ประกันสังคมเป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานออฟฟิศจำเป็นต้องส่งในทุกเดือน ซึ่งเงินที่ส่งไปจะหักออกจากฐานเงินเดือนที่เราได้ อย่างเช่น ถ้าหากคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท ทางบริษัทจะหักเงินจำนวน 750 บาทเพื่อส่งให้กับประกันสังคม ดังนั้นเงินเดือนสุทธิจะเหลือมาถึงมือของคุณทั้งหมด 14,250 บาท ซึ่งสาเหตุที่ออกกฎหมายนี้ขึ้นมาก็เพื่อคุ้มครองแก่ตัวผู้ประกันตน ถ้าหากมีการคลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เงินสงเคราะห์บุตร, ประสบอุบัติเหตุ, เจ็บป่วย และชดเชยเมื่อคุณว่างงานอีกด้วย
แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้นั่นคือ เงินบำเหน็จ และ เงินบำนาญ ซึ่งจะได้เมื่อคุณอายุครบ 55 ปีหรือในกรณีความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือเมื่อคุณเข้าสู่วัยเกษียณคุณก็จะได้รับเงินจากประกันสังคมในทุก ๆ เดือน เพื่อใช้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวันเรื่อย ๆ จนกว่าจะเสียชีวิต แต่เงื่อนไขและจำนวนเงินที่จะได้ก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณส่งเงินสมทบมากเท่าไหร่หรือระยะเวลาในการส่งนานแค่ไหน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเคลียร์ให้ทุกคนได้เข้าใจเกี่ยวกับ ‘เงินบํานาญประกันสังคม ได้เท่าไหร่’ กันครับ
คุณจะได้เงินคืนจากประกันสังคม เมื่ออายุเท่าไหร่ ?
สำหรับผู้ประกันตนในมาตรา 33 จะเริ่มได้รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญเมื่ออายุ 55 ปี รวมไปถึงในกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ (ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง)
เกษียณแล้วจะได้สิทธิประโยชน์/เงินจากประกันสังคม อะไรบ้าง ?
บำเหน็จชราภาพ
จ่ายสมทบน้อยกว่า 12 เดือน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบให้ประกันสังคมน้อยกว่า 12 เดือน (ตั้งแต่ 1 – 11 เดือน) จะได้รับเงินตามจำนวนที่ได้จ่ายไปให้กับทางประกันสังคม
ตัวอย่าง : จ่ายสมทบเดือนละ 750 บาท ทั้งหมด 11 เดือน ก็จะได้รับเงินคืนทั้งหมด 450 * 11 = 4,590 บาท
* เงินสมทบ 750 จะถูกหักเป็นเงินออมหรือเงินคืนชราภาพเหลือสูงสุด 450 บาท
จ่ายสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบให้ประกันสังคมตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินชราภาพตามที่ได้จ่ายไปให้กับทางประกันสังคม แต่! จะได้ในส่วนของนายจ้างที่จ่ายสมทบมาด้วย
บำนาญชราภาพ
จ่ายสมทบครบ 180 เดือน
กรณีนี้ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือนตลอดชีวิต ซึ่งวิธีการคิดคือการนำเอาเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายไปคูณกับ 20% ของเงินค่าจ้าง (เงินค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท)
ตัวอย่าง : เงินค่าจ้าง 15,000 * 20% = 3,000 บาท (เงินส่วนนี้จะได้รับในทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต)
จ่ายสมทบเกิน 180 เดือนขึ้นไป
กรณีนี้คุณจะได้รับเงินเพิ่มอีกในอัตรา 1.5% ของระยะเวลาในการจ่ายสมทบทุก ๆ 1 ปี (12 เดือน)
ตัวอย่าง : ถ้าหากส่งเงินสมทบ 220 เดือน ก็จะเป็น 220 – 180 / 12 = 3.333…
นำ 3.333.. ไปคูณกับ 1.5% และ คูณกับเงินค่าจ้าง 15,000 จะได้ 750 บาท (อัตราเงินเพิ่ม)
ดังนั้นเงินบำนาญชราภาพที่คุณจะได้ในทุกเดือนคือ 3,000 + 750 = 3,750 บาท นั่นเองครับ
ตัวอย่าง ตารางสรุปการรับเงินบำนาญชราภาพ
| ระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ (ปี) | ร้อยละของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย | จำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือน |
| 15 ปี | 20.00 | 3,000 บาท |
| 21 ปี | 29.00 | 4,350 บาท |
| 26 ปี | 36.50 | 5,475 บาท |
| 31 ปี | 44.00 | 6,600 บาท |
วิธีการรับเงินบำนาญชราภาพผ่านพร้อมเพย์
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?
- กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มหรือแบบขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01)
- สำเนาบัญชีสมุดเงินฝาก ประเภทออมทรัพย์ โดยชื่อและสกุลจะต้องตรงกับผู้ประกันตน
- ผู้ประกันตนสมัครพร้อมเพย์กับบัญชีที่ส่งรายละเอียดให้กับทางประกันสังคม โดยให้ผูกกับเลขบัตรประชาชน
เมื่อส่งเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ทางประกันสังคมก็จะโอนเงินเข้าพร้อมเพย์ให้กับคุณในทุกเดือนครับ