การล้างรถ ถือเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งที่เจ้าของรถยนต์ทุกคนจะต้องทำการอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าคุณจะใช้ มอเตอร์ไซค์, รถกระบะ, C-Segment, รถอเนกประสงค์ (PPV), รถครอบครัว (MPV) หรือกระบะดับเบิ้ลแค็บก็ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะมีร่มรถยนต์หรือผ้าคลุมรถยนต์ที่ช่วยปกป้องแสงแดดหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้
แต่ทุกครั้งที่ขับรถออกจากบ้าน รถของคุณก็ต้องไปเผชิญกับ ดินโคลน, ทราย หรือเศษสกปรกมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างก็ส่งผลเสียทั้งสิ้น เมื่อปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่กำจัดออก มันก็จะเข้าไปฝังแน่นอยู่บนผิวของรถ ผลที่ตามมาคือ รถยนต์ของคุณจะดูสกปรก และหมองไปตามกาลเวลา เมื่อทิ้งระยะเวลาเอาไว้นาน การที่จะกลับมาล้างคราบฝังแน่นเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันทีครับ ซึ่งแน่นอนว่าคุณก็จะต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อไปใช้บริการล้างรถให้กลับมาดูใสสะอาดเหมือนใหม่อีกครั้ง

แต่จะดีกว่าไหมครับถ้าเราดูแลรถยนต์ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่แรก เพราะจริง ๆ แล้วการล้างรถยนต์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอเพียงแค่คุณมี น้ำยาล้างรถยนต์ดี ๆ สักขวด รวมไปถึง ‘ฟองน้ำล้างรถ’ คุณภาพสักชิ้น เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รถใหม่ที่เหมือนกับเพิ่งออกมาจากโชว์รูมแล้วครับ
อย่างไรก็ดีฟองน้ำล้างรถถือเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดรถยนต์ที่มีขายเกลื่อนอยู่ตามท้องตลาด ไม่ว่าคุณจะไปร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้าที่ไหน ก็จะต้องผ่านหน้าผ่านตากับฟองน้ำล้างรถยนต์อย่างแน่นอน แต่ปัญหาก็คือหลายคนไม่ทราบว่าสินค้าแต่ละตัวนั้นมีคุณสมบัติที่ช่วยถูขจัดคราบสกปรกได้ดีมากน้อยแค่ไหน? และการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มาใช้งานก็ไม่รู้จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่? ดังนั้นวันนี้เว็บไซต์ของเราจึงอยากจะมาแชร์ข้อมูลสำคัญ, วิธีการเลือก และสินค้าคุณภาพมาให้ทุกคนได้เลือกซื้อกัน
ทำไมถึงต้องล้างรถด้วย ฟองน้ำล้างรถ ?
1. ปกป้องสีรถของคุณ
หากฟองน้ำล้างรถที่คุณใช้มีคุณภาพ มันจะสามารถช่วยทำให้คราบสกปรกที่ติดอยู่ตามรถของคุณหลุดออกไปจนหมด ในขณะเดียวกันสีรถของคุณก็จะไม่รับความเสียหายหรือเกิดรอยขีดข่วนในระหว่างการล้างอีกด้วย
2. ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

การใช้ฟองน้ำในการล้างรถจะช่วยทำให้มันสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เพราะวัสดุที่ใช้ผลิตฟองน้ำจะมีความไหลลื่นและสมูธเมื่อถูลงไปบนผิวของรถยนต์ ซึ่งเหตุผลนี้จะช่วยทำให้เราล้างรถได้เร็วขึ้นกว่าเดิมนั่นเองครับ
3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการล้างรถ
ในแต่ละครั้งที่เรานำรถยนต์เข้าบริการล้าง แน่นอนว่าเราอาจจะต้องเสียเงินจำนวนหลักร้อย หรือถ้าหากล้างแบบฟูลแพ็คเกจ คุณอาจจะต้องเสียเงินหลักพันเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าถ้าหากคุณซื้อฟองน้ำล้างรถและน้ำยาล้างรถมาทำความสะอาดเอง คุณจะเสียเงินในการซื้ออุปกรณ์และค่าน้ำไม่กี่บาทเท่านั้น อีกทั้งยังล้างได้นานเป็นเดือน
4. ทำความสะอาดได้ล้ำลึกกว่าการล้างเครื่องอัตโนมัติ
ร้านล้างรถในบางที่อาจให้บริการล้างด้วยเครื่องล้างอัตโนมัติ ซึ่งการล้างอัตโนมัติในบางครั้งอาจจะไม่สะอาดเท่ากับการล้างด้วยมือ เพราะการล้างด้วยมือนั้นเราจะใส่ใจรายละเอียดในทุกส่วนของรถยนต์ ในขณะที่เครื่องล้างอัตโนมัติจะต้องโปรแกรมเอาไว้ ซึ่งในบางจุดมันอาจเข้าไปทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง
ฟองน้ำล้างรถมีกี่ประเภท ?
1. ฟองน้ำทั่วไป

ฟองน้ำทั่วไปนั้นใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยฟองน้ำประเภทนี้นำไปล้างได้ทั้งรถและอุปกรณ์ทุกอย่างภายในบ้าน ทั้งนี้คุณสมบัติที่ดีในเรื่อของการดูดซับน้ำและน้ำยาต่าง ๆ ทำให้คุณไม่จำเป็นจะต้องน้ำหรือน้ำยามากจนเกินไป ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วยในตัว อีกทั้งมันยังไม่ทำลายผิวของรถอย่างแน่นอน เพราะวัสดุของมันจะมีความนุ่มเป็นพิเศษ
2. ไมโครไฟเบอร์

ไมโครไฟเบอร์จะทำมาจากผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความนุ่มและซับน้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ฟองน้ำแบบไมโครไฟเบอร์ยังผลิตออกมาให้เลือกใช้อยู่ 2 แบบ นั่นคือ แบบบล็อก หรือ แบบถุงมือ โดยลักษณะของมันจะคล้ายกับผ้าของไม้ถูพื้น ที่เมื่อเช็ดไปแล้วจะขจัดคราบสกปรกได้อย่างดีเยี่ยม และไม่เกิดรอยขีดข่วนให้กับรถยนต์
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ตารางเปรียบเทียบ แนะนำ ฟองน้ำล้างรถ แบบไหนดีที่สุด | ||||
|---|---|---|---|---|
| รูปสินค้า | ชื่อสินค้า | คุณสมบัติ | ||
วิธีการเลือก ฟองน้ำล้างรถ ต้องดูอะไรบ้าง ?
1. ใช้งานง่าย
ฟองน้ำล้างรถจะต้องมีความสมูธเมื่อเช็ดลงไปบนผิวรถของเราแล้วจะต้องมีความไหลลื่นไม่ติดขัดหรือหยุดชะงักในระหว่างการทำความสะอาด ดังนั้นวัสดุของฟองน้ำจะต้องมีความนุ่มและลื่น เพื่อป้องกันไม่ให้มันเข้าไปทำลายผิวของรถยนต์
2. ดูดซับน้ำได้ดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่สุดในการเลือกฟองน้ำล้างรถคือ มันจะต้องมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำได้ดี เพราะการที่จะขจัดคราบสกปรกออกจากผิวรถของเราได้นั้นจะต้องใช้น้ำและน้ำยาทำความสะอาดจำนวนมาก โดยถ้าหากคุณเลือกฟองน้ำที่ดูดซับน้ำได้มีค่อยดี มันจะทำให้คุณต้องใช้น้ำและน้ำยาล้างรถเยอะจนเกินไป อีกทั้งยังเสียเวลาในการทำความสะอาดมากกว่าปกติ
3. มีความทนทาน
แนะนำให้เลือกฟองน้ำที่มีความทนทานสูงและไม่เกิดรอยแตกหรือขาดที่ง่ายจนเกินไป เพราะหากฟองน้ำเกิดปัญหาเหล่านี้ ประสิทธิภาพในการล้างรถหรือทำความสะอาดก็จะแย่ตามลงไปด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อฟองน้ำลองเช็กวัสดุที่ใช้ผลิตก่อนว่ามันมีความทนทานและแข็งแรงหรือไม่ครับ
4. ขนาดของฟองน้ำ
ขนาดของฟองน้ำผมแนะนำให้คุณเลือกไซส์ที่สามารถหยิบจับได้อย่างถนัดมือ ไม่ใหญ่หรือไม่เล็กจนเกินไป นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการพกพาด้วยครับ ซึ่งทางที่ดีควรเลือกขนาดที่สามารถพกใส่กระเป๋าหรือใส่ไปในช่องเก็บของภายในรถได้อย่างสะดวก เมื่อมีสิ่งสกปรกเข้ามาติดรถของเรา คุณจะได้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ทันที
5. เลือกประเภทของฟองน้ำที่ถนัดในการทำความสะอาด
อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่าฟองน้ำจะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือฟองน้ำที่มาเป็นบล็อกรูปทรงต่าง ๆ กับฟองน้ำที่มีลักษณะคล้ายกับถุงมือ ที่เราสามารถสอดมือเข้าไปแล้วนำไปเช็ดรถยนต์ของเราได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งการเลือกนั้นจะขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้งานของคุณ
ทริคในการล้างรถให้สะอาดและรวดเร็ว

- เตรียมถังน้ำไว้ 2 ถัง : โดยถังแรกให้คุณใส่น้ำสะอาดเพียงอย่างเดียว ส่วนถังที่สองให้นำเอาน้ำยาล้างรถมาผสมเข้ากับน้ำ เพื่อที่คุณจะได้เช็ดและล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนฟองน้ำได้อย่างรวดเร็ว
- เช็กฟองน้ำล้างรถก่อนทุกครั้งที่จะใช้งาน : แนะนำให้คุณเช็กว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งของฟองน้ำเกิดรอยฉีกขาดหรือไม่ ทั้งยังต้องดูด้วยว่ามีคราบสกปรกติดอยู่หรือเปล่า ? เนื่องจากทั้ง 2 สาเหตุนี้จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดแย่ลง
- เช็ดจากบนลงล่าง : เนื่องจากบริเวณหลังคาของรถเป็นส่วนที่จะมีความสะอาดมากที่สุด ดังนั้นการเริ่มจากด้านบนจะช่วยทำให้เราประหยัดเวลา จากนั้นจึงคอยมาใช้เวลาในการขัดบริเวณส่วนล่างของรถครับ โดยการเช็ดจากบนลงล่างจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการล้างรถยนต์
- ล้างรถให้บ่อย : การที่เราล้างทำความสะอาดรถยนต์บ่อย ๆ จะทำให้การขจัดคราบสกปรกนั้นง่ายขึ้น เพราะถ้าหากทิ้งคราบเอาไว้มันจะเข้าไปฝังลึก ทำให้ทำความสะอาดได้ยากกว่าเดิม
- ทำให้รถแห้งเร็วที่สุด : หลังจากที่ล้างรถเสร็จแล้ว คุณควรจะเช็ดรถให้แห้งโดยรถ เพราะถ้าหากปล่อยให้รถแห้งเอง มันจะเกิดคราบน้ำทั่วรถ ซึ่งทำให้เราต้องล้างใหม่อีกรอบ แนะนำให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ในการเช็ดแห้งจะดีที่สุดครับ เพราะสามารถดูดซับน้ำและฝุ่นได้ดีมาก ทั้งยังมีความอ่อนนุ่มไม่ทำร้ายพื้นผิวของรถอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ในกรณีที่มีคราบสกปรกฝังแน่น ไม่สามารถเช็ดออกได้ด้วยน้ำยาและฟองน้ำทั่วไป แนะนำให้ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่จะช่วยทำให้การล้างรถง่ายและรวดเร็วขึ้นในทันทีสามารถกำจัดสิ่งสกปรกออกไปได้ในพริบตา และสำหรับใครที่อยากให้รถดูเงางามมากขึ้น แนะนำให้ลงแว็กซ์ (Wax) เคลือบสีรถหลังจากล้างทำความสะอาดเสร็จครับ แต่อย่าลืมใช้เช็ดทำความสะอาดดูดฝุ่นภายในด้วยนะครับ แค่นี้รถของคุณก็จะดูสวยเงางามประดุจดั่งใช้บริการจากคาร์แคร์ (Car Care) แล้วครับ