สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ กลับมาพบกับบทความแปลงเพลงกันอีกแล้วนะคะ อย่างที่หลายคนเห็นค่ะว่าตอนนี้กระแสบาร์บี้เวอร์ชั่นคนแสดงนี่กำลังเป็นหนังมาแรงและเพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเมื่อวาน (20/07/2023) ซึ่งบอกเลยว่าส่วนตัวเราเองก็ค่อนข้างที่จะตื่นเต้นกับหนังเรื่องนี้เพราะเราก็ชอบบาร์บี้มากเหมือนกันค่ะ และเราได้หยิบเอาเพลงประกอบหนังอย่าง Dance The Night และ Barbie World มาแปลกันไปก่อนหน้านี้แล้ว บทความนี้เราเลยอยากจะหยิบเอา What Was I Made For? ที่ใช้เป็นเพลงประกอบหนังเรื่องนี้มารีวิวบ้างค่ะ
ใครที่เคยฟัง 2 เพลงก่อนหน้าคงจะทราบกันดีว่า 2 เพลงนี้ให้ความรู้สึกสนุกสานและมีชีวิตชีวา ซึ่งก็ค่อนข้างที่จะตรงกับธีมของหนังที่เน้นสีชมพูและโลกในฝันเป็นหลัก แต่สำหรับ What Was I Made For? นี่ค่อนข้างจะต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของทำนอง, ดนตรี และความหมาย เหมือนเป็นการเจาะทะลุลูกโป่งสีชมพูเข้าไปถึงก้นบึ้งภายในใจของบาร์บี้ยังไงอย่างนั้นเลยค่ะ เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าเพลงนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
แปลเพลง What Was I Made For? – Billie Eilish
I used to float, now I just fall down
I used to know, but I’m not sure now
What I was made for
What was I made for?
ฉันเคยล่องลอย แต่ตอนนี้กลับร่วงหล่นลงมา
ฉันเคยรู้อะไรต่าง ๆ มากมาย แต่ตอนนี้ชักจะไม่มั่นใจแล้วสิ
ว่าฉันสร้างมาเพื่ออะไร
ฉันถูกสร้างมาทำไม?
Takin’ a drive, I was an ideal
Looked so alive, turns out I’m not real
Just somethin’ you paid for
What was I made for?
ขับรถอยู่ในโลกแห่งความฝัน
ดูมีชีวิตชีวา แต่ความจริงแล้วฉันไม่มีอยู่จริงหรอก
เป็นแค่ของเล่นที่เธอซื้อมา
แล้วฉันถูกสร้างมาเพื่ออะไร?
‘Cause I, I
I don’t know how to feel
But I wanna try
I don’t know how to feel
But someday, I might
Someday, I might
เพราะว่าตัวฉัน
ไม่มีความรู้สึกด้วยซ้ำ
แต่ก็อยากจะลองดูสักครั้ง
ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกคืออะไร
แต่สักวันหนึ่ง ฉันจะทำได้
วันหนึ่งฉันจะมีความรู้สึก
When did it end? All the enjoyment
I’m sad again, don’t tell my boyfriend
It’s not what he’s made for
What was I made for?
เมื่อไหร่มันจะจบนะ ความรื่นเริงเหล่านี้
ฉันเศร้าอีกแล้ว แต่อย่าบอกแฟนของฉันเลยะ
เขาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้
แล้วตัวฉันถูกสร้างมาเพื่ออะไรกันนะ?
‘Cause I, ’cause I
I don’t know how to feel
But I wanna try
I don’t know how to feel
But someday, I might
Someday, I might
เพราะตัวฉัน
ไม่มีความรู้สึกเสียด้วยซ้ำ
แต่ฉันจะลองดู
ถึงจะไม่มีความรู้สึก
แต่สักวันหนึ่งอาจจะมีก็ได้
สักวันหนึ่งฉันจะทำได้
Think I forgot how to be happy
Somethin’ I’m not, but somethin’ I can be
Somethin’ I wait for
Somethin’ I’m made for
Somethin’ I’m made for
คิดว่าฉันคงลืมไปแล้วล่ะว่าจะมีความสุขได้อย่างไร
บางอย่างที่ไม่ใช่ฉัน แต่ฉันสามารถเป็นบางสิ่งได้
บางสิ่งที่ฉันรอคอย
บางสิ่งที่ฉันทำได้ดี
บางสิ่งที่เป็นตัวตนของฉัน
บอกตรง ๆ ว่าตอนฟังนี่เราขนลุกตั้งแต่ประโยคแรกยันดนตรีท่อนสุดท้ายเลยค่ะ เพราะอย่างที่กลายคนทราบกันดีว่าเสียงของบิลลี่ค่อนข้างที่จะดีพ (deep) และปนเศร้าอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับดนตรีสไตล์ alternative และ blues ก็ยิ่งบีบคั้นอารมณ์มากขึ้นไปอีก ประกอบกับเนื้อหาของ MV ที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าโต๊ะเก้าอี้หนึ่งชุดและบิลลี่ในลุคหน้าผมเป๊ะกำลังหยิบเอาชุดตุ๊กตาออกมาจัดเรียง
แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกดิ่งก็คือชุดเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นชุดที่เธอเคยใส่ในชีวิตจริง เหมือนเป็นการเล่าว่าตัวเธอเองก็เป็นแค่บาร์บี้ตัวหนึ่ง ชุดเหล่านั้นคือส่วนต่าง ๆ ของชีวิตเธอ และเมื่อต้องเจอกับทั้งลม, ฝน และพื้นที่ไหวสะเทือน เธอก็ต้องพยายามเก็บทุกเศษเสี้ยวของตัวเธอเองเอาไว้และเดินหน้าต่อไป เพราะเธอถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้ค่ะ และนั่นก็ทำให้เรากลับมาคิดว่า แล้วตัวเราล่ะเป็นอะไร เป็นตัวของเราเองหรือเป็นแค่บาร์บี้อีกตัวหนึ่งที่ต้องคอยทำตามใจคนอื่น แล้วทั้งชีวิตของเรามันมีแค่นี้เองเหรอ?