เนื่องจากการลดน้ำหนักด้วยวิธีคีโตเราจะต้องงดคาร์บและน้ำตาล ดังนั้นหลายคนจึงสงสัยว่า “เราสามารถใช้สารให้ความหวานกับอาหารคีโตได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ?” หากคุณอยากลดน้ำหนักด้วยการทานคีโตอย่างถูกต้อง บทความนี้อาจช่วยคุณได้ค่ะ 😀
สารให้ความหวาน หรือน้ำตาลคีโต 3 อันดับแรกที่ทานได้
หากการทานขนมหวานเป็นครั้งคราวสามารถช่วยให้คุณทานคีโตต่อไปได้อย่างมีความสุข สารให้ความหวานต่อไปนี้คือตัวเลือก 3 อันดับแรกที่เราอยากแนะนำค่ะ
1. หญ้าหวาน (สเตเวีย) (6-8)

ความหวานหญ้าหวาน : หวานกว่าน้ำตาลทราย 200-350 เท่า
ข้อดีน้ำตาลหญ้าหวาน
- ไม่มีแคลอรี่และไม่มีคาร์โบไฮเดรต
- มันไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น
- หญ้าหวานมีความหวานหลายเท่ามาก ๆ
ข้อเสียน้ำตาลหญ้าหวาน
- แม้จะหวานเข้มข้น แต่ก็มีรสชาติไม่เหมือนน้ำตาล อันที่จริงมันมีรสขมที่ปลายลิ้น ดังนั้นทำให้การปรุงอาหารเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับน้ำตาลกลายเป็นเรื่องยาก
- การวิจัยและข้อมูลระยะยาวเกี่ยวกับหญ้าหวานไม่เพียงพอที่จะแยกแยะผลกระทบที่แท้จริงต่อสุขภาพของผู้ใช้เป็นประจำได้ ในส่วนนี้ยังต้องรอการศึกษาอื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป
2. อิริทริทอล (9-14)

อิริทริทอลเป็นสารให้ความหวานทดแทนชนิดหนึ่ง ซึ่งทำจากข้าวโพดหรือแป้งข้าวโพดหมัก อิริทริทอลเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในปริมาณเล็กน้อย อิริทริทอลถูกดูดซึมและย่อยโดยลำไส้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยทั่วไปอิริทริทอลได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยจาก FDA
ในปี 2023 มีการศึกษาแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างระดับอีริทริทอลในเลือดสูงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม…การเชื่อมโยงนี้อิงจากข้อมูลที่ไม่ได้เจาะลึกมากนักซึ่งยังต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำไปพิจารณาว่าการทานอีริทริทอลจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจหรือไม่ ? แต่ส่วนใหญ่ในตอนนี้การศึกษาหลาย ๆ แห่งแนะนำว่าอิริทริทอลอาจเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพค่ะ
ความหวานอิริทริทอล : ประมาณ 70% / หวานเท่ากับน้ำตาลทรายแดง
ข้อดีน้ำตาลอิริทริทอล
- มีแคลอรี่และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเล็กน้อย
- ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหรืออินซูลินเพิ่มขึ้น
- สารออกฤทธิ์จะผ่านเข้าสู่ระบบปัสสาวะโดยที่ร่างกายไม่ได้นำไปใช้
- อาจป้องกันคราบฟันและฟันผุได้ เมื่อเทียบกับสารให้ความหวานอื่น ๆ
- เป็นสารให้ความหวานที่ใช้ได้ดีในการอบขนมมาที่สุด
ข้อเสียน้ำตาลอิริทริทอล
- รสขชาติไม่ถูกปากเหมือนกับน้ำตาล ให้ความรู้สึกเย็นบนลิ้นหน่อย ๆ
- อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสียในบางคนได้ (แม้ว่าจะไม่มากเท่ากับน้ำตาลแอลกอฮอล์อื่นๆ)
3. น้ำตาลหล่อฮังก้วย (14)

น้ำตาลหล่อฮังก้วยเป็นสารทดแทนความหวานที่ค่อนข้างใหม่แต่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้น้ำตาลหญ้าหวานเลยค่ะแม้ว่าหล่อฮังก้วยจะมีฟรุกโตสและซูโครส แต่ความหวานเข้มข้นของผลไม้ชนิดนี้ได้มาจากสารประกอบที่ไม่มีแคลอรี่ หรือที่เรียกว่า “โมโกรไซด์ (Mogrisides)” ซึ่งสามารถทดแทนน้ำตาลได้
ความหวานหล่อฮังก๊วย : หวานกว่าน้ำตาล 150-200 เท่า
ข้อดีน้ำตาลหล่อฮังก้วย
- ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหรืออินซูลินเพิ่มขึ้น
- มีรสชาติที่ดีกว่าหญ้าหวานและอิริทริทอล
- ไม่ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร
- มีความหวานมาก ดังนั้นใช้เพียงเล็กน้อยก็พอค่ะ
ข้อเสียน้ำตาลหล่อฮังก้วย
- มีราคาแพงกว่าหญ้าหวานและอิริทริทอล
- ผลิตภัณฑ์น้ำตาลหล่อฮังก้วยมักผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ อาทิเช่น อินนูลิน เส้นใยพรีไบโอติก และอีกมากมายที่อาจจะไม่ได้ระบุไว้
น้ำตาลคีโต หรือสารให้ความหวาน Keto – ดีที่สุด VS ที่ไม่ดี (1-5)

จากรูปประกอบคุณจะเห็นได้ว่าโซนสีเขียวคือ “สารให้ความหวานที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรืออินซูลิน
สำหรับโซนสีแดงสารให้ความหวานที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงสารให้ความหวานเหล่านี้อย่างเคร่งครัดเลยนะคะ

เพื่อน ๆ จะเห็นว่าโซนสีเขียว ซึ่งได้แก่ “น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลอิริทริทอล, น้ำตาลหล่อฮังก้วย, น้ำอัดลมไดเอท” เป็นสารให้ความหวานที่ปลอดภัยต่อผู้ที่ทานคีโต แต่ก็ยังไม่ทราบผลว่าสารให้ความหวานเหล่านี้จะกระทบต่อโรคอ้วน, โรคเบาหวาน, สุขภาพของลำไส้ และความเสี่ยงระยะยาวต่อโรคเมตาบอลิซึมในระยะยาวหรือไม่ ? ในส่วนนี้ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมมาสนับสนุนค่ะ ดังนั้นใครอยู่ในกลุ่มดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณก่อนนะคะ อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ดื่มน้ำอัดลมไดเอทนะคะ เพราะการที่คุณดื่มน้ำอัดลมแสดงว่าคุณยังคงตัดใจไม่ได้จากรสหวานซึ่งทำให้ยากต่อลดน้ำหนักแบบคีโตค่ะ (ทางที่ดีแนะนำให้หักดิบ ดื่มน้ำเปล่าไปเลย)

ส่วน “หญ้าหวานผสมน้ำตาลเด็กซ์ทรส, ไซลิทอล, มอลติทอล” ที่อยู่ในโซนสีส้มนั้นจะเป็นสารให้ความหวานที่คาร์โบไฮเดรตอยู่บ้าง สำหรับเครื่องหมายดอกจัน “มอลติทอล” นั้น เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงมอลติทอลในอาหารคีโตค่ะ เพราะว่ามอลติทอลทำมาจากการเติมไฮโดรเจนของมอลโตสซึ่งเป็นผลพลอยได้จากน้ำเชื่อมข้าวโพด ซึ่งมันจะเข้าไปเพิ่มน้ำตาลในเลือดและทำให้ดื้ออินซูลินได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเบาหวานไม่ควรทานอย่างยิ่ง !! นอกจากนี้มอลติทอล 50% จะถูกดูดซึมในลำไส้เล็ก แต่อีก 50% ที่เหลือจะไปรวมตัวกันที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริโภคบ่อย ๆ หรือในปริมาณมากเกินไป

สุดท้ายเป็นโซนสีแดงคือสารให้หวานหรือน้ำตาลที่มีคาร์โบไฮเดรต 100% ซึ่งคุณห้ามทานเด็ดขาดเลยนะคะ เนื่องจากน้ำตาลเหล่างนี้มีผลเสียต่อการเพิ่มน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด และการตอบสนองต่ออินซูลิน (ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน)
อย่างไรก็ตามเราแนะนำว่าหากคุณพยายามรักษาภาวะคีโตซิส ให้หลีกเลี่ยงสารให้ความหวานในโซนสีส้มและโซนสีแดงจะดีที่สุด
สารให้ความหวานทดแทน มีผลข้างเคียงไหม ? (15-18)
การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานอาจกระตุ้นให้เกิดความอยากขนมที่มีรสหวานมากขึ้น
โดยทั่วไปสารให้ความหวานที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำจะถูกใส่ลงในอาหารเพื่อเลียนแบบเมนูของหวานยอดนิยม อย่างเช่น น้ำอัดลม, เค้ก, ไอศกรีม, ลูกอม และอื่น ๆ ซึ่งเป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนอาหารสำหรับคนที่ทานคีโต

แม้ว่าสารให้ความหวานในโซนสีเขียวอย่าง “น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลอิริทริทอล, น้ำตาลหล่อฮังก้วย, น้ำอัดลมไดเอท” จะค่อนข้างปลอดภัย แต่อาจมีผลโดยตรงเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยต่อน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่ะ
สำหรับบางคนสารให้ความหวานทดแทนก็อาจสร้างปัญหาอื่นตามมาได้ อาทิเช่น สารให้ความหวานแบบไม่มีแคลอรีมีผลกระทบต่อสตรีมีครรภ์ ทารกในครรภ์ที่กำลังพัฒนา และเด็กเล็กเป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของระบบเผาผลาญในระยะยาว (อาจต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม)
ดังนั้นเราอยากให้คุณคิดพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการทานคีโตว่าต้องการใช้สารให้ความหวานควบคู่กันไปหรือไม่ ? หากคุณตั้งใจจะใช้ก็ต้องยอมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (ซึ่งมีผลข้างเคียงเป็นส่วนน้อยค่ะ)
หรือถ้าคุณไม่สามารถตัดขาดความหวานได้เราคิดว่าการใช้สารให้ความหวานแบบไม่มีน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะในบางครั้ง อาจทำให้การรับประทานอาหารคีโตของคุณราบรื่นและง่ายยิ่ง โดยเฉพาะผู้เริ่มเข้าวงการทานคีโตในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อคุณเริ่มชินกับการทานคีโต ในระยะยาวอาหารคีโตจะช่วยลดความอยากอาหารที่มีรสหวานได้ค่ะ
References :
- Acute glycemic and insulinemic effects of low-energy sweeteners: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials
- Non-nutritive Sweeteners in Weight Management and Chronic Disease: a review
- Low to moderate sugar-sweetened beverage consumption impairs glucose and lipid metabolism and promotes inflammation in healthy young men: a randomized controlled trial
- [Clinical tolerance, intestinal absorption, and energy value of four sugar alcohols taken on an empty stomach]
- Dose-related gastrointestinal response to the ingestion of either isomalt, lactitol or maltitol in milk chocolate
- Stevia Leaf to Stevia Sweetener: Exploring Its Science, Benefits, and Future Potential
- Effect of Steviol Glycosides on Human Health with Emphasis on Type 2 Diabetic Biomarkers: A Systematic Review and Meta-Analysis of Randomized Controlled Trials
- The artificial sweetener erythritol and cardiovascular event risk
- Effects of Erythritol on Endothelial Function in Patients with Type 2 Diabetes Mellitus – A Pilot Study
- Health potential of polyols as sugar replacers, with emphasis on low glycaemic properties
- Gastric emptying of solutions containing the natural sweetener erythritol and effects on gut hormone secretion in humans: A pilot dose-ranging study
- Erythritol Is More Effective Than Xylitol and Sorbitol in Managing Oral Health Endpoints
- Erythritol: a review of biological and toxicological studies.
- Effects of aspartame-, monk fruit-, stevia- and sucrose-sweetened beverages on postprandial glucose, insulin and energy intake
- Gain weight by “going diet?” Artificial sweeteners and the neurobiology of sugar cravings
- Early-Life Exposure to Non-Nutritive Sweeteners and the Developmental Origins of Childhood Obesity: Global Evidence from Human and Rodent Studies
- Effects on weight loss in adults of replacing diet beverages with water during a hypoenergetic diet: a randomized, 24-wk clinical trial
- Does Consuming Sugar and Artificial Sweeteners Change Taste Preferences?