10 เมนูขนมหวานจากกาแฟ รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมละมุน คอกาแฟห้ามพลาด!

กาแฟ ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ต้องยอมรับเลยว่าไม่ว่าคุณจะเดินทางไปส่วนไหนของโลก อีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะหาดื่มได้แน่นอนก็คือกาแฟ ซึ่งกาแฟเป็นพืชที่มนุษย์นิยมรับประทานกันมานานหลายพันปีแล้วค่ะ แต่ช่วงแรก ๆ นี่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะคนในสมัยก่อนมักจะทานกาแฟในเชิงยารักษาโรคมากกว่า เนื่องจากเชื่อกันว่าการทานเจ้าพืชเมล็ดแดง ๆ เนี่ยจะทำให้รู้สึกมีพลังและช่วยให้หายเหนื่อยได้ในระดับหนึ่ง เมื่อทานบ่อย ๆ เข้ากาแฟก็เริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่กระจายไปทั่วโลกและเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนตอนนี้ทำให้กิจการหลาย ๆ ประเภทต้องหยุดให้บริการชั่วคราวรวมไปถึงร้านอาหารและคาเฟ่ต่าง ๆ ทำให้คอกาแฟหรือสายคาเฟ่ต้องเปลี่ยนมาหยุดอยู่บ้านเหงา ๆ แทนที่จะได้ออกไปถ่ายรูปดื่มกาแฟอย่างที่เคย และด้วยความที่ต้องอยู่บ้านนานจนรู้สึกเบื่อนี่แหละจึงส่งผลให้เกิดเทรนด์หนึ่งบนโลกโซเชียลและค่อนข้างจะเป็นที่นิยมไม่น้อย และเทรนด์นั้นก็คือการเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นคาเฟ่นั่นเองค่ะ และเมื่อพูดถึงคาเฟ่ นอกจากเครื่องดื่มร้อนเย็นแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือเบเกอรี่ต่าง ๆ ใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นวันนี้เราเลยมาเอาใจคอกาแฟเป็นพิเศษด้วยการรวบรวมสูตรขนมจากกาแฟมาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า




สูตรเมนูขนมหวานจากกาแฟ

1. ทีรามิสุ

ทีรามิสุ
ทีรามิสุ

เริ่มต้นกันที่เมนูกาแฟยอดฮิตอย่างทีรามิสุกันเลยดีกว่าค่ะ เมนูนี้ถึงจะไม่ใช่คอกาแฟก็ต้องตกหลุมรักเพราะนอกจากกลิ่นหอมชวนผ่อยคลายของกาแฟแล้วยังมีกลิ่นของวานิลลาหอม ๆ และผงโกโก้เข้มข้นออนทอป แค่นี่ยังไม่พอเพราะตัดผ่านผงโกโก้ลงไปจะเจอกับชั้นครีมคัสตาร์ดวิปครีมหนานุ่มฟูสุด ๆ ไหนจะฐานบิสกิตหนานุ่มชุ่มกาแฟชวนรับประทานนั่นอีก นอกจากความอร่อยเลอค่าสุด ๆ แล้วเมนูนี้ยังทำง่ายและไม่จำเป็นต้องใช้เตาอบอีกด้วยค่ะ

วัตถุดิบทีรามิสุ

  • ไข่แดง (ไข่ไก่)
  • เลดี้ฟิงเกอร์หรือบิสกิตหนา ๆ
  • ผงกาแฟ
  • ผงโกโก้
  • เจลาตินแผ่น
  • น้ำตาล
  • ชีสมาสคาร์โปเน่
  • วิปปิ้งครีม
  • เหล้ารัม
  • กลิ่นวานิลลา
  • น้ำร้อน

วิธีทำทีรามิสุ

มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ขั้นตอนแรกเรามาเตรียมพิมพ์กันก่อน สำหรับเมนูนี้เราแนะนำให้เพื่อน ๆ ใช้กล่องใส่หรือกล่องทับเปอร์แวร์ที่มีความหนานิดหน่อยนะคะเวลากรุขนมลงพิมพ์และตอนทานจะได้ทานง่ายและยังดูสวยงามอีกด้วยค่ะ ได้กล่องที่พอใจแล้วเรามาเตรียมเอสเพรสโซกันต่อโดยการละลายผงกาแฟกับน้ำร้อนเตรียมไว้ก่อนค่ะ

เรามาเริ่มทำครีมกันต่อดีกว่า นำหม้อขึ้นตั้งเตาแล้วใส่น้ำลงไปพอประมาณ ระหว่างรอน้ำร้อนเราจะนำไข่แดงลงชามผสมตามด้วยน้ำตาลและเหล้ารัม น้ำเดือดดีแล้วนำชามผสมขึ้นวางอังบนหม้อแล้วใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันโดยที่ระวังไม่ให้น้ำในหม้อโดนก้นภาชนะค่ะ คนผสมไปเรื่อย ๆ จนไข่แดงสุกฟูขึ้นและมีสีอ่อนลงเราจะนำชามผสมออกจากหม้อแล้วใช้ตะกร้อมือคนต่อจนอุณหภูมิลดลงจนเกือบเย็นสนิท ระหว่างนี้ให้นำแผ่นเจลาตินแช่น้ำเย็นเตรียมไว้

ส่วนผสมทั้งหมดเย็นลงแล้วเราจะแบ่งใส่ชีสมาสคาร์โปเน่ลงไปครึ่งหนึ่งก่อนแล้วคนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเติมกลิ่นวานิลลาลงไปเล็กน้อยแล้วตามด้วยชีสอีกครึ่งหนึ่ง คนส่วนสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้งจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันเลยค่ะ เสร็จแล้วพักส่วนผสมไว้ก่อนแล้วหันมาเทวิปปิ้งครีมใส่หม้อใบเล็ก ๆ แล้วนำขึ้นตั้งเตาให้วิปครีมพออุ่น หรือใครจะนำไปอุ่นด้วยไมโครเวฟก็ได้เหมือนกันค่ะ วิปปิ้งครีมร้อนได้ที่แล้วนำออกมาพักไว้แล้วหยิบเจลาตินขึ้นมาบีบน้ำออกให้มากที่สุดแล้วนำไปผสมกับวิปครีมร้อน ๆ แล้วคนจนแผ่นเจลาตินละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับวิปครีม จากนั้นเทวิปครีมอีกส่วนใส่ภาชนะแล้วนำไปตีให้ขึ้นฟูแล้วนำวิปครีมที่ละลายเจลาตินไว้ลงผสม ตีรวมกันจนวิปปิ้งครีมทั้งหมดตั้งยอดไม่ต้องถึงกับตั้งยอดแข็งมากนะคะ เอาแต่ตั้งยอดอ่อน ๆ ก็พอแล้วค่ะ วิปครีมได้ที่แล้วนำมาแบ่งผสมกับไข่แดงที่เตรียมไว้ก่อนหน้าแล้วใช้พายตะล่อมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ส่วนนี้เราต้องระวังหน่อยนะคะ อย่าคนบ่อยเกินไปเพราะเดี๋ยววิปครีมจะละลายได้ค่ะ เอาแค่พอเข้ากันก็พอแล้วค่ะ

ส่วนครีมเสร็จแล้วเรามาต่อกันที่ฐาน หยิบกาแฟที่เราละลายไว้ก่อนหน้าพร้อมกับพิมพ์ขนมออกมาค่ะ จากนั้นนำเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มกาแฟให้ทั่วแล้วกรุลงในพิมพ์ให้ทั่วเพื่อทำเป็นฐาน สำหรับเลดี้ฟิงเกอร์เราจะจุ่มแล้วเอาขึ้นเลยนะคะไม่แช่ไว้นานเดี๋ยวขนมจะเปื่อยยุ่ยหมด กรุขนมจนเต็มแล้วเราจะตักครีมที่ทำไว้ก่อนหน้าใส่ลงไปพอประมาณแล้วเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน จากนั้นนำขนมจุ่มกาแฟแล้ววางทับลงไปอีกชั้นแล้วปิดท้ายด้วยครีมทั้งหมดที่เหลือ โปะลงไปหนา ๆ แล้วเกลี่ยให้หน้าเรียบเนียนเลยค่ะ เสร็จแล้วแช่เย็นทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อรอให้ครีมและส่วนผสมทั้งหมดเซตตัวแล้วโรยหน้าด้วยผงโกโก้หนา ๆ ก่อนจัดเสริ์ฟพร้อมพิมพ์


2. เค้กโรลกาแฟ

เค้กโรลกาแฟ
เค้กโรลกาแฟ

มาต่อกันที่เค้กโรล เบอเกอรี่ยอดฮิตที่หลายคนมักจะนำมาทานพร้อมกาแฟ สูตรนี้เป็นโรลกาแฟหอม ๆ พร้อมครีมนุ่มละมุน เราจะเลือกใช้ผงกาแฟสำเร็จรูป 3 อิน 1 ที่มีส่วนผสมของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อารากิบ้าเพราะสายพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมละมุ่น ไม่มีรสชาติเปรี้ยวและความขมก็ไม่มากจนเกินไปด้วยค่ะ นำมาผสมเป็นแป้งเค้กเนื้อเนียนนุ่มและครีมสดฟู ๆ หวาน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมละมุนติดปาก คอกาแฟต้องชอบแน่นอน

วัตถุดิบเค้กโรลกาแฟ

  • ไข่ไก่
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำตาลไอซิ่ง
  • แป้งเค้ก
  • แป้งข้าวโพด
  • ผงฟู
  • ครีมออฟทาร์ทาร์หรือน้ำมะนาว
  • กาแฟชนิด 3 อิน 1
  • วิปปิ้งครีม
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช
  • กลิ่นกาแฟ
  • สีผสมอาหารสีน้ำตาล

วิธีทำเค้กโรลกาแฟ

เรามาทำแป้งเค้กกันก่อนดีกว่าค่ะ เริ่มจากแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกันก่อน จากนั้นนำไข่แดงมาตีผสมกับน้ำตาลทรายจนละลายเป็นเนื้อเดียวกันก่อนแล้วเติมน้ำ, น้ำมันพืช และกลิ่นกาแฟตามลงไป ตีผสมให้เข้ากันอีกครั้งแล้วพักไว้ก่อนค่ะ หันมาผสมแป้งเค้ก, ผงฟู และผงกาแฟลงในภาชนะอีกหนึ่งใบแล้วร่อนด้วยตะแกรงประมาณ 2 รอบเพื่อทำให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันพอประมาณแล้วนำไปร่อนลงบนไข่ที่ตีไว้ก่อนหน้าอีกครั้ง เติมสีผสมอาหารเพิ่มสีสันลงไปอีกหน่อยจนแป้งเค้กมีสีเข้มตามชอบ จากนั้นใช้ไม้พายตะล่อมส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกันค่ะ พยายามอย่าตะล่อมมากจนเกินนะคะ เอาแค่พอเข้ากันก็พอแล้ว

พักแป้งไว้ก่อนแล้วหันมาตีไข่แดงกับครีมออฟทาร์ทาร์ให้ขึ้นฟองก่อนค่ะ จากนั้นใส่แป้งข้าวโพดแล้วตามด้วยน้ำตาลทราย ค่อย ๆ แบ่งใส่น้ำตาลทรายทีละนิดเพื่อช่วยให้น้ำตาลละลายได้ง่ายขึ้นและไข่ไม่แยกตัวแล้วตีต่อจนฟองละเอียดพอประมาณ เสร็จแล้ววอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180℃ แล้วนำกระดาษไขมากรุรองพิมพ์สี่เหลี่ยมเตรียมไว้ หันมาแบ่งไข่ขาวที่ตีไว้ออกเป็นสามส่วนแล้วค่อย ๆ นำมาผสมกับไข่แดงที่ตีไว้ทีละส่วนจนหมด ตะล่อมให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทลงบนพิมพ์และเคาะไล่อากาศนิดหน่อย ปาดหน้าแป้งให้เรียบเนียนแล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180℃ เปิดไฟบนล่างใช้เวลาประมาณ 12 นาทีค่ะ เค้กสุกดีแล้วนำออกมาลอกเอากระดาษไขออกแล้วคลุมผ้าขาวบางไว้ก่อนพักจนหายร้อน

ระหว่างรอเค้กหายร้อนเรามาเตรียมวิปครีมสดกันต่อเลยดีกว่า เริ่มจากนำกาแฟมาผสมกับน้ำจนได้เอาเพรสโซ่เข้มข้นก่อนค่ะ จากนั้นนำน้ำกาแฟมาผสมกับวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งแล้วนำไปตีจนขึ้นฟูและตั้งยอดแข็ง นำเค้กที่หายร้อนแล้วมาวางบนโต๊ะแล้วปาดครีมที่ตีไว้ลงไปแล้วปาดให้เรียบเสมอกัน กะให้มีความหนาพอประมาณนะคะไม่ต้องหนาจนเกินไปแล้วจัดการม้วนเค้กให้เป็นโรล ใช้ครีมที่เหลือปิดด้านข้างให้ทั่วแล้วห่อด้วยฟิล์มพลาสติกให้แน่น นำไปแช่เย็นประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จนครีมและเค้กเซตตัวค่อยนำมาหั่นชิ้นเสิร์ฟค่ะ


3. ไอศครีมกาแฟ

ไอศครีมกาแฟ
ไอศครีมกาแฟ

เมืองร้อนอย่างเราจะพลาดไอศครีมเย็นชื่นใจไปได้อย่างไรใช้ไหมคะ ไหน ๆ มาในธีมเมนูกาแฟแล้วเรามาทำไอศครีมกาแฟทานสักหน่อย ไอศครีมสูตรโฮมเมดของเรามีส่วนผสมน้อยและวิธีการทำง่ายเหมือนเดิมค่ะ ที่สำคัญคือสูตรนี้ปลอดภัยไร้สารกันบูด เพียงแค่เพื่อน ๆ มีกาแฟ, วิปปิ้งครีม และนมข้นหวานก็สามารถเสกไอศครีมแสนอร่อยได้แล้ว นอกจากความหอมและรสชาติกาแฟเข้มข้นแล้วเพื่อน ๆ สามารถเติมช็อกโกแลตชิพเพิ่มความกรอบอร่อยได้เช่นกันนะคะ

วัตถุดิบไอศครีมกาแฟ

วิธีทำไอศครีมกาแฟ

วิธีการทำง่ายสุด ๆ ไปเลยค่ะ ขั้นตอนแรกเราจะละลายผงกาแฟด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วเพิ่มความหวานด้วยนมข้นหวาน ใครชอบความเข้มข้นมากน้อยแค่ไหนก็สามารถเลือกได้ตามชอบเลยนะคะ ได้ซอสกาแฟเข้มข้นมาแล้วเราจะนำวิปปิ้งครีมที่แช่ไว้เย็นจัดมาตีด้วยตะกร้อมือหรือตะกร้อไฟฟ้าจนขึ้นฟูเล็กน้อยแล้วนำซอสกาแฟลงมาผสม จากนั้นตีวิปครีมต่อจนขึ้นฟูแล้วเทใส่ภาชนะที่ต้องการแล้วนำไปแช่ช่องแข็งหรือช่องฟรีซ คอยนำออกมาคนทุก ๆ 2 ชั่วโมงจนกว่าไอศครีมจะเซตตัวค่ะ


4. ลาเต้พานาคอตตา

ลาเต้พานาคอตตา
ลาเต้พานาคอตตา

ถัดมาเป็นพานาคอตตา ขนมหวานสัญชาติอิตาลีที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชอบ พานาคอตตาเป็นเมนูยอดฮิตประจำคาเฟ่แนวอิตาลีเลยค่ะ แต่วันนี้เราไมจำเป็นต้องออกไปต่อแถวซื้อให้เสียเวลาเพราะพานาคอตตาสูตรที่เรานำมาฝากนั้นทั้งง่ายและใช้วัตถุดิบน้อย รอกจากวิธีการทำจะไม่ซับซ้อนแล้วรสชาติยังอร่อยสุด ๆ อีกด้วย เพื่อน ๆ ลองจินตนาการถึงชั้นครีมเจลลีวานิลลานุ่ม ๆ รสชาติหอมหวานกับครีมลาเต้รสชาติอร่อยกลมกล่อมดูสิคะ นั่นแหละคือความฟินที่เราจะนำมาแบ่งเพื่อน ๆ

วัตถุดิบลาเต้พานาคอตตา

  • ผงกาแฟ
  • ผงเจลาติน
  • วิปปิ้งครีม
  • กลิ่นวานิลลา
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำเปล่า
  • นมสด

วิธีทำลาเต้พานาคอตตา

ก่อนอื่นเราจะเริ่มจากชั้นนมสดกันก่อนดีกว่า นำผงเจลลาตินมาผสมกับน้ำพอประมาณเตรียมไว้เพื่อให้เจลาตินพองตัวขึ้นค่ะ ระหว่างนั้นเราจะเทวิปปิ้งครีมใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ตามด้วยน้ำตาลและกลิ่นวานิลลา คอยคนจนน้ำตาลละลายดีและวิปปิ้งครีมเริ่มอุ่นขึ้นแล้วเราจะนำเจลาตินที่ตรียมไว้ลงไปผสม ขั้นตอนนี้จะต้องตั้งไฟอ่อนไปเรื่อย ๆ และห้ามไม่ให้วิปปิ้งครีมเดือดเด็ดขาดเลยนะคะ เจลาตินละลายดีแล้วยกลงมาคนให้ความร้อนลดลงอีกหน่อยแล้วนำแก้วหรือภาชนะที่จะใช้ใส่วางเอียง ๆ แล้วเทครีมที่ทำไว้ลงไปในปริมาณตามชอบแล้วนำแช่ตู้เย็นทิ้งไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงจนครีมเซตตัวเลยค่ะ

ครีมเซตตัวดีแล้วเรามาทำชั้นลาเต้กันต่อดีกว่า เริ่มจากผสมผงเจลาตินกับน้ำเปล่าเตรียมไว้ก่อน เสร็จแล้วหันมาละลายผงกาแฟด้วยน้ำร้อนเล็กน้อยจนได้กาแฟเข้มข้น จากนั้นเทวิปปิ้งครีมใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนเหมือนเดิม รอจนวิปปิ้งครีมเริ่มอุ่นแล้วเราจะตามด้วยน้ำตาลทราย, นมสด, กาแฟ และเจลาติน คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดีแล้วลองชิมรสชาติเล็กน้อยค่ะ ถ้ามีความเข้มข้นตามชอบแล้วปิดเตาได้เลย จากนั้นคนให้ลาเต้ของเราหายร้อนเล็กน้อยแล้วนำมาเทใส่แก้วที่เราทำไว้ก่อนหน้าจนเต็ม นำกลับไปแช่เย็นจนเซตตัวอีกครั้งก่อนจัดเสิร์ฟ


5. เครปเค้กกาแฟ

เครปเค้กกาแฟ
เครปเค้กกาแฟ

เครปเค้กก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ฮิตไม่แพ้กันเพราะความนุ่มละมุนของครีมที่สลับกับแป้งเครปแผ่นบาง ๆ มันช่างเข้ากันสุด ๆ สำหรับสูตรวันนี้จะเป็นเครปเค้กกาแฟรสชาติหอมมันเข้มข้น โดยเราจะเลือกให้รสชาติขม ๆ ของกาแฟไปอยู่ที่แผ่นเครปแล้วตัดรสชาติด้วยวิปครีมรสชาติหวานมันและหอมนมอ่อน ๆ ปาดสลับกันไปเรื่อย ๆ แล้วปิดท้ายด้วยผงโกโก้เข้มข้น ยิ่งนำมารับประทานพร้อมชาร้อน ๆ จะเข้ากันมากเลยค่ะ แผ่นเครปจะออกรสขมหน่อยและได้ความนุ่มหวานของวิปครีมเข้ามาช่วย หืมฟินสุด ๆ

วัตถุดิบเครปเค้กกาแฟ

  • ไข่ไก่
  • ผงโกโก้
  • ผงกาแฟ
  • เนยจืด
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำตาลไอซิ่ง
  • ผงฟู
  • นมสด
  • วิปปิ้งครีม
  • กลิ่นวานิลลา

วิธีทำเครปเค้กกาแฟ

มาทำแป้งเครปกันเลยดีกว่า เริ่มจากอุ่นเนยให้ละลายก่อนค่ะ จากนั้นตอกไข่ใส่ภาชนะแล้วตามด้วยนมสด, น้ำตาลทราย และผงฟูเล็กน้อย ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันก่อนและเช็กให้น้ำตาลละลายดี หลังจากน้ำตาลละลายดีแล้วเราจะร่อนแป้งสาลีและผงกาแฟผ่านตะแกรงลงในภาชนะผสมแล้วตามด้วยเนยละลาย คนผสมทุกอย่างให้เข้ากันอีกครั้งและแน่ใจว่าแป้งละลายดีแล้ว ไม่จับเป็นก้อน สำหรับความเหลวกะไม่ให้ข้นหนืดมากจนเกินไปก็ใช้ได้แล้วค่ะ เสร็จแล้วพักแป้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง

ครบเวลาแล้วนำแป้งออกมาพักอีก 10 นาทีแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง หันมาตั้งกระทะบนเตาแล้วเปิดไฟอ่อน ๆ แนะให้ใช้กระทะเทฟล่อนนะคะจะลอกแป้งได้ง่ายกว่า กระทะร้อนแล้วทาเนยบาง ๆ แล้วตักแป้งหยอดลงไปตรงกลาง จานั้นหยิบกระทะแล้วควงไปมาจนแป้งกระจายเป็นแผ่นทั่วกระทะ ทอดจนสุกทั้ง 2 ด้านแล้วนำออกมาพักบนตะแกรง จากนั้นทำต่อจนได้จพนวนแผ่นตามต้องการได้เลยค่ะ ก่อนตักแนะนำให้คนแป้งและเช็ดกระทะก่อนทุกครั้งนะคะ ส่วนระหว่างชั้นจะคั่นด้วยกระดาษไขกันติดก็ได้ค่ะ พักแป้งให้หายร้อน

ระหว่างรอแป้งหายร้อนมาทำไส้กันต่อ วิธีการก็ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ นำวิปปิ้งครีมที่แช่เย้นจัดมาเทใส่ภาชนะแล้วใช้ตะกร้อไฟฟ้าตีให้พอขึ้นฟู จากนั้นเติมน้ำตาลไอซิ่งและกลิ่นวานิลลาจนได้ความหวานตามชอบ ตีต่อจนวิปครีมตั้งยอดแข็งก็เป็นอันใช้ได้ จากนั้นนำแผ่นเครปมาวางเป็นฐานแล้วตักวิปครีมปาดลงไปให้ทั่วแล้วตามด้วยแผ่นเครป ทำสลับไปเรื่อย ๆ จนได้ความสูงตามต้องการโดยชั้นล่างอาจจะปาดครีมบางหน่อยแล้วค่อยไปเพิ่มความหนาเอาช่วงกลาง ๆ ทำจนครบแล้วนำไปแช่เย็นให้เซตตัวประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนนำออกมาโรยผงโกโก้และตัดเสิร์ฟ


6. บราวนี่คอฟฟี่

บราวนี่คอฟฟี่
บราวนี่คอฟฟี่

ใครเบื่อบราวนี่สูตรธรรมดาลองเปลี่ยนมาทำบราวนี่คอฟฟี่ดูค่ะ สูตรนี้นอกจากความเข้มข้นของผงโกโก้แล้วยังได้ความขมและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟเข้ามาช่วยเพิ่มความอร่อย สูตรนี้จะเป็นชิววี่บราวนี่ที่ใช้วัตถุดิบน้อยและหาซื้อได้ไม่ยาก วัตถุดิบว่าน้อยแล้ววิธีการทำยังง่ายสุด ๆ อีกด้วย ส่วนรสชาตอจะมีความขม เข้ม และปนหวานเบา ๆ ค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานหวานมากนัก

วัตถุดิบบราวนี่คอฟฟี่

  • ไข่ไก่
  • เนยเค็ม
  • ผงกาแฟ
  • ผงโกโก้
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ

วิธีทำบราวนี่คอฟฟี่

ก่อนอื่นวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180 ℃ จากนั้นหันมาละลายเนยใส่ภาชนะผสมแล้วตามด้วยน้ำตาลทรายแล้วตีให้เข้ากันก่อน หลังจากน้ำตาลและเนยเข้ากันดีแล้วเราจะตอกไข่ตามลงไปและใส่ผงกาแฟเล็กน้อยแล้วตีให้เข้ากันอีกครั้งค่ะ ส่วนผสมในภาชนะเข้ากันดีแล้วเราจะร่อนผงโกโก้และแป้งสาลีตามลงไป โรยเกลือเล็กน้อยแล้วใช้ไม้พายตะล่อมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จแล้วเทใส่พิมพ์ที่รองด้วยกระดาษไขแล้วนำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 180 ℃ ใช้เวลา 30 – 40 นาที จากนั้นนำออกมาพักให้หายร้อนแล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นค่ะ ใครสนใจอยากทำบราวนี่จากหม้อทอดไร้น้ำมันก็สามารถเข้าไปอ่านวิธีทำได้จากลิ้งก์ที่ทิ้งไว้เลยค่ะ


7. คัพเค้กกาแฟ

คัพเค้กกาแฟ
คัพเค้กกาแฟ

เปลี่ยนมาทำคัพเค้กใบจิ๋วกันบ้าง เพื่อน ๆ ที่ชอบทานเค้กกาแฟสามารถใช้สูตรนี้ได้เช่นเดียวกันค่ะ สำหรับเค้กกาแฟของเราจะมรเนื้อเค้กนุ่มฟู หอมกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ และมีรสชาติหวานนิด ๆ ในส่วนของวัตถุดิบและวิธีทำบอกเลยว่าง่ายกว่าที่คิด ใช้เวลาไม่นานคัพเค้กหอมกรุ่นก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ รับรองว่าถ้าได้ลองทำสักรั้งแล้วจะต้องติดใจจนทำซ้ำบ่อย ๆ แน่นอน

วัตถุดิบคัพเค้กกาแฟ

  • ไข่ไก่
  • แป้งเค้ก
  • ผงฟู
  • น้ำตาลทราย
  • กาแฟสำเร็จรูป
  • เกลือ
  • เนยจืดนมสด
  • กลิ่นวานิลลา

วิธีทำคัพเค้กกาแฟ

ก่อนอื่นวอร์มเตาอบไว้ที่ 180 ℃ เตรียมไว้เหมือนเดิมค่ะ เสร็จแล้วนำแป้งเค้กมาผสมกับผงฟูและเกลือแล้วร่อนประมาณ 2 รอบเพื่อทำให้ส่วนผสมเข้ากัน นำนมมาผสมกับผงกาแฟแล้วคนให้เข้ากันเตรียมไว้ จากนั้นนำเนยและน้ำตาลใส่ภาชนะแล้วใช้ตะกร้อมือตีจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันและฟูขึ้น เนยและน้ำตาลเข้ากันดีแล้วค่อย ๆ ใส่ไข่ลงไปทีละฟองจนเหลวขึ้นเล็กน้อย จากนั้นปรับตะกร้อเป็นสปีดต่ำสุดแล้วตีไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็สลับเทแป้งกับนมกาแฟลงภาชนะไปเรื่อย ๆ จนหมดและส่วนผสมทั้งหมดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นตักแป้งใส่พิมพ์ประมาณ ¾ ของพิมพ์แล้วนำเข้าตบอบอุณหภูมิเท่าเดิม ใช้เวลาประมาณ 25 นาทีหรืออบจนกระทั่งเค้กสุกฟู เสร็จแล้วนำออกมาพักจนเย็นสนิทแล้วค่อยนำออกมาเสิร์ฟค่ะ


8. พุดดิ้งดัลโกน่า

พุดดิ้งดัลโกน่า
พุดดิ้งดัลโกน่า

เปลี่ยนจากดัลโกน่าคอฟฟี่ธรรมดา ๆ มาเป็นดัลโกน่าคอฟฟี่บ้างดีกว่า สำหรับดัลโกน่าคอฟฟี่คือการนำกาแฟมาผสมแล้วตีให้เป็นฟองครีมหนานุ่มแล้ววางบนนมสดเย็นค่ะ เมนูนี้เป็นเมนูที่ฮิตมากในประเทศเกาหลี แต่วันนี้เราเปลี่ยนจากนมสดเย็นมาเป็นพุดดิ้งนมสดเด้งดึ๋ง สำหรับพุดดิ้งของเราจะมีรสชาติหวานมัน เข้ากับฟองกาแฟรสชาติขม ๆ อมหวานนิด ๆ สุด ๆ ใครยังไม่เคยลองต้องรีบไปจดสูตรกันเลย

วัตถุดิบพุดดิ้งดัลโกน่า

  • ผงกาแฟสำเร็จรูป
  • น้ำตาลทราย
  • ผงเจลาติน
  • นมสด
  • น้ำเปล่า

วิธีทำพุดดิ้งดัลโกน่า

วิธีทำง่ายยิ่งกว่าง่ายค่ะเพื่อน ๆ เราจะเริ่มทำพุดดิ้งกันก่อน ขั้นตอนแรกนำผงเจลาตินมาผสมน้ำเตรียมไว้ก่อน ต่อมาเทนมสดลงในหม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ รอจนนมเริ่มอุ่นขึ้นแล้วนำน้ำตาลทรายลงผสมกะให้นมมีรสชาติหวานตามชอบ คนต่อจนน้ำตาลละลายดีแล้วนำผงเจลาตินที่แช่ไว้มาผสมแล้วคนต่อจนเจลาตินละลายดีค่ะ โดยระหว่างนี้ห้ามไม่ให้นมเดือดนะคะ กะแค่อุ่น ๆ ร้อน ๆ ก็พอแล้ว เจลาตินละลายแล้วยกลงจากเตาแล้วพักให้หายร้อนเล็กน้อยก่อนเทลงพิมพ์รูปร่างตามต้องการแล้วแช่เย็นจนเซตตัว พุดดิ้งเซตตัวดีแล้วเรามาทำดัลโกน่ากันต่อ เริ่มจากผสมผงกาแฟกับน้ำเปล่าในอัตรา 1:1 แล้วเติมน้ำตาลลงไปอีกเล็กน้อยขึ้นอยู่กับระดับความหวานที่ชอบเลยค่ะ จากนั้นคนจนส่วนผสมทั้งหมดกลายเป็นเนื้อครีมแล้วใช้ตะกร้อมือหรือตะกร้อไฟฟ้าตีจนส่วนผสมกลายเป็นฟองครีม ตักฟองมาทอปบนพุดดิ้งที่ทำไว้แล้วจัดเสิร์ฟได้เลยจ้า


9. คุกกี้กาแฟ

คุกกี้กาแฟ
คุกกี้กาแฟ

หลังจากที่สอนทำคุกกี้เนยสดจากหม้ออบลมร้อนกันแล้วมาทำคุกกี้รสกาแฟเก็บไว้ทานเล่นบ้างดีกว่า สำหรับสูตรนี้เป็นคุกกี้กาแฟสูตรกรอบที่บอกเลยว่าหอมอร่อยสุด ๆ สำหรับคุกกี้นี่สามารถเก็บไว้ทานได้นานและจะทานกับอะไรก็อร่อยค่ะ เราจะนำผงกาแฟมารวมกับแป้งสาลีและวัตถุดิบสำหรับทำคุกกี้ หลังจากตีผสมจนเข้ากันดีแล้วนำมาบีบเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามต้องการ ตรงนี้แหละคือความสนุกของการทำคุกกี้ ใครชอบรูปไหนหรืออยากบีบเป็นอะไรก็จัดไปได้เลยค่ะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมครอบครัวได้เลย

วัตถุดิบคุกกี้กาแฟ

  • ไข่ไก่
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • เนยเค็ม
  • เนยขาว
  • ผงกาแฟ
  • น้ำตาลไอซิ่ง
  • ผงฟู
  • เกลือป่น
  • กลิ่นกาแฟ

วิธีทำคุกกี้กาแฟ

วอร์มเตาอบอุณหภูมิ 180 ℃ เตรียมไว้ค่ะ เสร็จแล้วใส่เนยเค็มลงในภาชนะแล้วตีจนเนยนุ่มลงและฟูขึ้น จากนั้นใส่น้ำตาลไอซิ่ง, เนยขาว และเกลือเล็กน้อย ตีต่อจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันและฟูขึ้นแล้วใส่ไข่ไก่ตามด้วยกลิ่นกาแฟ จากนั้นร่อนแป้งสาลี, ผงกาแฟ และผงฟูให้เข้ากันประมาณ 2 – 3 รอบแล้วค่อย ๆ ตักใส่ภาชนะที่ตีเนยไว้แล้วตีต่อด้วยความเร็วต่ำสุดจนส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นตักแป้งใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบแล้วบีบลงบนถาดที่รองด้วยกระดาษไขเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามต้องการ นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 180 ℃ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นนำออกมาพักให้หายร้อนแล้วแกะใส่ภาชนะเก็บไว้ค่ะ


10. บานอฟฟี่พาย

บานอฟฟี่
บานอฟฟี่

ปิดท้ายด้วยบานอฟฟี่พายหอม ๆ วิปครีมจุก ๆ จริง ๆ แล้วเมนูนี้ทำง่ายมาก ๆ เลยค่ะเพราะส่วนที่ยากที่สุดมีแค่การทำคาราเมลเท่านั้นเอง สูตรนี้เราจะเปลี่ยนวิปครีมธรรมดาเป็นวิปครีมกาแฟเพิ่มความเข้มข้นสักเล็กน้อย กรุฐานด้วยแครกเกอร์กรุบ ๆ ตามมาด้วยกล้วยหอมผลโตเนื้อเนียน ใช้ซอสคาราเมลชาติหวานและหอมกลิ่นไหม้นิด ๆ คั่นกลาง โปะด้วยวิปกาแฟและผงโกโก้แน่น ๆ หืมมม แค่คิดก็ฟินสุด ๆ แล้ว

วัตถุดิบบานอฟฟี่พาย

  • กล้วยหอม
  • กาแฟสำเร็จรูป
  • ผงโกโก้
  • เนยจืด
  • แครกเกอร์
  • น้ำตาลทราย
  • นมข้นหวาน
  • วิปปิ้งครีม
  • น้ำเปล่า

วิธีทำบานอฟฟี่พาย

มาเริ่มกันที่ฐานเลยค่ะ ขั้นตอนแรกเราจะละลายเนยด้วยไมโครเวฟก่อน ระหว่างนั้นนำแรกเกอร์มาบดให้ละเอียดแล้วนำมาผสมกับเนย ถ้าแครกเกอร์ที่เพื่อน ๆ ซื้อมาไม่ผสมเกลือสามารเพิ่มเกลือได้นิดหน่อยหรือเปลี่ยนมาใช้เนยเค็มแทนนะคะ ผสมแครกเกอร์บดกับเนยให้เข้ากันจนมีลักษณะคล้ายทรายเปียกแล้วนำมากรุลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ให้ทั่วแล้วใช้ก้นแก้วกดให้แน่นเลยค่ะ พักไว้ในตู้เย็นให้เซตตัวก่อน

ระหว่างนี้เรามาทำซอสคาราเมลกันต่อเลย เริ่มจากตักน้ำตาลและน้ำเปล่าเล็กน้อยใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน แนะนำให้ใช้น้ำตาลทรายแดงนะคะสีจะสวยกว่าน้ำตาลทรายขาว รอไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำตาลจะละลายเอง ระหว่างนี้ห้ามคนเด็ดขาดนะคะรอให้น้ำตาลละลายเอง ถ้าน้ำตาลละลายไม่เท่ากันให้ใช้วิธีเอียงหม้อแทนค่ะ ระหว่างนี้ก็เทวิปปิ้งครีมส่วนหนึ่งนำเข้าไปอุ่นด้วยไมโครเวฟเตรียมไว้ น้ำตาลละลายดีแล้วปิดเตาแล้วใส่นมข้นหวานกับวิปปิ้งครีมร้อนลงไปค่ะ คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันและเหนียวข้นขึ้นก็ใช้ได้แล้ว พัไว้ก่อน

หันมาเทวิปปิ้งครีมเย็น ๆ ลงในภาชนะแล้วตามด้วยผงกาแฟเล็กน้อย จากนั้นใช้ตะกร้อไฟฟ้าตีจนวิปปิ้งครีมขึ้นฟูและตั้งยอดแข็งเลยค่ะ นำไปแช่เย็นไว้ก่อนแล้วหยิบฐานพายที่ทำไว้ออกมาแล้วทาคาราเมลลงไปสักหน่อย ปอกกล้วยแล้ววางเรียงลงไปจนแน่น ใครจะหั่นครึ่ง, หั่นเป็นเเว่น หรือใช้ทั้งลูกก็เลือกได้ตามสบายเลย อัดกล้วยจนแน่นแล้วนำคาราเมลมาราดทับอีกชั้นแล้วตามด้วยวิปครีมที่ตีไว้ อัดให้แน่น ปาดหน้าให้เรียบแล้วนำไปแช่เย็นให้เซตตัวอีกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จากนั้นนำออกมาโรยผงโกโก้ให้ทั่วก่อนจัดเสิร์ฟค่ะ





เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 10 สูตรขนมจากกาแฟที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ในบทความนี้ แต่ละสูตรนี่น่าทำน่าสนใจทั้งนั้นเลยนะคะ และทางเราก็หวังว่าสูตรขนมที่นำมาฝากจะช่วยให้เพื่อน ๆ หายคิดถึงคาเฟ่ได้ไม่มากก็น้อยน้าาาา แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะคะเพราะนอกจากสูตรขนมจากกาแฟแล้วเรายังมีบทความแนะนำสูตรขนอีกเยอะเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนมไทย, ขนมจากไข่, ขนมไร้แป้ง, ขนมที่ไม่ต้องใช้เตาอบก็มีให้แทบจะครบครัน ถ้าเพื่อน ๆ สนใจสามารถกดลิงก์เข้าไปดูสูตรขนมอร่อย ๆ ได้เลยนะคะ รับรองว่าถูกใจแนนอนค่ะ ส่วนวันนี้ต้งขอตัวไปเคลียร์ห้องครัวก่อนแล้ว ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post