เพลง Pop เป็นสายเพลงที่อยู่มาทุกยุคทุกสมัย เป็นสไตล์ดนตรีอย่างหนึ่งที่สร้างนักร้องตัวพ่อตัวแม่มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Madonna, Britney Spears, Miley Cyrus, Ariana Grande หรือ Taylor Swift ที่แต่ละคนเรียกได้ว่ามีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าหากพูดชื่อขึ้นมาแล้วก็ต้องพยักหน้าแล้วบอกว่ารู้จัก แต่ถ้าหากจะพูดถึงนักร้องดาวรุ่งหรือนักร้องป๊อปหน้าใหม่ แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นสาวน้อยลูกครึ่งฟิลลิปปินส์สัญชาติอเมริกันอย่าง ‘Olivia Rodrigo (โอลิเวีย ร็อดริโก)’ ที่เปิดตัวมาซิงเกิลแรกก็ดังฮอตทะลุปรอท เพลงขึ้นอันดับ 1 และ Top 10 เป็นว่าเล่น ทั้งยังได้รางวัล Grammy Awards มาครองอีกด้วย แน่นอนละว่าทุกคนต้องเคยฟังหรือเคยเห็นเธอผ่านหน้าผ่านตามาก่อน แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบเบื้องหลังชีวิตของเธอ ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากจะมาเขียน ‘ประวัติและผลงานเพลง Olivia Rodrigo’ ให้ทุกคนได้รู้จักเธอมากขึ้น
ประวัติของ Olivia Rodrigo (โอลิเวีย ร็อดริโก)
Olivia Rodrigo หรือชื่อเต็มว่า ‘Olivia Isabel Rodrigo’ เกิดในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี 2003 ภายในรัฐแคแคลิฟอเนียร์ โดยคุณแม่ของเธอชื่อว่าเจนนิเฟอร์ทำงานเป็นคุณครูและคุณพ่อทำงานเป็นนักจิตวิทยาเกี่ยวกับการบำบัดปัญหาในครอบครัว ทั้งนี้โอลิเวียเธอมีเชื้อสายเป็นฟิลลิปปินส์อเมริกัน เนื่องจากคุณพ่อของเธอเป็นชาวฟิลลิปปินส์แท้ ๆ ส่วนคุณแม่เป็นลูกครึ่งไอริชผสมกับเยอรมัน
โอลิเวียเริ่มเรียนร้องเพลงตั้งแต่เธอเรียนในชั้นอนุบาลและหลังจากนั้นไม่นานเธอก็เรียนเปียโนเพิ่มด้วย เมื่อเข้าสู่ช่วงวัย 6 ขวบ การเรียนทางด้านนี้ก็เริ่มจริงจังขึ้น เพราะเธอได้เข้าไปเรียนการแสดงและคลาสร้องเพลงในช่วงประถมศึกษา ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังเรียนกีตาร์เพิ่มในช่วงอายุ 12 ขวบ นอกจากนี้ครอบครัวเองก็มีอิทธิพลที่ทำให้เธอสนใจเกี่ยวกับเพลงและดนตรี เพราะคนในบ้านมักจะเปิดเพลงสาย alternative rock อย่างเช่นวง the White Stripes, No Doubt และ Green Day รวมไปถึงเธอเองก็ชอบเพลงคันทรี่ของ Taylor Swift ด้วยเช่นกัน

โอลิเวียเริ่มเข้าสู่วงการด้วยการแสดงโฆษณา แสดงหนังสั้น และเป็นหนึ่งในนักแสดงของทางค่าย Disney หลังจากเธอรู้สึกอิ่มตัวกับการแสดงแล้ว เธอก็หันเข้าไปทำเพลงและเป็นนักร้องมืออาชีพอย่างเต็มตัว ดังนั้นในปี 2020 โอลิเวียก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางค่าย Interscope Records และ Geffen Records จากนั้นเพียงแค่หนึ่งปีเธอก็ปล่อยเพลง Drivers License ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน โดยยอดฟังเพลงนี้พุ่งกระฉูดในทุกแพลตฟอร์มของการฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นสตรีมมิ่งอย่าง Spotify ที่มีคนเข้าไปฟังกว่า 80 ล้านครั้งภายใน 1 สัปดาห์ และยอดการฟังในวิทยุที่มาแรงแซงเป็นอันดับหนึ่ง จนทำให้เพลงนี้เปิดตัวด้วยอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 และขึ้นอันดับ 1 ในหลายประเทศ ถือเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จระดับโลกในช่วงนั้นเลยทีเดียว
ความปังของโอลิเวียไม่ได้หยุดเพียงแค่เท่านี้ เพราะเมื่อเธอปล่อยซิงเกิลที่สองของอัลบั้มออกมานั่นคือ ‘Deja Vu’ เพลงก็ขึ้น Top 10 ทันที ด้วยสถิติที่ดีขนาดนี้ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินคนแรกที่สามารถเดบิ้วท์เพลงขึ้น Top 10 ติดต่อกันได้ถึง 2 เพลง หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ปล่อยเพลงอีกครั้ง โดยซิงเกิลที่สามชื่อว่า ‘Good 4 U’ ซึ่งเปิดตัวด้วยอันดับ 1 ทันทีหลังจากปล่อยเพลง นักวิจารณ์เพลงต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอจะกลายเป็นนักร้องตัวแม่ในอนาคตเพราะความปังในระดับนี้ไม่ใช่ใครก็จะทำได้ โดยหลังจากปล่อยอัลบั้มและซิงเกิลครบแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลการรับรางวัลที่ทุกคนต่างรอคอยกันนั่นคือ Grammy Awards แน่นอนว่าโอลิเวียได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลใหญ่เกือบทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็น Best New Artist, Record Of the Year, Song Of the Year, Best Pop Vocal Album และ Best Pop Solo Performance ซึ่งเธอคว้าไปได้ถึง 3 ใน 5 เลยทีเดียว จัดว่าประสบความสำเร็จมาก ๆ
เมื่อโปรเจคอัลบั้มแรกของเธอจบแล้ว เธอก็ใช้เวลาในการพักและวางแผนการทำเพลงต่อในปี 2023 และล่าสุดเองเธอก็ได้ปล่อยซิงเกิล ‘Vampire’ ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน โดยเพลงนี้ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ได้ทันที กลายเป็นเพลงที่ 3 ของเธอในวงการเพลงที่สามารถพิชิตอันดับ 1 ได่ ทั้งนี้ยังมีแผนปล่อยอัลบั้มล่าสุดอย่าง ‘Guts’ ในเดือนกันยายนอีกด้วยครับ
ผลงานเพลงของ Olivia Rodrigo
1. Drivers License
| แนวเพลง | Bedroom pop, alt-pop และ power pop |
| ค่ายเพลง | Geffen และ Interscope |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo และ Dan Nigro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
‘Drivers License’ เป็นหนึ่งในเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ ปี 2021 โดยนักวิจารณ์ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าเพลงนี้ได้ยกระดับเพลง Pop ขึ้นมาอีกขั้น ตัวเพลงไม่ได้มีดีแค่ความเพราะและความหวานใสของดนตรีเท่านั้น แต่การถ่ายทอดอารมณ์ของ Olivia ทำให้เพลงนี้พิเศษมากขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่ขึ้นมาโน้ตแรกก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของเธอ ยิ่งการร้องที่ออกมาในสไตล์บัลลาดก็ยิ่ง Emotional มากกว่าเดิม ให้ความรู้สึกเหมือนกับเพลง Taylor Swift ผสมกับเพลงของ Lorde ถือเป็นเพลงคุณภาพที่โอลิเวียฝากไว้ให้กับอุตสาหกรรมเพลง
2. Good 4 U
| แนวเพลง | Rock, pop rock, pop-punk, teen pop และ emo |
| ค่ายเพลง | Geffen และ Interscope |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo, Dan Nigro, Hayley Williams และ Josh Farro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
เพลงนี้เป็น Pop ที่ผสมกับ Rock ดังนั้นจังหวะดนตรีจะมีความสนุกอยู่ในตัว ไม่ว่าเปิดกี่ครั้งก็รู้สึกอยากจะเต้นตามทุกครั้ง มีกลิ่นอายของเพลงยุค 90 และช่วงต้น 2000 ปนอยู่เล็กน้อย ทั้งนี้ด้วยความที่เพลงออกแนว Revenge ประมาณว่าเคียดแค้นแฟนเก่าที่เคยเคียดแค้น ดังนั้นฟิลลิ่งของเพลงจะค่อนข้าเดือดในระดับนึง หากใครที่กำลังอกหักหรือเห็นแฟนเก่าของตัวเองกำลังมีความสุขอยู่กับแฟนใหม่ เพลงนี้น่าจะเป็นตัวแทนคำพูดให้ได้ระบายกันอย่างเต็มที่ สำหรับคนที่อยากปลดปล่อยอารมณ์ทิ้งความเศร้าจากรักห่วย ๆ ‘Good 4 U’ ตอบโจทย์สุด ๆ เลยครับ
3. Vampire
| แนวเพลง | Pop และ pop rock |
| ค่ายเพลง | Geffen |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo และ Dan Nigro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2023 |
‘Vampire’ เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งของสาวโอลิเวียและโปรดิวเซอร์คนเก่งอย่าง Dan Nigro ดังนั้นฟิลลิ่งของเพลงจะคล้าย ๆ กับ ‘Driver License’ แต่เป็นเวอร์ชันที่เธอโตขึ้นกว่าเดิม พูดถึงความเสียใจและความอกหักในเรื่องราวและมิติที่โตขึ้น ทั้งนี้ดนตรีที่ใช้ก็ทำออกมาดีเลยครับ ช่วงแรกจะเปิดมาด้วยการคลอเปียโนเศร้า ๆ เพื่อบิวท์อารมณ์เพลง หลังจากนั้นก็จะใส่ Rock ช่วงกลางเพลงเพื่อเพิ่มความเดือดของเพลงเป็นเหมือนการระบายความอัดอั้นออกมา ดังนั้นเพลงนี้จะมีความหนักความเบา ทำให้ฟังไปได้ตลอดเพลงแบบไม่มีเบื่อ สมกับการคัมแบคครั้งใหญ่และเป็นเพลงอันดับ 1 อย่างสมศักดิ์ศรี
4. Deja Vu
| แนวเพลง | Psychedelic pop, pop rock, art pop และ indie pop |
| ค่ายเพลง | Geffen และ Interscope |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo, Dan Nigro, Taylor Swift, Jack Antonoff และ St. Vincent |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
หากใครเคยฟังเพลง ‘Cruel Summer’ จะรู้สึกได้ว่า ‘Deja Vu’ มีความคล้ายอยู่พอสมควร แต่เมื่อไปดูคนแต่งเพลงก็ไม่แปลกสักเท่าไหร่ครับ เพราะเพลงนี้มี Taylor และ Jack เข้ามาช่วยในการแต่งเพลงด้วย อีกทั้งยังมีการใช้ดนตรี Electronic Dance ผสมกับความเป็น Art Pop และ Pop Rock ทำให้ตัวเพลงมีความเป็น Summer เหมาะมากสำหรับการฟังระหว่างขับรถไปเที่ยวหรือนอนอยู่ริมทะเล โดยถึงแม้ว่าเพลงนี้จะมีความเศร้าอยู่ในตัว แต่ด้วยจังหวะดนตรีและเสียงร้องที่มาในแนวหวานใส ไม่ได้ร้องตามสไตล์ของบัลลาด คนอกหักฟังแล้วอาจจะอินแต่ไม่ถึงกับขนาดร้องไห้ครับ ฟังเพลิน ๆ กันในช่วงวันหยุดได้
5. Traitor
| แนวเพลง | Indie pop และ guitar-rock |
| ค่ายเพลง | Geffen |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo และ Dan Nigro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
‘Traitor’ มาในจังหวะเพลงช้า ๆ เน้นการโชว์เสียง (บัลลาด) และเมสเสจให้คนฟังได้อินกัน ส่วนทางด้านของดนตรีจะเป็นอินดี้ป๊อปผสมกับกีตาร์ร็อก นักวิจารณ์เพลงหลานสำนักยกให้เพลงนี้เป็น Best Vocal Performace หรือการโชว์เสียงที่ดีที่สุดของอัลบั้ม Sour เลยครับ โดยหลายคนบอกว่าที่เธออินและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีขนาดนี้ เพราะมีข่าวลือว่าเธอแต่งเพลงให้กับแฟนเก่าซึ่งเคยทำงานร่วมกันใน Disney เดินช็อปปิ้งกับสาวคนใหม่ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมเพลงนี้จึงค่อนข้างดีฟและสัมผัสถึงความเศร้าได้แบบ 100% เรียกน้ำตาหลายคนได้พอสมควร
6. Brutal
| แนวเพลง | Alternative rock, grunge, pop-punk และ pop rock |
| ค่ายเพลง | Geffen |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo และ Dan Nigro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
‘Brutal’ เรียกว่าเป็นซิงเกิล Enjoyable ของแท้เลยครับ เพราะดนตรีเป็น Alternative rock และใส่ Punk เข้าไปด้วย โดยดนตรีจะมีความหนักและดุเดือดมีความ Old School เหมือนกับย้อนอดีตไปในช่วงยุคต้น 2000 (มีความ Gwen Stefani อยู่ในตัว) หากใครเป็นคอเพลงยุคปลาย 90 จนถึงร็อกช่วงต้น 2000 น่าจะชอบกันครับ หากใครรู้สึกว่าอยู่ในช่วงห่อเหี่ยวอยากได้รับความสุขเข้าร่างกาย เพลงนี้ควรอยู่ในลิสต์ของคุณ
7. Enough For You
| แนวเพลง | Folk-pop |
| ค่ายเพลง | Geffen |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo และ Dan Nigro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
‘Enough For You’ เป็นเทร็กกิ้งที่ 7 ของอัลบั้ม Sour โดยดนตรีที่ใช้ในเพลงนี้คือ Folk-pop ดังนั้นตัวเพลงจะคลอด้วยกีตาร์ มีความ Acoustic ฟังแล้วรู้สึกสบาย แต่ในขณะเดียวกันเนื้อเพลงและสไตล์การร้องอาจจะคอนทราสเล็กน้อย เพราะเพลงนี้เธอเล่าถึงความเจ็บปวดและการไม่เป็นตัวของตัวเอง พยายามทำให้คนรักรู้สึกประทับใจ พูดถึงการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่าของแฟนหนุ่มตัวเอง ตัวเพลงฟังง่ายแต่ปนไปด้วยรอยน้ำตา
8. Happier
| แนวเพลง | Folk-pop |
| ค่ายเพลง | Geffen |
| ผู้แต่งเพลง | Olivia Rodrigo และ Dan Nigro |
| โปรดิวเซอร์ | Dan Nigro |
| เพลงในปี | 2021 |
‘Happier’ ให้อารมณ์เหมือนกับเข้าไปอยู่ในนิยายเรื่องหนึ่งครับ โดยโอลิเวียจะใช้เทคนิคการร้องแบบใช้ลมเยอะ ๆ ร้องไหลไปตามดนตรี Folk-pop ซึ่งต้องบอกว่าเพราะมาก สัมผัสได้ถึงความคิดถึงและความห่วงใยเหมือนกับในเนื้อเพลงที่อยากให้คนรักเก่าพบเจอกับสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงคิดถึงและหวังว่าความรักที่มีให้กันก่อนหน้านี้จะยังคงเป็นความรักอันหอมหวานที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีอะไรทลายลงได้ ยิ่งท่อนที่ร้องว่า “I hope you’re happy, but don’t be happier” ยิ่งบาดหัวใจมาก ใครกำลังเศร้าเพลงนี้อาจทำให้คุณดิ่งได้เลยละ