ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเพลงคันทรีของทางฝั่งอเมริกาอาจจะไม่ค่อยบูมในไทยเท่าไหร่ ถ้าหากไปเปรียบเทียบกับ Pop, R&B หรือ Hip-hop แต่ในปีนี้อาจไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เพราะมีศิลปินหน้าใหม่ที่ปลุกกระแสเพลงคันทรีให้โด่งดังไปทั่วโลกนั่นคือ ‘Morgan Wallen’ ความแปลกใหม่ที่มอร์แกนแตกต่างไปจากนักร้องคันทรีคนอื่น ๆ คือการนำเอาบีทและดนตรีแนว Pop, Musical และ Hip-hop ใส่ลงไป ทำให้เพลงคันทรีของเขามีความโมเดิร์นมากกว่าเดิม ฟังแล้วสนุกทำให้วัยรุ่นและวัยอื่น ๆ เข้าถึงเพลงง่าย จนตอนนี้เขาสามารถทำสถิติทั้งยอดฟัง ยอดขาย และชาร์ตเพลงเปิดตัวได้แบบสวยหรู กลายเป็นนักร้องดาวรุ่งของปี 2023 เลยละครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายคนอาจยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขามาก่อน ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักมอร์แกนมากกว่า วันนี้ผมจึงมาแนะนำ ‘ประวัติและผลงานเพลง Morgan Wallen’ ให้ทุกคนได้รู้จักกัน
ประวัติของ Morgan Wallen
Morgan Wallen เกิดในรัฐเทนเนสซี โดยครอบครัวของเขาก็เหมือนกับครอบครัวทั่วไปที่คุณแม่เป็นคุณครู ส่วนคุณพ่อศิษยาภิบาล ในช่วงวัยรุ่นเขาได้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียน Gibbs High School ซึ่งในช่วงนั้นเขามีความสนใจเกี่ยวกับกีฬาเบสบอลและหวังจะได้ต่อยอดในการเข้ามหาวิทยาลัย จึงทำให้มอร์แกนได้เข้าร่วมเป็นนักกีฬาเบสบอลของทางโรงเรียน แต่โชคร้ายที่เขาเกิดอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงถึงขนาดที่เส้นเอ็นข้างลำตัวฉีกขาดเลยทีเดียว เคราะห์ซ้ำกรรมซัดคือช่วงที่เขาบาดเจ็บเป็นช่วงปีสุดท้ายก่อนจะขึ้นมหาวิทยาลัย ดังนั้นเส้นทางของการเป็นนักเบสบอลจึงจบลงทันที
อย่างไรก็ดีมอร์แกนไม่ได้มีเพียงแค่ความสามารถทางด้านกีฬาแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในช่วงวัยเด็กมอร์แกนมีโอกาสเรียนไวโอลินและเปียโนมาตลอด เนื่องจากคุณพ่อของเขาชอบดนตรีและเป็นหัวหน้าวงร็อกคลาสสิกอีกด้วย ซึ่งเหตุผลนี้ละครับทำให้เขาคลุกคลีอยู่กับดนตรีและเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านนี้ไปโดยปริยาย

หลังจากที่เส้นทางกีฬาจบลง มอร์แกนก็เริ่มเรียนกีตาร์เพื่อที่จะเข้าสู่เส้นทางเพลงคันทรี เพราะเขาเป็นคนที่รักคันทรีมาตั้งแต่ยังเด็ก มีไอดอลอย่าง Keith Whitley และ Eric Church ซึ่งถ้าหากลองฟังให้ดีจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของศิลปินทั้งสองคนในเสียงของมอร์แกนครับ
มอร์แกนพยายามเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมเพลงด้วยการประกวด The Voice ซีซั่น 6 โดยในตอนนั้นมีโค้ชเลือกมอร์แกนถึง 2 คน ไม่ว่าจะเป็น Shakira และ Usher ท้ายที่สุดแล้วมอร์แกนก็ตัดสินใจเข้าไปในทีมของ Usher จากนั้นก็ได้ถูก Adam ดึงตัวเข้าร่วมทีมต่อในรอบที่ 2 อย่างไรก็ดีมอร์แกนตกรอบ Playoffs ไม่ได้เป็นแชมป์รายการสมใจหวัง แต่การที่เขาได้เข้าร่วมรายการทำให้เขามีเครดิตและเปิดทางให้มีโอกาสในการทำเพลงมากขึ้น
โดย Sanchez ได้แนะนำมอร์แกนให้กับทางค่าย Panacea Records เพื่อทำซิงเกิลและอัลบั้ม ซึ่งซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมามีชื่อว่า ‘Spin You Around’ สามารถทำยอดขายได้ในระดับ Gold หลังจากนั้นก็เริ่มปล่อยซิงเกิลออกมาเรื่อย ๆ และเมื่อเริ่มเข้าสู่ปี 2018 มอร์แกนก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สามารถทำยอดในสตรีมมิ่งได้เยอะมาก ๆ จนเพลงสามารถไต่เข้าชาร์จ Billboard Hot 100 ได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘Whiskey Glasses’ ซึ่งขึ้นมาในอันดับ 17 และ ‘Chasin’ You’ ซึ่งเข้า Top 3 ในสาขา Country
ล่าสุดในปี 2023 ก็ถือว่าเป็นปีทองของมอร์แกนเลยทีเดียว เพราะทั้งเพลงและอัลบั้มใหม่อย่าง One Thing at a Time ขึ้นอันดับกันแบบเรียงแถว เรียกว่าในช่วงสัปดาห์ที่ปล่อยอัลบั้มออกมา มอร์แกนครองชาร์จในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด อีกทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการนำเพลง ‘Last Night’ ขึ้นไปบนจุดสูงสุดหรืออันดับที่ 1 บนชาร์ต เรียกว่าเป็นการดึงกระแสเพลงคันทรีให้กลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้งในยุคสตรีมมิ่ง และกลายเป็นศิลปะที่อยู่ในกระแสของปีนี้
1. Last Night
| แนวเพลง | Country pop |
| ค่ายเพลง | Big Loud, Republic และ Mercury |
| ผู้แต่งเพลง | John Byron, Ashley Gorley, Jacob Kasher Hindlin และ Ryan Vojtesak |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi และ Charlie Handsome |
| เพลงในปี | 2023 |
Last Night เป็นเพลงคันทรีก็จริง แต่ด้วยการใส่ดนตรี Pop เข้าไปผสม ทำให้ภาพรวมของเพลงออกมามีความสนุกและเข้ากับเพลงในยุคสตรีมมิ่งมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมยอดฟังเพลงในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ถึงพุ่งทะยาแตะถึงระดับ 47.5 ล้านครั้ง และเจาะกลุ่มได้ในทุกเพศทุกวัย ส่วนดนตรีที่ใส่ลงไปจะใช้กีตาร์เป็นหลัก แต่จะแซมดนตรี Trap Pop ลงไปทำให้เพลงฟังง่ายเป็น Easy Listening ที่ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีเบื่อ
2. You Proof
| แนวเพลง | Country |
| ค่ายเพลง | Big Loud, Republic และ Mercury |
| ผู้แต่งเพลง | Morgan Wallen, Charlie Handsome,Ashley Gorley และ Ernest Keith Smith |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi และ Charlie Handsome |
| เพลงในปี | 2022 |
บีทของเพลงนี้เรียกว่าเป็นจุดขายเลยละครับ เพราะบีท Trap ผสมกับการร้องและดนตรี Country เป็นอะไรที่แปลกใหม่ อีกทั้งยังเหมาะมากสำหรับการเปิดฟังในช่วง Summer อากาศร้อน ยิ่งถ้ามีทริปไปเที่ยวหรือฟังในวันหยุดยาว Holiday เพลงนี้จะปรับมู้ดให้เรารู้สึกชิลได้มากยิ่งขึ้น
3. 7 Summers
| แนวเพลง | Country และ soft rock |
| ค่ายเพลง | Big Loud และ Republic |
| ผู้แต่งเพลง | Josh Osborne, Shane McAnally และ Morgan Wallen |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi |
| เพลงในปี | 2020 |
ด้วยเพลงของมอร์แกน ‘7 Summers’ ปรับให้เพลงคันทรีมีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพลงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเพลงที่โปรดิวซ์ออกมาให้เป็นดนตรีลูกผสม โดยในเพลงนี้ใส่ Soft Rock ยุค 80 ลงไปให้มีความชิลลิ่งหรือฟังสบายยิ่งขึ้น ส่วนเนื้อเพลงก็มีความอบอุ่นอยู่พอสมควร เพราะเบื้องหลังของเพลงนี้มาจากการที่ Shane ไปเที่ยวกับลูก ๆ ในช่วงวันหยุด
4. Thought You Should Know
| แนวเพลง | Country |
| ค่ายเพลง | Big Loud, Republic และ Mercury |
| ผู้แต่งเพลง | Morgan Wallen, Miranda Lambert และ Nicolle Galyon |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi |
| เพลงในปี | 2020 |
‘Thought You Should Know’ เปิดมาก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตคันทรีได้ทันที คงเป็นเพราะความกินใจและดนตรีที่มีความอบอุ่น เพราะเพลงนี้ทางมอร์แกนแต่งขึ้นมาเพื่อคุณแม่โดยเฉพาะ เป็นบอกเล่าว่าคนที่ซัพพอร์ตและทำให้เขามายืนได้จนถึงทุกวันนี้เพราะคุณแม่ ถึงแม้ว่าดนตรีจะเป็น Acoustic ดีดกีตาร์ธรรมดา ๆ ที่ความซึ้งและความรักอันอบอุ่นภายในเพลงทำให้เพลงนี้พิเศษขึ้นหลายเท่าตัว
5. Don’t Think Jesus
| แนวเพลง | Country |
| ค่ายเพลง | Big Loud, Republic และ Mercury |
| ผู้แต่งเพลง | Jessi Alexander, Chase McGill และ Mark Holman |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi |
| เพลงในปี | 2022 |
นักวิจารณ์ยกให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากที่สุดในอัลบั้ม โดยดนตรีและเทคนิคจะเป็นคันทรีแท้ 100% เป็นการร้องที่คลอไปกับกีตาร์ ทั้งนี้ตัวเพลงพูดถึงเส้นทางเดินและความเชื่อในเรื่องของกระเจ้า เพราะมอร์แกนนับถือคริสต์ ร้องเพลงในโบสถ์มาตั้งแต่สมัยเด็ก เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ อีกทั้งเพลงนี้ยังช่วยทำให้คนรู้จักในฐานะของศิลปินมากขึ้น
6. Wasted On You
| แนวเพลง | Country และ country pop |
| ค่ายเพลง | Big Loud และ Republic |
| ผู้แต่งเพลง | Morgan Wallen, Ernest Keith Smith, Josh Thompson และ Ryan Vojtesak |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi และ Jacob Durrett |
| เพลงในปี | 2022 |
‘Wasted On You’ ใช้ดนตรีและบีทที่เป็น Trap เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ใส่ Pop และ Hip-hop เข้ามาสร้างสีสันให้กับเพลงคันทรีมีมิติมากขึ้น มีความสนุกอยู่ในตัวฟังไปได้เรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ดังเท่ากับเพลงอื่นในอัลบั้ม แต่ในแง่คุณภาพของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับดนตรีที่ใส่ลงไปในเพลง บอกเลยว่าเป็นเพลงคันทรีโมเดิร์นที่ไม่ควรพลาดไปฟังกันครับ
7. One Thing At A Time
| แนวเพลง | Country |
| ค่ายเพลง | Big Loud, Republic และ Mercury |
| ผู้แต่งเพลง | Morgan Wallen, Ashley Gorley, Ernest Keith Smith และ Ryan Vojtesak |
| โปรดิวเซอร์ | Joey Moi |
| เพลงในปี | 2023 |
‘One Thing At A Time’ น่าสนใจตรงที่ทางมอร์แกนนำเอาดนตรี Musical ใส่เข้าไปในเพลงของตัวเอง ซึ่งตรงนี้แปลกใหม่ยิ่งกว่าการเอา Pop ไปผสมกับคันทรีอีกครับ แต่บอกได้เลยว่าลงตัวแบบเพอร์เฟค ฟังแล้วรู้สึกไม่ขัดหูแต่อย่างใด เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ยกคุณภาพให้กับอัลบั้มของมอร์แกน ฟังแล้วสบาย มีความคลาสสิก Timeless ไม่ว่าฟังยุคไหนก็รู้สึกรีเฟรชอยู่เสมอ