เมนูจากฟักทอง วัตถุดิบง่าย ๆ ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก

สำหรับสายรักสุขภาพที่นอกจากการออกกำลังกายแล้ว อาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ซึ่งอาหารเพื่อสุขภาพนี่มีมากมายหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไข่ขาว, เนื้อสัตว์ไม่ติดมันอย่างอกไก่, ธัญพืช หรือผักและผลไม้ค่ะ ซึ่งฟักทองก็คือหนึ่งในผักผลไม้ที่เหมาะกับการลดน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากรสชาติหวานมันถูกใจแล้วฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายและยังมีใยอาหารสูงอีกด้วยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นฟักทองยังสามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนูเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนม, ของคาว หรือของหวานก็อร่อยลงตัว ยิ่งเป็นเมนูที่มีกะทิผสมนี่ยิ่งเข้ากั๊นเข้ากัน พูดมาขนาดนี้ท้องก็เริ่มร้องเสียงดังสนั่นแล้ว เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูฟักทองในวันนี้มีอะไรบ้าง

ฟักทองไทย vs ฟักทองญี่ปุ่น

ฟักทองไทย vs ฟักทองญี่ปุ่น

สำหรับฟักทองที่เราเห็นกันทั่วไปจะมีอยู่ 2 ชนิดใหญ่ ๆ ค่ะ นั่นก็คือ “ฟักทองไทย” และ “ฟักทองญี่ปุ่น” ซึ่งเจ้าฟักทองทั้ง 2 ชนิดนี้ก็มีหน้าตาที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือลักษณะภายนอก ฟักทองไทยจะมีผลที่ค่อนข้างใหญ่ ผิวขรุขระ มีน้ำหนักเยอะ คนส่วนใหญ่จะนิยมซื้อแบบแบ่งขายเพราะถ้าซื้อทั้งผลรับรองว่าทานได้เป็นเดือนเลยค่ะ ซึ่งเมนูที่เหมาะกับฟักทองไทยก็จะเป็นประเภทขนมหวานที่เน้นรสสัมผัสของฟักทอง ไม่ว่าจะเป็นฟักทองเชื่อมที่จะโดดเด่นในด้านของเนื้อฟักทองที่จะต้องเป็นลิ่มหวาน หรือฟักทองทอดที่จะต้องใช้ฟักทองเนื้อแน่น มีรสหวานมัน และสามารถหั่นเป็นแผ่นใหญ่ได้ ส่วนฟักทองญี่ปุ่นจะมีผลเล็กกระทัดรัด เนื้อจะออกสีเหลืองหน่อย รสชาติหวานนิด ๆ เนื้อนิ่ม เหมาะกับเมนูที่บวดฟักทองที่จะเน้นความมันของกะทิมาผสมกับความนุ่มของเนื้อฟักทองค่ะ ส่วนเบเกอรี่ย่างเค้กหรือคุกกี้ต่าง ๆ ก็สามารถใช้ฟักทองญี่ปุ่นได้เช่นกัน โดยประสบการณ์แล้วเมนูสังขยาฟักทองใช้เป็นฟักทองญี่ปุ่นก็จะช่วยให้เราได้รสหวานมากกว่าฟักทองไทยเยอะเลยค่ะ ทำให้ลดปริมาณน้ำตาลที่ต้องใส่ลงไปได้มากเลยทีเดียว

วิธีเลือกซื้อฟักทองให้หวานมัน

การเลือกซื้อผักเป็นปัญหาใหญ่หลวงสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านหลาย ๆ คน ผักอื่น ๆ อย่างคะน้า, ผักบุ้ง, ผักกาด, พริก หรือมะนาวยังพอจะมีวิธีเลือกเอามัดที่ดี ๆ ได้บ้าง แต่ฟักทองนี่ถือว่าเป็นพืชปราบเซียนเพราะลักษณะภายนอกที่ดูสวยงามก็ไม่ได้รับประกันว่าเนื้อด้านในจะหวานมันมากแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นเดี๋ยวนี้มีฟักทองให้เลือกหลากหลายสายพันธ์ุมาก ดังนั้นประโยคที่ว่า “ฟักทองหวานมันจะต้องมีเปลือกขรุขระ” ก็คงจะใช้ไม่ได้ผลซะทีเดียว แล้วอย่างนี้เราจะเลือกฟักทองอย่างไรดีล่ะ? ไม่ต้องกังวลค่ะ การเลือกฟักทองให้ได้เนื้อแน่นสวยมีข้อสังเกตดังนี้

การเลือกซื้อฟักทองให้ได้เนื้อสวยเป๊ะที่สุดคือการซื้อฟักทองชิ้นที่ร้านตัดแบ่งออกมาแล้วค่ะ เพราะเราจะสามารถมองเห็นเนื้อฟักทองได้อย่างชัดเจน เนื้อฟักทองที่ดีจะต้องแน่น เนื้อเนียนละเอียด เปลือกไม่หนามากจนเกินไป และที่สำคัญคือควรจะเลือกซื้อฟักทองที่เพิ่งตัดแบ่งใหม่ ๆ และมียางฟักทองเหนียว ๆ ติดอยู่ เพราะยางเหนียวนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดว่าฟักทองผลนั้นหวานมันหรือไม่ นอกจากนี้บริเวณไส้ฟักทองจะต้องสดฟู ไม่เละด้วยนะคะ

สำหรับคนที่ต้องการซื้อฟักทองทั้งผล อันนี้อาจจะต้องใช้ทักษะที่เหนือชั้นขึ้นมาอีกหน่อยเพราะคุณจะต้องสังเกตบริเวณเปลือกและขั้วค่ะ สำหรับฟักทองไทยควรจะเลือกผลที่มีสีเขียวแกมเหลือง ผลค่อนข้างแบน เปลือกตะปุ่มตะป่ำ บริเวณขั้วจะต้องเหนียวและมีร่องบุ๋มลึก ถ้าเคาะดูจะต้องได้ยินเสียงทึบ ๆ แน่น ๆ เพราะแปลว่าเนื้อฟักทองด้านในแน่นและไส้มีรูกลวงน้อย ส่วนฟักทองญี่ปุ่นจะต้องเลือกผลที่ไม่มีขนาดใหญ่จนเกินไป สีเขียวแก่แกมเหลือง ผลกลมสวย เปลือกเรียบเนียน ขั้วเหนียวแน่นไม่หลุดง่าย จากนั้นให้ลองเลือกฟักทองที่มีขนาดเท่า ๆ กันสองผลมาลองกะน้ำหนักดูแล้วเลือกผลที่มีน้ำหนักเยอะกว่าค่ะ




สูตรเมนูอาหารจากฟักทอง

1. ซุปฟักทอง

ซุปฟักทอง
ซุปฟักทอง

เริ่มต้นกันด้วยซุปฟักทองเนื้อเนียน เมนูนี้ทำง่ายและมีขั้นตอนการทำที่ไม่ซับซ้อนเลย เราจะเริ่มจากต้มฟักทองจนสุกนิ่มไปพร้อม ๆ กับหอมใหญ่เพื่อเพิ่มรสหวาน จากนั้นเติมนมสดลงไปอีกนิดเพิ่มความกลมกล่อม หลังจากเนื้อฟักทองสุกได้แล้วก็จะนำมาปั่นจนได้เนื้อเนียนละเอียด กลิ่นหอม ๆ ของฟักทองที่เคล้าด้วยกลิ่นละมุนของนมเบา ๆ เป็นตัวช่วยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี เนื้อสัมผัสจะนุ่มละมุนและมีความเบาบาง รสชาติหวานหอม ทานพร้อมกับครูตองซ์หรือขนมปังกรอบก็ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่สุดแสนจะเพอร์เฟกต์ นอกจากนี้เมนูนี้ยังเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่ไม่ชอบทานผักอีกด้วยค่ะ รับรองว่าหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียวแน่นอน

วัตถุดิบซุปฟักทอง

  • ฟักทองญี่ปุ่น
  • หอมใหญ่
  • กระเทียม
  • เกลือ
  • พริกไทย
  • นมจืด
  • น้ำมันพืช

วิธีทำซุปฟักทอง

ล้างทำความสะอาดฟักทองก่อนเลยค่ะ จากนั้นหั่นฟักทองออกเป็นชิ้นใหญ่แล้วคว้านไส้ออก จัดการปอกเปลือกฟักทองออกให้เกลี้ยงแล้วหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้ หันมาปอกเปลือกและซอยหอมใหญ่บาง ๆ ต่อ ส่วนกระเทียมปอกเปลือกแล้วสับให้ละเอียดเตรียมไว้เช่นกัน ใช้กระเทียมแค่หนึ่งกลีบก็น่าจะพอนะคะ เราไม่ต้องการให้กลิ่นกระเทียมโดดมาก จากนั้นให้ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางแล้วเติมน้ำมันลงไปพอประมาณ นำกระเทียมและหอมใหญ่ลงผัดจนหอมสุกใสและมีกลิ่นหอม จากนั้นนำฟักทองที่เตรียมไว้ใส่ตามลงไป ผัดจนฟักทองเริ่มสุกนิ่ม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย ผัดต่อจนเข้ากัน

เนื้อฟักทองสุกนิ่มดีแล้วใส่นมสดตามลงไปเลยค่ะ ใส่นมแค่พอท่วมฟักทองก็พอนะคะ ถ้าเยอะมากเกินไปจะเหลว จากนั้นต้มต่อจนนมเดือดและหอมได้ที่ ส่วนฟักทองก็เปื่อยนุ่มดีแล้ว ชิมรสชาติเล็กน้อยแล้วปิดเตาได้เลยค่ะ จากนั้นเราจะเทฟักทองต้มลงในโถปั่นอาหารแล้วกดเปิดเครื่อง ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและมีลักษณะเป็นครีมเหลว ๆ จากนั้นเทใส่ภาชนะพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ


2. ฟักทองผัดไข่

ฟักทองผัดไข่
ฟักทองผัดไข่

ต่อมาเป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีค่ะ ฟักทองผัดไข่เป็นเมนูที่หลาย ๆ คนเคยทานกันมาตั้งแต่เด็กจนโต ความอร่อยของเมนูนี้คือเนื้อฟักทองนุ่ม ๆ ที่เข้ากับไข่ผัดได้เป็นอย่างดี ไหนจะความหวานและกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ เราจะเพิ่มความหอมและสีสันของเมนูนี้ด้วยใบโหระพา ยิ่งได้ทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ นี่ขอบอกเลยว่าจานเดียวไม่เคยพอ นอกจากจะง่ายแล้วเมนูนี้ยังสามารถทำทานบ่อย ๆ ได้ไม่มีเบื่อเลย

วัตถุดิบฟักทองผัดไข่

  • ไข่ไก่
  • ฟักทองไทย
  • ใบโหระพา
  • กระเทียม
  • น้ำตาล
  • ซีอิ๊วขาว
  • นำเปล่า
  • น้ำมันพืช

วิธีทำฟักทองผัดไข่

ล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกฟักทองให้เกลี้ยง จากนั้นหั่นฟักทองเป็นชิ้นพอดีคำ ไม่หนาจนเกินไปพักไว้ หันมาเด็ดใบโหระพาแล้วล้างทำความสะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ส่วนกระเทียมปอกเปลือกและสับหยาบรอไว้ ส่วนไข่ก็ตอกใส่ชามแล้วตีให้พอเข้ากันได้เลยค่ะ

ตั้งกระทะ เปิดไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชแล้วตามด้วยกระเทียม ผัดกระเทียมไปเรื่อย ๆ จนกระเทียมส่งกลิ่นหอม จากนั้นปรับเตาเป็นไฟกลางค่อนอ่อนแล้วใส่ไข่ไก่ลงไปเลยค่ะ คอยคนไปเรื่อย ๆ ให้ไข่กระจายตัวออกจากกันและเริ่มเซตตัวสุกขึ้นแล้วตักใส่ภาชนะเตรียมไว้ก่อน ใช้ภาชนะใบเดิม โดยเปิดไฟกลางค่อนอ่อนเหมือนเดิม นำฟักทองที่เราหั่นไว้แล้วใส่ลงไปเลยค่ะ ผัดไปเรื่อย ๆ จนไข่เริ่มนิ่มลงแล้ว ใส่น้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ฟักทองสุกง่ายขึ้น ผัดไปเรื่อย ๆ อย่างเบามือจนกว่าฟักทองจะสุกนิ่ม เมื่อฟักทองนิ่มดีแล้วใส่ไข่กลับลงไปในกระทะ ปรุงรสด้วยน้ำตาลและซีอิ๊วขาว ผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันและน้ำแห้งดีแล้ว ชิมรสชาติตามชอบ ใส่โหระพาปิดท้ายแล้วผัดต่อจนสลด ปิดเตาแล้วตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ


3. ผัดเผ็ดไก่ฟักทอง

ผัดเผ็ดไก่ฟักทอง
ผัดเผ็ดไก่ฟักทอง

ทำเมนูเบา ๆ ไปแล้วเปลี่ยนมาทำอาหารรสชาติจัดจ้านกันบ้าง ผัดเผ็ดไก่ฟักทองเป็นอีกหนึ่งเมนูไทย ๆ ที่มีความอร่อยเลิศล้ำ เป็นการนำเนื้อไก่, ฟักทอง และแกงเผ็ดมาผสานรวมกันได้อย่างลงตัว ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ดีรสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อฟักทองที่เข้ากับความมันของกะทิและความเผ็ดร้อนของพริกแกงเผ็ดได้เป็นอย่างดี ความหอมและรสชาติความอร่อยจะถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ในเนื้อไก่ที่มีสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติกลมกล่อมทั้งเผ็ดร้อน เค็มนิด หวานหน่อยตามสไตล์แกงไทย บอกเลยว่าเมนูนี้เด็ดจนต้องสูดปาก

วัตถุดิบผัดเผ็ดไก่ฟักทอง

  • เนื้อไก่
  • ฟักทอง
  • ใบมะกรูด
  • พริกขี้หนู
  • พริกแกงเผ็ด
  • น้ำตาล
  • น้ำปลา
  • กะทิ

วิธีทำผัดเผ็ดไก่ฟักทอง

ก่อนอื่นเราจะล้างทำความสะอาดเนื้อไก่ก่อนค่ะ จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อความสะดวกในการรับประทาน เสร็จแล้วหันมาล้างและปอกเปลือกฟักทอง หั่นฟักทองเป็นชิ้นเหมือนตอนที่เราทำฟักทองผัดไข่เลยค่ะ ส่วนพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบรอไว้เลย เสร็จแล้วหันมาแยกหัวและหางกะทิ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกใช้กะทิกล่องก็แบ่งกะทิออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นหัวกะทิ ส่วนที่สองผสมน้ำลงไปอีกครึ่งหนึ่งก็จะกลายเป็นหางกะทิแล้วค่ะ

ตั้งกระทะ เปิดไฟกลาง นำหัวกะทิลงไปผัดจนแตกมัน ตามด้วยพริกแกง ผัดพริกแกงกับกะทิจนส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ จากนั้นใส่เนื้อไก่ลงไปเลยค่ะ ผัดให้เนื้อไก่เริ่มตึงตัวแล้วใส่ฟักทองตามลงไปได้เลย ผัดจนส่วนผสมเข้ากันและฟักทองนุ่มขึ้น ใส่หางกะทิตามลงไป คนให้เข้ากันเล็กน้อยแล้วปิดฝาทิ้งไว้ รอจนกระทั่งเนื้อไก่และฟักทองสุกดี ระหว่างนั้นก็คอยคนเรื่อย ๆ นะคะเพื่อป้องกันไม่ให้ก้นกระทะไหม้ เมื่อเนื้อไก่สุกนิ่มแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลาเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วชิมรสชาติตามชอบ ได้รสชาติที่ต้องการแล้วฉีกใบมะกรูดตามด้วยพริกขี้หนูลงไป คนให้สลดลงอีกนิด ปิดเตาแล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้เลย


4. ฟักทองเชื่อม

ฟักทองเชื่อม
ฟักทองเชื่อม

หันมาทำขนมหวานสไตล์ไทย ๆ กันบ้าง ไหน ๆ ก็ว่าด้วยเรื่องฟักทองแล้วเรามาทำฟักทองเชื่อมทานกันดีกว่า เมนูนี้บอกเลยว่าอร่อยแล้วยังเป็นการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่งด้วยค่ะ เริ่มจากนำฟักทองไปเชื่อมจนความหวานเข้าเนื้อ เนื้อฟักทองจะเหนียวนุ่ม ได้รสหวานแผ่ซ่านอยู่ในปาก ก่อนรับประทานก็นำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นฉ่ำ นำออกมาราดด้วยน้ำกะทิรสเค็มอ่อน ๆ ความเค็มและความหวานจะผสานเข้ากันอย่างลงตัวอยู่ภายในปากของเรา กลิ่นหอมน้ำตาล ฟักทอง และกะทิอบอวล ยิ่งวันไหนทำงานมาแบบเหนื่อย ๆ แล้วได้มาทานเมนูนี้บอกเลยว่าชื่นใจจริง ๆ ค่ะ

วัตถุดิบฟักทองเชื่อม

วิธีทำฟักทองเชื่อม

ขั้นตอนแรกเราจะล้างทำความสะอาดฟักทองก่อน เนื่องจากเมนูนี้ต้องใช้ผิวฟักทองด้วยเราจึงต้องใช้แปรงสะอาดขัดถูเปลือกฟักทองทุกซอกทุกมุมจนแน่ใจว่าสะอาดหมดจดค่ะ จากนั้นหั่นฟักทองออกเป็นชิ้นขนาดตามต้องการแล้วคว้านไส้ออกให้หมด แช่น้ำปูนใสทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนแช่เราจะเอาด้านที่เป็นเนื้อขึ้นนะคะ

แช่ฟักทองครบเวลาแล้วนำฟักทองขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ หันมาตั้งกระทะ เปิดไฟอ่อน ใส่น้ำเปล่าลงไปเยอะหน่อยค่ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายและน้ำตาลมะพร้าวในอัตราส่วนที่น้อยกว่าน้ำประมาณครึ่งหนึ่ง ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อตัดรสหวาน จากนั้นมัดใบเตยเป็นปมตามลงไป ทิ้งไว้ให้น้ำตาลละลายเข้ากับน้ำเปล่าดีและกลายเป็นน้ำเชื่อม ระหว่างนั้นคอยตักฟองออกเป็นระยะ

ได้น้ำเชื่อมมาแล้วนำฟักทองลงกระทะเลยค่ะ ค่อย ๆ หย่อนเบา ๆ เอาด้านเปลือกฟักทองลงก่อน จากนั้นเร่งเตาเป็นไฟกลางค่อนอ่อนแล้วเชื่อมฟักทองไปเรื่อย ๆ ถ้ามีฟองก็คอยช้อนฟองออกด้วยนะคะ เมื่อฟักทองสุกได้ที่แล้วบริเวณเปลือกจะมีสีออกน้ำตาล ๆ และส่วนเนื้อจะใสขึ้นค่ะ พลิกกลับเอาด้านเนื้อลงเชื่อมบ้าง บีบน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูกเพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกฟักทองดำ ใช้ทัพพีคอยตักน้ำเชื่อมราดส่วนที่โผล่พ้นน้ำเชื่อมบ่อย ๆ เชื่อมไปเรื่อย ๆ น้ำเชื่อมจะงวดลงอีกค่ะ สังเกตให้เนื้อฟักทองใสและสีเข้มขึ้นทั่วทุกชิ้นก็แปลว่าสุกได้ที่แล้ว ปิดเตาแล้วตักออกมาพักไว้ได้เลย

หันมาทำน้ำกะทิราดกันบ้าง เริ่มจากตั้งกระทะ เปิดไฟกลางอ่อนแล้วใส่หัวกะทิลงไป เติมเกลือเล็กน้อยให้พอมีรสเค็มนิด ๆ ใส่ใบเตยเพิ่มลงไปเพื่อความหอม คอยคนไปเรื่อย ๆ จนกะทิเริ่มสุกเดือดแล้วปิดไป คนคลายความร้อนอีกหน่อยก็สามารถตักใส่ภาชนะเสิร์ฟพร้อมฟักทองเชื่อมได้เลยค่ะ


5. บวดฟักทอง

บวดฟักทอง
บวดฟักทอง

มางานบวดกันต่อค่ะ บวดฟักทองเป็นอีกหนึ่งขนมหวานโบราณของไทยที่เป็นที่นิยมมากเลยค่ะ ด้วยกลิ่นและรสชาติหวานหอมของน้ำกะทิที่ผสมผสานกับความมัน ความนุ่มของเนื้อฟักทอง เมนูนี้ทำง่ายและใช้วัตถุดิบน้อย เชฟมือใหม่ทำตามได้ง่ายแน่นอนค่ะ เพียงแค่เตรียมวัตถุดิบหลักอย่างฟักทองให้พร้อม จากนั้นนำฟักทองมาต้มในน้ำกะทิ เพิ่มรสหวานเค็มตามความชอบ ใช้เวลาเพียงไม่นานบวดฟักทองร้อน ๆ หอม ๆ ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ ง่ายมาก ๆ

วัตถุดิบบวดฟักทอง

  • ฟักทอง
  • ใบเตย
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • เกลือ
  • กะทิ
  • น้ำปูนใส

วิธีทำบวดฟักทอง

ก่อนอื่นล้างทำความสะอาดฟักทองเหมือนเดิมค่ะ ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดตามชอบเลย แต่ไม่ต้องถึงกับใหญ่มากนะคะเดี๋ยวจะสุกช้า จากนั้นนำฟักทองที่หั่นเรียบร้อยแล้วแช่น้ำปูนใสทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง น้ำปูนใสจะเป็นตัวช่วยให้ฟักทองเนื้อเหนียวและไม่เละตอนต้ม ครบชั่วโมงแล้วนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ

ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางแล้วใส่กะทิลงไปเลยค่ะ ถ้ากะทิข้นเกินไปสามารถเติมน้ำเปล่าลงไปเจือจางได้นะคะ จากนั้นขยำใบเตยตามลงไปสักหน่อยเพิ่มกลิ่นหอม คนไปเรื่อยจนกะทิเริ่มเดือดแล้วนะฟักทองลงหม้อเลยค่ะ กดให้โดนน้ำทั่วทุกชิ้น ต้มต่อจนฟักทองเริ่มสุก เมื่อฟักทองสุกดีแล้วเพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลทราย ใส่ตามระดับความหวานที่ชอบเลยนะคะ ตัดรสด้วยเกลืออีกนิด คนให้เข้ากันแล้วต้มต่อจนฟักทองสุกนิ่มตามชอบ ปิดเตาตักเสิร์ฟได้เลยจ้า


6. บราวนี่ฟักทอง

บราวนี่ฟักทอง
บราวนี่ฟักทอง

ถัดมาเป็นขนมคลีน ๆ เอาใจสายสุขภาพ บราวนี่ทั่วไปอาจจะไม่ถูกใจสายคลีนกันสักเท่าไหร่ ลองหันมาทำบราวนี่ฟักทองดูค่ะ สูตรนี้ไม่ใช้แป้ง ไม่มีน้ำตาล ไม่ใช้ผงฟู ไม่มีการเติมกลิ่นใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ เราจะใช้ข้าวโอ๊ตและเนื้อฟักทองเป็นแป้ง เพิ่มความหอมหวานด้วยอินทผาลัม เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบและไฟเบอร์ด้วยธัญพืชที่ชอบ จากนั้นนำไปอบจนส่วนผสมสุกเข้ากันดี รสชาติที่ได้ก็จะมีความหอม มีรสชาติหวานนิด ๆ เนื้อบราวนี่นุ่มหนึบหนับ รับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน

วัตถุดิบบราวนี่ฟักทอง

วิธีทำบราวนี่ฟักทอง

ขั้นตอนแรกเราจะปอกเปลือก คว้านไส้ และนำฟักทองมานึ่งให้สุกก่อนค่ะ นึ่งจนจนกระทั่งเนื้อฟักทองสุกนิ่มเลย ระหว่างรอฟักทองสุกเราจะปั่นข้าวโอ๊ตจนเป็นผงละเอียด ตามด้วยใส่อัลมอนด์ลงในโถเดียวกัน ปั่นอันมอนด์ให้พอแตกก็พอค่ะ ไม่ต้องละเอียดเหมือนข้าวโอ๊ต เทออกมาใส่ภาชนะรอไว้

จากนั้นนำเนื้อฟักทองที่นึ่งสุกแล้วใส่โถปั่น ตามด้วยอินทผาลัมและนมสดเล็กน้อย ปั่นให้ส่วนผสมทั้งหมดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันเลยค่ะ ตักออกมาพักไว้ในภาชนะเดียวกันกับข้าวโอ๊ต ใส่ผงโกโก้และธัญพืชที่เตรียมไว้ตามลงไปแล้วผสมทุกอย่างให้เข้ากันเลยค่ะ เนื้อบราวนี่จะเหนียวนิดหน่อยและไม่เหลวมากจนเกินไป

ได้บราวนี่มาแล้วเราหันมาที่พิมพ์ขนมบ้าง สามารถเลือกขนาดได้ตามต้องการเลยนะคะ รองพิมพ์ด้วยกระดาษไขทุกด้าน จากนั้นเทเนื้อขนมลงในพิมพ์ได้เลย เกลี่ยให้หน้าขนมเนียนเท่ากันจะได้สุกพร้อม ๆ กันค่ะ ตกแต่งด้านบนด้วยธัญพืชให้สวยงามแล้วนำเข้าเตาอบอุณหภูมิประมาณ 170 – 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน – ล่าง ประมาณ 25 – 30 นาที ครบเวลาแล้วนำออกมาพักให้หายร้อนก่อนแล้วจึงนำออกจากพิมพ์มาตัดแบ่งค่ะ หรือใครสะดวกจะใช้หม้อทอดไร้น้ำมันในการทำบราวนี่ก็ได้นะคะ


7. ขนมฟักทอง

ขนมฟักทอง
ขนมฟักทอง

ตามมาติด ๆ กับขนมไทยโบราณที่บางคนอาจจะไม่เคยทาน ขนมฟักทองเป็นการแปรรูปอาหารอีกอย่างหนึ่งที่มีความอร่อยและมีเอกลักษณ์มากเลยค่ะ เราจะนำฟักทองมานึ่งให้สุกแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน เพิ่มน้ำกะทิลงไปหน่อยเพื่อกลิ่นและรสชาติมัน ๆ ขนมที่ออกมาก็จะมีลักษณะเหนียว ๆ มีกลิ่นหอมของฟักทองแและกะทิ ได้รสชาติหวานหน่อย ๆ จะนำไปนึ่งหรือย่างก็หอมอร่อยทานเพลินมาก ๆ

วัตถุดิบขนมฟักทอง

  • ฟักทอง
  • แป้งข้าวเจ้า
  • แป้งมัน
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • กะทิ

วิธีทำขนมฟักทอง

ขั้นตอนแรกล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกฟักทองออกก่อนค่ะ จากนั้นคว้านไส้ให้เกลี้ยงแล้วหั่นเนื้อฟักทองเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปนึ่งจนฟักทองสุกนิ่มเลยค่ะ นำฟักทองออกมาเทใส่ภาชนะ จากนั้นนำภาชนะที่จะใส่ขนมลงไปนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ขนมเหนียวติดภาชนะมากจนเกินไป นึ่งทิ้งไว้เลยค่ะ

หันมาจัดการฟักทองกันต่อ ผสมแป้งข้าวเจ้าลงในภาชนะที่ใส่ฟักทอง ตามด้วยแป้งมันที่น้อยกว่าแป้งข้าวจ้าวครึ่งหนึ่ง เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลอีกนิด ใส่เกลือตัดรสชาติอีกหน่อย จากนั้นผสมทุกอย่างให้เข้ากันเลยค่ะ ทำตอนที่ฟักทองยังร้อน ๆ อยู่นะคะน้ำตาลจะละลายเร็วขึ้น ส่วนผสมเข้ากันดีแล้วค่อย ๆ ใส่กะทิลงไปทีละน้อย ผสมกันไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมมีลักษณะเหลว ๆ คล้ายครีม

เปิดฝาหม้อนึ่งออกมาค่ะ เช็ดไอน้ำบริเวณฝาออกให้เกลี้ยง ถ้ามีน้ำอยู่ในภาชนะใส่ขนมก็เทออกให้หมดด้วยนะคะ จากนั้นหยอดขนมลงไปจนเกือบเต็ม ปิดฝานึ่งต่อจนขนมสุกเลยค่ะ เมื่อสุกแล้วขนมจะใสขึ้น นำภาชนะออกมาพักให้หายร้อนแล้วรับประทานได้เลยค่ะ ตอนที่ยังร้อน ๆ ขนมจะเหนียวติดภาชนะหน่อย แต่ตอนที่หายร้อนแล้วจะแกะออกได้ง่ายขึ้น


8. ข้าวเกรียบฟักทอง

ข้าวเกรียบฟักทอง
ข้าวเกรียบฟักทอง

งานข้าวเกรียบทอดต้องมาแล้ว หลายคนอาจจะเคยทานข้าวเกรียบกุ้ง ข้าวเกรียบปลากันมาบ้างแล้ว แต่วันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ มาทำข้าวเกรียบฟักทองกันบ้างค่ะ เมนูนี้นอกจากอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์จากฟักทองเน้น ๆ ข้าวเกรียบของเราจะมีสีเหลืองอมส้มที่มาจากเนื้อฟักทองล้วน ๆ ไม่มีสีผสมอาหารเจือปน นำมาทอดจนฟูกรอบแล้วจะได้กลิ่นหอมและรสหวานอ่อน ๆ ของฟักทอง ยิ่งได้จิ้มกับซอสมะเขือเทศหรือน้ำจิ้มไก่ขอบอกว่าทานเพลินแน่นอนค่ะ นอกจากนี้เมนูนี้ยังคุ้มสุด ๆ เพราะทำครั้งเดียวสามารถเก็บไว้นานได้อีกนานเลย

วัตถุดิบข้าวเกรียบฟักทอง

  • ฟักทอง
  • กระเทียมสับละเอียด
  • แป้งมัน
  • แป้งข้าวโพด
  • เกลือ
  • พริกไทยป่น
  • น้ำร้อน
  • น้ำมันพืช

วิธีทำข้าวเกรียบฟักทอง

ก่อนอื่นเลยเราจะมาเตรียมฟักทองก่อนค่ะ นำฟักทองมาล้างทำความสะอาด หั่นเอาเปลือกและไส้ออกให้หมด หั่นเนื้อฟักทองเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปนึ่งจนสุกเปื่อยเลยค่ะ ระหว่างรอฟักทองสุกเราจะมาเตรียมแป้งต่อด้วยการผสมแป้งมันกับแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน ใช้แป้งข้าวโพดแค่ ¼ ของแป้งมันก็พอนะคะ จากนั้นใส่กระเทียมสับ ตามด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน พักไว้

ฟักทองสุกดีแล้วยกลงจากเตา บดฟักทองตอนที่กำลังร้อนให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทใส่ภาชนะที่ใส่แป้งเลยค่ะ จากนั้นนวดแป้งและฟักทองให้เข้ากันดี ผสมน้ำร้อนลงทีละนิดเพื่อช่วยให้สามารถนวดแป้งได้ง่ายขึ้น เราจะนวดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าแป้งและฟักทองจะเข้ากันดี แป้งควรจะมีลักษณะคล้ายดินน้ำมันนะคะ จากนั้นใส่น้ำมันพืชลงไปอีกเล็กน้อย ผสมให้เข้ากันดีเลยค่ะ

หันมาเตรียมเตานึ่งให้พร้อม เปิดไฟแรงรอไว้เลย จากนั้นหันมาแบ่งแป้งออกเป็นส่วน ๆ เท่า ๆ กัน ปั้นแป้งเป็นแท่งขนาดและความยาวตามชอบ ห่อด้วยฟรอยล์ถนอมอาหารแล้วนำไปนึ่งประมาณ 45 นาที หรือจนกว่าจะแน่ใจว่าแป้งสุกดีแล้ว เมื่อแป้งสุกดีแล้วยกลงจากเตา แกะเอาฟรอยล์ออกแล้วพักให้หายร้อน จากนั้นนำเข้าไปพักไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 คืน นำออกมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เท่า ๆ กันแล้วนำไปผึ่งแดดจนแห้งสนิทเลยค่ะ

ข้าวเกรียบแห้งดีแล้วแบ่งส่วนหนึ่งใส่กล่องเก็บไว้ นำอีกส่วนหนึ่งมาทอด ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไปเยอะ ๆ รอจนน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำแป้งข้าวเกรียบลงทอด ถ้าน้ำมันร้อนพอดีแป้งจะพองฟูขึ้นและกรอบ จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันก็สามารถรับประทานได้เลย


9. ฟักทองฉาบ

ฟักทองฉาบ
ฟักทองฉาบ

ทานของหวานของคาวกันไปเยอะแล้ว เปลี่ยนมาทำของว่างทานเพลิน ๆ กันบ้างดีกว่า และเมนูที่เราภูมิใจนำเสนอวันนี้ก็คือฟักทองฉาบค่ะ เป็นสแน็กง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวของคุณเอง เมนูนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานขนมกรุบกรอบมาก ๆ เลยค่ะ เราจะนำฟักทองมาทอดให้กรุบกรอบแล้วนำไปฉายด้วยน้ำตาลที่หอมเนยสุด ๆ ฟักทองแผ่นบางกรอบจะถูกเคลือบด้วยน้ำตาลบาง ๆ มีงาหอม ๆ พอกรุบกริบ ทานตอนดูหนังขอบอกว่าฟินสุด ๆ หรือถ้าเพื่อนๆ คนไหนไม่ชอบทานหวานจะนำฟักทองทอดไปคลุกเกลือก็อร่อยไม่แพ้มันฝรั่งทอดเลยนะ

วัตถุดิบฟักทองฉาบ

  • ฟักทองแก่
  • ใบเตย
  • งาขาวคั่ว
  • เนย
  • เกลือ
  • น้ำตาลทรายขาว
  • น้ำมันพืช
  • น้ำเปล่า
  • น้ำปูนใส

วิธีทำฟักทองฉาบ

ล้างทำความสะอาดฟักทองก่อนค่ะ ไม่ต้องฝานเอาเปลือกออกก็ได้นะคะ จากนั้นคว้านไส้แล้วหั่นฟักทองออกเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปล้างน้ำสะอาดอีกหนึ่งครั้ง ตามด้วยแช่น้ำปูนใสประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ครบชั่วโมงแล้วนำฟักทองออกมาล้างน้ำสะอาดแล้วผึ่งให้แห้งสนิทค่ะ เพราะถ้าฟักทองชื้นตอนทอดจะไม่กรอบนะคะ

ฟักทองแห้งดีแล้วเรากลับมาเตรียมตัวทอดต่อเลยค่ะ ตั้งกระทะ เปิดไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำฟักทองลงไปทอดเลยค่ะ คอยคนไปเรื่อย ๆ ให้โดนน้ำมันทั่วถึงกันทุกชิ้น ตอนที่สุกแล้วฟักทองก็จะหดตัวเล็กลงอีกค่ะ ดังนั้นถ้าหั่นฟักทองเป็นแผ่นใหญ่ ๆ ตอนทอดเสร็จแล้วก็จะได้ฟักทองชิ้นขนาดพอดีคำ ค่ะ ตักฟักทองที่ทอดกรอบแล้วออกมาพักให้สะเด็ดน้ำมันต่อเลย

ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนการฉาบน้ำตาลกันแล้ว ก่อนอื่นเราจะต้องมีน้ำเชื่อมก่อนค่ะ เริ่มจากตั้งกระทะ ใส่น้ำลงไปพอประมาณ ตามด้วยน้ำตาลปริมาณที่น้อยกว่าหน่อย ใส่เกลือตัดรสชาติอีกนิด เปิดไฟอ่อน ๆ แล้วเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายและน้ำในกระทะเดือดเป็นฟองฟู่ละเอียด ตอนนั้นเราจะรีบปิดเตาแล้วคนให้น้ำเชื่อมคายความร้อนเพื่อป้องกันน้ำตาลไหม้ค่ะ พักไว้เลย

ต่อมาก็ตั้งกระทะอีกใบค่ะ เปิดไปอ่อน ๆ แล้วใส่เนยลงไป รอจนเนยละลายดีแล้วใส่น้ำเชื่อมลงไปค่ะ คนให้เข้ากันแล้วใส่ฟักทองทอดลงไปเลย ขั้นตอนนี้เราจะจับตะหลิวให้มั่นแล้วรีบคลุกให้น้ำเชื่อมเคลือบฟักทองด้วยความว่องไว เพราะถ้าช้าน้ำตาลและฟักทองจะไหม้ได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ หลังจากคลุกจนเกือบจะได้ที่แล้วให้โรยงาตามลงไปเลยค่ะ คลุกอีกหน่อยให้งากระจายตัวจนทั่วแล้วตักใส่ภาชนะก้นแบนเพื่อพักให้ฟักทองหายร้อนสนิท จากนั้นจึงนำมารับประทานจ้า


10. น้ำฟักทอง

น้ำฟักทอง
น้ำฟักทอง

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำฟักทอง น้ำฟักทองเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพของเราค่ะ นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารแล้วยังมีกากใยที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายอีก วันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ ทำน้ำฟักทองสูตรคลีน ไม่ผสมน้ำตาล ไม่ผสมนมสด เพราะวัตถุดิบของเรามีแค่ฟักทอง, น้ำเปล่า และเกลือเพิ่มรสชาติเท่านั้นค่ะ ใช้เวลาเพียงไม่นานน้ำฟักทองร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว น้ำจะข้น ๆ หน่อย ดื่มคล่องคอ ได้รสหวานธรรมชาติของฟักทองและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน หรือใครไม่ชอบทานร้อน ๆ จะแช่เย็นเก็บไว้ดื่มตอนเหนื่อย ๆ ก็ชื่นใจสุด ๆ เลย

วัตถุดิบน้ำฟักทอง

  • ฟักทอง
  • เกลือ
  • น้ำเปล่า

วิธีทำน้ำฟักทอง

ปอกเปลือกและคว้านไส้ฟักทองออกให้เกลี้ยง จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดและหั่นฟักทองเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อช่วยให้ฟักทองสุกเร็วขึ้นค่ะ จากนั้นหันมาตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่าลงไปกะให้ท่วมฟักทองเลยค่ะ ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยแล้วเปิดไฟกลางค่อนแรงจนน้ำเดือดได้ที่ นำฟักทองลงต้มเลยค่ะ ปรับเตาเป็นไฟกลางแล้วปิดฝาหม้อให้สนิท ต้มฟักทองจนสุกนิ่ม

ฟักทองสุกนิ่มดีแล้วตักฟักทองใส่โถปั่นเลยค่ะ เติมน้ำลงไปเล็กน้อยแล้วปั่นจนได้เนื้อฟักทองเนียนละเอียดเลย ได้เนื้อฟักทองเนียนสวยแล้วเทกลับลงไปในหม้อที่เราต้มน้ำไว้ตอนแรกค่ะ เปิดไฟอ่อน ๆ แล้วเคี่ยวไปเรื่อย ๆ คอยคนอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ น้ำฟักทองของเราจะต้องร้อนแต่ถึงกับเดือดนะคะ จะมีแค่ควันกรุ่น ๆ ลอยขึ้นมา เคี่ยวต่อจนได้น้ำข้นจนพอใจแล้วปิดเตาแล้วตักใส่แก้วดื่มตอนอุ่น ๆ ได้เลยค่ะ






และนี่ก็คือ 10 เมนูสุดอร่อยจากฟักทองที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้ค่ะ แต่ละเมนูนี่ขอบอกเลยว่าอร่อยและทำง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำฟักทองที่เป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของเราเอง การดื่มน้ำฟักทองบ่อย ๆ ก็ส่งผลผดีต่อร่างกายมาก ๆ เลยนะคะเพราะนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังมีใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายอีกด้วย จะทานอุ่น ๆ หรือแช่ให้เย็นชื่นใจก็อร่อยถูกใจค่ะ แต่ถึงแม้ว่าฟักทองจะเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายแต่การทานฟักทองทุกวันหรือมากจนเกินไปก็สามารถส่งผลเสียให้กับร่างกายของเราได้ค่ะ อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเลยก็ถือเมื่อเราทานฟักทองมากจนเกินไปจะเกิดอาการตัวเหลือง เพราะในผักที่มีสีเหลืองส้มจะมีสารแคโรทีนอยด์ที่มีสีค่อนข้างเด่นชัดและเกาะติดกับสีผิวของเราได้ เมื่อทานเยอะเข้าสีก็จะเด่นชัดขึ้นมา แต่สารชนิดนี้ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายนะคะ ถ้าหยุดทานพืชผักเหล่านี้สีผิวของเราก็จะกลับมาเป็นปกติค่ะ นอกจากนี้ฟักทองเป็นพืชผักที่มีความร้อนและสามารถกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกร้อนขึ้นมาได้ ดังนันคนป่วยหรือคนที่มีแผลในช่องควรหลีกเลี่ยงการทานฟักทองในช่วงที่กำลังมีอาการป่วยไปก่อนนะคะ

นอกจากฟักทองแล้วเรายังมีบทความแนะนำเมนูอาหารที่น่าสนใจอีกมากมายเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูจากปีกไก่, เมนูจากวุ้นเส้น, เมนูยำ, เมนูกับแกล้ม, เมนูจากอาหารทะเล, เมนูสปาเกตตี้ , เมนูจากผัก, เมนูจากหม้ออัดแรงดัน, เมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุ, เมนูแซนด์วิช, เมนูอาหารญี่ปุ่น, เมนูอาหารคีโต, หรือไอเดียข้าวกล่องเก๋ ๆ ก็มีนะคะ เพื่อน ๆ สามารถกดเข้าไปดูได้เลยน้าาา แล้วอย่าลืมไปลองทำดูนะคะ

Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post