9 เมนูสาคู ทั้งคาว-หวาน ทำง่าย อร่อยสุด ๆ: สาคูไส้หมู หยกมณี ตะโก้สาคู

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ มีใครกำลังรอบทความแนะนำสูตรอาหารอร่อย ๆ อยู่บ้างไหมเอ่ยย? หลาย ๆ บทความก่อนหน้าเราได้แนะนำเมนูอาหารและขนมกันไปเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขนมไทย, อาหารชาววัง, กล้วยทอด หรือจะเป็นแกงกะทิ, อาหารจีน, อาหารญี่ปุ่น และอาหารเกาหลีก็แนะนำกันไปแล้ว เอาจริง ๆ แล้วบ้านเราเองก็มีอาหารให้เลือกทานหลากหลาย แถมยังใช้วัตถุดิบทั่ว ๆ ไปที่หาได้ง่าย และเราก็นำวัตถุดิบพื้นบ้านโบราณอีกหนึ่งชนิดมาแนะนำในบทความนี้ค่ะ

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10

วัตถุดิบหลักของบทความนี้ที่เรากล่าวถึงก็คือ “สาคู” นั่นเองค่ะ สาคูเป็นวัตถุดิบที่มักจะถูกนำมาแปรรูปเป็นเมนูของหวานกันซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสาคูเป็นแป้งชนิดหนึ่งที่มีความเหนียวและใสคล้ายแป้งมัน ไม่มีกลิ่น, สี หรือรสชาติ มีความนุ่มนึบ รวมไปถึงให้พลังงานต่ำและไม่มีไขมัน และด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ก็ทำให้แป้งสาคูเริ่มเป็นที่นิยมในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพที่นำมาดัดแปลงใช้งานแทนแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น ๆ เลยค่ะ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแป้งสาคูรวมถึงมีสูตรเมนูอาหารจากสาคูมาฝากอีกด้วยค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูโปรดของเพื่อน ๆ จะมีวัตถุดิบและขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

สาคูทำมาจากอะไร ?

ต้นสาคูเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง
ต้นสาคูเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง

สาคู เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายต้นปาล์มและต้นมะพร้าว พบมากในแถบภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงที่มีแหล่งผลิตสาคูที่มีชื่อเสียง ส่วนวิธีการผลิตสาคูนั้นค่อนข้างที่จะต้องใช้เวลานานและมีเทคนิคที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยเริ่มต้นจากการคัดเลือกเอาเฉพาะต้นสาคูที่มีอายุประมาณ 8 – 10 ปีขึ้นไปที่มีลักษณะสูงใหญ่และลำต้นดูอวบอ้วน ยิ่งเป็นสาคูจากธรรมชาติก็ยิ่งมีคุณภาพดี จากนั้นก็จะล้มต้นสาคู เลาะเปลือก และขูดเอาเฉพาะเนื้อไม้มาคั้นเอาน้ำออก วิธีการนี้จะมีขั้นตอนการทำคล้าย ๆ กับการคั้นน้ำกะทิเลยค่ะ ได้น้ำมาแล้วจะวางทิ้งไว้ให้ตกตะกอนแล้วเทน้ำออก ขูดเอาแป้งสาคูมาร่อนให้เป็นเม็ดสาคูกลม ๆ เล็ก ๆ อย่างที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นก็จะนำไปอบหรือตากจนเม็ดสาคูแห้งสนิทก่อนนำมารับประทานค่ะ นอกจากนี้ยังมีสาคูที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลังที่มีการนำไปแต่งสีสันต่าง ๆ เพิ่มความสวยงามน่ารับประทาน แต่รสชาติและความอร่อยจะสู้สาคูต้นแท้ ๆ ไม่ได้เลยค่ะ




1. สาคูไส้หมู

สาคูไส้หมู
สาคูไส้หมู

เริ่มต้นกันด้วยอาหารว่างยอดฮิตอย่างสาคูไส้หมู เมนูสุดหนุบหนับที่ทานกี่ครั้งก็เพลินจนหมดจานทุกครั้งเลยค่ะ สูตรนี้เราจะเลือกใช้หมูสับติดมันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ไส้แข็งกระด้างมากจนเกินไป เพื่อน ๆ สามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อไก่สับได้ตามชอบเลยนะคะ ผัดให้ให้มีรสชาติหวานเค็ม หอมกลิ่นสามเกลอและพริกไทยอ่อนเบา ๆ ห่อด้วยแป้งสาคูแล้วนำไปนึ่งจนสุกใส นำมาคลุกกระเทียมเจียวแล้วทานตอนร้อน ๆ นี่ทั้งหอมทั้งอร่อยสุด ๆ ยิ่งได้แกล้มผักสดและพริกสดก็ยิ่งอร่อยค่ะ

วัตถุดิบสาคูไส้หมู

  • สาคูเม็ดเล็ก
  • หมูสับ
  • สามเกลอ
  • หอมแดงสับ
  • ถั่วลิสงคั่วบด
  • หัวไชโป๊วเค็มสับ
  • น้ำตาล
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำมันกระเทียมเจียว
  • น้ำมันพืช

วิธีทำสาคูไส้หมู

  • ขั้นตอนที่ 1 : เราจะมาผัดไส้สาคูเตรียมไว้ก่อนเลยค่ะ เริ่มจากผัดสามเกลอให้หอมก่อนแล้วตามด้วยหมูสับ จากนั้นใส่หอมแดง, ถั่วลิสง และหัวไชโป๊วตามลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและซีอิ๊วขาว ผัดให้เข้ากันแล้วชิมรสชาติให้เข้มข้นเล็กน้อย ผัดต่อจนส่วนผสมแห้งขึ้นจนสามารถปั้นก่อนได้ นำลงมาพักให้หายร้อน
  • ขั้นตอนที่ 2 : ต้มน้ำเตรียมหม้อนึ่งให้พร้อม จากนั้นนำเม็ดสาคูแช่น้ำให้เริ่มพองนิ่มแล้วนำขึ้นพักไว้ก่อนคะ เสร็จแล้วหันมาปั้นไส้ที่ผัดไว้ก่อนหน้าเป็นก้อนกลมขนาดตามต้องการ นำแป้งสาคูมาห่อไส้ให้มิด พยายามอย่าให้มีช่องว่างนะคะ จากนั้นทาน้ำมันให้ทั่วชั้นนึ่งแล้วนำสาคูลงนึ่งไฟกลางประมาณ 10 – 15 นาทีหรือจนกว่าแป้งจะสุกใส ตักขึ้นคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวไม่ให้เกาะติดกันเป็นก้อน เสิร์ฟพร้อมผักสดและพริกสดได้เลยค่ะ

2. สาคูต้น(สาคูแท้ ๆ)น้ำกะทิ

สาคูต้นน้ำกะทิ
สาคูต้นน้ำกะทิ

ถัดมาเป็นเมนูสาคูต้น สาคูแท้ ๆ จากธรรมชาติ สำหรับสาคูต้นแท้ ๆ จะมีสีน้ำตาลอ่อน ๆ ตามธรรมชาติและมีรสชาติอร่อยค่ะ เราจะนำมาต้มกับใบเตยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เม็ดสาคูที่สุกแล้วจะมีความนุ่มหนึบ ปรุงรสชาติให้ออกหวานแบบพอดี ๆ และตัดเค็มด้วยน้ำกะทิที่ใช้ราดหน้า อร่อยทานเพลินแบบไม่ต้องพึ่งผลไม้ชนิดอื่น ๆ เลยค่ะ

วัตถุดิบสาคูต้นน้ำกะทิ

วิธีทำสาคูต้นน้ำกะทิ

  • ขั้นตอนที่ 1 : ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำใบเตยลงต้มจนหอมก่อนเลยค่ะ ตักเอาใบเตยออกแล้วปรับเป็นไฟกลางค่อนแรง ค่อย ๆ เทสาคูลงหม้อและคอยคนไปพร้อม ๆ กันเพื่อป้องกันไม่ให้สาคูเกาะตัวเป็นก้อนค่ะ แนะนำให้คนเร็ว ๆ เลยนะคะ หลังจากเม็ดสาคูเริ่มสุกใสแล้วปรับเป็นไฟกลาง คอยคนไปเรื่อย ๆ จนเม็ดสาคูใสขึ้น เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลละลายจนหมดแล้วยกลงได้เลยค่ะ จะมีจุดสีขาวกลางเม็ดสาคู สามารถทานได้ไม่ดิบค่ะ
  • ขั้นตอนที่ 2 : นำกะทิขึ้นตั้งไฟอ่อนจนเริ่มเดือดแล้วปรุงรสชาติด้วยเกลือ ชิมให้มีรสชาติออกเค็มเล็กน้อย คนจนเกลือละลายแล้วยกลง ตักสาคูใส่ถ้วยแล้วราดด้วยน้ำกะทิ เสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟค่ะ

3. สาคูเปียกลำไย

สาคูเปียกข้าวโพดมะพร้าวอ่อน
สาคูเปียกลำไย ข้าวโพด และมะพร้าวอ่อน

สาคูเปียกลำไยเป็นเมนูของหวานที่หลายคนชื่นชอบ สำหรับเมนูนี้นอกจากสาคูเนื้อหนุบ ๆ แล้วเราจะยังได้ความกรอบและรสชาติหวานเบา ๆ จากลิ้นจี่และมะพร้าวอ่อนที่นุ่มละมุน ตัวสาคูจะมีรสออกหวานนำเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับรสชาติเค็มมันของน้ำกะทิค่ะ เป็นเมนูที่จะทานตอนไหนก็อร่อยและรู้สึกสดชื่นสุด ๆ

วัตถุดิบสาคูเปียกลำไย

  • สาคู
  • ลำไย
  • มะพร้าวอ่อน
  • ข้าวโพด
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • กะทิ
  • น้ำเปล่า

วิธีทำสาคูเปียกลำไย

  • ขั้นตอนที่ 1 : นำลำไยมาล้างทำความสะอาดแล้วแคะเอาเมล็ดออกให้หมดก่อนค่ะ เสร็จแล้วหันมาขูดหรือหั่นมะพร้าวอ่อนเป็นเส้นขนาดตามต้องการ แนะนำให้ใช้มะพร้าวเนื้ออ่อน ๆ หน่อยนะคะจะได้นุ่มเป็นเนื้อเดียวกับตัวสาคู
  • ขั้นตอนที่ 2 : ต้มน้ำให้เดือดจัดแล้วนำเม็ดสาคูลงต้มพร้อมคอยคนไม่ให้เกาะติดกันเป็นก้อน คนจนเม็ดสาคูเริ่มสุกใสแล้วเพิ่มรสชาติด้วยน้ำตาลทรายปริมาณตามต้องการ หากให้ต้องการเพิ่มสีสันให้สาคูสามารถใส่น้ำใบเตยคั้นเข้มข้นหรือสีอื่น ๆ ได้ตามต้องการเลยนะคะ หลังจากเม็ดสาคูสุกใสดีแล้วเราจะใส่ลำไยและมะพร้าวอ่อนตามลงไปค่ะ คนผสมให้เข้ากันแล้วยกลงพักไว้ก่อน
  • ขั้นตอนที่ 3 : นำหัวกะทิขึ้นตั้งไฟอ่อนให้เริ่มอุ่นแล้วปรุงรสชาติด้วยเกลือเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากันจนเกลือละลายดีแล้วชิมรสชาติให้ออกเค็ม ๆ มัน ๆ ยกลงตักราดบนสาคูเปียกลำไยก่อนเสิร์ฟ

4. ขนมหยกมณี

ขนมหยกมณี
ขนมหยกมณี

หยกมณีเป็นขนมไทยโบราณที่มีวิธีการทำไม่ยากเลยค่ะ ส่วนประกอบหลัก ๆ ของเมนูนี้คือสาคูสีเขียวมรกตเนื้อหนุบรสชาติหวานกำลังดีและมีกลิ่นหอมใบเตยโดดเด่น คลุกเคล้าด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดที่ไม่แข็งมากจนเกินไปและมีรสชาติเค็มอ่อน ๆ เป็นเมนูขนมสดที่ทานตอนเพิ่งทำใหม่ ๆ จะนุ่มและอร่อยที่สุดค่ะ

วัตถุดิบขนมหยกมณี

  • มะพร้าวทึนทึก
  • สาคูเม็ดเล็ก
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • น้ำใบเตยเข้มข้น
  • น้ำเปล่า

วิธีทำขนมหยกมณี

  • ขั้นตอนที่ 1 : ก่อนอื่นเราจะนำมะพร้าวมานึ่งก่อนค่ะ สำหรับมะพร้าวทึนทึกแนะนำให้เลือกแบบที่ไม่แก่และไม่อ่อนมากจนเกินไป ขูดมะพร้าวให้เป็นเส้นยาวจะอร่อยและน่ารับประทานมากกว่า นำมานึ่งจนสุกแล้วยกลงพักไว้ก่อนเลยค่ะ
  • ขั้นตอนที่ 2 : ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำเม็ดสาคูลงต้มเลยค่ะ คนจนเม็ดสาคูเริ่มสุกใสแล้วใส่น้ำใบเตยลงไป คนต่อจนน้ำเริ่มงวดแล้วตามด้วยน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันอีกครั้งจนน้ำตาลละลายและแห้งขึ้น จากนั้นยกลงพักให้หายร้อน โรยเกลือผสมลงในมะพร้าวนึ่งแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักสาคูเป็นก้อนหรือหั่นชิ้นขนาดตามต้องการ นำลงคลุกมะพร้าว จัดใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

5. ตะโก้สาคู

ตะโก้สาคู
ตะโก้สาคู

ตะโก้ก็เป็นอีกหนึ่งขนมหวานไทยที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบค่ะ สูตรนี้เราจะเปลี่ยนฐานด้านล่างจากแป้งกวนสูตรดั้งเดิมมาเป็นสาคูที่มีความหนุบหนับและเคี้ยวอร่อยมากกว่า หน้ากะทิด้านบนมีความเข้มข้นและมีรสชาติเค็มอ่อน ๆ บอกเลยว่าสูตรนี้ทั้งทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่เยอะมากนัก และทานเพลินสุด ๆ เลยค่ะ จะทำทานเองหรือแจกเพื่อน ๆ รับรองว่าติดใจกันทุกคนแน่นอน

วัตถุดิบตะโก้สาคู

  • สาคู
  • เผือก
  • ข้าวโพด
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • น้ำใบเตยเข้มข้น
  • แป้งข้าวเจ้า
  • น้ำเปล่า

วิธีทำตะโก้สาคู

  • ขั้นตอนที่ 1 : นึ่งเผือกและข้าวโพดให้สุกก่อนเลยค่ะ หรือหากใครไม่ชอบจะเปลี่ยนเป็นมะพร้าวอ่อน, ขนุน หรืออื่น ๆ ได้ตามชอบเลยนะคะ หรือจะไม่ใส่อะไรเลยก็ยังได้ เผือกและข้าวโพดสุกดีแล้วยกลงพักให้หายร้อนแล้วหั่นให้เป็นชิ้นขนาดเท่า ๆ กันพักไว้ก่อน
  • ขั้นตอนที่ 2 : ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำเม็ดสาคูลงต้ม คนจนเริ่มสุกใสแล้วใส่น้ำใบเตยหรือสีอื่น ๆ ตามชอบ คนต่อจนข้นขึ้นอีกนิดใส่น้ำตาลลงไปเพื่อเพิ่มความหวาน คนต่อจนเริ่มเหนียวข้นแล้วยกลงตักใส่ภาชนะที่ต้องการได้เลยค่ะ
  • ขั้นตอนที่ 3 : ระหว่างรอสาคูเซตตัวเรามาทำน้ำกะทิสำหรับหยอดหน้าขนมเตรียมไว้เลยดีกว่าค่ะ เริ่มจากผสมกะทิ, น้ำตาล และเกลือให้เข้ากันก่อน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟอ่อนจนเริ่มเดือดแล้วใส่แป้งข้าวเจ้าตามลงไปค่ะ รีบคนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีและเหนียวข้นขึ้น ตักขึ้นยอดใส่สาคูที่ทำไว้ก่อนหน้าได้เลย ทิ้งให้ขนมหายร้อนสักพักก่อนเสิร์ฟ

6. สาคูบัวลอย

บัวลอยก็เป็นขนมหวานจากกะทิที่ทำง่ายและเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คนค่ะ แต่บัวลอยปกติมันก็ธรรมดาและน่าเบื่อไปหน่อย วันนี้เราจึงเปลี่ยนแป้งบัวลอยธรรมดามาเป็นเม็ดบัวลอยที่ทำจากสาคู บอกเลยว่าฟินสุด ๆ เพราะเม็ดสาคูบัวลอยจะมีความหนุบ ๆ คล้ายไข่มุกเลยค่ะ ทานพร้อมน้ำกะทิรสชาติหวานเค็มเข้ากันมาก ๆ

วัตถุดิบสาคูบัวลอย

วิธีทำสาคูบัวลอย

  • ขั้นตอนที่ 1 : นำเม็ดสาคูมาแช่น้ำก่อนเลยค่ะ ใครอยากได้บัวลอยสีสันสดใสแค่ไหนก็จัดไปตามต้องการเลยจ้า เม็ดสาคูเริ่มพองตัวนิดหน่อยแล้วยกขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วปั้นเป็นก้อนกลมขนาดตามชอบ ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำลงต้มจนสุกใสดีทั่วทั้งชิ้น ตักขึ้นแช่น้ำเชื่อมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสาคูพองอืด
  • ขั้นตอนที่ 2 : ผสมกะทิ, น้ำตาล และเกลือให้เข้ากัน จากนั้นขยำใบเตยให้แตกแล้วใส่ลงไปพร้อมกัน นำขึ้นตั้งไฟกลางค่อนอ่อนจนกะทิเริ่มร้อนเดือดแล้วยกลง ตักเอาใบเตยออก ตักน้ำกะทิใส่ถ้วยแล้วตามด้วยสาคูบัวลอยที่ทำไว้ก่อนหน้า เสิร์ฟได้เลยค่ะ

7. สาคูรวมมิตร

สาคูรวมมิตร
สาคูรวมมิตร

มาต่อกันที่เมนูสาคูรวมมิตร สำหรับเมนูนี้จะมีรสชาติหอมหวานและทานง่ายค่ะ สูตรนี้เราจเลือกใช้ถั่วดำ, ข้าวโพด และมะพร้าวอ่อนเข้ามาช่วยเพิ่มรสชาติให้สาคู แต่หากใครอยากจะเปลี่ยนเป็นขนุนหรือผลไม้รสชาติหวานชนิดอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ตามชอบนะคะ แค่ปรุงรสชาติน้ำกะทิให้มีความหวาน, มัน และเค็มกลมกล่อมก็พอแล้วค่ะ ทานกับอะไรก็อร่อย

วัตถุดิบสาคูรวมมิตร

  • ข้าวโพด
  • ถั่วดำ
  • มะพร้าวอ่อน
  • สาคูเม็ดเล็ก
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • เกลือ
  • กะทิ
  • น้ำเปล่า

วิธีทำสาคูรวมมิตร

  • ขั้นตอนที่ 1 : มาจัดการส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดกันก่อนค่ะ นำถั่วดำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 40 นาทีหรือจนกว่าถั่วดำจะพองตัวขึ้น จากนั้นล้างให้สะอาดอีกครั้งแล้วนำไปต้มจนถั่วดำสุกนิ่มดี ตักออกมาพักไว้ก่อนค่ะ เสร็จแล้วต้มข้าวโพดให้สุกแล้วฝานเตรียมไว้ ส่วนมะพร้าวอ่อนเราจะขูดเป็นเส้นขนาดกลาง ๆ ไม่เล็กมากนัก
  • ขั้นตอนที่ 2 : ต้มสาคูให้สุกใสแล้วเติมน้ำตาลและเกลือ คนจนน้ำตาลละลายและน้ำเริ่มงวดแล้วเติมกะทิลงไปได้เลยค่ะ คนให้เข้ากันจนกะทิเริ่มเดือดแต่ไม่ข้นหรือเหลวมากเกินไปนะคะ กะทิเดือดดีแล้วชิมรสชาติก่อนพอประมาณ จากนั้นเติมข้าวโพด, ถั่วดำ และมะพร้าวอ่อนลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย คนให้เข้ากันแล้วตักเสิร์ฟได้เลยค่ะ

8. สาคูเปียกอัญชัน

เปลี่ยนจากสาคูธรรมดา ๆ ให้มีหน้าตาสวยงามน่ารับประทานด้วยเมนูสาคูเปียกอัญชันกันค่ะ สำหรับเมนูนี้เม็ดสาคูจะเป็นสีฟ้าสดใสดูน่ารับประทาน มาพร้อมกับข้าวโพดและมะพร้าวอ่อนหอมหวานที่สีสันเข้ากันลงตัวสุด ๆ ค่ะ ตัวสาคูจะมีรสชาติค่อนไปทางหวานเล็กน้อยแต่ไม่จัดมากนัก ส่วนกะทิราดหน้าจะมีความเข้มข้นและมีรสชาติติดเค็มมันเล็กน้อยค่ะ

วัตถุดิบสาคูเปียกอัญชัน

  • ข้าวโพดต้มสุก
  • มะพร้าวอ่อน
  • สาคูเม็ดเล็ก
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • น้ำอัญชันเข้มข้น
  • กะทิ
  • น้ำเปล่า

วิธีทำสาคูเปียกอัญชัน

  • ขั้นตอนที่ 1 : ล้างเม็ดสาคูผ่านน้ำก่อนค่ะ เสร็จแล้วฝานข้าวโพดและซอยมะพร้าวอ่อนเตรียมไว้ จากนั้นผสมน้ำอัญชัญกับน้ำเปล่าตามความเข้มข้นที่ต้องการ นำขึ้นตั้งไฟกลางจนเดือดแล้วนำเม็ดสาคูลงต้มรวมกัน คอยคนจนเม็ดสาคูสุกใสและน้ำงวดลงแล้วใส่น้ำตาลลงไปได้เลยค่ะ คนต่อจนน้ำตาลละลายและงวดดีแล้วใส่มะพร้าวอ่อนและข้าวโพด คนให้เข้ากันแล้วยกลงพักไว้
  • ขั้นตอนที่ 2 : นำหัวกะทิขึ้นตั้งไฟอ่อนจนเริ่มร้อน จากนั้นเติมเกลือลงไปเล็กน้อยกะให้กะทิมีรสชาติเค็มมันเล็กน้อยแล้วยกลง ตักสาคูใส่ถ้วยแล้วตามด้วยหัวกะทิ จัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

9. ขนมลิ้นจี่

ขนมลิ้นจี่เป็นขนมไทยโบราณที่หาทานได้ไม่บ่อยมากนักค่ะ เมนูนี้จะมีลักษณะคล้ายสาคูไส้หมูเลยค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนไส้ด้านในมาเป็นถั่วกวนแทน ส่วนด้านนอกก็จะมีลักษณะและสีสันสดใสเหมือนลิ้นจี่ของจริงเลยค่ะ สำหรับใครที่สงสัยในส่วนของรสชาตินี่บอกเลยหนึบ หอม หวาน และได้ความมันเบา ๆ จากกะทิทานเพลินสุด ๆ

วัตถุดิบขนมลิ้นจี่

วิธีทำขนมลิ้นจี่

  • ขั้นตอนที่ 1 : นำถั่วเขียวมาขัดล้างให้สะอาดแล้วแช่น้ำให้นิ่ม นำไปนึ่งจนสุกนิ่มดีแล้วปั่นถั่วเขียวรวมกับกะทิจนได้เนื้อเนียนละเอียด นำถั่วที่ได้มาผัดไฟอ่อนจนเนื้อแห้งขึ้น เติมน้ำตาลทรายและเกลือเล็กน้อย ผัดต่อจนน้ำตาลทรายละลายดีและเนื้อถั่วกวนแห้งจนสามารถปั้นได้แล้วยกลงพักให้หายร้อนค่ะ
  • ขั้นตอนที่ 2 : หยดสีผสมอาหารลงในหัวกะทิแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำเม็ดสาคูลงแช่หัวกะทิทิ้งไว้ก่อนเพื่อให้เม็ดสาคูดูดสีและน้ำกะทิเข้าไปค่ะ ระหว่างรอเราจะมาปั้นถั่วกวนเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดเท่า ๆ กัน เสร็จเรียบร้อยแล้วหันมากรองเอาน้ำกะทิออก ผึ่งให้สะเด็ดน้ำเล็กน้อยแล้วนำเม็ดสาคูมาห่อให้ทั่วก้อนแป้งที่ทำไว้ก่อนหน้า พยายามปิดให้มิดเลยนะคะ ทำต่อจนครบ
  • ขั้นตอนที่ 3 : วางใบตองหรือฟอยล์ห่ออาหารลงบนถาดนึ่ง ทาน้ำมันบาง ๆ ให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้สาคูติด จากนั้นเรียงขนมลงไปให้ห่างกันเล็กน้อย นำไปนึ่งประมาณ 20 นาทีหรือจนกว่าขนมจะสุกใสทั่วทั้งชิ้น ยกลงพักให้หายร้อนแล้วตกแต่งด้วยใบไม้ก่อนเสิร์ฟค่ะ




เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสูตรอาหารจากสาคูทั้ง 10 เมนูที่เรานำมาฝากในบทความนี้ หวังว่าจะถูกใจเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาสูตรเมนูจากสาคูกันอยู่น้าาา เอาจริง ๆ แล้วนอกจากบ้านเรา ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียเองก็นิยมรับประทานสาคูเหมือนกันนะคะ ส่วนเมนูก็จะไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่อาจจะการนำมาแปรรูปทำเมนูของคาวเยอะกว่าบ้านเรานิดหน่อยแค่นั้นเองค่ะ ใครสนใจก็ลองนำสาคูมาครีเอทเมนูใหม่ ๆ ดูนะคะ หรือจะนำมาต้มแล้วผสมในเครื่องดื่มใช้แทนเม็ดไข่มุกก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ ทานพร้อมกับชาเย็นหรือชาเขียวน่าจะหนุบหนับลงตัวเลยค่ะ ส่วนเราต้องขอจบบทความไว้ตรงนี้ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ บ๊ายบายค่าา

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post