10 เมนูจากชีส หอมมัน ทำง่ายอร่อยมาก สายชีสห้ามพลาด

เชื่อว่าคนที่กดเข้ามาอ่านบทความนี้จะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบการทานชีสอย่างแน่นอน เนื่องจากชีสเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากนมที่มีการยอมรับและเป็นที่ชื่นชอบแทบจะทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่าง ๆ ก็หลงรักรสชาติหอมมันของทุกเมนูที่ทำมาจากชีส ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า, เบอร์เกอร์, แซนด์วิช, ชีสเค้ก หรือชีสบอร์ดที่เหล่าชีสเลิฟเว่อต้องลองสักครั้งในชีวิต! เพราะชีสบอร์ดเป็นของทานเล่นที่สามารถทำได้ทุกโอกาสและรวบรวมชีสเอาไว้หลากหลายชนิดรวมไปถึงโคลด์คัท, ผลไม้ และถั่วต่าง ๆ โดยเมนูนี้เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมในหมู่ชาวตะวันตกที่ทานชีสกันเป็นชีวิตจิตใจพอ ๆ กับที่เราทานข้าวเป็นอาหารหลักเลยก็ว่าได้

ชีสเป็นผลิตภันฑ์ที่แปรรูปมาจากนมซึ่งในยุคแรก ๆ ชีสจะผลิตมาจากนมวัว แต่เดี๋ยวนี้เรามีชีสจากหลากหลายแหล่งผลิตให้ได้เลือกกสรรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีสจากนมแพะ ชีสจากนมแกะ หรือแม้กระทั่งชีสจากนมควาย ชีสส่วนใหญ่จะมีความหอมมันเข้มข้นสุด ๆ คอชีสจะต้องถูกใจแน่นอนค่ะ

ชีสมีหลากหลาย หลายชนิด เพราะกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันออกไปล้วนทำให้ชีสที่ได้มีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการบ่มชีส, สภาพพื้นที่, อากาศ, อาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ รวมไปถึงวิธีการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ดังนั้นการเลือกซื้อชีสให้เหมาะกับเมนูอาหารจึงเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ประเภทของชีส (Cheese)

อย่างที่เพื่อน ๆ ทราบกันดีอยู่แล้วว่าชีสเป็นการนำนมมาผ่านความร้อนและเติมกรดลงไปทำให้ชั้นไขมันแยกออกจากน้ำนม เมื่อชั้นไขมันเหล่านั้นจับตัวกันก็จะกลายเป็นก่อนแข็ง ยิ่งหมักบ่มก็จะยิ่งมีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นเฉพาะตัว และอย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่าชีสมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ทำให้บนโลกใบนี้มีชีสอยู่มากมายหลายร้อยชนิดเลยค่ะ ถ้าจะอธิบายถึงชีสทุกชนิดรับรองว่าสามวันเจ็ดวันก็ยังอธิบายได้ไม่ครบ ดังนั้นวันนี้เราขออนุญาตหยิบยกเอาชีสที่พวกเราคุ้นเคยและอาจจะได้ยินผ่าน ๆ มาบ้างมาอธิบายสัก 10 ชนิดก็แล้วกันค่ะ ซึ่งชีสแตกละชนิดจะมีทั้งวิธีการผลิตและรสชาติที่แตกต่างกัน ดังนี้

Cheese ชิสมีกี่ชนิด

1. ครีมชีส (Cream Cheese)

จัดอยู่ในประเภทชีสสดที่ไม่ผ่านการหมักบ่ม สามารถรับประทานได้ทันที มีลักษณะนุ่ม ๆ เหมือนครีมทั่ว ๆ ไปค่ะ สำหรับครีมชีสจะมีเนื้อสัมผัสเบา ๆ มัน ๆ รสชาตินุ่มละมุนอมเปรี้ยวเล็กน้อย ส่วนใหญ่มักจะทำมาจากนมวัว นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเมนูเค้กหรือขนมหวานต่าง ๆ และทานคู่กับพาสต้า, ขนมปัง, ไวน์ หรือเบียร์ที่หมักจากข้าว

2. มอสซาเรลลาชีส (Mozzarella Cheese)

ชีสยอดนิยมส่งตรงจากประเทศอิตาลี มอสซาเรลลาชีสถือว่าเป็นชีสไม่กี่ชนิดที่มีความยืดหยุ่นทำให้เป็นที่ชื่นชอบชอบของใครหลาย ๆ คน ส่วนใหญ่จะผลิตมาจากนมวัวหรือนมควาย มีสีขาวไปจนถึงเหลืองอ่อน ๆ มีความครีมมี่และมีกลิ่นหอม มักจะใช้เป็นวัตถุดิบหลักในพิซซ่า, ลาซานญ่า, ขนมปัง หรือจะเป็นชีสบอลที่เราชอบทานกันก็ทำมาจากมอสซาเรลลาชีสค่ะ

3. บรีชีส (Brie Cheese)

บรีชีสกำเนิดขึ้นที่เมืองบรีในประเทศฝรั่งเศสและผลิตจากนมวัว จัดอยู่ในประเภทชีสนิ่มเนื่องจากใช้เวลาหมักบ่มแค่ประมาณ 6 สัปดาห์ ทำให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มนิ่ม มีกลิ่นหอม มักจะเสิร์ฟพร้อมกับลูกพีช, ลูกแพร์, มะเดื่อฝรั่ง, ธัญพืช, แยม, น้ำผึ้ง หรือขนมปัง ก่อนเสิร์ฟมักจะหั่นเป็นแผ่นบาง ๆ ส่วนเครื่องดื่มที่เข้ากันได้ดีที่สุดคือแชมเปญและไวน์แดงค่ะ

4. กามองแบร์ชีส (Camembert Cheese)

ตามมาติด ๆ กับชีสสัญชาติฝรั่งเศส ชีสกามองแบร์ถูกตั้งชื่อตามชื่อเมืองที่มันถือกำเนิดขึ้น กามองแบร์ชีสจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับบรีชีส แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือกามองแบร์ชีสจะมีรสชาติหวานนิด ๆ มีความมัน ๆ และรู้สึกได้ถึงความเป็นนมชัดเจนกว่ามาก เรียกว่าเป็นชีสอีกหนึ่งชนิดที่มีความกลมกล่อมและทานเพลินสุด ๆ ยิ่งได้ทานกับผลไม้, ไวน์ หรือขนมปังก็จะยิ่งช่วยเสริมความอร่อยค่ะ

5. พาร์เมซานชีส (Parmesan cheese)

พาร์เมซานชีสถือว่าเป็นชีสที่ค่อนข้างจะมีความเข้มข้นและเป็นที่นิยมพอ ๆ กับมอสซาเรลลาชีส พาร์เมซานชีสผลิตมาจากนมวัวและถูกจัดอยู่ในประเภทชีสแข็ง มันมักจะถูกเพิ่มลงไปเมนูอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติเค็มและความเข้มข้น สำหรับตัวพาร์เมซานชีสเองมีรสเค็มกลมกล่อมและค่อนข้างที่จะซํบซ้อน ลักษณะภายนอกจะเป็นสีเหลืองเข้ม ยิ่งหมักบ่มนานรสชาติจะยิ่งเข้มข้นและอร่อยมากขึ้นทำให้ราคาค่อนข้างที่จะสูง มักจะทานพร้อมกับพาสต้าชนิดต่าง ๆ , ทำเป็นชีสดิป และเสิร์ฟพร้อมแชมเปญ

6. เชดด้าชีส (Cheddar Cheese)

ทำจากนมวัว มีเนื้อสัมผัสกึ่งนุ่มกึ่งแข็ง ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองเชดด้าในประเทศอังกฤษ สำหรับเชดด้าชีสจะมีรสชาติที่ค่อนข้างเข้มข้นและเค็ม เนื้อแน่น มีตั้งแต่สีเหลืองอ่อน ๆ ไปจนถึงสีส้ม ใช้เวลาหมักบ่มตั้งแต่ 9 – 24 เดือนและสามารถผลิตได้แทบจะทั่วทุกมุมโลกทำให้เชดด้าชีสกลายเป็นชีสอีกหนึ่งชนิดที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลกค่ะ

7. คอทเทจชีส (Cottage Cheese)

ใครที่กำลังลดน้ำหนักแต่อยากทานชีสต้องรีบไปหยิบคอทเทจชีสมาให้ไว เพราะชีสชนิดนี้มีไขมันต่ำและโปรตีนสูง ผลิตจากนมวัว มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ และมีความครีมมี่หน่อย ๆ คอทเทจชีสส่วนใหญ่จะมีสีขาวและมีรสชาติหวานนำ มีความชุ่มฉ่ำ มักจะนำมาทานคู่กับสลัด ทานกับขนมหวาน หรือจะทานคู่กับผลไม้ก็เป็นที่นิยม

8. เกาด้าชีส (Gouda Cheese)

ชีสรูปทรงน่ารักที่มักจะห่อหุ้มมาด้วยพาราฟินสีเหลืองหรือสีแดงสดใสเพื่อเก็บกักความชื้นทำให้เนื้อสัมผัสมีความหวานมัน หอมเนย ได้กลิ่นถั่วเบา ๆ มีความแน่นและยืดหยุ่นได้เล็กน้อย สามารถทำมาจากนมวัว, นมแกะ หรือนมแพะก็ได้ ใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มประมาณ 4 สัปดาห์ไปจนถึง 1 ปี ยิ่งหมักนานรสชาติก็จะยิ่งเข้มข้นและมีราคาแพง

9. บลูชีส (Blue Cheese)

บลูชีสเป็นชีสที่มีลักษณะค่อนข้างที่จะแปลกตา ตัวชีสเป็นสีขาว เนื้อชีสเป็นรูปพรุนเต็มไปด้วยเชื้อรา Penicillium ที่มีสีฟ้าอมเขียวหม่น ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ สำหรับบลูชีสจะมีรสชาติและกลิ่นที่ค่อนข้างแรง มีความเค็มโดดเด่น นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด รวมไปถึงชีสบอร์ดที่มักจะเสิร์ฟพร้อมกับผลไม้, ถั่ว และแครกเกอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยชูรสชาติของชีสได้เป็นอย่างดีค่ะ

10. สวิสชีส (Swiss Cheese)

สาวกทอมแอนด์เจอร์รี่ต้องคุ้นเคยกับชีสชนิดนี้แน่นอน สวิสชีสถือกำเนิดขึ้นที่เมืองไฟร์บอร์ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ความโดดเด่นของชีสชนิดคือมีขนาดใหญ่และมีรูพรุนที่เกิดจากก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักบ่มที่ใช้เวลาค่อนนานตั้งแต่ 10 – 18 เดือน ยิ่งบ่มนานเนื้อชีสก็จะยิ่งมีรูพรุนมากขึ้น ตัวชีสจะเป็นสีเหลืองทองสวยงาม มีรสชาติเข้มข้น มักจะเสิร์ฟพร้อมโคลด์คัท, ไวน์ หรือผลไม้สดก็อร่อยค่ะ




สูตรเมนูอาหารจากชีส

1. แซนด์วิชแฮมชีส

แซนด์วิชแฮมชีส
แซนด์วิชแฮมชีส

เริ่มต้นกันที่มื้อเช้าง่าย ๆ อย่างแซนด์วิช สำหรับแซนด์วิชนี่มีมากมายหลายสูตรมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิชโบราณสไคตล์ไทย ๆ , แซนด์วิชปูอัด, แซนด์วิชไข่คน อีกมากมายหลายอย่าง แต่วันนี้เราจะมาชวนเพื่อน ๆ ทำเมนูง่าย ๆ แต่อร่อยมากอย่างแซนด์วิชแฮมชีส นอกจากจะใช้เวลาน้อยแล้วยังเหมาะกับมื้อเช้าสุด ๆ เพราะเราจะอบแซนด์วิชให้ร้อน ขนมปังด้านนอกจากกรอบ ๆ กัดลงไปเจอความหอมมันของเนยและชีสยืด ๆ บวกกัยความอร่อยของแฮม โห แค่คิดก็น้ำลายสอแล้วรีบไปดูวัตถุดิบกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบแซนด์วิชแฮมชีส

วิธีทำแซนด์วิชแฮมชีส

ขั้นตอนแรกเราจะนำเนยจืดออกมาพักในอุณหภูมิห้องให้อ่อนนุ่มลงก่อนค่ะ จากนั้นนำเนยมาทาบาง ๆ บนแผ่นขนมปังให้ครบทุกชิ้นเลย ทาแค่ด้านเดียวก็พอนะคะ เสร็จแล้ววางแฮมลงไปบนด้านที่ทาเนย ตามด้วยชีส แล้วนำขนมปังอีกหนึ่งแผ่นมาประกบ จากนั้นนำขนมปังไปอบด้วยเครื่องทำแซนด์วิชประมาณ 2 นาทีเพื่อทำให้แฮมสุกและชีสละลาย จากนั้นนำออกมาจัดเสิร์ฟพร้อมนมสดก็พร้อมทานแล้วจ้า


2. แมคแอนด์ชีส

แมคแอนด์ชีส
แมคแอนด์ชีส

ถัดมาเป็นเมนูเอาใจเด็กอ้วนอย่างแมคแอนด์ชีส เมนูยอดฮิตของเด็กอเมริกันที่ใครได้ชิมก็ต้องหลงรัก นอกจากความอร่อยแล้วเมนูยังเต้มไปด้วยชีสจุก ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาร์เมซานหรือเชดด้าชีสที่ใส่มาแบบจุก ๆ เน้น ๆ บวกกับความหอมของเนยและเนื้อสัมผัสหนึบ ๆ ของมะกะโรนี ทอปด้วยชีสแน่นเอี๊ยดจนแทบมองไม่เห็นเส้นมะกะโรนีที่นำไปอบจนยืดและหอมสุด ๆ ในส่วนของรสชาติแน่นอนว่าจะต้องทั้งหอม มัน มีรสเค็มอ่อน ๆ ของชีสและติดรสเปรี้ยวเบา ๆ ของมัสตาร์ดที่ทำหน้าที่ช่วยให้เมนูนี้กลมกล่อมและไม่เลี่ยนมากจนเกินไป ยิ่งทานร้อน ๆ ควันกรุ่น ๆ นี่สุดจะฟิน

วัตถุดิบแมคแอนด์ชีส

  • เส้นมะกะโรนี
  • เชดด้าชีส
  • พาร์เมซานชีส
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์
  • เนยจืด
  • พาร์สลีย์
  • ดิจองมัสตาร์ด
  • ครีมสด
  • น้ำเปล่า

วิธีทำแมคแอนด์ชีส

เราจะเริ่มจากตั้งหม้อแล้วต้มเส้นมะกะโรนีให้สุกก่อนค่ะ ใช้เวลาประมาณ 5 – 6 นาทีหรือตามที่ข้างกล่องระบุไว้ได้เลย จากนั้นตั้งกระทะหรือหม้อ เปิดไฟอ่อน ๆ แล้วนำเนยลงไปละลายก่อน หลังจากเนยละลายจนกลายเป็นน้ำมันแล้วเราจะค่อย ๆ ใส่แป้งสาลีลงไปทีละนิดแล้วใช้ตะกร้อมือคนไปเรื่อย ๆ จนแป้งสุกและจับตัวเป็นก้อน จากนั้นเติมครีมตามลงไปจนส่วนผสมในกระทะเริ่มเหลวแล้วใส่มัสตาร์ดตามลงไปอีกเล็กน้อย ค่อย ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนครีมเริ่มเดือด จากนั้นหันมาอุ่นเตาอบเตรียมไว้

หลังจากครีมเดือดแล้วเราจะใช้ที่ขูดชีสขูดทั้งพาร์เมซานและเชดด้าชีสแล้วใส่ลงในกระทะพื่ออุ่นให้ชีสละลาย อย่าลืมแบ่งส่วนหนึ่งไว้สำหรับโรยหน้าด้วยนะคะ หลังจากใส่ชีสลงไปแล้วคอยคนไปเรื่อย ๆ จนชีสละลายและยืดแล้วนำเส้นมะกะโรนีใส่ตามลงไปแล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีก่อนชิมเล็กน้อย ถ้ารสชาติจืดเกินไปสามารถเติมเกลือหรือมัสตาร์ดเพื่อเพิ่มรสชาติได้ ได้รสชาติที่ถูกใจแล้วตักส่วนผสมทั้งหมดใส่ภาชนะทนความร้อน แล้วโรยหน้าด้วยชีสอีกครั้งก่อนนำเข้าเตาอบ เปิดเฉพาะไฟบน ใช้ไฟแรงสุดประมาณ 5 นาที เพื่อทำให้ชีสละลาย จากนั้นนำออกมาโรยหน้าด้วยพาร์สลีย์เล็กน้อยแล้วจัดเสิร์ฟตอนร้อน ๆ


3. โปเตโต้กราแตงส์

โปเตโต้กราแตงส์
โปเตโต้กราแตงส์

สายสเต๊กต้องห้ามพลาดเมนูนี้เด็ดขาด! โปเตโต้กราแตงส์เป็นเมนูเครื่องเคียงจากประเทศฝรั่งเศสที่มักจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อสเต๊กแบบมีเดียมแรร์ หูยยย แค่คิดก็ฟินแล้วค่ะ สำหรับโปเตโต้การแตงส์จะเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยแป้งและไขมันเนื่องจากส่วนผสมหลักจะมีแค่มันฝรั่งและชีส รสชาติจะมีความมัน ๆ เค็ม ๆ อาจจะฟังดูเลี่ยนแต่เมนูนี้เข้ากับเนื้อสเต๊กได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ยิ่งตอนออกจากเตาอบใหม่ ๆ นี่ทั้งหอมและน่าทานสุด ๆ ตัดลงไปจะเห็นมันฝรั่งซ้อนกันเป็นเลเยอร์สวยงาม ยิ่งเราซับมันฝรั่งจนแห้งจะยิ่งช่วยให้มีน้ำออกมาน้อย ครีมและชีสก็จะจะเกาะติดกับแผ่นมันฝรั่ง ตอนตัดออกมามันฝรั่งจะนุ่ม ฉ่ำ และเป็นชิ้นสวยงาม ยิ่งด้านบนที่เราโรยชีสไว้ก็จะกรอบนิด ๆ รับรองว่าเพื่อน ๆ จะต้องถูกใจแน่นอน

วัตถุดิบโปเตโต้กราแตงส์

  • มันฝรั่งหัวใหญ่
  • กระเทียม
  • ใบไธม์สด
  • เกลือป่น
  • พริกไทยป่น
  • มอสซาเรลลาชีส
  • ครีมสด
  • เนยจืด
  • นมสด

วิธีทำโปเตโต้กราแตงส์

ก่อนอื่นต้องนำมันฝรั่งมาล้างให้สะอาดก่อนค่ะ จากนั้นปอกเปลือกให้เกลี้ยงแล้วใช้มีดหรือเครื่องสไลซ์ผักหั่นมันฝรั่งให้เป็นแผ่นบางเท่า ๆ กัน พยายามทำให้มันฝรั่งมีความหนาเท่า ๆ กันนะคะจะได้สุกพร้อมกันค่ะ จากนั้นโรยเกลือบาง ๆ แล้วพักไว้ให้มันฝรั่งคายน้ำออกมาให้มากที่สุด เสร็จแล้วเราจะนำมันฝรั่งมาวางเรียงเป็นชั้นแล้วคั่นด้วยกระดาษเอนกประสงค์เพื่อซับเอาน้ำออกเพราะเราจะต้องทำให้มันฝรั่งมีความชื้นน้อยและแห้งมากที่สุดค่ะ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันสักหน่อยนะคะ สู้ ๆ ค่ะ

หลังจากเรียงมันฝรั่งเสร็จแล้วสิ่งที่เราต้องทำต่อก็คือซอส เราจะนำกระเทียมมาสับให้ละเอียดก่อน จากนั้นตั้งหม้อใบเล็ก ๆ บนเตา เปิดไฟอ่อน ๆ แล้วนำเนยลงไปละลายก่อน จากนั้นนำกระเทียมลงผัดให้เข้ากันแล้วตามด้วยนมสดและครีมสด คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเหลวเป็นเนื้อเดียวกันแล้วปิดเตาพักไว้ ขั้นตอนนี้เราจะใช้ไฟอ่อนและส่วนผสมทั้งหมดจะไม่เดือดนะคะ เอาแค่พอร้อนพอละลายก็พอค่ะ

มาถึงขั้นตอนสำคัญแล้วค่ะ หยิบเอาถาดอบหรือภาชนะทนความร้อนออกมา เลือกแบบที่สวย ๆ หน่อยนะคะเพราะเราจะจัดเสิร์ฟทั้งถาดเลย ค่อยตัดแบ่งตอนทานทีเดียวค่ะ จากนั้นเราจะเริ่มจากเรียงมันฝรั่งรองก้นถาดก่อน วิธีการก็คือเราจะเรียงมันฝรั่งให้ซ้อนกันเล็กน้อย ตอนสุกมันฝรั่งจะได้ติดเป็นแผ่นเดียวกันและดูสวยงามน่ารับประทาน จากนั้นตักซอสที่ทำไว้ราดลงไป ชั้นล่าง ๆ อาจจะใส่ซอสน้อยหน่อยได้นะคะ เสร็จแล้วโรยเกลือและพริกไทยบาง ๆ ให้ทั่ว ตามด้วยใบไธม์อีกนิดหน่อยและชีส เรียงมันฝรั่งทับไว้อีกหนึ่งชั้นและกดให้แน่น ราดรอส โรยเกลือพริกไทย ใบไธม์ ชีส ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเต็มถาด

หลังจากทำจนถึงชั้นสุดท้ายแล้วเราจะยังไม่ใส่ชีสนะคะ จากนั้นหันมาวอร์มเตาอบให้ร้อน ตั้งไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 180 องศาเซลเซียส จากนั้นหยิบฟอยล์ห่ออาหารมาคลุมปิดถาดให้มิดชิดแล้วนำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 1.15 – 1.20 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณของมันฝรั่งค่ะ ระหว่างอบคอยนำถาดออกมาเช็กด้วยนะคะว่ามันฝรั่งสุกนิ่มหรือยัง ถ้ายังไม่สุกสามารถเพิ่มเวลาได้อีกค่ะ แต่ถ้ามันฝรั่งสุกได้ที่แล้วโรยชีสลงไปให้ทั่วและกลบมันฝรั่งจนมิด ใครชอบมากชอบน้อยก็จัดได้เลยค่ะ จากนั้นนำกลับไปอบด้วยอุณหภูมิเท่าเดิม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือจนกว่าชีสจะละลายได้ที่ จากนั้นนำออกมาจัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ


4. ผักโขมอบชีส

ผักโขมอบชีส
ผักโขมอบชีส

เปลี่ยนมาทำเมนูผักเอาไว้หลอกล่อเด็ก ๆ กันบ้างดีกว่า ผักโขมอบชีสเป็นเมนูทางเลือกที่ทั้งอร่อยและมีสีสันน่ารับประทาน เป็นการผสมผสานกันระหว่างผักโขมที่ผ่านการผัดจนนุ่มและไวท์ซอสรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ โรยหน้าด้วยพาร์เมซานและมอสซาเรลลาชีสยืด ๆ นำไปอบจนผิวหน้ากรอบเกรียมนิด ๆ พร้อมกับส่งกลิ่นหอมจนแทบจะห้ามใจไม่ไหว จิ้มส้อมลงไปนี่เจอทั้งชีสยืด ๆ และผักโขมที่ทั้งหอมและนุ่ม ได้รสชาติมัน ๆ หวาน ๆ ของผัก ทานเข้าไปแทบจะไม่รู้เลยว่าอันไหนคือผักอันไหนคือชีส รับรองว่าเมนูนี้ถูกใจทั้งคุณแม่และคุณลูกแน่นอนจ้า เพื่อน ๆ สามารถดูสูตรและวิธีทำเมนูนี้ได้ที่ เมนูจากผัก: ผักโขมอบชีส


5. ชีสบอล

ชีสบอล
ชีสบอล

ถัดมาเป็นเมนูทานเล่นที่ไม่ว่าเด็กตนไหนก็ต้องชอบแน่นอน ชีสบอลเป็นเมนูชีสเน้น ๆ แน่น ๆ ที่ทั้งทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย และสามารถเก็บไว้ได้นานอีกด้วยค่ะ สำหรับเมนูนี้เราจะเลือกใช้มอสซาเรลลาชีสที่สามารถยืดได้เยอะกว่าชีสชนิดอื่น ๆ นำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำแล้วคลุกเกล็ดขนมปังก่อนนำไปทอดจนเหลืองกรอบ ส่วนชีสที่ยังไม่ทอดก็สามารถแช่ฟรีซเก็บไว้ทานได้อีกนานเลย หลังจากทอดจนเป็นสีเหลืองทองแล้วชีสบอลของเราก็จะกรอบ กัดลงไปนี่ชีสยืดไหลเยิ้มสะใจสุด ๆ รสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ เข้ากับมายองเนสหรือซอสมะเขือเทศได้ดีสุด ๆ

วัตถุดิบชีสบอล

  • ไข่ไก่
  • มอสซาเรลลาชีส
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • เกล็ดขนมปังบ่นละเอียด
  • น้ำมันพืช

วิธีทำชีสบอล

วิธีทำขอบอกว่าง่ายแสนง่าย เราจะเริ่มจากนำมอสซาเรลลาชีสออกมาก่อนค่ะ สำหรับคนที่ซื้อชีสแบบขูดมาก็สามารถปั้นเป็นก้อนขนาดตามต้องการได้เลย ส่วนเพื่อน ๆ ที่ซื้อชีสแบบแท่งมาจะใช้ง่ายกว่า เพียงแค่หั่นชีสเป็นแท่งชิ้นขนาดตามต้องการแล้วใช้มือบีบ ๆ ให้กลมแล้วพักไว้ก่อน หันมาตอกไข่ใส่ภาชนะแล้วตีให้เข้ากัน เทแป้งสาลีใส่จาน ตามด้วยเกล็ดขนมปัง จากนั้นนำชีสคลุกไข่ไก่ แป้งสาลี และเกล็ดขนมปังตามลำดับ แนะนำให้บีบเกล็ดขนมปังให้แน่นและคลุมชีสจนทั่วเพราะถ้าคลุมไม่มิดชีสจะไหลออกมาตอนทอดค่ะ

ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางแล้วใส่น้ำมันลงไปจนท่วม แนะนำให้ใช้หม้อทอดแทนกระทะนะคะเพราะหม้อจะทรงสูงกว่า สามารถทอดชีสบอลได้ทั้งลูกแบบไม่เปลืองน้ำมัน หลังจากน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำชีสบอลลงทอดได้เลยค่ะ คอยคนไปเรื่อย ๆ ให้ชีสบอลโดนความร้อนทั่วทุกด้าน หลังจากชีสบอลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองแล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันก่อนจัดเสิร์ฟตอนที่กำลังร้อน ๆ


6. ชีสพิซซ่า

ชีสพิซซ่า
ชีสพิซซ่า

แน่นอนว่ามีชีสก็ต้องมีพิซซ่า! เมนูชีสสุดคลาสสิกที่ใคร ๆ ก็ต้องหลงรัก สำหรับเมนูพิซซ่าวันนี้เราจะลงมือทำเองตั้งแต่ขั้นตอนการนวดแป้งจนกระทั่งนำเข้าเตาอบ ส่วนเพื่อน ๆ ที่ไม่มีเตาอบไฟฟ้าก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะสูตรนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ถึงอุปกรณ์จะเปลี่ยนแต่ขอบอกว่าความอร่อยจะยังอยู่เหมือนเดิม งานนี้จัดหนักจัดเต็มทั้งหน้าพิซซ่าสูตรที่ชอบและชีสเน้น ๆ จุก ๆ ใครอดใจไม่ไหวแล้วตามไปจดสูตรกันได้ที่ เมนูจากหม้อทอดไร้น้ำมัน: พิซซ่า


7. หอยเชลล์อบชีส

หอยเชลล์อบชีส
หอยเชลล์อบชีส

เปลี่ยนมาทานอาหารทะเลกันบ้างดีกว่ากับเมนูหอยเชลล์อบชีส เมนูง่าย ๆ ที่ราคาไม่ค่อยจะเป็นมิตรสักเท่าไหร่หากออกไปทานนอกบ้าน เปลี่ยนจากร้านอาหารไปเข้าห้างสรรพสินค้าซื้อวัตถุดิบมาทำเองที่บ้านกันดีกว่าค่ะ เมนูนี้บอกเลยว่าฟินสุด ๆ เริ่มตั้งแต่การเลือกหอยเชลสด ๆ ตัวโต ๆ เนื้อสีขาวนวลตัดกับไข่สีส้มสวยงาม จากนั้นนำมาทาด้วยเนยที่มีการผสมสมุนไพรเพิ่มกลิ่นหอมเอาไว้ โรยหน้าด้วยชีสแน่น ๆ ก่อนนำเข้าอบจนชีสละลายไหลเยิ้ม ความหวานของหอยสด ๆ เข้ากับรสชาติมัน ๆ เค็ม ๆ ของเนยและชีสได้ดีเลยค่ะ หรือใครจะเพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดอีกนิดก็ไม่ว่ากัน

วัตถุดิบหอยเชลล์อบชีส

  • หอยเชลล์สด
  • กระเทียม
  • พาร์สลีย์สด
  • เนยจืด
  • มอสซาเรลลาชีส

วิธีทำหอยเชลล์อบชีส

ก่อนอื่นต้องนำหอยเชลล์มาล้างทำความสะอาดและขัดเปลือกหอยก่อนค่ะ ส่วนใหญ่แล้วหอยเชลล์ที่ขายในห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาเก็ตต่าง ๆ มักจะมีการทำความสะอาดมาในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเพื่อน ๆ ซื้อหอยมาจากตลาดแบบที่ยังสด ๆ ไม่แกะฝาก็ต้องมาขัดและดึงเอาไส้และถุงทรายออกกันก่อนสักหน่อยค่ะ เพิ่มความฟินตอนทานได้เยอะเลย หลังจากเตรียมหอยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะต้องนำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ตามด้วยพาร์สลีย์ และนำเนยมาพักไว้ในอุณหภูมิห้องให้อ่อนตัวลง

ต่อมาวอร์มเตาอบให้ร้อนเลยจ้า ระหว่างรอนำกระเทียมและพาสลีย์มาผสมกับเนยให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นขูดชีสเตรียมไว้ให้พร้อม นำเนยที่ผสมแล้วโปะลงไปบนหอยแล้วตามด้วยชีส จากนั้นนำเข้าเอาอุณหภูมิประมาณ 200 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 5 – 6 นาทีก็สามารถนำออกมาจัดเสิร์ฟได้แล้วค่ะ หรือใครอยากชิล ๆ จะเปลี่ยนจากเตาอบมาเป็นเตาย่างก็อร่อยเหมือนกันนะคะ


8. ชีสเบอร์เกอร์

ชีสเบอร์เกอร์
ชีสเบอร์เกอร์

ถัดมาเป็นเบอร์เกอร์ยอดฮิตส่งตรงจากประเทศอเมริกา เมื่อพูดถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว นอกจากความหลากหลายทางเชื้อชาติแล้วอาหารฟาสต์ฟู้ดถือว่าเป็นสิ่งแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง และเมนูยอดนิยมที่คุณสามารถทานได้แทบจะทุกตรอกซอกซอยก็คงจะหนีไม่พ้นเบอร์เกอร์เพราะที่นี่ถือว่าจัดหนักจัดเต็มจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส้เนื้อมาแบบเน้น ๆ , เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายและของทอดล้นถาด หรือจะเป็นเบอร์เกอร์เวรี่ดับเบิ้ลที่สูงจนกลัวว่ามันจะพังถล่มลงมา แต่วันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ มาทำเบอร์เกอร์สูตรอเมริกันแท้ ๆ ทานเองที่บ้าน รีบจองตั๋วแล้วบินไปจดวัตถุดิบและวิธีทำได้ที่ เมนูเนื้อนานาชาติ: ชีสเบอร์เกอร์


9. ไก่ทอดดิปชีส

ไก่ทอดดิปชีส
ไก่ทอดดิปชีส

มาถึงเมนูที่หลาย ๆ คนชื่นชอบกันแล้ว ตอนนี้ไก่คลุกซอสเป็นอะไรที่ฮิตมาก ๆ และมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศเกาหลีค่ะ เราจะทอดไก่ให้กรอบนอกนุ่มในแล้วมาคลุกกับซอสที่มีส่วนผสมของซอสโคชูจังและเครื่องปรุงอื่น ๆ จนทั่ว จากนั้นวางบนกระทะร้อนที่เต็มไปด้วยชีสหอม ๆ จุก ๆ ไก่คลุกซอสจะยังกรอบและได้รสชาติเผ็ด หวาน และเปรี้ยวครบรส กัดลงไปเจอกับเนื้อไก่นุ่มชุ่มฉ่ำ ดิปกับชีสร้อน ๆ ยืด ๆ รสชาติมันเค็มของชีสจะช่วยลดความเผ็ดของไก่ ขณะเดียวกันรสชาติของไก่ก็ช่วยลดความเลี่ยนของชีสได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวสุด ๆ

วัตถุดิบไก่ทอดดิปชีส

  • ปีกบนไก่
  • กระเทียม
  • งาขาวคั่ว
  • เกลือป่น
  • พริกไทยป่น
  • มอสซาเรลลาชีส
  • เชดด้าชีส
  • แป้งมันฝรั่ง
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • นมข้นจืด
  • ซอสโคชูจัง
  • ซอสมะเขือเทศ
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำผึ้ง
  • เนยจืด
  • น้ำมันพืช
  • น้ำเปล่า

วิธีทำไก่ทอดดิปชีส

เราเริ่มจากการทอดไก่กันก่อน นำปีกบนไก่มาล้างทำความสะอาด จากนั้นซับน้ำพอหมาดแล้วหมักเกลือพริกไทยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อไก่ค่ะ หลังจากครบเวลาแล้วเราจะผสมแป้งมันฝรั่งและแป้งสาลีเข้าด้วยกันแล้วนำไก่ลงคลุกให้ทั่ว นำมาพักทิ้งไว้ 5 นาทีเพื่อให้แป้งดูความชื้นเล็กน้อย แล้วนำลงคลุกอีกหนึ่งรอบเพื่อให้ผิวสัมผัสกรอบมากขึ้น

หันมาตั้งหม้อ เปิดไฟกลางแล้วใส่น้ำมันลงไปเยอะ ๆ หลังจากน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำไก่ลงทอดจนสุกและผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ๆ เราจะนำไก่ขึ้นมาพักให้หายร้อนก่อนแล้วนำลงไปทอดซ้ำอีกครั้งจนผิวเป็นสีเหลืองทองตามชอบ นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน วิธีนี้จะช่วยให้ไก่ของเรากรอบนานมากขึ้นค่ะ

ไก่ทอดเสร็จเรียบร้อยแล้วเราจะมาทำซอสกันต่อ เริ่มจากผสมโคชู, ซอสหอยนางรม และซอสมะเขือเทศเข้าด้วยกัน จากนั้นสับกระเทียมหยาบ ๆ ใส่ตามลงไป ตามด้วยน้ำผึ้งและน้ำเปล่าแล้วผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้มีรสเผ็ดหวานและหอมน้ำผึ้ง จากนำขึ้นตั้งไฟให้ร้อนแล้วนำไก่ที่ทอดไว้ลงคลุกให้ทั่ว ปิดเตาแล้วพักไก่เอาไว้ก่อนค่ะ

มาถึงพระเอกของเรากันแล้ว ขั้นตอนแรกต้องนำนมข้นจืด, มอสซาเรลลาชีส, เชดด้าชีส และแป้งสาลีมาผสมให้เข้ากันก่อนค่ะ จากนั้นเตรียมกระทะให้ร้อน แนะนำให้ใช้กระทะเทฟล่อนนะคะชีสจะได้ไม่ไหม้ติดกระทะ หลังจากกระทะร้อนดีแล้วนำเนยลงผัดจนละลาย ตามด้วยชีสที่ผสมไว้ คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันและชีสละลายดีแล้วนำไก่ลงมาจัดเรียงให้สวยงามและโรยงาขาวคั่วเล็กน้อยก่อนจัดเสิร์ฟ


10. บาสก์ชีสเค้ก

บาสก์ชีสเค้ก
บาสก์ชีสเค้ก

ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานเอาใจเด็กอ้วนอย่างเราสักหน่อย วันนี้ขอนำเสนอขนมวานสัญชาติสเปนอย่างน้องบาสก์ชีสเค้ก หรือชีสเค้กหน้าไหม้ค่ะ จุดเด่นของน้องคนนี้ก็คือด้านบนของเค้กจะมีสีน้ำตาลคล้ำ ๆ เลยกลายมาเป็นที่มีของชื่อนี่แหละ แต่เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งทำหน้ายี้ เพราะความจริงแล้วน้องก็ไม่ได้ไหม้จนดำปิ๊ดปี่ขนาดนั้นและเจ้ากลิ่นไหม้กลิ่นคาราเมลนี่แหละที่จะช่วยให้ชีสเค้กของเราหอมอร่อย เนื้อเค้กด้านในเนียนนุ่มและหวานปนขมนิด ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมาะกับการนั่งจิบชาหรือกาแฟในยามบ่ายที่มีลมพัดกระทบตัวเบา ๆ เพื่อน ๆ สามารถตามไปดูวิธีทำได้ที่ เมนูของหวานจากไข่: บาสก์ชีสเค้ก






เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 10 เมนูจากชีสที่เรานำมาแบ่งปันในบทความนี้ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะเพราะจริง ๆ แล้วชีสสามารถนำมาทานร่วมกับเมนูอื่น ๆ ได้อีกมากมายหลายชนิดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผัก, ไก่, หมู, อาหารทะเล, ขนมปัง, ไข่ไก่, มันฝรั่ง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือจะเป็นของหวานก็เข้ากันได้เป็นอย่างดีค่ะ แล้วก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าชีสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากไขมันนม ดังนั้นถึงชีสจะอร่อยนัวแค่ไหนก็อย่าลืมหักห้ามใจกันสักหน่อยนะคะ บริโภคแต่น้อยแล้วอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันด้วยน้าาา

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post