[รีวิว] Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020 ดีกว่า Moka Pot ตัวอื่น ๆ ยังไง

Bialetti รุ่น Brikka 2020 หม้อต้มกาแฟที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมของกาแฟให้อร่อยมากยิ่งขึ้น

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.6 เต็ม 10

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

Bialetti รุ่น New Brikka 2020 ขนาด 2 Cup (เบียเล็ตติ้ บริกก้า)
    • มีหัววาล์วพิเศษแตกต่างจากรุ่นเดิม ได้ครีม่ามากขึ้น 20%
    • ใช้ซิลิโคนแบบพิเศษ จึงสร้างแรงดันได้มากกว่ารุ่นอื่น 2 เท่า
    • ดึงจุดเด่นของเมล็ดพันธุ์กาแฟแต่ละชนิดได้ดี
    • ฝาหม้อเปิดโล่ง มองเห็นกระบวนชงกาแฟได้ชัดเจน
    • มีรูปลักษณ์คลาสสิคผสมผสานความโมเดิร์น
  • มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย

ในช่วงสถานการณ์ Covid – 19 ระลอกใหม่ที่กำลังระบาดทำให้เหล่าคอกาแฟไม่สามารถออกไปหากาแฟอร่อย ๆ ทานได้ตามปกติ หรือบางทีก็ต้อง Work From Home จนแทบไม่ได้ออกไปจากบ้าน จนหลายท่านเริ่มหันมาซื้อเครื่องชงกาแฟสำหรับใช้ในบ้านเพื่อชงกาแฟดื่มเอง ทำให้เครื่องชงกาแฟขนาดเล็กต่างขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงกาแฟแบบ Drip, เครื่องชงกาแฟแคปซูล, เครื่องชงกาแฟ French Press หรือเครื่องชงกาแฟแบบ Espresso แต่เครื่องชงกาแฟแบบที่กลับมาได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ก็ต้องยกให้เจ้าหม้อต้มกาแฟ Moka Pot นี่แหละค่ะ เพราะหม้อ Moka Pot เป็นอุปกรณ์การชงกาแฟที่ใช้งานง่าย ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจเจ้าหม้อต้มกาแฟในตำนานตัวนี้กันมากขึ้น

ในวันนี้เราจึงได้นำเอาหม้อ Moka Pot ตัวที่กำลังเป็นที่กล่าวถึง และถือเป็น Moka Pot ในระดับแนวหน้า อย่าง ‘Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020’ มาแนะนำให้รู้จักกัน โดยในบทความนี้เราจะทำการรีวิวหม้อ Moka Pot อย่างละเอียดยิบ เพื่อให้คุณได้พิจารณาว่าหม้อ Moka Pot จาก Bialetti ตัวนี้คือหม้อตัวที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่? ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็อย่ารอช้าเลยค่ะ ตามไปดูกันว่า Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020 จะมีดีอะไรบ้าง? ตามมาดูกันค่ะ!!

ข้อมูลจำเพาะหม้อ Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020

Bialetti รุ่น New Brikka 2020 ขนาด 2 Cup (เบียเล็ตติ้ บริกก้า)
สี เงิน – ดำ
ขนาด 2 Cup
ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) 12.5 × 10 × 15 cm.
ความจุน้ำ 120 ml.
ปริมาณน้ำกาแฟที่ได้ 100 ml.
แรงดัน ประมาณ 3 บาร์
น้ำหนัก 0.6 kg.
วัสดุ อลูมิเนียม
สามารถใช้กับเตาแบบใดบ้าง เตาแก๊ส, เตาไฟฟ้า

รีวิว ก่อนใช้งาน หม้อ Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020

หลังจากแกะกล่องสิ่งที่เราหยิบออกมาเป็นชิ้นแรกคือ “แก้วตวง” ที่มีสเกลบอกปริมาตรหน่วยเป็นมิลลิลิตร (ml) แถมมาให้ด้วยค่ะ แก้วตวงตัวนี้จะช่วยให้เราใส่ปริมาณน้ำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกะด้วยสายตาหรือคาดเดาปริมาณน้ำเองให้ยุ่งยาก

รีวิว หม้อต้มกาแฟโมก้าพอท Moka Pot Bialetti Brikka 2020
รีวิว หม้อต้มกาแฟ Moka Pot Bialetti Brikka 2020

ต่อมาก็จะเป็นตัวหม้อที่ถูกห่อมาในกระดาษกันกระแทกสไตล์รักษ์โลก พิมพ์ลายโลโก้แบรนด์สวยงาม สัมผัสแรกที่ได้จับตัวหม้อ รู้สึกถือแล้วถนัดมือ มีน้ำหนักกำลังดี ไม่หนักเกินไป แต่ก็ไม่ได้เบาจนรู้สึกก๊องแก๊ง ตัวหม้อทำจากอะลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งมีความหนาพอประมาณ แต่วัสดุจากอะลูมิเนียมจะไม่เหมาะใช้กับเตาแม่เหล็กไฟฟ้านะคะ ตรงนี้เพื่อน ๆ ต้องเลือกใช้ชนิดเตาอย่างระมัดระวังกันด้วยค่ะ ส่วนตรงหูจับก็ทำจากพลาสติกทนความร้อน ดูหนาแข็งแรงดีมาก และออกแบบมาให้มีความโค้งที่จับง่ายถนัดมือ ไม่ต้องกลัวว่ามือเราจะสัมผัสโดนตัวหม้อตอนร้อน ๆ เลยค่ะ

รีวิว หม้อต้มกาแฟโมก้าพอท Moka Pot Bialetti Brikka 2020
รีวิว หม้อต้มกาแฟ Moka Pot Bialetti Brikka 2020

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้หม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 แตกต่างจากหม้อ Moka Pot ตัวอื่น ๆ ก็คือการออกแบบฝาปิดที่มีช่องเปิดโล่งอยู่ตรงกลาง ทำให้เราเราสังเกตกระบวนการไหลของน้ำกาแฟได้ง่าย ไม่ต้องคอยเปิดปิดฝาหม้อให้ยุ่งยาก ส่วนระบบวาล์วก็เป็นแบบใหม่ที่มีซิลิโคนเพิ่มแรงดันอยู่ภายในท่อส่งกาแฟ (ทั้งนี้ทางแบรนด์ได้เน้นย้ำในคู่มือว่าห้ามแกะหรือคลายเกลียวระบบวาล์วเองนะคะ เพราะจะส่งผลต่อรสชาติกาแฟที่ได้) ซึ่งระบบวาล์วแบบใหม่นี้จะช่วยให้คุณได้ปริมาณกาแฟมากขึ้น และยังช่วยสร้างครีม่าที่ทั้งหนานุ่มและฟูมากกว่ารุ่นปกติถึง 2 เท่า รวมถึงน้ำกาแฟที่ได้จะร้อนขึ้นอีกด้วยค่ะ

วิธีการชงกาแฟด้วย Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020

Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020 ขนาด 2 Cup ตัวนี้ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยเพิ่มคุณภาพของน้ำกาแฟที่ได้ แต่วิธีการใช้ก็ไม่ได้แตกต่างจากหม้อ Moka Pot ตัวอื่น ๆ มากนัก เรียกได้ว่าใช้งานได้ง่ายไม่ต่างกันเลยค่ะ เพียงแค่คุณเตรียมเมล็ดกาแฟสดที่คุณชื่นชอบ จากนั้นก็ทำตามวิธีการใช้งานด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 : เริ่มจากการบดเมล็ดกาแฟ โดยปรับระดับความละเอียดในการบดให้ละเอียดกว่าน้ำตาลทรายเล็กน้อย แต่ไม่ละเอียดจนเป็นผงแป้ง เพื่อไม่ให้กาแฟขมเกินไป และป้องกันกากกาแฟหลุดเข้าไปในเหยือกค่ะ

รีวิว หม้อต้มกาแฟ Moka Pot Bialetti Brikka 2020

รีวิว หม้อต้มกาแฟ Moka Pot Bialetti Brikka 2020
วิธีใส่ปริมาณน้ำใน Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020

ขั้นตอนที่ 2 : จากนั้นให้เติมน้ำเปล่าปริมาณ 120 ml. ลงไปในหม้อน้ำตามคู่มือเลยค่ะ โดยคุณสามารถใช้แก้วตวงที่ทางแบรนด์แถมมาให้เพื่อความสะดวกในการวัดปริมาณน้ำได้ค่ะ เพราะ 120 ml. เป็นปริมาณน้ำที่จะทำให้ได้กาแฟ 2 Cup พอดีและได้รสชาติที่กลมกล่อมเข้มข้นตามมาตรฐานของกาแฟเอสเพรสโซ หรือหากใครไม่มีแก้วตวงก็กะปริมาณให้ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าตัวเซฟตี้วาล์วก็ได้ค่ะ แต่ต้องไม่เกินเส้นขอบที่กำหนดไว้นะคะ

รีวิว วิธีใช้ Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020
รีวิว วิธีใส่กาแฟบด Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020

ขั้นตอนที่ 3 : นำผงกาแฟที่เราบดเตรียมไว้มาใส่ในกรวยใส่ผงกาแฟ โดยใส่ผงกาแฟให้เต็มกรวยแล้วเกลี่ยให้เรียบ แต่ไม่ต้องกดนะคะ (แต่ถ้าหากคุณชอบกาแฟรสขมเข้ม อาจจะมีการกดเล็กน้อยได้ค่ะ แต่ควรไม่อัดจนแน่นเกินไป) จากนั้นเช็ดทำความสะอาดผงกาแฟที่เปรอะเปื้อนตามขอบเกลียวให้เรียบร้อย แล้วนำกรวยกาแฟไปวางบนตัวหม้อน้ำตามเดิม

ขั้นตอนที่ 4 : นำตัวเหยือกกาแฟส่วนบนมาประกอบเข้ากับหม้อน้ำส่วนล่าง ตรวจสอบว่าตัวเกลียวหมุนมีความแน่นพอดีแล้ว และตัวเกลียวไม่เหลื่อมกัน เนื่องจากหม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2020 มีแรงดันมากกว่าหม้อตัวทั่วไป หากปิดเกลียวไม่ดีอาจทำให้น้ำร้อนรั่วไหลได้

ขั้นตอนที่ 5 : นำหม้อ Moka Pot ที่ประกอบร่างกันเรียบร้อยแล้วไปวางบนเตา จากนั้นเปิดเตาโดยใช้ไฟแรงในตอนแรกเพื่อเร่งให้น้ำเดือดเร็ว จากนั้นจึงปรับความร้อนของไฟมาที่ไฟปานกลางเพื่อป้องกันกาแฟไหม้ค่ะ

รีวิว หม้อต้มกาแฟ Moka Pot Bialetti Brikka 2020
รีวิว วิธีใช้ Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020

ขั้นตอนที่ 6 : เมื่อน้ำเดือดได้ที่คุณจะเห็นได้ว่าน้ำกาแฟจะค่อยเริ่มไหลออกมาจากตัววาล์วปล่อยกาแฟ คอยสังเกตว่าน้ำกาแฟออกหมดแล้ว และมีฟองครีม่าออกมาก็ให้ยกลงจากเตาได้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้กาแฟโดนความร้อนมากเกินไปจนติดกลิ่นไหม้

เพียงเท่านี้เราก็จะได้น้ำกาแฟหอมกรุ่นพร้อมฟองครีม่านุ่ม ๆ ออกมาแล้ว โดยคุณสามารถเสิร์ฟแบบเอสเพรสโซ หรือจะนำไปทำเมนูกาแฟอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ หากคุณได้เรียนรู้การชงกาแฟด้วยหม้อ Moka Pot อย่างถูกวิธี ก็จะให้ผลลัพธ์ของกาแฟที่ได้ใกล้เคียงกับการชงกาแฟด้วย Espresso Machine เลยทีเดียว สามารถเข้าไปดูวิธีการชงได้ในบทความ “วิธีใช้ Moka Pot ครั้งแรก” และ “คำแนะนำในการใช้หม้อ Moka Pot” ได้เลยค่ะ

รีวิว หลังใช้งาน Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020

1. ทดสอบระบบวาล์ว (แรงดัน)

หม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2020 ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่าได้ออกแบบตัววาล์วปล่อยกาแฟให้มีเป็นรูปตัว “O” ที่เล็กกว่าหม้อทั่ว ๆ ไป และยังเสริมด้วยซิลิโคนด้านในท่อแบบพิเศษ เพื่อเพิ่มแรงดันภายในหม้อน้ำให้มากกว่าปกติถึง 2 เท่า ซึ่งระบบวาล์วโดยภายในหม้อโดยรวมจะคอยควบคุมแรงดันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีความเสถียรมากที่สุด จึงทำให้คุณได้กาแฟที่มีรสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นและได้ครีม่าที่หนานุ่ม แต่การเคลมจากทางแบรนด์จะเกินจริงหรือไม่นั้น เรามาดูผลการทดลองกันเลยค่ะ

การไหลของกาแฟจากทั้ง 2 หม้อ
การไหลของกาแฟจากทั้ง 2 หม้อ

เราจึงได้ทำการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบ Moka Pot ทั้ง 2 แบบ นั่นคือฝั่งซ้ายจะเป็น Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020 และฝั่งขวาเป็น Moka Pot ที่ขายตามท้องตลาด โดยการทดสอบครั้งนี้เราได้ใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟชนิดเดียวกัน, ความละเอียดในการบดกาแฟแบบเดียวกัน และเตาไฟฟ้ายี่ห้อเดียวกันในระดับความร้อนที่เท่ากัน เพื่อทำการเปรียบเทียบว่าหม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2020 นั้นมีแรงดันที่แตกต่างจากหม้อ Moka Pot ตัวอื่นอย่างไรค่ะ

สรุป ผลออกมาคือ Bialetti รุ่น Brikka 2020 มีแรงดันที่ออกมาสม่ำเสมอ น้ำกาแฟที่ไหลไม่มีการกระเด็นไปคนละทิศคนละทางเหมือน Moka Pot ที่ขายตามท้องตลาด อีกทั้ง Bialetti ยังสร้างครีม่าได้หนาและฟูมาก เมื่อเทียบกับหม้อทั่วไปแล้วแทบจะไม่มีครีม่าออกมาเลย ดังนั้นเรื่องครีม่าและแรงดันของ Bialetti รุ่น Brikka 2020 ทำออกมาได้น่าประทับใจมากกว่าค่ะ


2. ทดสอบระยะเวลาที่ใช้ในการชงกาแฟ (ความเร็วในการต้ม)

ในระหว่างการชงกาแฟโดยใช้หม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 และหม้อทั่วไป เราก็ได้ทำการจับเวลาที่หม้อทั้งสองใช้ในการชงกาแฟ โดยจะเริ่มจับเวลาตั้งแต่นำหม้อไปตั้งบนเตา และหยุดจับเวลาเมื่อน้ำกาแฟหยดแรกเริ่มไหลออกมาจากวาล์วปล่อยกาแฟ ซึ่งตัวหม้อทั่วไปจะใช้เวลาไปประมาณ 5.20 นาที ส่วนหม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 ก็ใช้เวลาไล่เลี่ยกันเลยค่ะ โดยจะมาในเวลา 6 นาทีนิด ๆ ถือว่าเร็วกว่ากันไม่มากนัก ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ค่ะ

สรุป

เนื่องจากหม้อทั่วไปเป็นอะลูมิเนียมที่บางมากจึงทำให้ถึงจุดเดือดเร็วซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาในทางกลับกัน Bialetti รุ่น Brikka 2020 เป็นอะลูมิเนียมที่หนากว่า แต่ก็ใช้เวลาในการชงไม่ต่างกันมากนัก ± ไม่เกิน 1 นาที นอกจากนั้น Bialetti ยังมีการเสริมซิลิโคนในท่อส่งกาแฟและมีระบบวาล์วที่ออกแบบมาพิเศษ จึงช่วยเพิ่มแรงดันภายในหม้อให้สูงกว่าหม้อทั่วไปถึง 2 เท่า และยังช่วยให้อุณหภูมิภายในหม้อร้อนกว่าปกติถึง 5 °C นั่นจึงเป็นสาเหตุให้หม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 สามารถชงกาแฟได้เร็ว แม้ว่าตัวหม้อจะมีอลูมิเนียมหนากว่าก็ตาม


3. ทดสอบรสชาติของกาแฟที่ได้

ก่อนที่เราจะเริ่มทดสอบชิมรสชาติของกาแฟกันนั้น สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือครีม่าและสีของกาแฟจาก Bialetti รุ่น Brikka 2020 ที่เข้มกว่า ซึ่งเทียบกับหม้อทั่วไปแล้วไม่มีครีม่าและสีจะจางกว่าค่ะ ในความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่าตัวครีม่าที่ได้จาก Brikka 2020 มีความหนานุ่มและฟูสวยกว่าที่เคยชงจากหม้อ Moka Pot รุ่นอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ แต่รสชาติจะเป็นอย่างไรต้องมาดูกันค่ะ

รีวิว รสชาติกาแฟจาก Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020
รีวิว รสชาติกาแฟจาก Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020
รีวิว รสชาติกาแฟจาก Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020
รีวิว รสชาติกาแฟจาก Moka Pot Bialetti รุ่น Brikka 2020

สรุป

สำหรับในส่วนของรสชาตินั้น กาแฟจากหม้อทั่วไปมีรสชาติที่ขมเข้มก็จริง แต่ขาดความกลมกล่อม และกลิ่นที่ได้ก็ยังดึงความหอมของกาแฟออกมาได้ไม่ดี

ในขณะที่กาแฟจาก Bialetti รุ่น Brikka 2020 เราจะสัมผัสได้ว่าตัวกาแฟมีบอดี้ที่เข้มข้นกว่า รสชาติมีความกลมกล่อมมากกว่า ไม่ได้ขมโดด อีกทั้งยังมีครีม่ามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

และสุดท้ายที่ทำคะแนนแบบกินขาดคือกลิ่นหอมของกาแฟค่ะ เพราะกาแฟที่ชงด้วย Bialetti นั้นมีความหอมกว่ามาก ตัวหม้อสามารถดึงเอากลิ่น หรือ Taste Note ของเมล็ดกาแฟออกมาได้ดี ขนาดที่ว่าชงแบบง่าย ๆ ไม่ใช้เทคนิคก็ยังได้ Note มาเกือบครบ ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากค่ะ


4. ทดสอบโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน

ทั้ง Bialetti รุ่น Brikka 2020 และหม้อทั่วไปต่างผลิตมาจากวัสดุอะลูมิเนียมทั้งคู่ แต่คุณภาพของวัสดุกลับแตกต่างกัน ซึ่งเราสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่ตอนที่ได้จับตัวหม้อ เพราะตัวหม้อแบบทั่วไปเนื้ออะลูมิเนียมมีความบาง และส่วนประกอบต่าง ๆ ก็ดูหลวม ๆ รู้สึกไม่กระชับ ในขณะที่ Bialetti รุ่น Brikka 2020 กลับมีน้ำหนักที่ดี ไม่ได้หนักจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เบาจนรู้สึกโหวง ส่วนประกอบต่าง ๆ ก็ดูกระชับเข้าที่เข้าทาง และเมื่อพิจารณาดูดี ๆ ก็พบว่าที่น้ำหนักมันต่างกันก็เพราะความหนาของตัวอะลูมิเนียมที่ใช้ทำตัวหม้อนั่นเองค่ะ

รีวิว โครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ของ Moka Pot Bialetti Brikka 2020
รีวิว โครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ของ Moka Pot Bialetti Brikka 2020

ความหนาของอะลูมิเนียมจะเป็นตัวบ่งบอกถึงอายุการใช้งานที่มีความทนทานมากกว่าแน่นอน และเกรดของอะลูมิเนียมที่ใช้ก็รู้สึกว่าแตกต่างกัน จากการสังเกตด้วยตาเปล่าตัวหม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 อะลูมิเนียมที่ใช้จะดูแน่นและแวววาวมากกว่าหม้อทั่วไปที่อะลูมิเนียมจะดูหมอง ๆ ขุ่น ๆ มากกว่าเล็กน้อย

รีวิว โครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ของ Moka Pot Bialetti Brikka 2020
รีวิว โครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ของ Moka Pot Bialetti Brikka 2020

และอีกหนึ่งจุดที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามไปก็คือ “หูจับ” ค่ะ หม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 ก็ทำออกมาได้ดูแข็งแรงทนทานดีเลยทีเดียว ตัววัสดุทำมาจากพลาสติกเนื้อแข็งหนาที่สามารถทนความร้อนได้ดี ไม่มีการย้วยหรือละลาย ต่างจากหม้อ Moka Pot อีกใบหนึ่งที่เคยซื้อมาก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดกว่าตัวหูจับน่าจะผลิตมากจากพลาสติกที่ไม่ค่อยได้คุณภาพ ตัวหูจับจึงละลายเมื่อโดนความร้อน ทางเราจึงจำเป็นจะต้องแกะตัวหูจับออก เหลือเอาไว้แค่ตัวหม้อเปล่า ๆ 😀  ดังนั้นเมื่อจะนำไปใช้งานต่อก็ค่อนข้างลำบาก เพราะหยิบจับตัวหม้อได้ยากค่ะ

สรุป หม้อจาก Bialetti รุ่น Brikka 2020 ใช้วัสดุคุณภาพที่ดีกว่า ทั้งเกรดของอะลูมิเนียมและพลาสติกทนความร้อนที่ด้ามจับ อีกทั้งความหนาและน้ำหนักโดยรวมของหม้อก็ทำออกมาได้ดีกว่า บอกเลยว่าหม้อ Bialetti รุ่น Brikka 2020 ชนะแบบขาดลอยไปเลยค่ะ


วีดีโอ เปรียบเทียบ Bialetti Moka Pot (รุ่น Brikka) ดีกว่า Moka Pot ตัวอื่น ๆ ยังไง

ความคุ้มค่าในการซื้อหม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2020

ข้อดี

  • ผลิตมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ มีความแข็งแรงทนทาน
  • สามารถดึงเอารสชาติ และกลิ่นของกาแฟออกมาได้ดี
  • ได้ปริมาณครีม่าเพิ่มขึ้น และฟูสวย เมื่อเทียบกับการชงกาแฟด้วยหม้อ Moka Pot ตัวอื่น
  • ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ
  • ดีไซน์สวยคลาสสิคผสมผสานความโมเดิร์นทันสมัย
  • เหมาะสำหรับการชงกาแฟเพื่อเสิร์ฟ 1 – 2 แก้ว
  • หม้อ Moka Pot ล้างทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อพิจารณา

  • หม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2020 ตัวนี้มีขนาด 2 Cup หากคุณต้องการชงกาแฟให้ได้ในปริมาณมาก ๆ ต่อครั้ง แนะนำให้มองกาหม้อ Moka Pot ที่มีขนาด 4 Cup ขึ้นไปค่ะ
  • เนื่องจากเป็นอะลูมิเนียมจึงใช้ร่วมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ได้และไม่สามารถนำไปทำความสะอาดในเครื่องล้างจานได้

ความพึงพอใจต่อ Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020

ความพึงพอใจต่อ Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.6 เต็ม 10

หลังจากที่ได้ทดลองใช้หม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2022 ไปแล้วบอกเลยว่ารู้สึกพึงพอใจมาก ๆ จนหาข้อติแทบไม่เจอเลยค่ะ ยกเว้นแค่ราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา แต่ถ้าเทียบกับกาแฟหอม ๆ และครีม่านุ่ม ๆ ที่ได้ ก็ทำให้สามารถมองผ่านจุดนี้ไปได้บ้าง เพราะหม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2022 สามารถดึงเอารสชาติ และ Taste Notes หรือกลิ่นต่าง ๆ จากเมล็ดกาแฟออกมาได้เป็นอย่างดี ชงกาแฟแต่ละทีกลิ่นก็หอมเตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ทันได้ดื่ม นอกจากนี้ครีม่าที่ได้ยังออกมาหนานุ่ม และฟูสวยได้นานกว่าหม้อ Moka Pot ตัวอื่น ๆ ที่เคยใช้ ด้วยวิธีการชงแบบง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมากมาย ถือเป็นหม้อ Moka Pot คุณภาพดีอีกตัวที่ขอแนะนำเลยค่ะ


ควรซื้อ Bialetti Moka Pot รุ่น Brikka 2020 ดีไหม ?

Bialetti รุ่น New Brikka 2020 ขนาด 2 Cup (เบียเล็ตติ้ บริกก้า) ในครั้งแรกเราอาจจะรู้สึกว่าหม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2022 มีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อได้ทดลองใช้ดู กลับพบว่าผลลัพท์ของกาแฟที่ได้มีความสมเหตุสมผลกับราคาที่ต้องจ่ายมาก ๆ ค่ะ เพราะสิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเลยก็คือหม้อ Moka Pot รุ่น Brikka 2022 สามารถดึงเอาตัวครีม่าออกมาจากเมล็ดกาแฟได้มากจนเกือบเทียบเท่ากับการชงกาแฟสดด้วย Espresso Machine ซึ่งหม้อ Moka Pot รุ่นอื่น ๆ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่า

นอกจากนี้ยังช่วยให้ชงกาแฟได้เสร็จเร็วขึ้น เพราะมีแรงดันน้ำที่สูงกว่า 2 เท่า และมีอุณหภูมิที่สูงหม้อ Moka Pot รุ่นอื่น 5 °C อีกทั้งยังผลิตวัสดุที่ดี และแข็งแรงทนทาน เรียกได้ว่าซื้อมาแล้วไม่เสียดายเงิน เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่อยากลุยทำกาแฟสาย Moka Pot แบบจริงจังค่ะ


คำแนะนำในการใช้หม้อ Moka Pot

  • เมื่อกาแฟเริ่มไหลออกมาจากวาล์วปล่อยกาแฟจะเกิดเสียงดังเป็นเรื่องปกติของหม้อ Moka Pot ซึ่งเสียงนั้นเกิดจากแรงดันของน้ำเดือดภายในตัวหม้อน้ำค่ะ
  • หากเริ่มเปิดใช้งานหม้อ Moka Pot เป็นครั้งแรก แนะนำให้คุณทำความสะอาดหม้อด้วยน้ำเปล่าแล้วเช็ดให้เรียบร้อย จากนั้นใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อน้ำโดยระดับห้ามให้เกินตัวเซฟตี้วาล์ว แล้วนำหม้อ Moka Pot ไปตั้งบนเตาต้มน้ำให้เดือดแบบตอนต้มกาแฟ เพื่อเป็นการล้างทำความสะอาดภายในตัวเครื่อง
การทำงานของ Moka Pot
การทำงานของ Moka Pot
  • หากคุณต้องการรีดตัวครีม่าจากกาแฟให้ออกมาได้มากที่สุด ให้ค่อยสังเกตในตอนที่น้ำกาแฟออกจนใกล้จะหมด และให้ยกหม้อ Moka Pot ออกจากเตาก่อนที่ตัวครีม่าจะไหลออกมา เทคนิคจะช่วยเพิ่มปริมาณครีม่าให้มากยิ่งขึ้นได้ค่ะ
  • ในการทำความสะอาดหม้อ Moka Pot แนะนำให้ล้างด้วยน้ำเปล่า และใช้มือถูล้างให้เรียบร้อยก็เพียงพอแล้ว ไม่แนะนำให้ขัดถูด้วยสก๊อตไบรท์ หรือการใช้น้ำยาล้างจาน เพราะหม้อ Moka Pot สามารถดูดซับกลิ่นได้ดีมาก ๆ อาจทำให้กาแที่ชงในแก้วต่อไปมีรส และกลิ่นที่เพี้ยนได้ค่ะ
  • ควรเปลี่ยนซีลยางภายในตัวหม้อ Moka Pot ปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อตัวซีลยางเริ่มเสื่อม เพื่อรักษาระดับแรงดันในหม้อน้ำไม่ให้รั่วไหล ช่วยให้แรงดันมีความเสถียรมากขึ้นค่ะ
Yok Arisa

Yok Arisa

Hi there, I am Arisa. I graduated from Faculty of Humanities and Social Sciences. I'm a cat slave and fall in love with Japanese culture. Hope you guys enjoy my writings.

Next Post