ค่าตรวจ สิทธิการตรวจ โคโรนาไวรัส COVID-19

เชื่อว่าหลาย ๆ คนมีความกังวลเกี่ยวค่าใช้จ่ายในการตรวจโคโรนาไวรัส หรือโรค COVID-19 เพราะมีกระแสออกมามากมายว่าค่าตรวจหาเชื้อนั้นราคาค่อนข้างสูง แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ของเราขอรับการตรวจหาเชื้อได้ บางสิทธิ์อาจจะฟรีด้วยซ้ำ หากเราจัดอยู่ในบุคคลผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง, ผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ (หรือผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ), มีอาชีพเสี่ยง (สจ๊วต แอร์โฮสเตส คนขับรถที่มีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยติดเชื้อ) หรือมีอาการต้องสงสัยว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัส อาทิเช่น มีไข้ขึ้นสูง(37.5 องศา) ไอ จาม มีน้ำหมูก เจ็บคอ หายใจถี่ หายใจหอบ และหายใจลำบาก หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ ถือว่ามีอาการเสี่ยงติดเชื้อให้รีบไปขอตรวจที่โรงพยายบาลโดยทันที โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และควรงดใช้ระบบขนส่งสาธารณะ อยู่ให้ห่างสถานที่ผู้คนแอ่อัด หากจำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดร่วมผู้อื่น ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร และไม่สัมผัสโดนตัวผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพ่กระจายเชื้อสู้ผู้อื่น

1. สิทธิประกันสังคม

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 นั้นแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่

กรณีเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

มีอาการป่วย

  • เข้าโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาที่เลือกไว้
  • ตรวจหาเชื้อฟรี และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ กรณีติดเชื้อ COVID-19

กรณีไม่สามารถเข้ารับการตรวจตามโรงพยาบาลที่เลือกไว้ได้ อาทิเช่น คุณอยู่ต่างจังหวัด คุณสามารถเข้ารับการตรวจจากโรงพยาบาลรัฐได้ทุกที หรือพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่คุณสะดวกได้ก่อน โดยขอเบิกจ่ายกรณีฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง หากมีแนวโน้มว่าต้องอยู่กักตัวที่โรงพยาบาล อย่าลืมแจ้งสิทธิ์กับทางโรงพยาบาลก่อน

ไม่มีอาการป่วย

หากยังไม่มีอาการป่วย ขอให้รอดูอาการอย่างน้อย 14 วัน ก่อน ไปขอตรวจเชื้อที่โรงพยาบาล เพราะส่วนใหญ่เชื้อจะอยู่ในระยะฟักตัว 14 วันแรกหลังจากที่รับเชื้อมา การที่เรารีบไปตรวจก่อนจะทำให้ตรวจพบเชื้อยากมาก ดังนั้นเมื่อเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงแล้ว หากคุณยังไม่มีอาการใด ๆ ให้เก็บตัวอยู่ที่บ้านก่อนอย่างน้อย 14 วัน โดยสามารถอ่านบทความ วิธีกักตัวเองในบ้าน 14 วัน ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ได้จากที่นี่

กรณีไม่ได้เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง

สำหรับผู้ตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัส COVID-19

ต้องหยุดรักษาตัว ได้ค่าชดเชยเท่าไร?

ค่าจ้างจากนายจ้าง

  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถใช้สิทธิ์ลาป่วย โดยจะยังได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน/ปี

เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม

  • กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง และไม่เกิน 180 วัน/ปี
  • กรณีเป็นโรคเรื้อรัง รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 365 วัน

ได้สิทธิ์รับเงินทดแทนขาดรายได้จากประกันสังคมกรณีใดบ้าง

ผู้ประกันตนมาตรา 33

  • ต้องส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง โดยไม่น้อยกว่า 3 เดือน และแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว
  • กรณีลาป่วยเกิน 30 วันที่ได้รับเงินจากนายจ้าง สามารถยื่นขอรับเงินทดแทนจากประกันสังคมได้
  • ต้องมีหนังสือรองรับว่าได้รับเงินจากนายจ้างครบ 30 วันแล้ว
  • รับเงินทดแทนในอัตรา 50%  ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง และไม่เกิน 180 วัน/ปี
  • กรณีเป็นโรคเรื้อรัง รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 365 วัน

ผู้ประกันตนมาตรา 38

  • คือผู้ที่อยู่ในสิทธิผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่ออกจากงานแล้ว ซึ่งยังอยู่ในสิทธิ์คุ้มครอง 6 เดือน
  • ต้องส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง โดยไม่น้อยกว่า 3 เดือน และแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว
  • ยังคงเจ็บป่วยภายใน 6 เดือน
  • รับเงินทดแทนในอัตรา 50%  ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง และไม่เกิน 180 วัน/ปี
  • กรณีเป็นโรคเรื้อรัง รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 365 วัน

ผู้ประกันตนมาตรา 39

  • คือผู้ที่ประกันตนเอง
  • ต้องส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง โดยไม่น้อยกว่า 3 เดือน และแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว
  • นำหลักฐานรายได้หรือกิจการที่สร้างรายได้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จะได้รับ เงินทดแทนการขาดรายได้ 50% (โดยคิดจากฐานเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 39) รับเงินทดแทนในอัตรา 50%  ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง และไม่เกิน 180 วัน/ปี กรณีเป็นโรคเรื้อรัง รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 365 วัน
  • หากไม่มีรายได้ จะไม่รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม

ผู้ประกันตนมาตรา 41

  • คือผู้ที่ลาออกผู้ประกันตนมาตรา 39 แต่ยังอยู่ในสิทธิ์คุ้มครอง 6 เดือน
  • ต้องส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง โดยไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • ยังคงเจ็บป่วยภายใน 6 เดือน และแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว
  • จะได้รับสิทธิ์เหมือนกับผู้ประกันตนมาตรา 39

ทราบถามรายละเอียดได้ที่ 1506 หรือ Page Facebook จาก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน


2. สิทธิบัตรทอง 30 บาท

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 นั้นแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่

กรณีมีอาการต้องสงสัยติดเชื้อ COVID-19

  • หากมีอาการต้องสงสัยให้สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 (หากโทรหากรมควบคุมโรค 1422 ไม่ติด แนะนำให้โทร 1669)
  • สามารถไปตรวจได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ที่คุณเลือกได้ไว้ หรือโรงพยาบาลของรัฐก็ได้
  • หากได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัส หรือ COVID-19 โดยจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

กรณีไม่มีอาการต้องสงสัยติดเชื้อ COVID-19 แต่สงสัยเองว่าจะป่วย

ทราบถามรายละเอียดได้ที่ Page Facebook จาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ


3. ค่าบริการค่าตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน

ตารางราคาค่าบริการในการตรวจเชื้อ โควิด-19 แต่ละโรงพยาบาล

โรงพยาบาล ค่าบริการ (บาท) เบอร์โทร
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3,000-6,000 02 649 4000
โรงพยาบาลราชวิถี 3,000-6,000 02 354 8108
โรงพยาบาลเปาโล ทุกสาขา 5,000-13,000 02 279 7000
โรงพยาบาลรามาธิบดี 5,000 02 201 1000
โรงพยาบาลบางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล 5,000 02 109 9111
โรงพยาบาลพญาไท 2 6,500 02 271 6700
โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 7,000 02 998 9999
โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ 9,900 02 419 1000

ค่าใช้จ่ายการตรวจเชื้อ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของการติดเชื้อ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ราคาบริการสูงกว่าข้อมูลข้างต้น
ข้อมูลตารางจาก Page Facebook : infectious ง่ายนิดเดียว


4. ขั้นตอนการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค

สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค

ขั้นตอนการขอเข้าตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโรค COVID-19 ที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค หรือ “สปคม” สำหรับใครที่คิดว่ามีอาการของโรค โควิด-19 แต่ทางโรงพยาบาลไม่รับตรวจเนื่องจากไม่ได้จัดอยู่ในนิยามบุคคลกลุ่มเสี่ยง (อันได้แก่ ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวหรือผู้ป่วยติดเชื้อ สุดท้ายคือผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดและมีประวัติอยู่ในสถานที่แออัดเกิน 50 คน) และคุณก็ไม่อยากไปตรวจที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนเนื่องจากราคาค่าบริการที่ค่อนข้างสูง คุณสามารถมาตรวจได้ที่กรมควบคุมโรคโดยมีค่าตรวจอยู่ที่ประมาณ 2,700 บาท/คน และใช้เวลาในการตรวจหาเชื้อเพียงแค่ 5 นาที

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้คุณจัดอยู่ในกลุ่มที่แสดงอาการหรือเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจริง ๆ ในการมาขอตรวจที่ สปคม สำหรับใครที่ยังไม่มีการแสดงอาการใด ๆ เกี่ยวกับโรค COVID-19 ควรกักตัวเองรอดูอาการอยู่ที่บ้านก่อน 14 วัน เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระให้แก่แพทย์หรือเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์

  1. เริ่มต้นด้วยการเดินทางไปที่ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค หรือ “สปคม” พิกัด 24/56 ถนน พหลโยธิน แขวง อนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
  2. โดย สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค จะให้บริการในวันจันทร์ – ศุกร์เท่านั้น และมีรอบการตรวจ 3 รอบ อันได้แก่ 8.30-11.30 และ 13.00-14.30 และ 16.00-19.00 สามารถโทรนัดล่วงหน้าได้ โดยการโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02 521 1668 หรือ 06 164 24406
  3. จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจคัดกรองกลุ่มคน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีไม่รุ่นแรงมีเสี่ยงติดเชื้อน้อย และกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงอาจจะเป็นโรค COVID-19
  4. จากนั้นคุณหมอจะทำการเอาเนื้อเยื่อจากโพรงจมูกและช่องคอไปตรวจหาเชื้อใช้เวลาในส่วนเพียง 5 นาที และรอผลตรวจจาก Lab ประมาณ 4 ชั่วโมง
  5. กรณีที่ตรวจแล้วพบเชื้อ COVID-19 ทาง สปคม จะคืนค่าบริการในการตรวจ 2,700 บาท เต็มจำนวน

ขอบคุณข้อมูล Page Facebook จาก คิงคองเป็นคนแดก และ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค


บทสรุปส่งท้าย

กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

  1. บุคคลผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
  2. ผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ
  3. ผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย อาทิเช่น สจ๊วต แอร์โฮสเตส คนขับรถที่มีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยติดเชื้อ
  4. ผู้ที่มีอาการต้องสงสัยว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัส อาทิเช่น มีไข้ขึ้นสูง(37.5 องศา) ไอ จาม มีน้ำหมูก เจ็บคอ หายใจถี่ หายใจหอบ และหายใจลำบาก หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ
  5. ล่าสุดได้มีการ Update ยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า ผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด และมีประวัติอยู่ในสถานที่แออัดเกิน 50 คน ที่ต้องอยู่ในระยะประชิด สามารถตรวจโรคโควิด-19 ฟรี เช่นกัน 

*** ผู้ที่เข้าข่ายเสี่ยงจากที่กล่าวมาทั้งหมด หากมีอาการป่วยตามที่ระบุไว้ สามารถตรวจโรคโควิด-19 ฟรี แล้วไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลไม่ว่าสังกัดใดก็ตาม แล้วถูกเรียกเก็บเงินค่ารักษา ขอให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที

คำแนะนำการใช้สิทธิ์

  1. หากคุณเป็นจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ และมีอาการป่วยร่วมด้วย ให้รีบไปตรวจหาเชื้อได้ที่โรงพยาบาล โดยสามารถใช้สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
  2. หากคุณเป็นจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการป่วย จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง 
  3. แต่หากคุณไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อ และไม่มีอาการป่วยใด ๆ แต่ต้องการตวจหาเชื้อ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

สำหรับใครที่ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโคโรนาไวรัส หรือ COVID-19 ก็อย่าลืมป้องกันตัวเองอยู่สม่ำเสมอนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมืออย่างถูกต้อง การพกแอลกอฮอล์เจล การสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากาก N95 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ และอย่าลืมทำประกันภัยไว้เพื่อในยามกรณีฉุกเฉิน เพราะไม่รู้ว่าอนาคตเราอาจจะเป็นป่วยติดเชื้อก็เป็นไปได้ เพราะตอนนี้เองก็เริ่มมีแนวโน้มการระบาดหนักในประเทศไทยแล้ว ซึ่งเราได้เคยเขียนบทความรวมประกันภัยสำหรับไวรัสโคโรน่าไว้ให้ได้เลือกอ่านกัน ด้วยรักและห่วงใย จากใจนะคะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Related Posts

Next Post