[รีวิว] Anker Soundcore Flare Mini ลำโพงบลูทูธ แบตอึด เบสแน่น เสียงใส (ทดลองใช้งานจริง)

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 8.1 เต็ม 10

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าปัจจุบันดนตรีและเสียงเพลงนี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเรามักจะได้ยินเสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ อยู่เสมอ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ฟังเพลงก็มีให้เลือกหลากหลาย อย่างสมัยนี้เรามีหูฟังประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สาย หรือหูฟังครอบหู หรือแม้แต่ลำโพงเองก็มีประเภทเยอะมาก ๆ และได้รับความนิยมพอ ๆ กับหูฟัง เพราะสามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลำโพงคอมพิวเตอร์, ลำโพงอัจฉริยะ หรือจะเป็นลำโพงบลูทูธนี่แทบจะเป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่ต้องมีติดบ้านแล้วค่ะ บทความนี้เราเลยหยิบเอา Soundcore Flare Mini ลำโพงบลูทูธรุ่นฮิตในซีรีส์ Flare จากแบรนด์ Anker มารีวิวในบทความนี้ค่ะ ใครกำลังมองหาลำโพงบลูทูธขนาดย่อม ๆ ไว้ติดบ้านไม่ควรพลาดรีวิวนี้เลย ขอบอกว่าสายตื๊ด สายปาร์ตี้ต้องชอบแน่นอน

ข้อมูลจำเพาะของ ANKER Soundcore Flare Mini

ANKER Soundcore Flare Mini
Anker Soundcore Flare Mini ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก
ขนาดดอกลำโพง 1.75 นิ้ว 2 ตัว
กำลังขับสูงสุด 10 Watt. (5 Watt x 2 ตัว)
Bluetooth Bluetooth 4.2 (20 เมตร)
แบตเตอรี่ Li-Ion Polymer (2600mAh)
อายุการใช้งาน สูงสุด 12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียงที่ใช้)
ระยะเวลาการชาร์จ 3.5 ชั่วโมง (5V/1A)
พอร์ตชาร์จ Micro USB
ขนาด 9.1 × 13.7 × 9.1 เซนติเมตร
น้ำหนัก 477 กรัม
การรับประกัน 18 เดือน
ไมโครโฟน
กันน้ำ

แกะกล่อง ดูอุปกรณ์ภายใน

อุปกรณ์ภายในกล่อง Anker Soundcore Flare Mini
อุปกรณ์ภายในกล่อง Anker Soundcore Flare Mini
  • ลำโพงบลูทูธ ANKER Soundcore Flare Mini
  • คู่มือการใช้งาน
  • สายชาร์จ Micro USB

ทดลองจับ – ดีไซน์กะทัดรัด จับถนัดมือ

สำหรับตัวลำโพงมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัดเลยค่ะ ด้านบนและล่างสุดจะมีการหุ้มยางกันลื่น ทำให้ตัวลำโพงสามารถเกาะติดได้ดีทุกพื้นผิว บริเวณโดยรอบจะหุ้มด้วยผ้าถักลายที่มีความแน่น ช่วยกันฝุ่นและกระจายเสียงได้ดี ซึ่งในจุดนี้ขอบอกเลยว่าทางแบรนด์ทำออกมาได้เนี๊ยบสุด ๆ เพราะไม่มีเศษด้ายหลุดลุ่ยและหุ้มได้ตึงกำลังดี ส่วนด้านในจะมีการหุ้มตาข่ายเหล็กมาอีกครั้งทำให้ตัวลำโพงแข็งแรงมากขึ้นและช่วยซัพพอร์ตผ้าหุ้มได้อีกหนึ่งทาง

Anker Soundcore Flare Mini
ดีไซน์สวย เล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก

ในส่วนของพอร์ทชาร์จก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะเพราะทางแบรนด์ให้ฝาปิดมาเป็นอย่างดี ในส่วนของฝาปิดก็จะใช้วัสดุยางกันน้ำเหมือนด้านบนและด้านล่างของตัวลำโพง ตรงนี้ขอบอกเลยว่าฝาปิดค่อนข้างจะแน่นและเปิดยากเล็กน้อย โดยเฉพาะคนที่เล็บสั้นนี่อาจจะเจ็บนิ้วและต้องออกแรงสักหน่อย แต่ก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าฝาปิดสามารถกันน้ำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน ในส่วนของพอร์ตชาร์จก็จะเป็น Micro USB ซึ่งตรงนี้ก็แอบแปลกใจเล็กน้อยเพราะปัจจุบันลำโพงบลูทูธหรืออุปกรณ์ไร้สายส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้พอร์ตชาร์จแบบ Type C กันหมดแล้ว

ทดลองใช้งาน – การควบคุมที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว

มาดูที่การควบคุมกันบ้างดีกว่า สำหรับปุ่มควบคุมทั้งหมดจะอยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่องค่ะ ประกอบไปด้วยปุ่ม Power, ปุ่มสำหรับเชื่อมต่อ Bluetooth, ปุ่มควบคุมแสงไฟ, ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มสำหรับควบคุมการเล่นเสียง ซึ่งสามารถควบคุมได้ ดังนี้

  • กด 1 ครั้งเพื่อเล่น / หยุดเสียง
  • กดสองครั้งติดกันเพื่อเล่นเสียงถัดไป
  • กดสามครั้งติดกันเพื่อเล่นเสียงก่อนหน้า
  • กดค้างไว้เพื่อเปิดใช้งาน Voice Assistant

สำหรับปุ่มควบคุมแสงไฟจะมีให้เลือกทั้งหมด 5 โหมด ซึ่งแต่ละโหมดก็จะแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นโหมดไล่ระดับสีมืด-สว่างไปจนถึงโหมดเปลี่ยนสีตามจังหวะเพลง หรือใครไม่อยากเปิดแสง เน้นฟังเพลงโดยเฉพาะก็สามารถเลือกได้ตามชอบเลยค่ะ ส่วนปุ่มเปิด-ปิดตัวลำโพงและ Bluetooth ก็จะใช้การกดเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ไม่ยากและไม่ซับซ้อนเลยค่ะ

นอกจากนี้ลำโพงเครื่องนี้ยังมาพร้อมไมโครโฟนขนาดกลางที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าตัวเครื่องเหนือชื่อแบรนด์เล็กน้อย ไมโครโฟนตัวนี้จะใ้ช้คู่กับระบบ Voice Assistant บนโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงสามารถรับและวางสายในการณีที่มีการโทรเข้าได้ ซึ่งสามารถควบคุมได้ดังนี้

  • กดหนึ่งครั้งเพื่อรับ / วางสาย
  • กดค้างไว้เพื่อปฏิเสธสาย
    • หรือ สลับระว่างสายที่กำลังใช้งานและสายที่พักอยู่
    • หรือ วางสายปัจจุบันและรับสายเรียกเข้า
    • หรือ วางสายปัจจุบันและเปลี่ยนเป็นพักสาย
    • หรือ สลับแหล่งกำเนิดเสียง ระหว่างลำโพงและโทรศัพท์

 ทดลอง การเชื่อมต่อ

สำหรับการเชื่อมต่อก็ไม่ต่างจากอุปกรณ์ชนิดอื่น ๆ เลยค่ะ เพียงแค่เปิด Bluetooth บนอุปกรณ์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS, Window หรือ mcOS จากนั้นกดปุ่ม power บนลำโพง ระบบ Bluetooth จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ เพียงแค่กดเลือก Soundcore Flare Mini อุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นก็จะเชื่อมต่อกันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ และครั้งต่อไปที่เปิดใช้งาน ตัวลำโพงก็จะ connect กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไว้ล่าสุดโดยอัตโนมัติ (หากเปิด Bluetooth บนอุปกรณ์ทิ้งไว้) หากไม่มีก็สามารถกดเชื่อมต่อได้ด้วยตัวเองค่ะ

Anker Soundcore Flare Mini
การเชื่อมต่อลำโพง Anker Soundcore Flare Mini ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เปิด Bluetooth ระบบก็จะทำการเชื่อมต่อให้ทันที

นอกจากนี้หากมี Soundcore Flare Mini จำนวน 2 เครื่อง เราสามารถเชื่อมต่อลำโพงเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่กดปุ่ม Bluetooth พร้อม ๆ กัน เมื่อเชื่อมต่อแล้วลำโพงก็จะทำหน้าที่แยกเป็นลำโพงซ้าย – ขวา ช่วยเพิ่มพลังเสียงและช่วยให้เสียงออกมามีมิติมากขึ้น โดยเสียงที่ออกมาจะมีความชัดเจน ไม่ดีเลย์ และไม่ขาดเลยค่ะ แต่ต้องขอบอกก่อนว่าลำโพงที่จะนำมาเชื่อมต่อจะต้องเป็น ANKER Soundcore Flare Mini เท่านั้น และเชื่อมต่อได้สูงสุดแค่ 1 คู่เท่านั้นค่ะ ดังนั้นใครที่มีแพลนว่าจะวางลำโพง 4 ตัว 4 มุมนี่อาจจะต้องพับโครงการนี้เก็บไปก่อนหรือเลือกซื้อลำโพงรุ่นอื่นแทนค่ะ

ทดสอบระบบเสียงและเทคโนโลยี BassUpTM

เนื่องจากลำโพงรุ่นนี้สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนที่มีดนตรีในหัวใจโดยเฉพาะ ดังนั้นในส่วนของเสียงก็คงไม่ธรรมดาอยู่แล้ว สำหรับลำโพงรุ่นนี้จะใช้เทคโนโลยี BassUpTM ที่เน้นเสียงเบสให้โดดเด่นมากขึ้น เสียงที่ออกมาจะดังกระหึ่ม มีความทุ้มกังวาล บวกกับมีดอกลำโพงขนาด 1.75 นิ้วมาให้ถึง 2 ตัวทั้งด้านซ้ายและขวา ทำให้เสียงออกมาก้องกังวาลรอบทิศ ไม่ว่าจะยืนอยู่มุมไหนก็ได้ยินเสียงเพลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการประมวลผลผ่านสัญญาณดิจิตอลแบบเรียลไทม์ เน้นเสียงโทนเข้ม-ต่ำ ช่วยปรับปรุงเสียงและช่วงความถี่เบสให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ทำให้เราสามารถฟังเพลงโปรดได้แบบเพลิน ๆ เลยค่ะ

ขณะใช้เปลี่ยนสีตามเสียงเพลง พร้อมกันน้ำระดับ IPX7

อีกหนึ่งจุดเด่นของลำโพงรุ่นนี้คือไฟ LED ที่ถูกติดตั้งไว้บริเวณฐานล่างของตัวลำโพง ห่อหุ้มด้วยพลาสติกหนาขุ่น มีแม่สี RGB 8 สีที่สามารถเปลี่ยนได้มากถึง 36 ล้านเฉดสี พร้อมปรับเปลี่ยนได้มากถึง 5 โหมด แต่ละโหมดก็จะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้ค่ะ

Anker Soundcore Flare Mini
ลำโพง Anker Soundcore Flare Mini กันน้ำได้ในระดับ IPX7 และ ยังสามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 6 โหมดด้วยกัน
  • โหมดที่ 1 สีจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ แต่คงที่
  • โหมดที่ 2 สีจะเปลี่ยนและกะพริบไปตามจังหวะเสียงเพลง
  • โหมดที่ 3 จะแสดงครั้งละ 2 สีหลัก ๆ สลับกันไปและเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ ในรูปแบบหมุนวน
  • โหมดที่ 4 สีจะเปลี่ยนและวิ่งไปเรื่อย ๆ ในลักษณะวงกลม
  • โหมดที่ 5 สีจะไล่ระดับอ่อน – เข้มและเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
  • โหมดที่ 6 จะไม่แสดงแสงไฟ ทั้งบริเวณฐานล่างและปุ่มควบคุม

นอกจากไฟ 36 ล้านเฉดสีแล้วลำโพงรุ่นนี้ยังเอาใจสายปาร์ตี้มากขึ้นด้วยความสามารถกันเหงื่อและน้ำแบบ Full Waterproof ระดับ IPX7 บอกเลยว่าใครชอบปาร์ตี้ริมสระนี่เหมาะมาก ๆ และด้วยความที่ตัวลำโพงมีการหุ้มยางและผ้าถักแน่น ทำให้สามารถใช้งานในน้ำที่ระดับความลึก 1 เมตรได้นานถึง 30 นาที แต่เนื่องจากผ้าที่ใช้หุ้มลำโพงค่อนข้างจะมีความหนาและถักลายแน่นทำให้เปียกชื้นได้นานและอาจก่อให้เกิดกลิ่นอับ ดังนั้นจึงต้องพยายามเช็ดให้แห้งมากที่สุดและวางทิ้งไว้ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท แต่ไม่ให้โดนแสงแดดโดยตรง

ทดสอบแบตเตอรี่และการชาร์จ

นอกจากฟังก์ชั่นแล้วแบตเตอรี่เองให้มาแบบจุก ๆ ตัวลำโพงมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 2600mAh สามารถใช้งานติดต่อกันได้นานมากถึง 12 ชั่วโมง บอกเลยว่าเต้นจนตัวเหลวแบตเตอรี่ก็ยังไม่หมดแน่นอนค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับเสียงที่เปิดด้วยนะคะ ยิ่งเปิดเสียงดังก็ยิ่งใช้งานได้น้อยลง แต่เอาจริง ๆ แล้วแค่เปิดเสียงระดับ 60 – 70% ก็ดังกระหึ่มกระแทกใจแล้วค่ะ

ถึงจะใช้งานได้นานถึง 12 ชั่วโมง แต่การชาร์จแบตเตอรี่นี่ใช้เวลาน้อยกว่าเยอะเลยค่ะ เพราะการชาร์จลำโพงจากระดับ 0 – 100% กลับใช้เวลาเพียง 3.5 ชั่วโมงเท่านั้น ถือว่ารวดเร็วทันใจสุด ๆ ค่ะ แต่ก็มีคำแนะนำในการชาร์จแบตเตอรี่เล็กน้อยนะคะ เราแนะนำให้ถอดสายชาร์จทันทีหลังแบตเตอรี่เต็ม เพราะหากชาร์จทิ้งไว้นานจนเกินไปอาจจะทำให้ตัวลำโพงมีความร้อนสะสมและส่งผลต่อการใช้งานได้ ซึ่งในส่วนนี้มีระบุเอาไว้ในคู่มือการใช้งานด้วยค่ะ ดังนั้นอาจจะไม่เหมาะกับการชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนสักเท่าไหร่

Anker Soundcore Flare Mini
ลำโพง Anker Soundcore Flare Mini มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 12 ชม. และใช้ระยะเวลาในการชาร์จเพียง 3.5 ชม. เท่านั้น

ให้คะแนนความคุ้มค่า และความพึงพอใจที่มีต่อ ANKER Soundcore Flare Mini

ความคุ้มค่าและความพึงพอใจที่มีต่อ ANKER Soundcore Flare Mini

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 8.1 เต็ม 10

จากการทดลองใช้งานมาระยะหนึ่งเรารู้สึกว่า ANKER Soundcore Flare Mini เป็นลำโพงที่เหมาะกับสายปาร์ตี้จริง ๆ ค่ะ ถึงแม้ว่าการพกพาอาจจะไม่สะดวกสักเท่าไหร่เพราะไม่มีหูหรือห่วงสำหรับจับมาให้ และวัสดุยางที่ใช้หุ้มปุ่มกดค่อนข้างจะทำให้ตัวลำโพงดูเก่า แต่ถ้ามองในแง่ของการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียวค่ะ

แค่พลังเสียงจากลำโพง 2 ตัวก็ให้มาถึง 10 วัตต์แล้วค่ะ บวกกับเทคโนโลยีประมวลผลแบบเรียลไทม์ก็จะยิ่งช่วยให้เสียงในโทนต่าง ๆ ผสมกันอย่างลงตัว ช่วยให้เราเอนจอยกับปาร์ตี้ได้มากขึ้น รวมไปถึงประสิทธิภาพในการกันน้ำระดับ IPX7 นี่ก็ช่วยให้เบาใจได้เลยว่าต่อให้เผลอทำตกน้ำหรือโดนฝน ลำโพงก็ไม่พังแน่นอนค่ะ แต่ใช่ว่าจะเอาแช่น้ำได้ทั้งคืนนะคะ ถ้าเป็นแบบนั้นต่อให้กันน้ำได้ดีแค่ไหนก็มีสิทธิ์พังได้เหมือนกันค่ะ

ในส่วนของแสงไฟถือว่าให้ฟังก์ชั่นมาเยอะและหลากหลายเลยนะคะ แต่เราก็มองว่าแสงไฟไม่ได้สว่างเท่าที่ควร โดยเฉพาะการใช้งานในช่วงเวลากลางวันและพื้นที่กว้างนี่แสงไฟจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่ถ้าเป็นปาร์ตี้ในห้องเล็ก ๆ หรือพื้นที่ปิดนี่เราคิดว่าใช้ได้เลยทีเดียวค่ะทั้งในเรื่องแสง, สี และเสียง ส่วนปริมาณแบตเตอรี่นี่จุกและคุ้มมาก ๆ และการชาร์จก็รวดเร็วทันใจเช่นเดียวกันแม้ว่าพอร์ตชาร์จจะเป็น Micro USB และเงื่อนไขในการชาร์จจะทำให้แอบเซ็งบ้างก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ANKER Soundcore Flare Mini ก็ยังเป็นลำโพงสำหรับสายปาร์ตี้อีกหนึ่งรุ่นที่เราอยากแนะนำเพราะค่อนข้างจะคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งาน แต่นอกจากนั้นการใช้งานเบา ๆ อย่างการดูหนังฟังเพลงชิล ๆ ก็ทำได้ดี ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการใช้งานลำโพงรุ่นดี ๆ เลยค่ะ

สรุป ข้อดี-ข้อด้อย ของ ANKER Soundcore Flare Mini

ข้อดี

  • คู่มือแผ่นพับรูปภาพเข้าใจง่าย
  • ปุ่มใช้งานง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่มีเสียงกวนใจ
  • ลำโพงคู่รอบทิศทาง ให้เสียงแบบ 360 องศา
  • เบสแน่น เสียงใส ไม่มีเสียงคลื่นรบกวน
  • มีระบบประมวลเสียงดิจิตอลแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณภาพเสียงดีมากขึ้น
  • มียางรองกันลื่น ช่วยให้ลำโพงเกาะติดกับพื้นผิวในกรณีที่ตัวเครื่องสั่นจากการกระแทกของเสียงเบส
  • Fully Waterproof กันน้ำกันฝนระดับ IPX7 ลงน้ำได้ลึกถึง 1 เมตร
  • สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ดูหนังชิล ๆ ไปจนถึงปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยง
  • ใช้วัสดุพรีเมี่ยมทั้งชิ้น ดีไซน์ดูดี สวยงาม ทันสมัย
  • มีไฟ LED 36 ล้านเฉดสี ปรับเปลี่ยนได้มากถึง 5 โหมด
  • สามารถเชื่อมต่อลำโพง 2 ตัวเข้าด้วยกันได้ ช่วยเพิ่มพลังเสียงและแยกเป็นลำโพงซ้าย – ขวา

ข้อควรพิจารณา

  • ยังใช้สายชาร์จแบบ Micro USB ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ เปลี่ยนมาใช้สาย Type C กันหมดแล้ว
  • ใช้ Bluetooth 4.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นเก่า ทั้ง ๆ ที่สินค้าผลิตในปี 2021
  • มีน้ำหนักเกือบ 500 กรัม ถือว่าค่อนข้างเยอะ
  • ยางด้านบนสัมผัสแล้วจะเป็นรอยนิ้วมือและคราบขาว ทำให้ตัวเครื่องดูเก่า
  • คู่มือการใช้งานมีรายละเอียดให้มาไม่เยอะมากนัก เช่นประเภทแบตเตอรี่, ย่านความถี่ และอื่น ๆ
  • ปุ่มควบคุมและปุ่มเพิ่มลดเสียงมองเห็นได้ยากทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะปุ่มไม่นูนมากนักและเป็นสีเดียวกับยาง ขณะที่ปุ่มอื่น ๆ ให้ไฟ LED มาด้วย
  • ไม่มีช่อง AUX ใช้งานแบบไร้สายได้เพียงอย่างเดียว
  • ไม่สามารถดูหรือตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ได้
  • พลาสติกหุ้มหลอดไฟสามารถแตกได้ง่ายหากตกหล่นหรือโดนกระแทก

Anker Soundcore Flare Mini
ลำโพง ANKER Soundcore Flare Mini

ความคิดเห็นของเราต่อ ANKER Soundcore Flare Mini

ซื้อเลย ถ้าหาก :

  • คุณกำลังมองหาลำโพงขนาดเล็กแต่มั่นคงแข็งแรง

สำหรับลำโพงรุ่นนี้จะมาพร้อมขนาดที่ค่อนข้างกะทัดรัด ถึงจะไม่มีหูหิ้วหรือหูจับสำหรับเคลื่อนย้าย แต่ด้วยวัสดุหุ้มภายนอกที่เป็นยางกันลื่นและผ้าถักหนาทำให้สามารถถือได้โดยไม่ลื่นหลุดจากมือ ตัวลำโพงไม่ได้เล็กจนมองไม่เห็นแต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนกลายเป็นจุดเด่นทำให้สามารถกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

  • คุณชื่นชอบลำโพงที่เน้นเสียงเบสแต่ไม่แหลมจนเกินไป 

เทคโนโลยี BassUpTM จะมาพร้อมระบบที่สร้างขึ้นเพื่อเน้นเสียงเบสมากเป็นพิเศษ เมื่อเปิดเพลงตัวระบบจะมีการประมวลผลโดยอัตโนมัติและควบคุมความถี่เบสให้เหมาะสมมากขึ้น บวกกับดอกลำโพง 2 ตัวขนาด 10 วัตต์ช่วยกระจายเสียงรอบทิศทาง ทำให้เสียงออกมาชัดเจน แบบเน้น มีความทุ้ม สามารถเพิ่มลดเสียงได้ตามต้องการ

  • คุณต้องการลำโพงกันน้ำพร้อมแสงไฟสำหรับปาร์ตี้

ไฟ LED ที่บริเวณฐานของลำโพงสามารถเปล่งแสงได้มากถึง 36 ล้านเฉดสี รวมถึงคุณสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการแสดงแสงไฟได้ตามต้องการ แม้แสงจะไม่สว่างมากนักแต่ก็ทำให้ระสบการณ์แสง, สี และเสียงภายในปาร์ตี้สนุกครบรสมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถกันน้ำและเหงื่อได้ในระดับ IPX7 ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้ริมสระน้ำ​, ปาร์ตี้ภายในบ้าน, ปาร์ตี้กลางแจ้ง หรือแม้แต่ปาร์ตี้กลางสายฝนก็สามารถทำได้ตามต้องการ

  • คุณต้องการลำโพงที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน

ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ลำโพงตัวนี้มาพร้อมกับความจุแบตเตอรี่ 2600mAh ทำให้สามารถใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมงแบบยาว ๆ โดยไม่มีสะดุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับเสียงด้วยนะคะ ยิ่งเปิดเสียงดังก็ยิ่งใช้พลังงานมากขึ้น ส่วนการชาร์จก็ค่อนข้างที่จะรวดเร็วเพราะใช้เวลาแค่ 3.5 ชั่วโมงเท่านั้นในการชาร์จจากระดับ 0 – 100%


อย่าซื้อ ถ้าหาก :

  • คุณต้องการลำโพงที่รองรับกิจกรรมหลากหลาย

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าตัวลำโพงไม่มีหูจับหรือหูหิ้ว ดังนั้นหากคุณต้องการฟังเพลงระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขา, เดินป่า, วิ่งออกกำลังกาย หรือกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ เราแนะนำให้เลือกซื้อรุ่นอื่นจะใช้งานง่ายกว่า เพราะนอกจากจะไม่มีหูจับแล้วลำโพงรุ่นนี้ยังมีน้ำหนักเยอะพอประมาณอีกด้วยค่ะ

  • คุณต้องการลำโพงที่เชื่อมต่อได้หลากหลาย

น่าเสียดายที่ลำโพงรุ่นนี้ไม่มีช่องเสียบ USB หรือแม้แต่ AUX ทำให้สามารถใช้งานผ่าน Bluetooth ได้เพียงอย่างเดียว ถือว่าไม่หลากหลายมากนัก เพราะการเชื่อมต่อ Bluetooth และเปิดเพลงบนอุปกรณ์ไปด้วยทำให้สิ้นเปลืองพลังงานพอสมควรเลยค่ะ นอกจากนี้พอร์ตชาร์จของลำโพงรุ่นนี้ยังคงเป็น Micro USB ทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ชนิดอื่น ๆ ได้อีกด้วย

  • คุณต้องการลำโพงพร้อมระบบ Bluetooth เวอร์ชั่นใหม่ ๆ

 เนื่องจากลำโพงรุ่นนี้ยังใช้ Bluetooth เวอร์ชั่น 4.2 อยู่ ขณะที่ปัจจุบันมีถึงเวอร์ชั่น 5.3 แล้ว (ต้นปี2022) รวมไปถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าทางแบรนด์จะมีการอัพเกรดเวอร์ชั่นของลำโพงรุ่นนี้ หรือจะมีวิธีการอัพเกรดอย่างไร ดังนั้นหากคุณต้องการลำโพงที่มาพร้อมระบบ Bluetooth เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เราคิดว่ารุ่นนี้ยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่นัก แนะนำให้เลือกซื้อรุ่นอื่นจะดีกว่าค่ะ

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post