หนัง หรือ ภาพยนต์ เป็นสื่อความบันเทิงที่ได้รับความนิยมมาตลอด โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้หนังมีประเภทให้เลือกค่อนข้างที่จะหลากหลายปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและกระแสนิยม แต่ถ้าจะให้หยิบเอาสักหนึ่งประเภทมารีวิว เราคิดว่า หนังที่สร้างจากเรื่องจริง เป็นประเภทที่เราอยากแนะนำ เพราะปัจจุบันหนังประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงคนหลาย ๆ กลุ่มในสมัยยังนิยมดูหนังที่สร้างมาจากเหตุการณ์จริงมากกว่าอีกด้วยค่ะ
สำหรับหนังที่สร้างจากเรื่องจริง (Movies Based on True Stories) คือหนังที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริงของบุคคล, สถานที่ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง 100% ก็ได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างทีมผู้สร้างและผู้ให้ข้อมูล เช่นหนังเรื่อง Gangubai Kathiawadi หรือ Green Book ที่มีโครงเรื่องหลักมาจากชีวิตคนจริง ๆ แต่มีการแต่งเรื่องเสริมเข้าไปเล็กน้อยให้หนังมีมิติและน่าติดตามมากขึ้น หรือจะเป็นหนังชีวประวัติ (Biopic) ที่สร้างจากเรื่องจริงเกือบจะ 100% เลยค่ะ ดังนั้นหนังเหล่านี้จึงเหมาะสำหรับการดูเพื่อความบันเทิงมากกว่าการดูเพื่อหาข้อมูลทางวิชาการ เนื่องจากเนื้อหาของหนังอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงแบบ 100% นั่นเอง
เอาล่ะค่ะ เราไปดูกันดีกว่าว่าหนังที่สร้างจากเรื่องจริงที่เรานำมาแนะนำจะมีเรื่องอะไรบ้าง
1. Thirteen Lives (สิบสามชีวิต)
| ประเภท | สารคดี / การเอาตัวรอด |
| ผู้กำกับ | Ron Howard |
| นักแสดงนำ | Viggo Mortensen, Colin Farrell, Joel Edgerton และ Tom Bateman รวมถึงนักแสดงชาวไทย |
| ความยาวหนัง | 147 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2022 |
ภารกิจช่วยเหลือชีวิต 13 หมูป่าจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนถูกนำมาถ่ายทอดอีกครั้งผ่านมุมมองของ 2 อาสาสมัครที่เป็นหัวเรือหลักของปฏิบัติการอย่าง ริค สแตนตัน และ จอห์น โวลันเธน ที่ประสานงานร่วมกับอาสาสมัครจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงพวกเขายังเป็นคนแรกที่เจอและชี้พิกัดของ 13 หมูป่าอีกด้วย ตัวหนังถ่ายทอดขั้นตอนการช่วยเหลือที่ถูกพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนโดยอาศัยความรู้, ประสบการณ์, ความสามารถ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมไปถึงชาวบ้านตัวเล็ก ๆ ที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แสดงให้เราเห็นว่าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือเด็ก ๆ อย่างเต็มกำลังแม้สภาพอากาศในช่วงเวลานั้นจะเลวร้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ตาม
หนังอีกหนึ่งเรื่องที่ตีแผ่อีกด้านของภารกิจช่วยเหลือทีม 13 หมูป่า เนื้อหาของหนังมีการเผยแพร่ฟุตเทจบางส่วนในสถานการณ์จริงและจำลองสถานการณ์ให้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ทำให้ผู้ชมอย่างเรารู้สึกได้ถึงความทุ่มเทและความกดดันของอาสาสมัครทุกท่าน บางฉากก็ทำให้เราอึดอัดแทบหายใจไม่ออกราวกับจมอยู่ใต้น้ำ อย่างไรก็ตาม นอกจากจะเผยแพร่สถานการณ์จริงภายในถ้ำและปฏิบัติการการช่วยเหลือแล้ว หนังเรื่องนี้ยังสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจ่าแซมที่สละชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ และจ่าเอกเบรุต ปากบาราที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือดค่ะ
2. The Conjuring : The Devil Made Me Do It (คนเรียกผี 3 มัจจุราชบงการ)
| ประเภท | สยองขวัญ / เหนือธรรมชาติ |
| ผู้กำกับ | Michael Chaves |
| นักแสดงนำ | Vera Farmiga, Patrick Wilson, Ruairi O’Connor, Sarah Catherine Hook และ Julian Hilliard |
| ความยาวหนัง | 112 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
เรื่องราวความสยองขวัญเริ่มต้นขึ้นหลัง อาร์น จอห์นสัน ได้ก่อเหตุฆาตกรรมเจ้าของบ้านเช่าอย่างโหดเหี้ยมและน่าสยดสยอง แต่ตัวเขาเองกลับให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่าแท้จริงแล้วร่างของเขาโดนบงการโดยปีศาจอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ และแน่นอนว่าข้ออ้างนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือในชั้นศาล ร้อนถึงคู่รักนักปีศาจวิทยาชื่อดังอย่าง เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เรน ต้องเข้าร่วมสืบหาความจริงในคดีที่น่าพิศวงนี้ และดูเหมือนว่ายิ่งเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่เรื่องราวก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
หนังภาคที่ 3 ในจักรวาล The Conjuring เรื่องนี้สร้างมาจากแฟ้มคดีที่ลี้ลับและหลอนที่สุดในสหรัฐอเมริกา คดีนี้กลายเป็นคดีใหญ่และถูกจับตามองจากชาวอเมริกันทั้งประเทศ เพราะนอกจากมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนแล้วยังเป็นครั้งแรกที่มีการกล่าวอ้างถึงสิ่งลี้ลับในชั้นศาล ถึงแม้คณะลูกขุนจะไม่ยอมรับในคำให้การของผู้ต้องหา แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวลูกขุนเองก็มีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธ์สูงสุดอย่างพระเจ้าที่ไม่มีตัวตนและเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเช่นเดียวกัน ตัวหนังมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงแต่มีการเสริมเติมแต่งให้เรื่องราวน่าติดตามมากขึ้น แต่ไม่ได้บิดเบือนความจริงมากนัก เป็นหนังที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบสิ่งลี้ลับค่ะ
3. The Cave (นางนอน)
| ประเภท | ดราม่า / แอคชั่น |
| ผู้กำกับ | Tom Waller |
| นักแสดงนำ | Jim Warny, Ekawat Niratvorapanya,Tan Xiaolong และ James Edward Holley |
| ความยาวหนัง | 104 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2019 |
การถ่ายทอดเรื่องจริงของภารกิจที่ทั้งโลกจับตามองอย่างการช่วยชีวิต 13 หมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำที่ขึ้นชื่อว่ามีความซับซ้อนติดอันดับต้น ๆ ของโลก และตัวแปรสำคัญของภารกิจนี้ก็คือเวลา, สภาพอากาศ และ 13 ชีวิตที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือด้วยความหวังที่ริบหรี่ลงเรื่อย ๆ การช่วยชีวิต 13 หมูป่าถือว่าเป็นภารกิจใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของอาสาสมัครฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลก, ทุกหน่วยงานภายในประเทศ รวมไปถึงพลังของชาวบ้านตัวเล็กที่อาสาช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยทุกชีวิตแม้จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน
หนังกึ่งสารคดีเรื่องแรก ๆ ที่ถ่ายทอดเบื้องลึกเบื้องหลังของภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำ เนื้อเรื่องมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงและเอาเหตุการณ์จริงบางส่วนมาถ่ายทอดลงในหนัง ทำให้คนที่ติดตามข่าวอยู่หลังจอแก้วอย่างเรา ๆ เข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติภารกิจมากขึ้น ตัวหนังไม่ได้เน้นขยายความที่โค้ชและเด็กทั้ง 13 คนมากนักแต่จะเล่าเรื่องของขั้นตอนการช่วยเหลือ ความจริงและการเสียสละอันใหญ่หลวงที่เราไม่เคยรับรู้ นอกจากนี้หนังยังถ่ายทอดถึงระบบที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขที่น่าขัดใจของหน่วยงานราชการไทย ที่ทำให้เราเกิดคำถามว่าเหตุผลที่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวระดับโลกนี่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่ สภาพอากาศ? เวลา? หรือขั้นตอนการทำงาน? แต่สุดท้ายก็ทำให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีปีกหรือพลังวิเศษ และหนังเรื่องนี้ก็ส่งผลให้มีการสร้างซีรีส์ The Cave Rescuse ที่กำลังฉายอยู่ใน Netflix ตอนนี้อีกด้วยค่ะ
4. Hidden Figures (ทีมเงาอัจฉริยะ)
| ประเภท | ชีวประวัติ / ดราม่า |
| ผู้กำกับ | Theodore Melfi |
| นักแสดงนำ | Taraji P. Henson, Octavia Spencer และ Janelle Monáe |
| ความยาวหนัง | 127 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2016 |
ขณะที่องค์กรนาซ่ากำลังเร่งรีบที่จะส่งยานอวกาศขึ้นสำรวจจักรวาล แคทเธอรีน จอห์นสัน นักคณิตศาสตร์ถูกเรียกตัวเข้ามาช่วยคำนวณความแม่นยำในโครงการ แต่เมื่อมาถึงหน่วยปฏิบัติการก็พบว่าเธอเป็นผู้หญิงผิวสีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าร่วมโครงการนี้ และแน่นอนว่าในยุค 60’s การเหยียดสีผิวและการเลือกปฏิบัติต่อเพศยังเป็นเรื่องที่พบเจอได้ทั่วไปในขณะนั้น ทำให้การทำงานของแคทเธอรีนเต็มไปด้วยความกดดันและค่อนข้างที่จะทุกลักทุเล ขณะเดียวกัน โดรีธี วอน และ แมรี แจ็กสัน เพื่อนสนิทอีก 2 คนก็กำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อปกป้องสิทธิและพยายามก้าวผ่านห้วงเวลาแห่งการพิสูจน์ตัวตน และจุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นหลังเธอต้องเดินเท้ากว่า 800 เมตรเพียงเพื่อเข้าห้องน้ำที่มีไว้สำหรับคนผิวสี และต้องกลับมามีปากเสียงกับหัวหน้าที่มีความคิดชายเป็นใหญ่ด้วยสภาพเปียกปอน
เบื้องหลังภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของยานอะพอลโล่ 11 ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน สตรีทั้ง 3 ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของชาวผิวสีในองค์การณ์นาซ่าเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในยุคนั้นชาวผิวสีถูกกีดกันและได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากกลุ่มคนผิวขาว ถึงแม้จะมีความสามารถมากแค่ไหนแต่พวกเขาก็ถูกกีดกันและผู้ภายใต้ข้อจำกัดที่ไม่เป็นธรรม นั่นเพียงเพราะพวกเขา ‘ผิวดำ’ หนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีจนทำให้เรารู้สึกอินไปกับการต่อสู้ของของผู้หญิงทั้ง 3 คนตลอดทั้งเรื่อง ดูจบแล้วเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะได้รับข้อคิดและมองเห็นความสามารถของคนอื่นโดดเด่นกว่าสีผิวหรือหน้าตาแน่นอนค่ะ
5. The Impossible (2004 สึนามิ ภูเก็ต)
| ประเภท | ดราม่า / ภัยพิบัติ |
| ผู้กำกับ | J. A. Bayona |
| นักแสดงนำ | Naomi Watts, Ewan McGregor, Tom Holland, Samuel Joslin และ Oaklee Pendergast |
| ความยาวหนัง | 113 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2012 |
ครอบครัวเบนเนตเลือกที่จะเดินทางมาฉลองคริสต์มาสที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขาหลัก จังหวัดพังงา หลังผ่านพ้นคืนแห่งความสุขทั้งครอบครัวก็ชวนกันออกไปดื่มด่ำกับความสวยงามของทะเลไทย โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมาจะมีคลื่นยักษ์สูงท่วมหัวโหมกระหน่ำกวาดล้างทุกอย่างจนพังราบเป็นหน้ากลอง ครอบครัวเบนเนตแตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง ความเสียหายก่อตัวขึ้นเป็นวงกว้าง โชคยังดีที่ ลูคัส และ มาเรีย สองแม่ลูกได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ลูคัสต้องออกตามหาพ่อและน้องชายอีก 2 คนอย่างมีความหวัง ขณะเดียวกันเขาก็ต้องดูแลแม่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะและหายใจรวยรินขึ้นทุกวินาที
หนังทุนสเปน ใช้นักแสดงฮอลลีวูด เรื่องราวเกิดขึ้นที่จังหวัดพังงา ขณะที่ชื่อเรื่องระบุเป็นจังหวัดภูเก็ต แต่ทุกอย่างล้วนมีเหตุและผล The Impossible ถ่ายทอดเรื่องจริงของครอบครัวชาวสเปนที่เป็นหนึ่งในเหยื่อของธรณีพิบัติภัยในครั้งนี้ แม้จะต้องกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่น สึนามิเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สะเทือนความรู้สึกของคนทั้งโลก ถึงจะเป็นเรื่องราวของครอบครัวเล็ก ๆ แต่หนังก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นซีนที่สองแม่ลูกต้องเอาชีวิตรอดจากคลื่นยักษ์หรือความวุ่นวายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า ทุก ๆ ฉากทุก ๆ ตอนมีความสำคัญและแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยมจนเราน้ำตาคลอตลอดทั้งเรื่องเลยค่ะ
6. The Billionaire (ท็อป ซีเคร็ต วัยรุ่นพันล้าน)
| ประเภท | ชีวประวัติ / ดราม่า |
| ผู้กำกับ | ทรงยศ สุขมากอนันต์ |
| นักแสดงนำ | พชร จิราธิวัฒน์, สมบูรณ์สุข นิยมศิริ, ถนอม อัศวรุ่งเรือง และ กานต์สิริ กุลกวีวุฒ |
| ความยาวหนัง | 130 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2011 |
ต๊อบ เด็กม.ปลายที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่เขาไม่ได้สนใจการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมากนักและหันไปเอาดีกับการเล่นเกมออนไลน์แทน แต่แล้วจุดพลิกผันในชีวิตก็มาถึงเมื่อครอบครัวของเขาต้องอยู่ในจุดล้มละลาย เริ่มแรกต๊อบหาเงินจากการเล่นเกมออนไลน์ แต่ทำได้ไม่นานนัก ID ของเขาก็ถูกแบนอย่างปริศนา เขาจึงหันไปลงทุนกับธุรกิจขายเครื่องเล่น DVD แต่ก็พังไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักอย่าง ทำให้พ่อแม่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตัดสินใจทิ้งเขาไว้ข้างหลัง หลังจากนี้ต๊อบต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวคนเดียว โดยมีคุณลุงข้างบ้านและธุรกิจสาหร่ายทอดกรอบเป็นเดิมพันครั้งสุดท้ายในชีวิต
หนังสร้างแรงบันดาลใจในตำนานของ ต๊อบ อิทธิภัท ที่สร้างธุรกิจเถ้าแก่น้อยขึ้นมาด้วยสองมือและหนึ่งหัวใจที่ดื้อรั้น แต่นั้นก็ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีมาจวบจนทุกวันนี้ค่ะ เรื่องนี้ได้ พีช พชร เข้ามารับหน้าที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากคุณต๊อบสู่วัยรุ่นไทยทุกคน ตอนที่หนังออกฉายครั้งแรกนี่เรียกได้ว่าเรื่องราวของเขาทำให้วัยรุ่นไทยหลายคนกล้าที่จะเดินตามความฝันและรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเลยทีเดียวค่ะ
7. Hachi : A Dog’s Tale (ฮาชิ หัวใจพูดได้)
| ประเภท | ดราม่า |
| ผู้กำกับ | Lasse Hallström |
| นักแสดงนำ | Richard Gere, Joan Allen, Erick Avari และ Jason Alexander |
| ความยาวหนัง | 97 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2009 |
เรื่องราวที่แสนประทับใจถูกถ่ายทอดโดย รอนนี่ หลานชายสุดน่ารัก ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน คุณปู่ปาร์กเกอร์ เก็บลูกสุนัขหลงทางตัวหนึ่งมาเลี้ยง หลังจากเพื่อนของเขาบอกว่าสุนัขตัวนี้เป็นสายพันธุ์ญี่ปุ่นเขาจึงตั้งชื่อมันว่า ฮาชิ ที่แปลหมายเลข 8 ในภาษาญี่ปุ่นและมีความหมายแฝงถึงความโชคดี คุณปู่พยายามฝึกฮาชิให้ทำตามคำสั่งง่าย ๆ อย่างการคาบลูกบอลแต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และฮาชิก็มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญของครอบครัวหลายต่อหลายครั้ง กิจวัตรประจำวันของฮาชิคือการไปรับและไปส่งคุณปู่ที่สถานีรถไฟ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อคุณปู่เดินเข้าไปในสถานีรถไฟและไม่เคยกลับออกมาอีกเลย ขณะที่ฮาชิเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอคุณปู่ของเขาที่เดิมทุกวันจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
ว่ากันว่าสุนัขเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุดในโลก และมันก็ถูกพิสูจน์โดยฮาชิ สุนัขสายพันธุ์อากิตะที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความภักดี โดยหนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังญี่ปุ่นเรื่อง Hachikō Monogatari ที่สร้างมาจากเรื่องจริงของศาสตราจารย์ฮิเดซาบูโร อูเอโนะ และฮาชิโกะ สุนัขคู่ใจ เรื่องราวของพวกเขาทั้งคู่กลายเป็นตำนานแห่งความจงรักภักดีที่ทำให้หลายคนต้องเสียน้ำตา ปัจจุบันรูปปั้นของฮาชิโกะตั้งอยู่หน้าสถานีชิบูย่าและกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงโตเกียว รวมถึงเรื่องราวของทั้งคู่ก็ถูกติพิมพ์และแปลเป็นภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก
8. Elizabeth: The Golden Age (อลิซาเบธ: ราชินีบัลลังก์ทอง)
| ประเภท | ชีวประวัติ / ดราม่า / ย้อนยุค |
| ผู้กำกับ | Shekhar Kapur |
| นักแสดงนำ | Cate Blanchett, Geoffrey Rush, Clive Owen และ Rhys Ifans |
| ความยาวหนัง | 114 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2007 |
หลัง 30 ปีแห่งการครองราชย์ของพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ขณะนั้น พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปน ต้องการกำจัดพระนางทิ้งเนื่องจากเขามีความเชื่อว่านิกายโปรเตสแตนต์ของพระนางนั้นเป็นนิกายนอกรีต ไม่สามารถอยู่ร่วมกับนิกายคาทอลิกได้ พระเจ้าเฟลิเปและ สมเด็จพระราชินีนาถที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ พระขนิษฐาต่างมารดาของพระราชินีฯ อลิซาเบธจึงร่วมมือกันส่งสายลับเข้าไปลอบสังหารพระราชินีถึงในวัง ขณะเดียวกันพระราชินีเองก็ถูกกดดันจากราชสำนักให้อภิเสกสมรสโดยเร็วที่สุด รวมไปถึงความกดดันจากรอบด้านทำให้พระนางต้องลงมือทำศึกสงครามปกป้องประชาชนชาวอังกฤษด้วยตัวพระองค์เอง
เรื่องราวของราชินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอังกฤษถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของหนังชีวประวัติที่มีความเข้มข้น ทั้งฉากและคอสตูมถือว่ายิ่งใหญ่อลังการเลยค่ะ โดยภาคนี้จะเป็นภาคต่อหลังพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ขึ้นครองราชย์มาแล้ว 30 ปี ในช่วงสมัยนั้นการเมืองและศาสนาเป็นประเด็นที่ค่อนข้างตึงเครียด ชาวคริสต์ที่นับถือนิกายโปรเตสแตนท์หลายร้อยคนต้องสังเวยชีวิตให้กับสงคราม ในหนังเราจะเห็นได้ว่าพระราชินีฯ อลิซาเบธทรงปกครองบ้านเมืองด้วยไหวพริบและสติปัญญา สามารถปกครองอังกฤษให้เป็นปึกแผ่นได้อย่างในปัจจุบัน
9. The Pursuit of Happiness (ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้)
| ประเภท | ดราม่า / ชีวประวัติ |
| ผู้กำกับ | Gabriele Muccino |
| นักแสดงนำ | Will Smith, Thandiwe Newton และ Jaden Smith |
| ความยาวหนัง | 117 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2006 |
หลังครอบครัวเข้าสู่สภาวะวิกฤตและภรรยาเลือกที่จะเดินจากไป คริส การ์ดเนอร์ ต้องกระเตงลูกชายไปอาศัยหลบนอนในโบสต์หรือห้องน้ำสถานีรถไฟ พร้อม ๆ กับมืออีกข้างต้องหอบหิ้วเอาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นเงินทุนของครอบครัวไปด้วยทุกที่ คริสเร่ขายอุปกรณ์ของเขาไปทุกที่พร้อม ๆ กับฝึกฝนวิชาชีวิตให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ประเดประดังเข้ามา จนวันหนึ่งเขาก็ได้รับโอกาสพิเศษที่ทำให้เเขาต้องพบเจอกับความกดดันและความตกต่ำที่สุดในชีวิต และนั่นก็ทำให้ชีวิตของเขาและลูกชายเปลี่ยนไปตลอดกาล
หนังชีวประวัติของ คริส กาดเนอร์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่ถูกถ่ายทอดโดยนักแสดงฮอลลีวูดอันดับต้น ๆ อย่าง วิลล์ สมิธ ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา The Pursuit of Happiness ถูกหยิบขึ้นมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทำให้ปัจจุบันหนังเรื่องนี้ทำรายได้สูงถึง 307.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐค่ะ ตัวหนังจะถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่คริสต้องเผชิญหลังภรรยาทิ้งไป เขาต้องก้าวผ่านทุก ๆ ปัญหาเพื่อให้พวกเขาทั้งคู่สามารถมีชีวิตในวันต่อ ๆ ไปได้ และซีนอารมณ์ที่น่าประทับใจที่สุดคือฉากที่คริสต้องพาลูกชายไปแอบนอนในห้องน้ำ สองมือโอบกอดลูกชายไว้ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง
10. Titanic (ไททานิค)
| ประเภท | โรมินติก / ภัยพิบัติ |
| ผู้กำกับ | James Cameron |
| นักแสดงนำ | Leonardo DiCaprio, Kate Winslet, Billy Zane และ Kathy Bates |
| ความยาวหนัง | 195 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 1997 |
ขณะเรือไททานิกกำลังเดินทางในมหาสมุทรแอตแลนติก แจ็ก ได้ช่วยชีวิต โรส โดยบังเอิญ ครอบครัวของโรสจึงเชิญเขารับประทานอาหารชั้นหนึ่งเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสานสัมพันธ์กันอย่างลับ ๆ เนื่องจากโรสมีคู่หมั้นอยู่แล้วคือ แคล เศรษฐีหนุ่มที่เธอไม่ได้รู้สึกชอบพอมากนัก ขณะที่ความรักของทั้งคู่ก่อตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม่ของโรสและแคลเองก็ระแคะระคายมากขึ้นเช่นเดียวกัน สุดท้ายแจ็กก็โดนกล่าวหาและถูกนำตัวไปขังบนดาดฟ้า ขณะเดียวกันเรือไททานิกก็ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งจนกลายมาเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั้งโลกต้องจารึก เช่นเดียวกับความรักของแจ็กและโรสที่ถูกเล่าขานซ้ำแล้วซ้ำเล่ามายาวนานกว่าร้อยปี
ความรักของแจ็กและโรสถูกเล่าขานบนเค้าโครงเรื่องจริงของเหตุการณ์เรือไททานิกล่มที่เกิดขึ้นในปีค.ศ. 1912 ไททานิกเป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น บรรทุกผู้โดยสารจากเซาแทมป์ตันไปยังมหานครนิวยอร์ค บนเรือมีทั้งมหาเศรษฐี, ชนชั้นกลาง และผู้อพยพที่ต้องการเริ่มชีวิตใหม่ จริง ๆ แล้วแจ็กกับโรสเป็นเพียงตัวละครในจินตนาการของเจมส์ คาเมรอนเท่านั้น โดยเขาปะติดปะต่อเรื่องราวจากภาพถ่ายและข้อมูลเท่าที่มีขณะนั้นและสร้างหนังฟอร์มยักษ์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ใช้ทุนสร้างไปถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เรือไททานิกของจริงใช้ทุนสร้างเพียง 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นเองค่ะ แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะตั้งแต่ปีค.ศ. 1997 – 2021 หนังสามารถสร้างรายได้มากถึง 2.202 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
บทส่งท้าย
เป็นอย่างไรบ้างคะกับหนังทั้ง 10 เรื่องที่เรานำมาฝากในบทความนี้ ทุกเรื่องแล้วแต่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงของบุคคลทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นและถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ แต่อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าสิ่งที่แอบแฝงอยู่ในหนังทุก ๆ เรื่อคือข้อคิดและคติสอนใจที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยก็สามารถนำมาปรับใช้ได้เสมอ รวมไปถึงหนังหลาย ๆ เรื่องยังทำให้เราได้เรียนรู้สึกรายละเอียดยิบย่อยที่ไม่สามารถหาได้จากสื่อหรือหนังสือเรียนอีกด้วยค่ะ ดังนั้นการดูหนังเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเพิ่มพูนและเสริมความรู้ที่มีอยู่ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้เว็บไซต์ของเรายังมีรีวิวหนังอีกหลายประเภทเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะยุค 90’s, หนังไทยเข้าโรงปี 2022, ซีรีส์จีนพากย์ไทยใน WeTV, หนังเจ้าหญิงดิสนีย์, อนิเมะแนว school life, ซีรีส์ฝรั่งปี 2022, สารคดีใน Netflix หรือจะเป็นอนิเมะแนวนักสืบก็มีให้เลือกดูหลายเรื่องเลยค่ะ