ทำไมต้องทาครีมกันแดด อันตรายจากรังสียูวีในแสงแดด มีอะไรบ้าง ?

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากโดนรังสียูวีทำร้ายจนผิวหนังหมองคล้ำและเกิดจุดด่างดำ คุณจำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกวันแม้ว่าวันนั้นจะไม่มีแดด หรือไม่ได้ออกไปข้างนอกบ้านก็ตาม และเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการทาครีมกันแดดมากขึ้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะรังสียูวีที่เราย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นอันตรายนั้น มันมีผลอะไรกับตัวเราบ้าง ?

อันตรายจากรังสียูวีในแสงแดดไม่เพียงแต่ทำให้ผิวหนังแสบร้อน เกิดความดำหมองคล้ำเท่านั้น แต่ยังอาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
อันตรายจากรังสียูวีในแสงแดดไม่เพียงแต่ทำให้ผิวหนังแสบร้อน เกิดความดำหมองคล้ำเท่านั้น แต่ยังอาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

1. มะเร็งผิวหนัง

การที่เราได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดในปริมาณมาก ๆ และได้รับเป็นเวลานานโดยที่ไม่ได้รับการป้องกันถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังค่ะ โดยโรคมะเร็งผิวหนังถึงแม้ว่าจะไม่ได้พบบ่อยมากนักในประเทศไทยเมื่อเทียบกับโรคอื่น ๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยและไม่ควรชะล่าใจเช่นกันค่ะ

2. ริ้วรอยก่อนวัยและความเสียหายทางผิวหนังอื่น ๆ

รังสียูวีมีส่วนในการเข้าไปกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระภายในผิวหนัง ซึ่งทำลายเส้นใยอีลาสตินในผิวหนัง และมีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ซึ่งผู้ที่มีผิวขาวจะมีการป้องกันการเปลี่ยนแปลงของผิวที่เกิดจากรังสียูวีได้น้อยกว่าและมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยมากกว่าผู้ที่มีผิวคล้ำอีกด้วยค่ะ หากคุณมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง แนะนำว่าใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ ค่ะ เพราะจะป้องกันได้ดีที่สุด

ฝ้ามีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีผิวคล้ำอย่างโซนเอเชีย
ฝ้ามีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีผิวคล้ำอย่างโซนเอเชีย

แม้ว่าการเกิดฝ้าไม่ได้ส่งผลเสียหรืออันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย แต่ก็ทำให้เราสูญเสียความมั่นใจได้ แนะนำให้ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่คุณมีฝ้าเกิดขึ้นควรรีบรักษาทันที อาจใช้เป็น เซรั่มลดฝ้า, ครีมลดฝ้า (ที่ขายเฉพาะในขายยาเท่านั้น) หรือ ครีมทาฝ้าที่จำหน่ายโดยแบรนด์สกินแคร์ที่มีมาตรฐาน

3. ต้อกระจกและก่อให้เกิดอันตรายแก่ดวงตา

ต้อกระจกเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความเสียหายเกิดขึ้นดวงตา โดยต้อกระจกคือการเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลให้เกิดการขุ่นมัวในเลนส์ตา หากไม่ได้รับการรักษาต้อกระจกอาจทำให้ตาบอดได้ จากการวิจัยพบว่ารังสี UV ช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดต้อกระจกบางชนิดด้วยค่ะ และถึงแม้ว่าต้อกระจกจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้อกระจกทำให้หลาย ๆ คนสูญเสียการมองเห็นและต้องเสียค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่วไปกับการรักษาด้วยค่ะ

ต้อกระจก เกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพ จนมีความขุ่นมัวบริเวณในดวงตา ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัดเจนหรือมีอาการตามัวได้
ต้อกระจก เกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพ จนมีความขุ่นมัวบริเวณในดวงตา ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัดเจนหรือมีอาการตามัวได้

นอกจากนี้ก็ยังพบความเสียหายของดวงตาในลักษณะอื่น ๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ต้อเนื้อ, มะเร็งผิวหนังรอบดวงตา และโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมซึ่งปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากว่าคุณป้องกันดวงตาด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม อย่างแว่นกันแดด, แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสียูวี

4. สร้างความเสียหายให้กับระบบภูมิคุ้มกัน

ผิวหนังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนเชื่อว่ารังสี UV นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ค่ะ ซึ่งเมื่อรังสี UV ไปกดภูมิคุ้มกัน ความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับโรคบางชนิด รวมไปถึงมะเร็งผิวหนังนั้นจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าการได้รับรังสี UV ที่มากเกินไปจะเข้าไปรบกวนประสิทธิภาพของการสร้างภูมิคุ้มกันในชั้นผิวหนังค่ะ


References :

  1. SUNSCREEN FAQS
  2. Ultraviolet (UV) Radiation
Next Post