาออกมาประมาณ 2 ช้อนชาต่อหมู 1 กิโลกรัม เทผสมลงบนซี่โครงหมู เติมน้ำเปล่าตามลงไปประมาณครึ่งถ้วยและคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 20 นาที ในส่วนของเบคกิ้งโซดาสามารถลดเพิ่มได้ตามปริมาณของเนื้อที่เราจะนำมาหมักนะคะ ควรใส่ครั้งละน้อย ๆ เพราะถ้าใส่เยอะเกินไปรสชาติจะขมค่ะ

หลังจากครบ 20 นาทีแล้วก็ล้างซี่โครงหมูให้สะอาดอีกครั้ง หลังจากนั้นตำกระเทียมทั้งเปลือกให้แหลกนำมาคลุกผสมกับหมู เพิ่มรสชาติด้วยพริกไทยป่น, เกลือ, ซีอิ๊วขาว, ซอสหอยนางรม และน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากันและหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที

ใกล้ครบเวลาแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะ ๆ เร่งไฟกลางให้น้ำมันร้อนและใส่ซี่โครงหมูลงไปเลยค่ะ ทอดไปเรื่อย ๆ จนหมูเปลี่ยนเป็นสีเข้มและสุกจนได้ที่ก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันและใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


7. ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง

ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง
ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง

ตามมาติด ๆ กับเมนูอบ รอบนี้เรามาทำซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งกันบ้าง เพื่อน ๆ คนไหนที่เคยทานเมนูนี้คงจะทราบดีอยู่แล้วว่าจุดเด่นของซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งคือกลิ่นหอมและรสหวานอ่อน ๆ ของนำผึ้งที่เข้ากับรสชาติและความนุ่มของซี่โครงเปื่อย ๆ ได้เป็นอย่างดี ไหน ๆ วันนี้มีเวลาแล้วเราลองเข้าครัวทำเมนูนี้ดูค่ะ วัตถุดิบและวิธีการทำไม่ยากอย่างที่คิด

วัตถุดิบซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง

  • ซี่โครงหมู
  • กระเทียม
  • รากผักชี
  • พริกไทย
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซอสปรุงรส
  • น้ำผึ้ง
  • น้ำมันพืช
  • น้ำเปล่า

วิธีทำซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง

ล้างหมูเหมือนเดิมค่ะ หลังจากนั้นโขลกกระเทียม, รากผักชี และพริกไทยให้เข้ากัน นำมาหมักซี่โครงพร้อมใส่น้ำผึ้งลงไปอีกสองสามช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงเลย

ครบชั่วโมงแล้วตั้งกระทะใส่น้ำมันประมาณนึง ไม่ต้องเยอะมากค่ะ ตั้งเตาไฟอ่อนรอน้ำมันร้อนค่อย ๆ คีบซี่โครงลงไปทอดจนสุกเหลืองเลยค่ะ ส่วนน้ำหมักเก็บไว้ก่อน

หลังจากซี่โครงเหลืองดีแล้วก็ใส่น้ำล้างภาชนะที่หมักหมูเพื่อเอาน้ำหมักแล้วเทลงไปบนหมูในกระทะเลยค่ะ เติมน้ำให้พอท่วมซี่โครงเลย ปรุงรสด้วยเกลือ, ซอสปรุงรส และน้ำตาล คนให้เข้ากันและปิดฝาอบไว้ประมาณ 30 นาที ระหว่างนั้นก็คอยเปิดฝาคนซี่โครงเป็นระยะค่ะ

ครบ 30 นาทีแล้วก็เปิดฝาดูว่าซี่โครงของเราเปื่อยหรือยัง ถ้าเพื่อน ๆ ชอบกลิ่นน้ำผึ้งก็เติมน้ำผึ้งลงไปอีกได้นะคะ ลองชิมรสชาติให้มีความเค็ม ๆ หอมและหวานน้ำผึ้งอ่อน ๆ หลังจากนั้นผัดอีกสักพักให้น้ำงวดตามที่เพื่อน ๆ ต้องการเลยค่ะ เสร็จแล้วก็ปิดเตาและตักใส่จานได้เลย


8. ต้มหน่อไม้กระดูกหมู

ต้มหน่อไม้กระดูกหมู
ต้มหน่อไม้กระดูกหมู

เมนูนี้ปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ เพราะตอนเด็ก ๆ แม่ทำให้ทานบ่อยมาก เนื่องจากบ้านเราอยู่ต่างจังหวัดและเพื่อนบ้านก็มักจะมีผักผลไม้ป่ามาฝากอยู่บ่อย ๆ เลยทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูโปรดไปเลยค่ะ ซึ่งรสชาติที่แม่ของเราชอบทำก็จะมีความเค็มอ่อน ๆ และรสชาติของหน่อไม้ก็ยังหวาน ยิ่งมาเจอกับซี่โครงที่ตุ๋นด้วยความรักจนเปื่อยทำให้เราทานไปน้ำตาไหลไปเลย (เพราะลืมเป่าน้ำซุป 55555 ) ส่วนวิธีทำก็แอบไปสืบมาฝากเพื่อน ๆ เรียบร้อยแล้วค่ะ มาเข้าครัวพร้อม ๆ กันเลย

วัตถุดิบต้มหน่อไม้กระดูกหมู

  • กระดูกหมู
  • หน่อไม้หวานสด
  • กระเทียม
  • ผงปรุงรส
  • เกลือ
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำปลา
  • น้ำเปล่า

วิธีทำต้มหน่อไม้กระดูกหมู

จัดการหน่อไม้กันก่อนเลยค่ะ เราเริ่มจากล้างทำความสะอาดและหั่นหน่อไม้ให้มีขนาดตามต้องการเลย แนะนำหั่นเป็นแท่ง ๆ ไม่ยาวมากจะทานง่ายนะคะ หลังจากนั้นต้มน้ำจนเดือดและใส่หน่อไม้ลงไปต้มประมาณ 5 นาทีเพื่อล้างรสฝาดและขม หน่อไม้เดือดแล้วก็ตักออกมาวางให้สะเด็ดน้ำ ส่วนน้ำต้มก็ทิ้งไปเพราะนำมาทานต่อไม่ได้ค่ะ

คราวนี้ก็ถึงคิวซี่โครงหมู นำมาล้างขยำเกลือให้สะอาด หลังจากนั้นหั่นชิ้นตามต้องการ ตั้งหม้อใส่น้ำอีกครั้ง ทุบกระเทียมพอแตกใส่ลงไปในหม้อ ต้มน้ำให้เดือดใส่ผงปรุงรสตามด้วยซี่โครงหมู ต้มไฟกลางจนน้ำเดือดตักฟองออกให้เกลี้ยงเลย เสร็จแล้วก็หรี่เป็นไฟอ่อนและตุ๋นต่อจนเปื่อย

ซี่โครงเปื่อยแล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวนิดนึงค่ะ ตามด้วยหน่อไม้ต้มลงไป ต้มไฟกลางจนน้ำเดือด ระหว่างนั้นก็คอยตักฟองและน้ำมันออกเป็นระยะ ชิมรสชาติให้มีความเค็ม ๆ กลมกล่อม ได้รสชาติที่ชอบแล้วก็ปิดเตาและตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้เลยค่า


9. ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

ต้มแซ่บกระดูกอ่อน
ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

เมนูโปรดลูกผ่านไปเมนูโปรดพ่อก็ต้องมาจะได้ไม่มีใครแอบน้อยใจ แน่นอนว่าเชฟหม่ามี๊ของเราก็มีสูตรเด็ดเคล็ดลับมัดใจลูกค้าขาประจำ (โดนบังคับ) สามสี่คนได้อยู่หมัด เมนูนี้ของแม่นี่รับรองว่าทำเมื่อไหร่ต้องหุงข้าวเตรียมไว้เลยสองหม้อเพราะมีเติมแน่นอนค่ะ ความแซ่บ ความเปรี้ยว เผ็ด เค็ม ครบเครื่องไม่เป็นสองรองใครแน่นอน เกริ่นขนาดนี้แล้วมาลองทำกันดูค่ะเพื่อน ๆ รับรองความอร่อยด้วยตัวของเราเองเลย

วัตถุดิบต้มแซ่บกระดูกอ่อน

  • กระดูกหมูอ่อน
  • หอมแดง
  • ข่า
  • ตะไคร้
  • ใบมะกรูด
  • ผักชีฝรั่ง
  • พริกขี้หนูสด
  • มะนาว
  • เกลือ
  • พริกแห้ง
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกอ่อน

ขั้นตอนแรกเราจะนำกระดูกอ่อนมาขยำเกลือและล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กหน่อยจะได้ดูเยอะ (แม่บอกมา) หลังจากนั้นทุบหอมแดง, ข่า, ตะไคร้ และพริกขี้หนูสดพักไว้ ตามด้วยฝานมะนาวและฉีกเอาแกนใบมะกรูดออก ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย เปิดไฟอ่อน ๆ แล้วนำพริกแห้งลงไปทอดให้เริ่มสุก หลังจากนั้นตักออก แยกส่วนหนึ่งไปโขลกให้ละเอียด

ตั้งหม้อ ใส่น้ำกะให้พอดีกับหมูค่ะ หลังจากนั้นใส่หอมแดง, ข่า และตะไคร้ทุบ ใส่เกลือลงไปอีกนิดหน่อย น้ำเริ่มเดือดแล้วใส่กระดูกอ่อนลงไปและรอน้ำเดือดอีกครั้ง คอยตักฟองออกเป็นระยะ หรี่ไฟลงอีกนิดและปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ขยำใบมะกรูดลงไป ตามด้วยพริกสดและผักชีฝรั่ง ปิดเตา ใส่พริกเจียวที่ตำไว้ก่อนหน้า บีบน้ำมะนาวและชิมให้เปรี้ยวแซ่บครบรส ปิดท้ายด้วยพริกทอดทั้งเม็ดสวย ๆ พร้อมเสิร์ฟ


10. แหนมกระดูกอ่อน

แหนมกระดูกอ่อน
แหนมกระดูกอ่อน

ต้ม ยำ ทำ แกง ก็แล้วกระดูกที่ซื้อมาก็ยังไม่หมดทำยังไงดี? ลองนำมาทำแหนมดูค่ะ เลือกเฉพาะซี่โครงที่เป็นกระดูกอ่อนและมีเนื้อเยอะ ๆ นำมาหมักกับผงทำแหนมสำเร็จรูปที่มีขายตามห้างร้านทั่วไป ใช้ส่วนผสมแค่ไม่กี่อย่างและรอเวลาไม่นานแหนมสดเปรี้ยว ๆ ก็พร้อมทานแล้วค่ะ นำไปทอดให้สุกหอม เนื้อหนึบพร้อมกระดูกอ่อนกรุบ ๆ ทานพร้อมกับถั่วลิสงคั่วและผักสดอร่อยจนคิดไม่ถึงเลยล่ะว่ามันจะทำง่ายขนาดนี้ ไปดูกันเลยว่าต้องเตรียมวัตถุดิบอะไรบ้าง

วัตถุดิบแหนมกระดูกอ่อน

วิธีทำแหนมกระดูกอ่อน

เริ่มจากการล้างกระดูกอ่อนให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำค่ะ หลังจากนั้นพักให้สะเด็ดน้ำหรือทำให้แห้งมากที่สุดและนำไปแช่เย็นให้เนื้อหมูทั้งหมดเย็นเลยค่ะ หลังจากนั้นโขลกพริกและกระเทียมเข้าด้วยกันให้ละเอียด พักไว้

หมูเย็นได้ที่แล้วนำออกมาผสมกับกระเทียมและพริกโขลก, เกลือ, น้ำตาลทราย และผงทำแหนมสำเร็จรูป (ในซองจะมีเกลือทำแหนมเพิ่มมาด้วย ใส่ไปให้หมดเลยค่ะ) หลังจากนั้นรีบคลุกเคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันขณะที่หมูยังเย็นอยู่ นวด ๆ บีบ ๆ ให้เข้าเนื้อแล้วเก็บใส่กล่องที่มีฝาปิดมิดชิด นำกลับไปแช่เย็นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ขณะแช่เย็นหมูของเราก็จะเริ่มเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ ชอบทานเปรี้ยวมาก ๆ ก็สามารถเพิ่มเวลาในการแช่ได้นะคะ หลังจากหมูเปรี้ยวตามต้องการแล้วก็ตักแบ่งออกมาเท่าที่ต้องการ ส่วนหมูที่เหลือสามารถเก็บไว้ในช่องฟรีซหรือช่องแช่แข็ง ทานได้อีกประมาณ 2 – 3 สัปดาห์เลยค่ะ

ตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะ ๆ หลังจากน้ำมันร้อนแล้วใส่แหนมของเราลงไปเลย ใช้ไฟอ่อนทอดไปเรื่อย ๆ ระหว่างนี้น้ำในหมูจะเริ่มออกมาเราก็คอยคนคอยผัดอยู่เป็นระยะแหนมจะได้ไม่ไหม้ค่ะ กว่าน้ำจะออกมาหมดก็ใช้เวลาสักพักนึงเลย แต่หลังจากที่นำระเหยหมดแล้วแหนมของเราจะเปลี่ยนสีและสุกอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนนี้เพื่อน ๆ ต้องคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ เผลอไปสบตากับคนข้างบ้านแปปเดียวแหนมอาจจะไหม้ได้ หลังจากทอดจนแห้งตามความต้องการแล้วก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันและเสิร์ฟได้เลย





เมนูจากกระดูกหมูที่เรามาฝากวันนี้ถูกใจเพื่อน ๆ บ้างไหมคะ? แต่ละเมนูนี่เราคัดสรรมาอย่างดีเลยค่ะเพราะเราเองก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำอาหารอร่อย ๆ ทานเอง จะได้มั่นใจเรื่องของความสะอาดและความปลอดภัยอีกด้วย ซึ่งเมนูเหล่านี้เพื่อน ๆ สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ไม่ยากและมีอยู่ทั่วไปในตลาดหรือห้างร้านส่วนใหญ่ค่ะ ถ้าพอจะมีเวลาก็ลองทำดูนะคะ และอย่าลืมใช้เทคนิกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราแนะนำไปด้วยล่ะ รับรองว่ามันจะช่วยได้เยอะเลยค่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะ น้ำสต๊อกกระดูกหมูที่เราเคี่ยวแล้วเนี่ยสามารถแช่ฟรีซเก็บไวได้นานเลยค่ะ เวลาเราจะทำอาหารประเภทน้ำเช่นก๋วยเตี๋ยวหรือต้มต่าง ๆ ก็สามารถใช้น้ำสต๊อกที่เก็บไว้มาทำเป็นน้ำซุป ช่วยร่นระยะเวลาได้เยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นเมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือเมนูไข่ก็สามารถดัดแปลงใช้น้ำสต๊อกแทนน้ำเปล่าได้เลยค่ะ ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post