แปลเพลง Can’t Catch Me Now – Olivia Rodrigo

The Hunger Games: The Ballad of Songbirds and Snakes เป็นเรื่องที่หลายคนรอคอยและมาส่งท้ายปีได้อย่างสวยงามค่ะ เรื่องราวในภาคนี้จะเป็นการย้อนไป 64 ปีก่อนก่อนหน้า จุดเริ่มต้นของเกมล่าเกมทั้ง 3 ภาค และจุดกำเนิดของประธานาธิบดีสโนว์ ผู้ปกครงพาเน็มที่หลายคนเกลียดชัง

Can’t Catch Me Now เป็นเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ค่ะ เพลงนี้ได้น้อง Olivia Rodrigo มาขับร้องเพลงนี้ ส่วนเราคิดว่าสไตล์ของน้องค่อนข้างจะเข้ากับเพลงเลยค่ะ เนื้อหาของเพลงก็จะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ลูซี่ เกรย์ กับ คอริโอเนลัส สโนว์ จากมุมมองของลูซี่เอง ซึ่งเพลงนี้จะมาในสไตล์ folk rock มีความคล้ายคลึงกันกับเพลง Safe and Sound จาก Taylor Swift ที่ใช้ประกอบหนังในภาคอื่น ๆ แถม MVยังให้ฟีลเดียวกันอีกด้วยค่ะ เอาล่ะ เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเนื้อหาของเพลงนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

แปลเพลง Can’t Catch Me Now – Olivia Rodrigo

There’s blood on the side of the mountain
There’s writing all over the wall
Shadows of us are still dancin’
In every room and every hall
There’s snow fallin’ over the city
You thought that it would wash away
The bitter taste of my fury
And all of the messes you made
Yeah, you think that you got away

อีกด้านหนึ่งของภูเขานองไปด้วยกองเลือด
บนผนังเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ขีดเขียน
เงาของเรายังคงเต้นรำด้วยกัน
ในทุก ๆ ห้อง ทุก ๆ โถง
ทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน
คุณคงคิดว่ามันจะชำระล้างทุกอย่างได้สินะ
แต่ความแค้นที่ขมขื่นของฉัน
และความย่อยยับที่คุณทำเอาไว้
ใช่ คุณคงคิดว่าคุณจะหนีมันได้สินะ

But I’m in the trees, I’m in the breeze
My footsteps on the ground
You’ll see my face in every place
But you can’t catch me now
Through wading grass, the months will pass
You’ll feel it all around
I’m here, I’m there, I’m evеrywhere
But you can’t catch me now
No, you can’t catch mе now

แต่ฉันอยู่ในต้นไม้ อยู่ในอากาศ
ผืนดินเต็มไปด้วยรอยเท้าของฉัน
ใบหน้าของฉันจะตามหลอกหลอนคุณไปทุกที่
แต่คุณจับฉันไม่ได้หรอกนะ
หลายเดือนผ่านไป ท่ามกลางพงหญ้ารก
คุณจะสัมผัสได้ว่ามันอยู่รอบ ๆ
ฉันอยู่ตรงนี้ ตรงนั้น ทุกที่
แต่คุณจะจับฉันไม่ได้
ไม่ คุณจะจับฉันไม่ได้

Bet you thought I’d never do it
Thought it’d go over my head
I bet you figured I’d pass with the winter
Be somethin’ easy to forget
Oh, you think I’m gone ’cause I left

ทายว่าคุณคิดว่าฉันคงไม่กล้าทำสินะ
คิดว่าฉันคงจะลืม ๆ มันไป
ทายว่าคุณคิดว่าฉันจะหายไปพร้อมกับความเหน็บหนาว
เป็นแค่อะไรสักอย่างที่ลืมได้ง่าย ๆ
คุณคิดว่าฉันจะหายสาปสูญแค่เพราะฉันหนีไปงั้นเหรอ

But I’m in the trees, I’m in the breeze
My footsteps on the ground
You’ll see my face in every place
But you can’t catch me now
Through wading grass, the months will pass
You’ll feel it all around
I’m here, I’m there, I’m everywhere
But you can’t catch me now
No, you can’t catch me now

แต่ฉันอยู่ในต้นไม้ ล่องลอยอยู่ในอากาศ
รอยเท้าของฉันอยู่บนผืนดิน
คุณจะเห็นใบหน้าของฉันอยู่ทุกที่
แต่คุณจับฉันไม่ได้หรอก
หลายเดือนผ่านไป ท่ามกลางพงหญ้ารก
คุณจะสัมผัสมันได้ในทุกอณู
ฉันอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงนั้น อยู่ในทุกที่
แต่คุณจับฉันไม่ได้
ไม่ คุณจะจับตัวฉันไม่ได้อีก

Ooh
Ooh
Ooh
Ooh
You can’t, you can’t catch me now
I’m comin’ like a storm into your town
You can’t, you can’t catch me now
I’m higher than the hopes that you brought down
You can’t, you can’t catch me now
I’m comin’ like a storm into your town
You can’t, you can’t catch me now
I’m higher than the hopes that you brought down
You can’t, you can’t catch me now
I’m comin’ like a storm into your town
You can’t, you can’t catch me now
You can’t, you can’t, you can’t

ทำไม่ได้หรอก คุณจับฉันไม่ได้อีกแล้ว
ฉันพุ่งเข้าสู่เมืองของคุณราวกับพายุลูกใหญ่
ทำไม่ได้หรอก คุณจับฉันไม่ได้อีกแล้ว
ฉันอยู่สูงเกินกว่าความหวังที่คุณดึงลงมา
ทำไม่ได้หรอก คุณจับฉันไม่ได้อีกแล้ว
ทำไมได้อีกต่อไป

There’s blood on the side of the mountain
It’s turning a new shade of red
Yeah, sometimes the fire you founded
Don’t burn the way you’d expect
Yeah, you thought that this was the end

กองเลือดอีกด้านหนึ่งของภูเขา
กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงเฉดใหม่
ใช่ บางครั้งกองไฟที่คุณก่อขึ้น
ก็ไม่ได้แผดเผาไปในทางที่คุณคิดไว้
ใช่ คุณคงคิดว่ามันคือจุดจบสินะ

เราคิดว่าเนื้อหาของเพลงเป็นการเล่าเรื่องราวหลังจากที่ลูซี่จากไปแล้ว สโนว์ที่ได้ครอบครงพาเน็มคงคิดว่าตัวเองมีอำนาจล้นมือและสามารถจัดการทุกอย่างได้ จริง ๆ แล้วเขาอาจจะต้องอยู่กับบาดแผลและความหวาดระแวง เพราะลึก ๆ แล้วเขาคงจะสัมผัสได้ถึงลูซี่ในทุกหนทุกแห่งแม้แต่อากาศที่ใช้หายใจ และเราคิดว่าอีกด้านหนึ่งของภูเขาที่นองไปด้วยเลือดอาจจะหมายถึงเขต 12 และกองเลือดนั้นกำลังเปลี่ยนสี กลายเป็นแคตนิส เอฟเวอร์ดีนในอีก 64 ปีต่อมานั่นเองค่ะ

Next Post