หลาย ๆ คนเมื่อได้ยินคำว่า รถยุโรป ก็คงจะนึกถึงแต่รถหรู หรือรถยนต์ระดับพรีเมียม ราคาสูง ๆ ที่มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสุดไฮเทคทั่วทั้งคัน และมีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยม ซึ่งแน่นอนครับว่า ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนคิดว่ารถหรูเหล่านี้เป็นเพียงแค่ความฝัน หรือเป้าหมายในชีวิตเท่านั้น เพราะคิดว่ามันต้องแพงแน่ ๆ! แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดในปัจจุบัน มันส่งผลให้ความคิดนี้ล้าหลังไปแล้วครับ ซึ่งหากคุณลองมองไปที่รถญี่ปุ่นในยุคนี้ คุณจะเห็นว่า รถญี่ปุ่นหลาย ๆ ค่ายเริ่มมีมาตรฐานที่เทียบชั้นกับรถยุโรปได้แล้ว ดังนั้นมันจึงส่งผลให้ใน ตลาดรถยนต์ ปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก ๆ ครับ
ทำให้ในปัจจุบันนี้ เราจึงเห็นว่า รถยุโรป แบรนด์ดังระดับโลกหลาย ๆ ค่าย ไม่ว่าจะเป็น Mercedes Benz, Audi, BMW, Volvo และอีกหลาย ๆ ค่าย ต่างก็ตบเท้าส่งน้องเล็กสุดของค่ายมาต่อสู้กันในตลาดนี้ ดังนั้นในวันนี้เราขอพาทุกคนไปส่อง ตลาดรถหรู ค่ายดังจากยุโรป กันครับว่า ในงบประมาณ 2 ล้านบาท (บวกลบนิดหน่อย) นี้ จะมีรุ่นอะไร จากค่ายไหนน่าสนใจบ้าง ? หากทุกคนพร้อมแล้ว ไปดูกันครับ
รถญี่ปุ่น กับ รถยุโรป ต่างกันอย่างไร ?
เราทราบกันดีครับว่า ในอดีต รถญี่ปุ่น โดดเด่นในเรื่องของ ความคุ้มค่า และราคาที่ประหยัด เนื่องจากมีการควบคุมเกรดของวัสดุที่ใช้ รวมไปถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้อยู่ในกรอบราคาที่เป็นความต้องการของตลาด ส่วน รถยุโรป นั้นก็จะโดดเด่นในเรื่องของ คุณภาพ ไล่ตั้งแต่ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และสมรรถนะเครื่องยนต์ที่จัดเต็ม ซึ่งทำให้มันมาพร้อมราคาที่แพงมากเช่นกันครับ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ รถยุโรป ถูกมองว่า เป็นรถหรูไปโดยปริยายครับ
แต่เมื่อมี รถญี่ปุ่น บางกลุ่มเช่น รถ MPV, รถ SUV หรือรถในคลาส C-Segment และ D-Segment มีการพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนอาจเทียบชั้นกับรถยุโรปบางรุ่นได้แล้ว แต่กลับมาในราคาที่ถูกกว่า แน่นอนครับว่า มันส่งผลให้ค่ายรถยุโรปอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป จึงส่งรุ่นประหยัดออกมาต่อสู้แย่งชิงในตลาดนี้ด้วย แต่เนื่องจากรถยุโรป ได้รับอานิสงส์ จากมาตรการภาษีแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญเรื่อง การปล่อยไอเสีย เป็นอย่างมาก ซึ่งดันไปตรงกับแนวทางการพัฒนาของรถยุโรป ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก่อนอยู่แล้ว ส่งผลให้รถยุโรปแม้จะมีราคาถูกลง แต่มันยังสามารถคงคอนเซ็ปต์ความหรูหราและพรีเมี่ยมไว้ได้เช่นเดิมครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ข้อดี-ข้อเสีย ระหว่าง รถญี่ปุ่น กับ รถยุโรป มีอะไรบ้าง ?
หากจะถามว่าระหว่าง รถญี่ปุ่น กับ รถยุโรป ประเภทไหนดีกว่ากัน? คงไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีเท่ากับตัวคุณเองครับ เนื่องจากทั้งรถญี่ปุ่น และรถยุโรป มันมีดีกันคนละอย่างครับ เพราะฉะนั้นแบบไหนจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่ตัวคุณเป็นหลักครับ ซึ่งในปัจจุบันมีหลาย ๆ คนบอกว่า รถญี่ปุ่นดีกว่ารถยุโรปมาก ซึ่งมันก็จริงครับ ถ้าหากเราเอาตัวเงินมาเป็นตัวตั้ง แต่ถ้าหากคุณไม่สนใจตัวเงิน แต่สนใจเฉพาะสิ่งที่คุณจะได้รับ ยังไง รถยุโรป มันก็ให้ความพิเศษกับคุณได้มากกว่าหลายเท่าครับ
|
|
1. รถยุโรปแน่นอนครับว่า รถยุโรป เป็นเหมือนรถในฝันของทุก ๆ คน เพราะตัวรถมาจากแบรนด์ดังระดับโลก และทุก ๆ คนก็ให้การยอมรับ โดยจะมาพร้อมกับความสปอร์ตแบบพรีเมี่ยม ให้สัมผัสที่หรูหรา ทั้ง ภายนอก ภายใน รวมไปถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ และต่อไปนี้เป็นข้อดีของรถยุโรปครับ |
- เสริมภาพลักษณ์ให้เจ้าของ : เราปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า รถยุโรป คือตัวแทนของความหรูและความแพง ฉะนั้นรถยุโรปมันย่อมช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ผู้ขับขี่ดูดีมากขึ้นครับ
- ดีไซน์ที่โดดเด่น สะดุดตา : เราเชื่อว่า คนส่วนใหญ่เมื่อเห็นรถหรูหรือรถสปอร์ตบนท้องถนน ทุกคนต้องหันไปมองอย่างแน่นอน ต่อให้ชอบหรือไม่ชอบก็ตาม เพราะเส้นสายการออกแบบของตัวรถมันโดดเด่น แปลกตากว่ารถทั่วไป นั่นเองครับ
- ภายในที่หรูหรา และพรีเมี่ยม : อย่างที่บอกครับว่า รถยุโรปจะเน้นความหรูหราและพรีเมี่ยม โดยเฉพาะในห้องโดยสาร ซึ่งรถยุโรปแทบทุกรุ่น มักจะมาพร้อมภายในที่พรีเมี่ยมมาก ๆ วัสดุต่าง ๆ ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม และมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่เหมือนรถญี่ปุ่น
- สมรรถนะเครื่องยนต์ที่โดดเด่น : รถยุโรปมักจะมาพร้อมกับแรงม้าที่เหนือกว่า เหมาะสำหรับสายซิ่ง ที่ต้องการความเร็วแบบเดิม ๆ จากโรงงาน
- อะไหล่ที่มีคุณภาพ : อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่า รถยุโรป มักจะเน้นที่คุณภาพเป็นหลัก ทำให้มันมีความคงทนที่สูงมาก สังเกตุได้จากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมักจะบาดเจ็บเล็กน้อย
- ระบบช่วงล่างที่โดดเด่น : แน่นอนครับ เมื่อมีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่สูงแล้ว ก็ต้องมีช่วงล่างที่แข็งแรง และแน่นหนึบด้วย ช่วยให้คุณขับสนุกมากขึ้น
- มาตรฐานการบำรุงรักษาที่สูง : เมื่อมีการบำรุงรักษาที่มีมาตรฐานสูงมาก ๆ โดยมีการเลือกใช้ น้ำมันเครื่อง ระดับท็อป น้ำมันเบรค ที่มีคุณภาพ และอื่น ๆ ซึ่งเหล่านี้ก็จะช่วยลดปัญหาจุกจิกไปได้ครับ
- สร้างมลพิษน้อย : ในปัจจุบันกฎหมายในหลายประเทศทางยุโรป ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญครับ ส่งผลให้รถที่ทำตลาดอยู่ในโซนยุโรปเป็นหลักต้องปรับตัวมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ช่วยให้รถยุโรปรุ่นใหม่ ๆ มีการสร้างมลพิษน้อยลงมาก
โดยข้อดีต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่เกี่ยวหรอกครับว่าคุณขับรถรุ่นท็อปสุด หรือขับรุ่นเล็กสุดของค่าย เพราะมันผลิตด้วยมาตรฐานระดับเดียวกัน แม้จะถูกลดสเปกวัสดุลงมา แต่มาตรฐานของค่ายก็ยังสูงอยู่ คุณภาพก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก และแน่นอนครับว่าเพื่อแลกกับข้อดีต่าง ๆ เหล่านี้คุณก็จะต้องยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่ารถญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงเฉพาะราคารถเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน และค่าอื่น ๆ คุณก็จะต้องยอมจ่ายมากกว่ารถญี่ปุ่นครับ ซึ่งก็อย่างที่บอกไปครับว่าหากคุณไม่ได้สนใจตัวเงิน แต่สนใจเฉพาะสิ่งที่คุณจะได้รับจากรถที่คุณขับ รถยุโรป ก็จะให้ความพิเศษกับคุณได้มากกว่าครับ
|
|
2. รถญี่ปุ่นถึงแม้ว่า รถญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ วัสดุที่ใช้ คุณภาพวัสดุ และความหรูหราต่าง ๆ อาจจะยังไม่สามารถเทียบชั้นกับรถยุโรปได้โดยตรง แต่รถญี่ปุ่นก็มีข้อดีอีกมากมายมาทดแทนครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ ราคา และต่อไปนี้ก็เป็นข้อดีที่รถญี่ปุ่นมีเหนือกว่ารถยุโรปครับ |
- รถญี่ปุ่นทีราคาประหยัด : อย่างที่บอกไปครับว่า รถญี่ปุ่นมีการควบคุมราคาโดยการลดสเปกที่ไม่จำเป็นออก และมีการลดคุณภาพวัสดุบางส่วน เพื่อคุมราคาให้อยู่ในเกณฑ์ อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตในประเทศไทย หรือโซนเอเชียด้วย ช่วยให้ราคาลดลงไปอีก เนื่องจากไม่ต้องบวกค่าขนส่ง แถมอะไหล่ต่าง ๆ ก็หาได้ง่ายในราคาประหยัด
- มีความคุ้มค่าในระยะสั้น : หากเทียบกันระหว่างรถญี่ปุ่น กับรถยุโรป ในราคาที่เท่ากัน รถญี่ปุ่นจะคุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจนครับ ซึ่งในงบ 2 ล้าน ถ้าเป็น รถญี่ปุ่น คุณอาจจะได้รุ่นท็อป แต่ถ้าเป็นรถยุโรป คุณอาจจะแค่รุ่นเริ่มต้นเท่านั้น ส่งผลให้รถญี่ปุ่นมีฟังก์ชันต่าง ๆ คุ้มกว่าครับ
- มีความคุ้มค่าในระยะยาว : รถญี่ปุ่น ถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มกระบะ, กระบะ 4 ประตู หรือ B-Segment เป็นต้น เพราะมีราคาประหยัดมาก ๆ ครับ และด้วยความที่เป็นรถตลาดทำให้รถญี่ปุ่นขายได้ราคาดีอีกด้วย เพราะสามารถขายได้ง่าย เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง
- ประหยัดน้ำมัน : รถญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะชูจุดเด่นเรื่องการประหยัดเชื่อเพลิง ต่างจากรถยุโรปที่จะชูจุดเด่นเรื่องสมรรถนะตัวรถที่สูง ซึ่งรถญี่ปุ่นมีหลาย ๆ รุ่นครับ ที่เป็นอีโค่คาร์ และไฮบริด
- มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย : รถญี่ปุ่นมีดีไซน์ที่ดูทันสมัยอยู่เสมอ บางรุ่นดูสปอร์ตมากขึ้น อาทิเช่น Honda Civic, Mazda CX-30, Toyota Corolla Cross และอื่น ๆ ซึ่งถ้าเทียบกันที่การดีไซน์เพียว ๆ รถญี่ปุ่นไม่ได้ด้อยไปกว่ารถยุโรปเลยครับ
- ดูแลรักษาง่าย และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำ : นี่ถือเป็นจุดเด่นอีกข้อหนึ่งของรถญี่ปุ่นครับ นั่นก็คือ ศูนย์บริการที่มีมากมายทั่วประเทศ และแถมค่าบำรุงรักษาก็ยังต่ำมาก ๆ อีกด้วย
ซึ่งถึงแม้ รถจากญี่ปุ่น จะได้เปรียบในเรื่องราคา และความคุ้มค่า ทั้ง ในมุมมองของการใช้รถก็ดี หรือในมุมมองของการขายต่อ แต่ถ้าเทียบกับรถยุโรป สิ่งที่คุณจะได้คือ ความธรรมดา ครับ รถญี่ปุ่นนิสัยของรถจะใกล้เคียงกันหมด เน้นความนุ่มนวล นั่งสบาย เดินทางใกล้หรือไกลก็ไปได้หมด ภายในก็คล้าย ๆ กัน ไม่ได้หรูหราเทียบเท่ากับรถยุโรป อีกทั้งอะไหล่และวัสดุต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ทนทานเท่ากับของรถยุโรปเช่นกันครับ ทำให้มีความจุกจิกมากกว่า
แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าคุณวางแผนไว้ว่า จะใช้งานสัก 3-4 ปี แล้วขายต่อ เพื่อซื้อคันใหม่ ยังไงเสียรถญี่ปุ่นก็ได้เปรียบในข้อนี้ครับ เพราะมันเป็นรถตลาดขายได้ง่ายกว่า ส่วนรถยุโรปที่มาพร้อมกับราคาสูง ๆ การขายย่อมยากเป็นธรรมดาราคาจึงถูกกดลงเรื่อย ๆ นั่นเองครับ ดังนั้นถ้าคุณต้องการคุณภาพที่พิเศษกว่า ภาพลักษณ์ที่ช่วยเสริมให้คุณดูดี มีระดับ พร้อมกับได้สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไม่มีกั๊ก รถยุโรปก็เหมาะกับคุณครับ
บทส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ รถยุโรป ในงบไม่เกิน 2 ล้านบาท (บวกลบ) ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ ซึ่งก็อย่างที่บอกไปครับว่า ถ้าหากคุณเอาเงินเป็นตัวตั้ง ยังไงรถญี่ปุ่นก็คุ้มค่ากว่าอยู่แล้ว แต่หากคุณต้องการสิ่งที่เหนือกว่าโดยไม่ได้สนใจตัวเงิน รถยุโรปก็คือ คำตอบที่ใช่สำหรับคุณครับ เพราะมันให้คุณได้ทั้ง ภาพลักษณ์ที่เหนือกว่า ด้วยดีไซน์ตัวรถที่ดูโดดเด่น ภายในที่หรูหรา สะดวกสบาย อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำสมัย ให้สมรรถนะเครื่องยนต์ ที่ตอบสนองดีเยี่ยม มีกำลังสูง ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ได้เป็นอย่างดี และสิ่งสำคัญคือ มันสามารถให้ความปลอดภัยที่เหนือกว่า ด้วยระบบอัจฉริยะมากมาย พร้อมทั้งวัสดุที่คุณภาพสูง ซึ่งมันไม่สำคัญ หากคุณอยู่ในวัยที่กำลังสร้างฐานะ สร้างธุรกิจของตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ :
- Mercedes-Benz : www.mercedes-benz.co.th
- BMW : www.bmw.co.th
- Audi : www.audi.co.th
- Mini : www.mini.co.th
- Volvo : www.volvocars.com

