วันตรุษจีน ปี 2565 กำลังใกล้เข้ามาแล้วนะคะ สำหรับวันตรุษจีนในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ใครที่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนก็คงกำลังเตรียมตัวกันอยู่ยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน การเตรียมของไหว้เจ้า หรือจะเป็นการเตรียมชุดกี่เพ้าสวย ๆ เอาไว้ใส่ในวันตรุษจีน และที่สำคัญเลย สิ่งที่ทำให้ลูก ๆ หลาน ๆ ตื่นเต้นที่สุดนอกจากการได้พบเจอญาติ ๆ ก็คงเป็นอั่งเปาซองแดง ๆ นี่แหละค่ะ เพราะชาวจีนจะนิยมให้อั่งเปาแก่เด็ก ๆ เพื่อเป็นการอวยพร โดยซองสีแดงนั้นจะแสดงถึงความโชคดี ร่ำรวย เด็ก ๆ ที่ได้รับอั่งเปา ก็มักจะเก็บไว้เป็นเงินขวัญถุงนั่นเองค่ะ
สำหรับเทศกาลวันตรุษจีน เรียกได้ว่าอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน เป็นเทศกาลฉลองวันปีใหม่ตามธรรมเนียมของจีน เป็นวันที่คนจีนได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และอย่างที่ทราบกันดีว่าในวันนี้ ผู้คนจะต่างเตรียมของไหว้เจ้ากันชุลมุน ตลาดในช่วงเช้าก็จะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะต่างรีบมาจับจ่ายซื้อของกันไปเตรียมพิธี ไม่ว่าจะเป็นหัวหมู, ไก่ต้ม, ขนมหวาน หรือผลไม้ต่าง ๆ นอกจากนี้แต่ละบ้านก็ยังต้องเตรียม ของขวัญวันตรุษจีน เพื่อนำไปมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เรารักกันอีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะไปดูของไหว้ที่ต้องใช้ เรามาทำความรู้จักกับเทศกาลตรุษจีนกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ามีข้อมูลอะไรที่ควรทราบบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
เทศกาลตรุษจีน คืออะไร

เทศกาลตรุษจีน (春节 : Chūnjié) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ” ถือเป็นวันหยุดตามประเพณีที่สำคัญมากที่สุดสำหรับชาวจีน และคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งในวันนี้จะเปรียบเหมือนวันสงกรานต์ของไทย หรือวันปีใหม่ของทางยุโรป ซึ่งจะยึดวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีนเป็นวันตรุษจีนนั่นเองค่ะ
ในวันตรุษจีนผู้คนจะจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลานานถึง 15 วัน โดยการเตรียมงานฉลอง ส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่ 1 เดือนก่อนถึงวันตรุษจีน (คล้ายวันคริสมาสต์) ที่จะเริ่มทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่, หาของมาประดับบ้านเรือน โดยจะเน้นสีแดง เพราะชาวจีนเชื่อว่าเป็นสีมงคล, เริ่มซื้อของขวัญต่าง ๆ รวมไปถึงการติดป้ายข้อความมงคลอย่าง “มั่งมีศรีสุข” หรือ “อายุยืนยาว” เอาไว้หน้าบ้าน เพื่อเป็นสิริมงคลนั่นเองค่ะ
วันตรุษจีน ปี 2565 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ ?
วันตรุษจีน ก็จะมีวันสำคัญ ๆ อยู่ 3 วันด้วยกัน ก็คือ
- วันจ่าย : ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565
วันจ่าย หรือวัน “ตื่อเส็ก” คือวันก่อนสิ้นปี ในวันนี้ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหาร, ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ตามธรรมเนียมชาวจีน จะถือว่าวันนี้เป็นวันจ่าย บริษัทหลายแห่ง จึงนิยมแจกโบนัสให้พนักงานในวันนี้เช่นกันค่ะ - วันไหว้ : ตรงกับ วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565
วันไหว้ หรือ วันสิ้นปี ชาวจีนจะทำการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ รวมไปถึงบรรพบุรุษที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ด้วยอาหารและผลไม้ที่ซื้อมาจากวันจ่ายนั่นเอง - วันเที่ยว : ตรงกับ วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 นั่นเองค่ะ
วันเที่ยว หรือ วันปีใหม่ ซึ่งเป็นวันที่ 1 เดือน 1 ของปี เป็นวันที่ชาวจีนจะแต่งตัวสวยงามและพากันออกไปเที่ยว ในวันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ “ป้ายเจีย” คือการไปขอพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ โดยมักนำส้มสีทองห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าไปมอบให้เพื่อเป็นสิริมงคล จะงดทำบาปทุกชนิด
พิธีไหว้ตรุษจีน (วันไหว้)
พิธีไหว้ ในวันไหว้ตรุษจีน จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันค่ะ คือ
- ช่วงเช้ามืด : การไหว้เทพเจ้า
ไหว้ด้วยเนื้อสัตว์ 3 ชนิด คือหมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม และเป็ดต้ม พร้อมกับ ขนมไหว้, ผลไม้, เครื่องดื่ม, เครื่องสักการะ รวมไปถึงกระดาษเงินกระดาษทอง - ช่วงสาย : การไหว้บรรบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
โดยสามารถใช้ชุดไหว้เจ้าเดียวกับที่ไหว้เทพเจ้าได้เลยค่ะ เพียงแค่เพิ่มเมนูที่บรรพบุรุษชื่นชอบ พร้อมกับเพิ่มกระดาษเงินกระดาษทองลงไปด้วย โดยกระดาษที่เรามักจะเห็นกันก็เช่น แบงค์กงเต๊ก, แบงค์ร้อยล้าน, สมาร์ทโฟน, เสื้อผ้า หรือรถซุปเปอร์คาร์ เป็นต้น - ช่วงบ่าย : การไหว้สัมภเวสี หรือผีไร้ญาติ
โดยจะนำของเส้นไหว้ใส่จานแล้วตั้งไว้ที่พื้น โดยจะนิยมใช้ข้าว, เผือกนึ่ง, เผือกเชื่อมน้ำตาล และข้าวสารปักยอดอ่อนใบทับทิม เมื่อไหว้เสร็จให้จุดประทัดไล่สิ่งชั่วร้าย และเพื่อเป็นสิริมงคลค่ะ
การจัดโต๊ะไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ
- วางโต๊ะไหว้ตรงหน้าเทวรูป หรือหน้าโต๊ะหมู่บูชา
- วางกระถางธูปไว้หน้าเทวรูป ให้มีระยะห่างพอสมควร เพื่อป้องกันเศษหรือก้านธูปหล่นลงมาโดนเทวรูป
- วางเชิงเทียนและแจกันดอกไม้ขนาบข้างซ้ายขวาของกระถางธูป เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความสว่างไสว และเจริญงอกงาม โดยแจกันต้องไม่บังเชิงเทียน
- วางข้าวเรียงเป็นแถว โดยจะต้องใส่ข้าวให้พูนถ้วย เพื่อแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะวาง 3 หรือ 5 ถ้วย
- วางถ้วยน้ำชา หรือถ้วยเหล้า เรียงแถวต่อจากถ้วยข้าว
- วางถ้วยน้ำดื่มในแถวถัดมา โดยต้องวางจำนวนเท่ากันกับถ้วยชาหรือถ้วยเหล้า
- วางของคาว 3 ชนิด คือหมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม และเป็ดต้ม หรือจะ 5 ชนิดตามแต่สะดวก แต่ถ้าจัดโต๊ะไหว้บรรพบุรุษจะต้องมีกับข้าวที่มีน้ำซุปเป็นส่วนประกอบด้วย
- วางของหวานหรือผลไม้ ให้เท่ากับของคาวที่ใช้ไหว้
- วางกระดาษเงินกระดาษทอง เป็นอันเสร็จ
ของไหว้เจ้าที่นิยมใช้ในวันตรุษจีน พร้อมความหมายมงคล

1. หมูสามชั้น / หัวหมู
หมู ถือเป็นอาหารไว้เจ้าที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ เพราะหมูนั่นมีลักษณะอ้วนท้วม สมบูรณ์ คนจีนจึงเชื่อว่าการไหว้เจ้าด้วยหมูจะทำให้กินดีอยู่ดี อิ่มหนำสำราญ เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์นั่นเองค่ะ
2. ไก่ต้ม
ไก่ต้ม เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้เช่นกัน โดยไก่ที่นำมาใช้ต้องเป็นไก่ทั้งตัวนะคะ ห้ามสับ หรือเอามาไหว้เฉพาะส่วน เพราะจะเหมือนไม่สมบูรณ์ โดยไก่นั้นหมายถึงความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รู้งานรู้หน้าที่ของตนเอง เนื่องจากไก่จะขันทุกวันในตอนเช้านั่นเองค่ะ
3. เป็ดต้ม
เป็ดต้ม ก็เป็นหนึ่งในเนื้อสัตว์ 3 ชนิด ที่ขาดไม่ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งเป็นนั้นเป็นตัวแทนของความร่ำรวย ความมั่งคั่ง ความบริสุทธ์ และความสะอาด นอกจากนี้ยังสื่อถึงมีความสามารถในการทำงาน มีความสามารถที่หลากหลาย โดยจะไหว้ทั้งตัว ไม่สับหรือหั่นเช่นเดียวกับไก่
4. ปลา
ปลา เป็นสิ่งที่คนจีนถือเป็นอาหารมงคล บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้ เนื่องจากคําว่า ปลา (鱼) ในภาษาจีนกลางนั้น เป็นคําพ้องเสียงกับคําว่า เหลือ (余) ชาวจีนจึงมีความเชื่อว่าหากไหว้เจ้าด้วยปลา จะทำให้เหลือกินเหลือใช้ไปตลอดทั้งปี
5. ปลาหมึก
ปลาหมึก ชาวจีนจะนิยมไหว้แบบแห้ง ซึ่งปลาหมึกนั้นความหมายจะคล้ายกับปลา คือเหลือกินเหลือใช้ เนื่องจากปลาหมึกแห้ง จะเก็บไว้ได้นาน เผื่อเหลือเผื่อขาด แต่จะมีความหมายเพิ่มเติมคือ การมีวิชาความรู้ เนื่องจากสมัยก่อนคนจีนจะใช้หมึกในการเขียนหนังสือ และหมายถึงการมีบริวารคอยช่วยเหลือมากมายดั่งหนวดปลาหมึกนั่นเองค่ะ
6. ตับ
ตับ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนจีนนิยมใช้ไหว้เจ้า ส่วนใหญ่มักจะใช้ตับหมู มีความหมายเพื่อแสดงถึงความเจริญก้าวหน้า ในทุก ๆ ด้าน

7. อาหารเส้นประเภทเส้น
ไม่ว่าจะเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว หรือหมี่ซั่ว ก็สามารถนำมาใช้ไหว้ได้ค่ะ โดยเส้นที่ยาว เปรียบเหมือนการมีอายุยืนยาว อายุมั่นขวัญยืน ที่สำคัญคือเวลาปรุงห้ามตัดเส้นบะหมี่นะคะ ให้ลวกทั้งเส้นยาว ๆ แบบนั้นเลย มิเช่นนั้นจะเหมือนการไปตัดอายุให้สั้งลงนั่นเอง
8. ขนมเข่ง และขนมเทียน
ขนมเข่ง และขนมเทียน หมายถึง ความราบรื่นในชีวิต ความหวานชื่นในชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ขนมเข่ง จะแสดงถึงการมีเพื่อนฝูงเยอะ ก้าวหน้าในการงาน ส่วนขนมเทียนนั้นก็คือชีวิตจะสว่างสดใส ดุจดั่งแสงเทียน
9. ซาลาเปา
จะมีทั้งแบบมีไส้ ไม่มีไส้ (หมั่นโถว) และแบบรูปท้อ (ซิ่วท้อ) มักจะนิยมแต้มจุดสีแดง และปั๊มคำว่า โชคดี หรือ เฮง ลงไป เพื่อเป็นสิริมงคล หรืออาจเปรียบได้ว่าการห่อเงินห่อทอง ส่วนซิ่วท้อนั้นเป็นขนมที่ทำขึ้นพิเศษ เพราะเชื่อว่าลูกท้อเป็นผลไม้ที่มาจากสวรรค์ จะใช้ในงานมงคลต่าง ๆ เท่านั้น มีความหมายว่าอายุที่ยืนยาวนั่นเองค่ะ
10. ขนมไข่
ขนมไข่ เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งสาลี, ไข่ และน้ำตาล เนื้อจะหยาบนิด ๆ ทานเพลิน ชาวจีนเชื่อว่าขนมไข่สื่อถึงความเจริญเติบโต ความเจริญรุ่งเรือง ปัจจุบันได้ดัดแปลงโดยการสอดไส้ต่าง ๆ เพื่อให้มีรสสัมผัสและความอร่อยมากขึ้น
11. ขนมสาลี่ และขนมถ้วยฟู
เมื่อพูดถึงขนมสาลี่ ก็ต้องมีขนมถ้วยฟูควบคู่อยู่ด้วยเสมอ ขนมสาลี่และถ้วยฟูนั้น หมายถึง การมีชีวิตที่รุ่งเรื่อง เฟื่องฟู เหมือนชื่อขนม นิยมทำให้หน้าขนมมีรอยแตกเหมือนกลีบดอกไม้ เพื่อความสวยงาม และรับประทานได้ง่าย
12. แต้เหลียว (ขนมจันอับ)
ขนมแต้เหลียว หรือที่คนไทยเรียกว่าขนมจันอับ (หมายถึงกล่องใส่ขนม) คือขนมแห้ง 5 อย่าง ได้แก่ ถั่วเคลือบ, ถั่วตัด, งาตัด, ข้าวพอง และฟักเชื่อม ซึ่งขนมเหล่านี้ หมายถึง ความหวานที่เพิ่มพูน ความเจริญงอกงาม มีความสุขตลอดปีตลอดไป

13. ส้มสีทอง
เมื่อพูดถึงผลไม้ไว้เจ้า ลิสต์อันดับแรก ๆ ต้องยกให้ส้มเลยค่ะ เนื่องจากในภาษาจีน คําว่า ส้ม (橘) มีเสียงใกล้เคียงกับคําที่แปลว่า สิริมงคล (吉) นั่นเองค่ะ ซึ่งในการใช้ส้มไหว้เจ้านั้นจะนิยมใช้ส้มอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ไต้กิก (大橘) เป็นส้มสีทองพันธุ์ใหญ่ มีความหมายว่า มหาสิริมงคล และพันธุ์กิมกิก (金橘) เป็นส้มสีทองพันธุ์เล็ก หมายถึง ความมงคล
14. แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล (苹) ในภาษาจีนเป็นคําพ้องเสียงกับคําว่า สันติภาพ (平) ดังนั้นการไหว้เจ้าด้วยแอปเปิ้ลจึงหมายถึง ความสงบ, สันติภาพ และความสงบสุข ไม่มีความวุ่นวาย ไร้โรคภัยไข้เจ็บนั่นเองค่ะ
15. สาลี่สีทอง
สาลี่สีทอง เป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่ต้องมีในการไหว้เจ้าเลยค่ะ ซึ่งสาลี่สีทองนั้น หมายถึง ความราบรื่น ความดีงาม มีโชคมีลาภ เงินทองไหลมาเทมา ซึ่งการใช้สาลี่ไหว้เจ้า จะนิยมใช้ไหว้เทพเจ้าและเทพยดาเท่านั้น ไม่แนะนําให้นํามาไหว้บรรพบุรุษค่ะ
16. กระดาษเงิน กระดาษทอง
นอกจากอาหารคาวหวาน และผลไม้ที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีบนโต๊ะไหว้เจ้าเลยก็คือ กระดาษเงิน กระดาษทอง นั่นเองค่ะ โดยการไหว้เจ้าด้วยกระดาษเงิน กระดาษทองนั้น เปรียบเหมือนการส่งเงินทองไปให้บรรพรุษ เพื่อแสดงความกตัญญู โดยการเผากระดาษ จะช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ลูกหลาน และเสริมความเจริญรุ่งเรืองนั่นเอง
สิ่งที่ควรทำในวันตรุษจีน
- ทานเจในมื้อเช้า เพราะชาวจีนเชื่อว่าการทานเจในมื้อแรกของปีจะเป็นสิริมงคล และเปรียบเหมือนการได้บุญไปตลอดทั้งปี
- ใส่เสื้อผ้าสีสดใส ในวันนี้ชาวจีนจะใสเสื้อผ้าใหม่ และเป็นสีสดใส โดยเฉพาะสีแดง เพราะเป็นสีของความมงคล จะได้รับทรัพย์ตลอดทั้งปี
- อวยพรสิ่งดี ๆ ให้กันและกัน ในวันนี้ญาติพี่น้องจะมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ละคนก็จะอวยพรวันปีใหม่ให้แก่กัน ด้วยการพูดว่า “新正如意 新年发财 (ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” แปลว่า ปีใหม่นี้ขอให้ร่ำรวยมั่งคั่ง สมความปรารถนาทุกประการ นั่นเองค่ะ ใครที่ยิ่งออกเสียงชัด อาจจะได้อั่งเปาเยอะเป็นพิเศษนะคะ อิอิ
- ไหว้ขอพรผู้ใหญ่ด้วยส้ม 4 ผล ส้มถือเป็นผลไม้มงคงของจีน เป็นสัญลักษณ์ของเงินทองและความโชคดี การมอบส้มให้ผู้ใหญ่ ก็เปรียบเหมือนยื่นความโชคดีให้นั่นเองค่ะ โดยตามธรรมเนียมเมื่อเรามอบส้มที่ห่อด้วยผ้าหรือใส่ในถุงใส่ส้ม ให้ผู้ใหญ่ 4 ผล ผู้ใหญ่จะรับไว้ 2 ผล และนำส้มในบ้านมาวางคืน 2 ผล ถือเป็นการอวยพรให้กันและกันนั่นเอง
- ให้ / รับอั่งเปา อั่งเปาคือซองกระดาษสีแดงที่ภายในจะใส่เงินขวัญถุง ตามธรรมเนียมผู้ใหญ่จะเป็นคนมอบให้เด็ก และก่อนรับเงิน เด็ก ๆ จะต้องกล่าวคำอวยพรให้ผู้ใหญ่ ด้วยคำว่า “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ส่วนใครที่อายุเกินแล้ว อันนี้ต้องเป็นผู้ให้แทนแล้วนะคะ

- ตกแต่งบ้านด้วยตุ้ยเหลียน (ป้ายคำอวยพร) ตุ้ยเหลียนคือป้ายคำอวยพรภาษาจีน ใช้ตกแต่งบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนมากจะอวยพรให้ “ทำมาค้าขึ้น หรือ ให้มั่งมีเงินทอง” โดยการนำไปติดตามประตูบ้านนั่นเองค่ะ
- ทานอาหารมงคลร่วมกับครอบครัว ชาวจีนจะมีธรรมเนียมในการรับประทานอาหารมงคลร่วมกับญาติ ๆ ในมื้อสุดท้ายของวันไหว้ ก่อนจะถึงวันปีใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคล มีความเชื่อว่าจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามานั่นเองค่ะ
สิ่งที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน
- ห้ามทำความสะอาดบ้าน เพราะคนจีนจะเชื่อว่า หากทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะการซักผ้าในวันนี้ จะเปรียบเหมือนการกวาดโชคลาภและเงินทองออกจากบ้าน แต่จะเปลี่ยนไปทำก่อนวันตรุษจีน 1 วัน เพื่อต้อนรับปีใหม่ และพร้อมรับแขกนั่นเองค่ะ
- ห้ามร้องไห้ เพราะคนจีนเชื่อว่าหากร้องไห้ในวันนี้ จะทำให้พบเจอแต่สิ่งที่ไม่ดี ต้องร้องไห้ตลอดปี ทำให้วันนี้อากง อาม่า มักจะไม่ดุลูกหลาน เพราะไม่อยากให้ร้องไห้นั่นเองค่ะ
- ห้ามใส่ชุดขาวดำ สีขาวดำคือสีของการไว้ทุกข์ของชาวจีน เป็นสีที่แสดงถึงความโศกเศร้า ไม่เป็นมงคล ในวันนี้ผู้คนจึงไม่ใส่สีขาวดำกัน แต่จะไปใส่สีแดง หรือสีสดใสแทนค่ะ
- ห้ามสระผมหรือตัดผม ตามความเชื่อชาวจีน จะไม่นิยมตัดผมหรือสระผมในวันตรุษจีน เพราะคำว่าผมในภาษาจีน จะไปพ้องเสียงกับคำว่ามั่งคั่ง ดังนั้นหากสระผมหรือตัดผมในวันนี้จะเหมือนกับการชะล้างหรือตัดความมั่งคั่งออกไปนั่นเอง
- ห้ามซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ในวันนี้ชาวจีนจะไม่นิยมซื้อรองเท้าคู่ใหม่ เนื่องจากคำว่ารองเท้าในภาษาจีน ออกเสียงว่า Hai ซึ่งจะคล้ายกับเสียงถอนหายใจ ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ไม่ดี จะมีเรื่องให้เหนื่อยไปทั้งปีนั่นเองค่ะ
เมนูอาหารจีนมงคล ทานแล้ว เฮง ๆ ตลอดปี
นอกจากอาหารที่ใช้ไหว้เจ้าแล้ว ชาวจีนยังนิยมทานอาหารเหล่านี้เพื่อเป็นสิริมงคล ต้อนรับวันปีใหม่อีกด้วยค่ะ ซึ่งแต่ละเมนูเรียกได้ว่าความหมายดี เป็นมงคล ทานแล้วจะเฮงตลอดปี มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
- ปลานึ่งซีอิ๊ว หมายถึง ชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้เหลือเฟือ
- เสี่ยวหลงเปา หมายถึง การมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง
- เกี๊ยวนึ่ง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง และชีวิตที่ยืนยาว
- เป็ดย่าง หมายถึง ความสามารถที่หลากหลาย
- ไก่แช่เหล้า หมายถึง การก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มียศและชื่อเสียง
- ต่าม ต่าม หมี่ หมายถึง การครองรักการอย่างยืนยาว
- ปอเปี๊ยะทอด หมายถึง ความมั่งคั่งเหมือนทองคำแท่ง
- โหงวก้วยกระทงเผือก หมายถึง ความโชคดี การพบเจอแต่สิ่งดี ๆ และมีอายุที่ยืนยาว
- ผัดหมี่ซั่ว หมายถึง การมีอายุยืนยาว เหมือนเส้นบะหมี่
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับของไหว้วันตรุษจีน และความรู้เกี่ยวกับพิธีการไหว้เจ้าต่าง ๆ ที่เราได้นำมาเสนอให้กับทุกคนในวันนี้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ให้ทุก ๆ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับวันตรุษจีนที่ใกล้จะถึงนี้กันนะคะ สุดท้ายนี้ขอให้ทุก ๆ คนมีความสุขในวันตรุษจีน เฮง ๆ รวย ๆ ได้อั่งเปากันเยอะ ๆ สุขภาพดีตลอดทั้งปีเลยนะคะ “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ค่าาาา