สูตรเมนูอาหารเจ ทั้งของคาว ของหวาน อิ่มบุญ อิ่มใจ ครบทั้ง 9 วัน

ใกล้จะถึงเทศกาลถือศีลกินเจอีกครั้งแล้วนะคะ ซึ่งเทศกาลถือศีลกินเจจะเป็นเทศกาลสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีนและคนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิม ที่จะมาร่วมกันทำบุญทำทานและงดเว้นการทานเนื้อสัตว์ รวมถึงมีการทำพิธีเคารพเทพเจ้าต่าง ๆ ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

และอีกหนึ่งสีสันและความพิเศษของเทศกาลถือศีลกินเจคือ “อาหารเจ” ที่มีความหลากหลายและไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ ซึ่งเมื่อพูดถึงอาหารเจทีไร คนที่ไม่ได้ทานเจส่วนใหญ่ก็มักจะส่ายหน้า และติดอิมเมจว่าอาหารเจจะต้องจืด จะต้องมีแต่แป้ง มีแต่เส้นบะหมี่ และเป็นเมนูที่มีน้ำมันเยิ้ม ๆ ใช่มั้ยคะ?

แต่ขอบอกเลยว่าอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองทานดูแล้วจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วอาหารเจเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ มีรสชาติเบา ๆ แต่อร่อยเฉพาะตัว ไม่ได้น่าเบื่อย่างที่คิดค่ะ และในบทความนี้เราได้นำสูตรอาหารเจอร่อย ๆ มาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีกด้วย

เทศกาลกินเจคืออะไร? ต้องกินเจกี่วัน? ทำไมกินเจถึงได้บุญ?

การกินเจเป็นเทศกาลหรือประเพณีสำคัญของชาวจีนหรือชาวไทยเชื้อสายจีน อย่างที่เราทราบกันดีว่าการกินเจคือการงดทานเนื้อสัตว์และทุกอย่างที่มีส่วนประกอบของสัตว์ รวมไปถึงการนุ่งขาวห่มขาวและรักษาศีล ส่วนสาเหตุที่จะต้องทานเจก็ยังคลุมเครือเพราะมีตำนานเล่าขานเยอะแยะมากมาย บ้างก็ว่าเพื่อเป็นการรำลึกถึงนักรบหงี่หั่วท้วงที่ต่อสู้กับกองทัพแมนจูอย่างไม่กลัวเกรง บ้างก็ว่าเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า 7 พระองค์และพระโพธิสัตว์ บ้างก็เป็นการบูชาเจ้าแม่กวนอิม บ้างก็เป็นการบูชาจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ซ้อง แต่ตำนานทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยเลข 9 ที่ส่งผลให้การกินเจต้องทำติดต่อกันถึง 9 วัน 9 คืนอย่างในทุกวันนี้ค่ะ

อาหารเจเป็นอีกหนึ่งสีสันของเทศกาลกินเจ อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่าอาหารเจจะต้องปราศจากเนื้อสัตว์และส่วนประกอบของสัตว์ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ดังนั้นอาหารเจส่วนใหญ่จะเน้นแป้งและผักเป็นส่วนใหญ่และปรุงรสชาติไม่จัดจ้านมากนัก เน้นทานสบายท้อง ทำให้ร่างกายสงบสบาย เพราะคนทานเจจะต้องอยู่ในศีลในธรรม มีความสงบร่มเย็นร่วมด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้วคนกินเจจะมีอยู่สามประเภทใหญ่ ๆ ก็คือกินเพื่อสุขภาพ, กินด้วยความเมตตา และกินเพื่องดกรรม เนื่องจากต้องมีการฆ่าสัตว์หลายชีวิตเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารในแต่ละมื้อ ดังนั้นจึงมีความเชื่อกันว่าการงดทานเนื้อเป็นการทำทานช่วยชีวิตสัตว์ ส่งผลให้บุญบารมีของเราสูงขึ้นและการทานอาหารเจยังช่วยบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่ทำงานหนักจากการทานเนื้อสัตว์ให้ดีขึ้นอีกด้วย




เจ – มังสวิรัติ – วีแกน ต่างกันอย่างไร ?

ถือว่าเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนทั่วไปเลยค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแค่ไม่ทานเนื้อสัตว์ก็ถือว่าเป็นวีแกนได้แล้ว หรือบางคนอาจจะสงสัยว่ามังสวิรัติทานแค่ผักอย่างเดียวเหรอ แล้วอย่างนี้จะขาดสารอะไรบ้างหรือเปล่า ตรงนี้เราขอบอกเลยว่าทั้งเจ, มังสวิรัติ และวีแกนล้วนแต่เป็นกลุ่มคนที่ละเว้นการทานเนื้อสัตว์เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งสามกลุ่มนี้แตกต่างต่างกันออกไปนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้ค่ะ

การทานเจ

เริ่มต้นจากกลุ่มทานเจกันก่อนดีกว่าค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจุดประสงค์ของการทานเจคือการทำกายและใจให้บริสุทธิ์ รักษาตนอยู่ในศีลในธรรม ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นและตัวเอง เน้นทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และแน่นอนว่าสิ่งนั้นก็คืออาหารประเภทผัก, แป้ง และถั่วเหลือง งดทานเนื้อสัตว์และอาหารทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์, เครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของสัตว์, ผงปรุงรสต่าง ๆ รวมไปถึงไข่, เลือด และไขมันสัตว์อีกด้วย นอกจากนี้การทานเจยังต้องงดการทานผัก 5 ชนิดคือกระเทียม, หอมแดง, หลักเกียว, ยาสูบ และกุยช่าย ซึ่งมีความเชื่อกันว่าผักทั้ง 5 ชนิดนี้จะกระตุ้นอารมณ์ทางเพศและทำให้ไม่สามารถควบคุมจิตใจให้สงบได้ และคนทานเจจะต้องงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์, งดอาหารรสจัด และหลีกเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดอีกด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าการทานเจจะช่วยให้ร่างกายบริสุทธิ์แจ่มใสและมีสุขภาพดีค่ะ

การทานมังสวิรัติ

มังสวิรัติเป็นคำประสมที่มาจากคำว่า “มังสะ” แปลว่าเนื้อสัตว์ และ “วิรัติ” แปลว่าละเว้นหรืองดเว้น รวมกันเป็นมังสวิรัติและแปลว่าการละเว้นหรือไม่รับประทานเนื้อสัตว์ค่ะ สำหรับมังสวิรัติจะเป็นหลักปฏิบัติที่ยึดถือกันมานานหลายพันปีและเป็นที่นิยมในประเทศตะวันออกกลางและอินเดีย รวมไปถึงหลาย ๆ ศาสนาอีกด้วย ซึ่งมังสวิรัติจะแบ่งออกเป็นหลายสาย บางสายนิยมทานแบบเจ, บางสายไม่ทานสัตว์แต่ทานไข่, บางสายยังทานผลิตภัณฑ์จากนมอยู่, บางสายทานพืชดิบ ไม่ผ่านการปรุงสุกใด ๆ, ส่วนบางสายอาจจะทานปลาและสัตว์ทะเล และบางสายจะทานเฉพาะผลไม้และถั่วค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่มังสวิรัติจะสามารถเลือกทานได้หลากหลายแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์โดยตรงค่ะ แต่อาจจะมีการทานผลผลิตบางชนิดที่มาจากสัตว์ (ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดของแต่ละคน) ซึ่งผลของการทานมังสวิรัติจะช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนัก, ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ และผิวพรรณสวยงามค่ะ

การทานวีแกน

สายวีแกนคือมังสวิรัติที่อัพเลเวลความโหดขึ้นมาอีกนิดวีแกนไม่ใช่แค่งดทานเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่วีแกนจะต้องงดใช้ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่มีส่วนประกอบของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม, เสื้อขนสัตว์, ผ้าไหม, ที่นอน, หมอน, ผ้าห่ม, ยาสีฟัน, แชมพู, สบู่, เครื่องสำอาง, สกินแคร์ รวมไปถึงการสักบนร่างกายอีกด้วยเพราะน้ำหมึกจะมีไขมันสัตว์ผสมอยู่ค่ะ เรียกว่าวีแกนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสัตว์เลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งวีแกนเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการรณรงค์ลดโลกร้อนและต่อต้านสกินแคร์ที่ทดลองกับสัตว์นั่นเองค่ะ ส่วนอาหารการกินไม่ต้องห่วงเพราะเดี๋ยวนี้คุณสามารถหันมาใช้น้ำมันมะกอกหรือทานอะโวคาโดทดแทนไขมันสัตว์และทานโปรตีนชนิดอื่นแทนเนื้อสัตว์ได้ ไม่ค่อยจะขาดสารอาหารมากนักยกเว้นวิตามินบี 12 ค่ะ

สูตรเมนูอาหารเจ

ตอนนี้ทราบข้อห้ามในการทานอาหารเจกันแล้วเรามาดูกันต่อเลยดีกว่าว่าเมนูอาหารเจที่เรานำมาฝากในบทความนี้มีอะไรบ้าง ขอแอบกระซิบบอกก่อนเลยว่าวันนี้มีทั้งอาหารคาว, อาหารหวาน และของทานเล่นครบครัน รับรองว่ากินเจปีนี้เพื่อน ๆ จะมีเมนูหลากหลายและทานได้ทุกวันไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ

1. ผัดหมี่เจ

ผัดหมี่เจ
ผัดหมี่เจ

เริ่มต้นด้วยเมนูยอดฮิตประจำร้านอาหารเจอย่างผัดหมี่เจค่ะ เมนูนี้เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ทั้งอร่อยและทานไม่ยาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทานเจ สูตรนี้จะมีรสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ ไม่มีความมันมากนัก หอมกลิ่นเห็ดหอมและพริกไทยป่นเบา ๆ เส้นเหนียวนุ่มไม่อืดและผักจะกรอบนุ่มอร่อยค่ะ สูตรนี้ถือว่าเป็นเมนูตั้งต้นของอาหารเจเลย ทานได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ

วัตถุดิบผัดหมี่เจ

  • เส้นหมี่สูตรเจ
  • เห็ดหอมแห้ง
  • กะหล่ำปลี
  • แครอท
  • ขึ้นฉ่าย
  • น้ำตาล
  • พริกไทยป่น
  • ซอสเห็ดหอม
  • ซีอิ๊วเห็ดหอม
  • ซีอิ๊วดำหวาน
  • น้ำมันพืช

วิธีทำผัดหมี่เจ

ขั้นตอนแรกเรานำเห็ดหอมมาล้างทำความสะอาดแล้วแช่น้ำพักไว้ก่อนค่ะ เสร็จแล้วล้างทำความสะอาดแครอท, กะหล่ำปลี และขึ้นฉ่าย พยายามล้างเอาเศษดินเศษโคลนออกให้หมดเลยนะคะ จากนั้นนำกะหล่ำปลีและแครอทมาหั่นเป็นชิ้นขนาดตามชอบ ส่วนขึ้นฉ่ายหั่นท่อนเตรียมไว้ค่ะ ต่อมาหยิบเส้นหมี่ออกมายีให้กระจายและหั่นให้เป็นเส้นสั้นลง สำหรับเส้นต้องเลือกที่มีป้ายเจกำกับหรือมีการระบุไว้ว่าไม่มีส่วนผสมของไข่นะคะ เส้นธรรมดาจะใช้ไม่ได้ค่ะ

เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนำเห็ดหอมออกมาหั่นชิ้นได้เลย ส่วนน้ำไม่ต้องทิ้งนะคะเก็บไว้ก่อน จากนั้นหยิบกระทะขึ้นตั้งไฟกลางค่อนแรงแล้วใส่น้ำมันลงไปค่ะ รอจนน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำเห็ดหอมลงผัดก่อนเลย ผัด ๆ พลิก ๆ จนเห็ดหอมแห้งขึ้นและส่งกลิ่นหอมน่ารับประทานแล้วนำเส้นหมี่ลงผัดต่อ ใช้ไฟกลางค่อนแรงเหมือนเดิมนะคะ คลุกเคล้าให้เส้นหมี่โดนความร้อนและโดนน้ำมันจนทั่วแล้วค่อย ๆ เติมน้ำแช่เห็ดลงไปทีละนิดแล้วผัดไปเรื่อย ๆ น้ำแห้งแล้วค่อยเติมลงไปใหม่จนเส้นนุ่มขึ้นแล้วค่อยนำกะหล่ำปลีและแครอทลงผัดต่อค่ะ

ผัด ๆ คลุก ๆ จนผักเริ่มนิ่มขึ้นมานิดหน่อยแล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำหวาน, น้ำตาล, ซอสเห็ดหอม และซีอิ๊วเห็ดหอม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้ากระทะแห้งเกินไปก็สามารถเติมน้ำแช่เห็ดลงไปอีกได้ค่ะ ผัดต่อจนผักนุ่มตามต้องการแล้วชิมรสชาติ ปิดท้ายด้วยขึ้นฉ่ายและพริกไทยป่น คลุกอีกนิดแล้วปิดเตาตักเสิร์ฟได้เลยค่ะ


2. ข้าวอบธัญพืช

ข้าวอบธัญพืช
ข้าวอบธัญพืช

ต่อมาเป็นเมนูข้าวอบที่เข้ากับช่วงเทศกาลกินเจสุด ๆ ข้าวอบธัญพืชเป็นเมนูอร่อยง่าย ๆ ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ในส่วนของวิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ผัด ๆ คลุก ๆ แล้วนำไปหุงจนสุกก็พร้อมทานแล้วค่ะ ในส่วนของรสชาติก็จะมีกลิ่นหอม ๆ จากเห็ดหอมและ ได้รสชาติเบา ๆ จากผัก และมีรสชาติเค็มอ่อน ๆ จากเครื่องปรุง โดยรวมแล้วรสชาติไม่จัดจ้านมากจนเกินไปค่ะ

วัตถุดิบข้าวอบธัญพืช

วิธีทำข้าวอบธัญพืช

ก่อนอื่นนำข้าวมาล้างแล้วซาวจนน้ำใสเลยค่ะ จากนั้นพักข้าวไว้ก่อนแล้วหันมาแกะผักแช่แข็งออกมาพักให้หายเย็นก่อนค่ะ สำหรับผักแช่แข็งส่วนใหญ่จะเป็นแครอท, ถั่วลันเตา และข้าวโพด หากใครไม่ชอบจะตัดออกหรือเปลี่ยนเป็นเผือก, ลูกเดือย หรือธัญพืชอย่างอื่นได้นะคะ จากนั้นนำเห็ดหอมมาล้างทำความสะอาดและแช่ให้นิ่มต่อเลย

เห็ดหอมนิ่มแล้วบีบเอาน้ำออกแล้วนำมาหั่นบาง ๆ หรือใครจะใส่ทั้งดอกก็ได้ค่ะส่วนน้ำแช่เห็ดหอมเก็บไว้ก่อนอย่าเพิ่งทิ้ง เสร็จแล้วหันมาตั้งกระทะไฟกลาง รอจนกระทะร้อนแล้วใส่น้ำมันพืชแล้วตามด้วยเห็ดหอม, ผักแช่แช็ง, ถั่วแดง และแปะก๊วย ผัดให้เข้ากันแล้วปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม, ซีอิ๊วเห็ดหอม และซีอิ๊วดำนิดหน่อย ผัดให้เข้ากันอีกครั้งแล้วใส่ข้าวสารตามลงไปเลยค่ะ ผัด ๆ คลุก ๆ ให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอมแล้วปิดเตา ตักใส่หม้อหุงข้าวแล้วเทน้ำแช่เห็ดลงไปก่อนค่ะ เติมน้ำตามลงไปจนได้ปริมาณที่พอดีแล้วเกลี่ยให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วหุงต่อจนข้าวสุกดีเลยค่ะ เสร็จแล้วตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลย


3. กะเพราเจ

กะเพราเจ
กะเพราเจ

มาเพิ่มรสชาติกันสักหน่อย ถึงแม้ข้อห้ามของการกินเจจะไม่ให้ทานอาหารรสจัดแต่ถ้าทานจืดทุกมื้ออาจจะทำให้รู้สึกเบื่อได้ ดังนั้นเรามาทำกะเพราทานกันดีกว่าค่ะ กะเพราสูตรนี้เราจะเพิ่มความอร่อยด้วยโปรตีนเกษตรที่ให้เทกซ์เจอร์หนุบหนับมากขึ้น ใส่ใบกะเพราหอม ๆ และใส่พริกให้พอมีรสชาติ ไม่ต้องจัดจ้านมากนักเดี๋ยวเจแตก ส่วนรสชาติก็จะเค็ม ๆ หวาน ๆ รวมกับมีน้ำขลุกขลิกไว้คลุกข้าว

วัตถุดิบกะเพราเจ

  • โปรตีนเกษตร
  • ใบกะเพรา
  • พริกสด
  • ผงปรุงรสเจ
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซีอิ๊วขาวเจ
  • ซีอิ๊วดำเจ
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราเจ

ก่อนอื่นนำใบกะเพรามาเด็ดเอาใบล้างทำความสะอาดก่อนค่ะ ส่วนดอกกะเพราะเราจะนำมาโขลกพร้อมกับพริกสดจนแหลกพอประมาณ ถ้าใครอยากให้มีกลิ่นหอมเพิ่มขึ้นสามารถซอยตะไคร้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปตำด้วยก็ได้ค่ะ จากนั้นนำโปรตีนเกษตรมาแช่น้ำให้นิ่มแล้วบีบเอาน้ำออกพักไว้

ต่อมาเราจะเริ่มผัดกะเพราะกันแล้ว นำกระทะขึ้นตั้งเตา เปิดไฟกลางแล้วใส่น้ำมันลงไปแล้วนำพริกตำลงไปผัดต่อเลยค่ะ ผัดจนส่งกลิ่นหอมน่ารับประทานแล้วนำโปรตีนเกษตรลงผัดรวมกัน จากนั้นปรุงรสด้วยผงปรุงรส, น้ำตาล, เกลือ, ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำเล็กน้อย เอาแค่เล็กน้อยพอนะคะเพระาเรอยากได้สีเฉย ๆ ผัด ๆ คลุก ๆ ให้เข้ากันแล้วตามด้วยใบกะเพรา ผัดต่อจนใบกะเพราะเริ่มสลดแล้วชิมรสชาติตามชอบ จากนั้นปิดเตาแล้วตักใส่จานเสิร์ฟเลยจ้า


4. ยำเห็ดรวม

ยำเห็ดรวม
ยำเห็ดรวม

มาต่อกันที่อีกหนึ่งเมนูรสจัดเบา ๆ ที่หลายคนคิดถึง สำหรับยำเห็ดรวมสูตรเจของเราจะเลือกใช้เห็ดชิเมจิ, เห็ดเข็มทอง และเห็ดหูหนูที่มีทั้งความหนุบหนับและความนุ่มแบบ 2 อิน 1 นำมาลวกจนสุกได้ที่นุ่มนอกหนึบใน คลุกเคล้ากับมะเขือเทศ, ขึ้นฉ่าย และน้ำยำที่มีรสชาติกลมกล่อมและจัดจ้านเล็กน้อย ได้รสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และหวานนิด ๆ พอมีมิติ ไม่จัดจ้านมากนัก

วัตถุดิบยำเห็ดรวม

  • เห็ดหูหนู
  • เห็ดเข็มทอง
  • เห็ดชิเมจิขาว
  • เห็ดชิเมจิดำ
  • มะเขือเทศ
  • พริกขี้หนู
  • ขึ้นฉ่าย
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • น้ำมะนาว
  • น้ำเปล่า

วิธีทำยำเห็ดรวม

วิธีการทำง่ายมาก ๆ ค่ะ ขั้นตอนแรกเราจะนำเห็ดมาล้างทำความสะอาดให้หมดจดแล้วตัดเชื้อเห็ดทิ้ง พักไว้ก่อน เสร็จแล้วหันมาหั่นมะเขือเทศ, คึ่นฉ่าย และซอยพริกเตรียมไว้ค่ะ จากนั้นตั้งน้ำให้ร้อนแล้วนำเห็ดทั้งหมดมาลวกจนสุกกำลังดี นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำเตรียมไว้ หันมาเตรียมน้ำยำด้วยการผสมเกลือ, น้ำตาล, น้ำมะนาว และพริกเข้าด้วยกัน คนให้ละลายแล้วชิมรสชาติก่อนค่ะ รสชาติได้ที่แล้วก็นำเห็ดที่พักไว้มาผสม คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วโรยด้วยขึ้นฉ่ายก่อนตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ


5. ก๋วยเตี๋ยวเจ

ก๋วยเตี๋ยวเจ
ก๋วยเตี๋ยวเจ

กลับมาที่เมนูเส้นอีกครั้ง คราวนี้เรามาทำก๋วยเตี๋ยวเจกันบ้างค่ะ สูตรนี้ใช้เครื่องปรุงน้อยและมีรสชาติคลีน ๆ ทานตอนร้อน ๆ อุ่น ๆ ช่วยให้สบายท้อง เน้นใช้ความหวานจากน้ำซุปผักที่ต้มจนได้รสหวานธรรมชาติ นำมาต้มกับเครื่องพะโล้หอม ๆ ปรุงรสชาติเค็มนิดหวานหน่อยอร่อยกลมกล่อม ทานพร้อมเส้นตามชอบและโปรตีนเกษตรหนุบหนับ เป็นเมนูอร่อยที่ทำไม่ยากเลย

วัตถุดิบก๋วยเตี๋ยวเจ

  • เส้นก๋วยเตี๋ยว
  • ลูกชิ้นต่าง ๆ จากโปรตีนเกษตร
  • แครอท
  • หัวไชเท้า
  • ผักกาดขาว
  • ถั่วงอก
  • ขึ้นฉ่าย
  • เห็ดหอมแห้ง
  • ฟองเต้าหู้ทอด
  • เครื่องพะโล้
  • ซีอิ๊วดำหวาน
  • ซอสถั่วเหลืองเจ
  • ซอสเห็ดหอม
  • น้ำเปล่า

วิธีทำก๋วยเตี๋ยวเจ

นำผักทั้งหมดมาล้างทำความสะอาดแล้วปอกเปลือกหั่นชิ้นเตรียมไว้ จากนั้นนำโปรตีนเกษตรและเห็ดหอมแห้งมาแช่น้ำเตรียมไว้ก่อน จากนั้นตั้งหม้อใส่น้ำนำขึ้นตั้งไฟกลาง นำแครอท, หัวไชเท้า และผักกาดขาวลงต้มจนสุกเปื่อย ตักฟองออกให้เกลี้ยงจนน้ำใสแล้วนำมากรองเอาแต่น้ำ นำน้ำใส่หม้อขึ้นตั้งเตาอีกครั้งแล้วนำเครื่องพะโล้ใส่หม้อ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำ, ซอสถั่วเหลือง และซอสเห็ดหอม คนให้เข้ากันแล้วชิมรสชาติก่อนพอประมาณ รอจนน้ำเดือดอีกครั้งแล้วนำโปรตีนเกษตรที่แช่ไว้มาบีบน้ำออกแล้วนำลงหม้อ รอจนน้ำเดือดอีกครั้งแล้วชิมรสชาติตามชอบ จากนั้นนำเส้นและถั่วงอกมาลวกจนสุกใส่ชาม ตักน้ำซุปพร้อมโปรตีนเกษตรตามลงไปแล้วปิดท้ายด้วยขึ้นฉ่ายก่อนเสิร์ฟ


6. ห่อหมกเจ

ห่อหมกเจ
ห่อหมกเจ

ห่อหมกร้อน ๆ หอม ๆ มาเสิร์ฟแล้วจ้า ทานเจอยู่ก็สามารถทานเมนูรสชาติจัดจ้านได้ (แต่ไม่มากนะ) สำหรับห่อหมกสูตรนี้เราจะทำเองตั้งแต่โขลกพริกแกงเลยค่ะ ได้พริกแกงเนื้อเนียนแล้วนำมาคลุกเคล้ากับเห็ดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปนึ่งจนสุกหอมพร้อมหยอดกะทิหอม ๆ มัน ๆ เพิ่มความอร่อย ในส่วนของเนื้อห่อหมกจะเนียนนุ่มและหนึบนิด ๆ มีรสชาติเผ็ดเบา ๆ พร้อมรสเค็มหวานทานง่ายค่ะ

วัตถุดิบห่อหมกเจ

  • เห็ดนางฟ้า
  • ใบโหระพา
  • ข่า
  • ตะไคร้
  • ผิวมะกรูด
  • พริกแห้งเม็ดใหญ่
  • เกลือ
  • แป้งข้าวเจ้า
  • น้ำตาล
  • กะทิ
  • ซีอิ๊วเห็ดหอม

วิธีทำห่อหมกเจ

ก่อนอื่นเรามาทำพริกแกงกันก่อนดีกว่า เริ่มจากนำพริกแห้งแช่น้ำจนนิ่มก่อนแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามด้วยซอยคะไคร้, ข่า และผิวมะกรูด นำทั้งหมดมาโขลกให้พอหยาบ ๆ แล้วเติมเกลือเล็กน้อย ตำต่อจนได้พริกแกงเนื้อเนียนละเอียด ตักออกมาพักไว้ก่อนค่ะ หันมาฉีกเห็ดนางฟ้าเป็นชิ้น ๆ แล้วนำพริกแกงมาผสมตามด้วยแป้งข้าวเจ้าและซีอิ๊วเห็ดหอม คลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากันแล้วเติมกะทิลงไปทีละน้อยจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีและเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำใบโหระพามารองก้นภาชนะแล้วหยอดห่อหมกลงไป นำไปนึ่งจนสุก ระหว่างนั้นนำกะทิมาละลายกับแป้งข้าวเจ้าแล้วนำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนได้กะทิเนื้อเหนียวข้น ห่อหมกสุกดีแล้วนำออกมาหยอดกะทิแล้วนำกลับไปนึ่งอีก 1 – 2 นาทีแล้วปิดเตา นำออกมาจัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ


7. เห็ดหยองเจ

เปลี่ยนมาทำเมนูทานเล่นกันบ้าง เห็ดหยองเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เป็นได้ทั้งทานเล่นและทานจริง เราจะเลือกใช้เห็ดนางฟ้าที่มีความลื่นและแน่นน้อยกว่าเห็ดชนิดอื่น ๆ นำมาฉีกแล้วอบให้แห้ง คลุกเคล้าด้วยซอสปรุงรสจนทั่วเพื่อเพิ่มความอร่อยให้เห็ดอบ จากนั้นนำเข้าอบอีกครั้งจนกรอบนุ่มได้ที่แล้วเก็บใส่ภาชนะ สำหรับเมนูนี้ทำครั้งเดียวสามารถทานได้นานเลยค่ะ จะทานเปล่า ๆ ทานตอนดูซีรีส์ หรือทานพร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ ก็เข้ากันสุด ๆ

วัตถุดิบเห็ดหยองเจ

วิธีทำเห็ดหยองเจ

ก่อนอื่นนำเห็ดมาสะบัดเอาเศษสิ่งปกสรกออกก่อนค่ะ ห้ามล้างน้ำนะคะเดี๋ยวเห็ดจะช้ำและแฉะมากจนเกินไป จากนั้นนำเห็ดมาฉีกเป็นเส้นเล็ก ๆ แล้วนำเข้าอบด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิประมาณ 180 – 200 องศาเซลเซียสประมาณ 10 – 12 นาทีจนเห็ดแห้งและสีเข้มขึ้น จากนั้นนำน้ำตาล, น้ำเปล่า, งาขาว และซีอิ๊วเห็ดหอมมาผสมกันจนน้ำตาลละลายดี ใส่น้ำน้อย ๆ นะคะเดี๋ยวน้ำซอสจะแฉะมากจนเกินไป จากนั้นนำเห็ดออกมาพักให้หายร้อนก่อนแล้วนำมาคลุกเคล้ากับน้ำซอสให้เข้ากัน เอาให้แน่ใจว่าทั่วดีนะคะ จากนั้นเกลี่ยเห็ดในถาดอบให้เท่า ๆ กัน ไม่หนาไม่บางมากจนเกินไปจะช่วยให้เห็ดมีสีเสมอกันค่ะ นำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสใช้เวลา 3 – 4 นาที แล้วออกมาเกลี่ยให้ความร้อนกระจายตัวดีและเย็นสนิท เก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิทได้เลยค่ะ


8. ปอเปี๊ยะเจ

ปอเปี๊ยะเจ
ปอเปี๊ยะเจ

อีกหนึ่งเมนูทานเล่นที่หลายคนชื่นชอบ ปอเปี๊ยะเป็นเมนูที่ทำง่าย ทานง่าย และมีรสชาติอร่อยอีกด้วยค่ะ สำหรับปอเปี๊ยะเจของเราจะอัดแน่นไปด้วยผักเน้น ๆ ที่ปรุงรสชาติมาจนอร่อยกลมกล่อม รสชาติหวานนิดเค็มหน่อย มีทั้งกะหล่ำปลีและแครอทหวาน ๆ ได้รสชาติกรุบ ๆ ของวุ้นเส้นและเห็ดหูหนูได้สองเทกซ์เจอร์ในคำเดียวกัน ทานพร้อมน้ำจิ้มปอเปี๊ยะเข้ากันสุด ๆ เลยค่ะ

วัตถุดิบปอเปี๊ยะเจ

  • วุ้นเส้น
  • แครอท
  • กะหล่ำปลี
  • เห็ดหอมสด
  • เห็ดหูหนู
  • แผ่นปอเปี๊ยะ
  • น้ำตาล
  • พริกไทยป่น
  • ซอสเห็ดหอม
  • ซีอิ๊วเห็ดหอม
  • น้ำมันงา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำปอเปี๊ยะเจ

ก่อนอื่นนำวุ้นเส้นมาแช่น้ำเตรียมไว้ก่อน หรือใครที่ใช้วุ้นเส้นสดไม่ต้องแช่น้ำค่ะสามารถนำมาทำได้เลย จากนั้นนำแครอทและกะหล่ำปลีมาขูดฝอย ส่วนเห็ดหอมและเห็ดหูหนูเราจะนำมาล้างให้สะอาด ตัดเอาโคนเห็ดออกแล้วซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นตั้งกระทะได้เลยค่ะ เปิดไฟกลางรอจนน้ำมันร้อนแล้วนำกะหล่ำปลี, แครอท และเห็ดหอมลงผัดก่อน จากนั้นตามด้วยวุ้นเส้นแล้วปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม, ซีอิ๊ว, น้ำตาล, พริกไทยป่น และน้ำมันงาเล็กน้อย ผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมทั้งหมดสุกดีแล้วชิมรสชาติตามชอบ ปิดเตาแล้วพักให้หายร้อนก่อนค่ะ สำหรับไส้เราเราผัดให้แห้ง ไม่มีน้ำแฉะ ๆ นะคะ

ทุกอย่างพร้อมแล้วเราจะลอกแผ่นปอเปี๊ยะมาวางแล้วตักไส้วางลงไปตรงกลาง จากนั้นพับมุมกลับมาตรงกลางแล้วม้วนแผ่นปอเปี๊ยะให้มิดแล้วใช้มือแตะน้ำเปล่าหรือน้ำแป้งมันทาขอบบาง ๆ แล้วปิดทับให้สนิท ทำจนครบแล้วพักไว้ หันมาตั้งกระทะ เปิดไฟกลางแล้วรอจนน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำปอเปี๊ยะลงทอดน้ำมันท่วมจนสุกกรอบกลายเป็นสีเหลืองทองทั้งชิ้น นำขึ้นเสิร์ฟได้เลยค่ะ


9. ครองแครงกะทิสด

ครองแครงกะทิสด
ครองแครงกะทิสด

เปลี่ยนทานของหวานกันบ้าง ครองแครงกะทิสดเป็นเมนูขนมหวานที่สามารถทานได้ในช่วงเทศกาลกินเจ สำหรับสูตรนี้ใช้วัตถุดิบน้อยและมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม หอมกลิ่นกะทิอบควันเทียนและงาขาวคั่วหอม ๆ รสชาติหวานนิดเค็มหน่อยเข้ากันสุด ๆ ในส่วนของตัวครองแครงสีสันน่ารับประทานและมีเนื้อสัมผัสหนุบหนับเคี้ยวเพลิน

วัตถุดิบครองแครงกะทิสด

  • ใบเตย
  • สีผสมอาหาร
  • แป้งมัน
  • แป้งข้าวเจ้า
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • งาขาวคั่ว
  • กะทิสด / กะทิกล่อง
  • น้ำเปล่า

วิธีทำครองแครงกะทิสด

มาเริ่มทำแป้งกันเลยดีกว่าค่ะ เริ่มจากผสมแป้งมันและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากันก่อน ส่วนนี้ใครอยากได้ครองแครงหลายสีก็สามารถแบ่งแป้งออกเป็นกอง ๆ ตามสีที่ชอบได้เลยนะคะ จากนั้นก็หยดสีผสมอาหารลงไปนิดหน่อย หรือใครจะใช้สีจากธรรมชาติก็ได้ค่ะ เติมน้ำลงไปทีละนิดแล้วนวดผสมจนแป้งเข้ากันดีและเนียวขึ้นจนสามารถปั้นได้ ทำต่อไปจนครบทุกสีเลยค่ะ เสร็จแล้วปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ แล้วนำมากดลงบนพิมพ์ขนมครองแครงจนเกิดลายริ้ว ทำจนครบแล้วพักไว้

ตั้งหม้อใส่น้ำ เปิดไฟกลางจนน้ำเริ่มเดือดแล้วขยำใบเตยให้พอแตกนำลงไปต้ม รอจนน้ำเดือดแล้วนำครองแครงลงต้มต่อจนสุกลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ จากนั้นตักขึ้นมาพักในอ่างน้ำเย็นเพื่อหยุดความร้อนและป้องกันไม่ให้ขนมเกาะติดกันเป็นก้อน เสร็จแล้วหันมาเทกะทิใส่หม้อ แนะนำให้เลือกใช้กะทิอบควันเทียนจะยิ่งเพิ่มกลิ่นหอมชวนรับประทานมากขึ้นค่ะ

จากนั้นเพิ่มรสชาติด้วยน้ำตาลและตัดความหวานด้วยเกลือเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ แล้วคนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายหมดแล้วแต่ระวังไม่ให้กะทิเดือดนะคะ เอาแค่พออุ่น ๆ ชิมรสชาติหวานเค็มตามชอบแล้วตักใส่ภาชนะ ตามด้วยครองแครงแล้วโรยงาขาวคั่วก่อนเสิร์ฟ พร้อมรับประทานค่ะ


10. กล้วยทับ

กล้วยทับ
กล้วยทับ

มาต่อกันที่เมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมอย่างกล้วยทับ ยิ่งบ้านไหนมีกล้วยเหลือเยอะต้องรีบจัดเมนูนี้เลยค่ะ ส่วนวิธีการก็ทำง่ายเพียงแค่มีเตาถ่านหรือเตาย่างก็พร้อมอร่อยแล้ว ขั้นตอนแรกนำกล้วยมาปิ้งก่อน ทับให้แบนแล้วราดด้วยนำกะทิเคี่ยวหวาน ๆ เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับกล่วยทับที่ติดรสฝาดและหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ปิ้งไปทานไปเพลินสุด ๆ

วัตถุดิบกล้วยทับ

  • กล้วยน้ำว้าห่าม
  • ใบเตย
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • เกลือ
  • กะทิ

วิธีทำกล้วยทับ

ก่อนอื่นนำน้ำเปล่าผสมเกลือเตรียมไว้ก่อนค่ะ จากนั้นปอกเปลือกกล้วยแล้วหั่นเป็นท่อนขนาดตามชอบแช่น้ำเกลือไว้ วิธีนี้จะช่วยให้กล้วยไม่ดำและมีสีสวย ทำจนครบแล้วหันมาเตรียมเตาย่างให้พร้อม นำกล้วยขึ้นย่างไฟอ่อน ๆ พยายามกลับด้านไปเรื่อย ๆ จนผิวกล้วยเริ่มสุกติดเกรียมหน่อย ๆ ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ จากนั้นห่อเขียงด้วยถุงพลาสติกแล้วนำมาทับกล้วยจนแบน เสร็จแล้วหันมาเทกะทิใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อยแล้วตามด้วยใบเตย เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกะทิมีสีเข้มและข้นขึ้น ชิมรสชาติให้ติดหวานจัดเล็กน้อย ตักใบเตยอ่อกแล้วราดลงบนกล้วยทับ พร้อมรับประทานค่ะ


11. ข้าวเหนียวเปียกลำไย

ข้าวเหนียวเปียกลำไย
ข้าวเหนียวเปียกลำไย

มาทานข้าวเหนียวเปียกลำไยให้เย็นชื่นใจกันบ้างดีกว่า เมนูนี้เป็นเมนูที่อร่อยและชื่นใจสุด ๆ ลำไยแกะเปลือกเนื้อใสรสชาติหวาน ๆ เข้ากันได้ดีกับความนุ่มหยุ่นของข้าวเหนียวแล้วตัดด้วยรสชาติเค็มมันจากน้ำกะทิขาวข้น แค่คิดก็ฟินสุด ๆ แล้วค่ะ เมนูนี้จะทานเป็นของหวานช่วงบ่ายหรือปิดท้ายมื้อเย็นก็อร่อยไม่แพ้กัน

วัตถุดิบข้าวเหนียวเปียกลำไย

  • ลำไย
  • ใบเตย
  • ข้าวเหนียว
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • กะทิ
  • น้ำเปล่า

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

ก่อนอื่นนำลำไยมาล้างทำความสะอาดกันก่อนดีกว่า ล้างเบา ๆ ทั้งลูกเลยค่ะ จากนั้นค่อย ๆ แกะเปลือกแล้วใช้มีดปอกผลไม้แซะเอาเมล็ดออก ขั้นตอนนี้ใช้ความระมัดระวังหน่อยนะคะเพราะเราต้องจับน้องเบา ๆ ไม่ให้เนื้อช้ำแล้วแซะเมล็ดออกไม่ให้เนื้อลำไยแตก ทำจนครบแล้วพักไว้ก่อนเลยค่ะ หาผ้าขาวบางหรือฝามาปิดด้วยนะคะ

หันมาล้างและขัดข้าวเหนียวหลาย ๆ รอบจนน้ำใสขึ้นแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นเทน้ำใส่หม้อหรือกระทะแล้วนำขึ้นตั้งไฟกลาง รอจนน้ำเริ่มเดือดแล้วเราจะนำข้าวเหนียวและใบเตยใส่ลงไปแล้วคอยคนตลอดเวลาจนเมล็ดข้าวสุกบานและมียางเหนียวหนืด (คล้ายกับการทำข้าวต้ม) จากนั้นเติมรสชาติด้วยน้ำตาลและเกลือเล็กน้อยเพื่อตัดรส คนให้เข้ากันอีกครั้งจนน้ำตาลละลายดีแล้วชิมรสชาติสักหน่อยค่ะ ข้าวเหนียวจะต้องสุกนุ่มและมีรสชาติหวานอ่อน ๆ หอมใบเตยเบา ๆ จากนั้นตักเอาใบเตยออกแล้วใส่ลำไยตามลงไป คนเบา ๆ ให้เข้ากันแล้วปิดเตาพักไว้

เทหัวกะทิใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ แล้วเคี่ยวจนกะทิเริ่มร้อน จากนั้นใส่เกลือลงไปเล็กน้อยแล้วเคี่ยวตลอดเวลาจนกะทิข้นขึ้น ปิดเตาแล้วหันมาตักข้าวเหนียวเปียกลำไยใส่ภาชนะ ปิดท้ายด้วยน้ำกะทิก่อนเสิร์ฟ





สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามสำหรับคนกินเจ

การกินเจไม่ใช่แค่การงดทานเนื้อสัตว์แต่รวมไปถึงการควบคุมกาย วาจา และใจให้อยู่ในความสงบ ดังนั้นการถือศีลกินเจจึงมีข้อควรปฏิและข้อห้ามอยู่บ้าง ซึ่งการพยายามทำตามข้อปฏิบัติและหลีกเลี่ยงข้อห้ามให้ได้ครบทุกข้อจะถือว่าได้บุญสูงสุด แต่หากทำได้ไม่ครบหรือเจแตกก็อาจจะต้องเริ่มใหม่หรือได้บุญลดน้อยลงตามจำนวนวันที่ทำได้ ซึ่งข้อแนะนำและข้อห้ามมีดังนี้ค่ะ

ข้อควรปฏิบัติ

  • นุ่งขาวห่มขาวตลอดเวลาโดยเฉพาะตอนอยู่ในศาลเจ้า
  • สงบกาย วาจา และใจให้เย็นและหมั่นทำบุญทำทาน
  • พูดจาสุภาพ ไม่พูดคำหยาบหรือด่าทอ
  • ควรงดการมีเพศสัมพันธ์
  • รักษาศีล 5
  • รับประทานอาหารเจให้ครบมื้อ

ข้อห้าม

  • ห้ามทานเนื้อสัตว์และทุกอย่างที่มาจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นกะปิ, เส้นบะหมี่สูตรปกติ, ขนมไทย (ที่มีส่วนประกอบของไข่), คอลลาเจน, น้ำผึ้ง หรือผงชูรสที่มีส่วนผสมของกระดูกสัตว์
  • ห้ามทานผักที่มีกลิ่นฉุน เช่นกระเทียม, หอมแดง, หลักเกียว, กุยช่าย และยาสูบ
  • ห้ามทานอาหารรสจัด
  • ห้ามใช้ภาชนะปนกับคนไม่กินเจ
  • ห้ามทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงด้วยคนกินเจ
  • ห้ามดื่มสุรา, แอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่
  • ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
  • ห้ามดับตะเกียงในโรงทานหรือศาลเจ้า

บทความนี้ได้ทั้งสาระความรู้และสูตรอาหารอร่อยแบบแน่น ๆ จุก ๆ เลยค่ะ สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจปี 2564 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมจนถึง 13 ตุลาคมค่ะ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ถือศีลกินเจเป็นประจำอยู่แล้วคงจะตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้เป็นอย่างมาก ส่วนเพื่อน ๆ ที่กำลังจะตัดสินใจลองกินเจดูก็สู้ ๆ ค่ะ เราเป็นกำลังใจให้และอยากให้เพื่อน ๆ ลองทานดูค่ะเพราะนอกจากจะได้เป็นส่วนช่วยเว้นชีวิตสัตว์แล้วยังถือว่าเป็นการดีทอกซ์ร่างกายและระบบขับถ่ายอีกด้วย

แต่ถ้าหากได้ลองทานเจแล้วเราแนะนำให้พยายามทานให้ครบทั้ง 9 วันจะได้ทั้งบุญและเป็นการบูสท์ระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้กลับมาทำงานได้ดีอีกครั้งหลังจากที่ต้องทำงานหนักจากการทานเนื้อสัตว์มาเป็นเวลานานค่ะ

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post