ละตินถือเป็นดนตรีและแนวเพลงประเภทหนึ่งที่ติดเทรนด์อยู่ในทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ศิลปินอเมริกาแนว Pop และ R&B ในอเมริกาหลายคนก็เปลี่ยนทิศทางการทำเพลงไปอยู่ในสายละตินหลายต่อหลายคน อย่างเช่น Christina Aguilera, Selena Gomez หรือ Becky G แต่ถ้าหากจะพูดถึงละตินแบบออริจินอลที่เปิดตัวด้วยเพลงละตินตั้งแต่เข้าวงการและเติบโตจนกลายเป็นตัวแม่ของวงการเพลงระดับโลก
คงจะต้องยกให้กับทาง ‘Shakira’ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงชื่อนี้ หลายคนจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน เพราะเธอเคยร้องเพลงให้กับรายการฟุตบอลชิงแชมป์โลก ไหนจะมีซิงเกิลฮิตระดับตำนานที่ฝากไว้ให้กับวงการเพลง ทั้งนี้ความน่าสนใจไม่ได้มีเพียงแค่ผลงานเพลงเท่านั้น แต่กว่าจะมาเป็นชากีราศิลปินหญิงชื่อดังของโลกได้ในทุกวันนี้ เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะเป็นที่ยอมรับในวงการ ซึ่งในวันนี้เราจะมาแชร์ ‘ประวัติและผลงานเพลง Shakira (ชากีรา)’ ให้ทุกคนได้อ่านกัน
ประวัติ Shakira
Shakira หรือชื่อเต็มว่า ‘Shakira Isabel Mebarak Ripoll’ เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1977 ในประเทศโคลัมเบีย ชากีราเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ช่วงวัยเด็กชีวิตของชากีราเติบโตตามสไตล์ของครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์และเข้าเรียนในโรงเรียนคริสต์อย่างจริงจัง โดยความสามารถทางด้านศิลปินของชากีราฉายแววตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพราะในช่วงอายุเพียงแค่ 4 ขวบ เธอสามารถแต่งกาพย์กลอนได้ ต่อมาเมื่ออายุ 7 – 8 ขวบเธอก็เริ่มใช้เครื่องพิมพ์ดีดในการเขียนนิยายของตัวเอง
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้คนในครอบครัวของเธอเห็นถึงความสามารถ อย่างเช่น ในตอนอายุ 4 ขวบ ครอบครัวได้ไปรับประทานอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในร้านอาหารก็จะมีการเต้นโชว์เบลลี่แดนซ์ ถ้าหากเด็กคนอื่น ๆ เห็นคงจะดูเพลินหรือโยกย้ายส่ายสะโพกเบา ๆ ตามภาษาของเด็กทั่วไป แต่กลับกันชากีราเธอปีนขึ้นไปบนโต๊ะอาหารและเต้นตามเหมือนกับเคยเรียนมาก่อน ซึ่งตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาชากีราก็รู้ตัวเอง ‘Born To be Perfomer’

สมัยที่เธอเป็นนักเรียนชากีราชอบร้องเพลงมาก แม้ต่อหน้าคุณครูหรือแม่ชีเธอก็ร้องให้ฟังอยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจสมัครเพื่อเข้าชมรมประสานเสียง แต่เธอกลับโดนปฎิเสธเพราะครูสอนร้องเพลงบอกกับเธอว่า “ลูกคอของเธอเหมือนกับแพะเลย” แน่นอนว่าอาจมีผิดหวังบ้างเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่หยุดพยายามที่จะเป็นศิลปิน ถึงขนาดที่ว่าวันหนึ่งคุณพ่อมีโอกาสพาเธอสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในสวนแห่งนั้นจะมีเด็กกำพร้าหลายคนอาศัยอยู่ หลังจากชากีราได้เห็นความเป็นอยู่ของเด็กกำพร้า เธอก็ปฏิญาณตนกับพ่อทันทีว่าวันหนึ่งเธอจะเป็นศิลปินดังและกลับมาช่วยเด็กกำพร้าเหล่านี้ให้ได้
ชากีราฝึกฝนทางด้านการเต้นและการร้องอยู่เสมอ จนเมื่อเธออายุเข้าสู่ช่วง 10 – 13 ขวบ ก็เริ่มมีคนเห็นความสามารถและเป็นไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อออดิชันเข้าเป็นศิลปินมืออาชีพในค่ายเพลง โดยชากีราได้เข้าพบกับทาง Ciro Vargas ซึ่งเป็นผู้บริหารของทางโซนี่โคลอมเบีย เพื่อออดิชันและแสดงความสามารถของเธอให้กับ Vargas หลังจากออดิชันเสร็จแล้ว ทาง Vargas รู้สึกประทับใจในความสามารถของชากีรามาก ๆ เพราะเธอเก่งทั้งด้านการร้องและการเต้น Vargas เลยขอเทปคาสเซ็ทเพื่อไปเสนอกับค่ายที่ออฟฟิศ
หลังจากที่ผู้ใหญ่ในค่ายได้ฟังเทปคาสเซ็ทดังกล่าว ก็รู้สึกว่าไม่ได้ตื่นเต้นหรือชอบอะไรมากมาย แต่ทาง Vargas ที่ได้ฟังเธอร้องเพลงและเต้นแบบ Live Performance ก็ยืนยันเสียงหนักแน่นว่าชากีรามีความสามารถมาก ๆ ไม่ควรพลาาดที่จะดึงเธอมาเซ็นสัญญา ดังนั้นค่ายจึงนัดชากีราเข้าไปออดิชันอีกครั้งเพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกคนในค่ายดู จากนั้นเมื่อเธอร้องและเต้นให้ผู้ใหญ่ดูทั้งหมด 3 เพลง ทุกคนก็เซอร์ไพร์สและชื่นชมในความสามารถมาก ๆ รีบจับเธอเซ็นสัญญาเข้าเป็นศิลปินของค่ายในทันที ซึ่งในตอนนั้นเธออายุเพียงแค่ 13 ขวบเท่านั้น
เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จแล้วเรียบร้อยทางค่ายก็ป้อนงานเพลงและอัลบั้มให้เธอได้ทำทันที แต่ผลตอบรับหลังจากปล่อยอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า ‘Magia’ ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก เพราะยอดขายทั่วโลกทำได้เพียงแค่ 1,200 ก็อปปี้เท่านั้น ซึ่งยอดขายที่น้อยทำให้ส่งผลต่อการปล่อยอัลบั้มที่ 2 ทางค่ายตัดสินใจยืดระยะเวลาในการทำอัลบั้มออกไป ในช่วงเวลานั้นชารีกาได้รับการถูกเชิญให้ไปเข้าร่วมการแสดง หลังจากนั้นเธอก็คว้าอันดับ 3 โชว์ที่ดีที่สุดในรายการปีนั้น

ชากีรากลับเข้ามาที่ค่ายเพื่อทำอัลบั้มที่ 2 แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่ เพราะเธอรู้สึกไม่ประทับใจกับผลงานที่ออกมา นอกจากนี้การโปรโมทเองก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าการตอบรับจะดีกว่าอัลบั้มแรก แต่ด้วยโปรดักชันและการโฆษณาที่ไม่ดีก็ทำให้ยอดขายไม่ได้สูงอะไรมากมาย เมื่อเจอเข้ากับอุปสรรคชิ้นใหญ่ ชากีราเลยถือโอกาสกลับไปเรียนให้จบมัธยมและรับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในโคลัมเบีย
ในปีต่อมาทางค่าย Sony ก็ให้โอกาสเธออีกครั้งแต่ทางค่ายยื่นคำขาดว่าอัลบั้มนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าหากยอดขายยังไม่ดีก็อาจจะยกเลิกสัญญาของเธอ ดังนั้นชากีราจึงค่อนข้างโฟกัสกับอัลบั้มนี้มาก และในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริง เพราะหลังจากปล่อยออกมาอัลบั้มก็ขึ้นอันดับที่ 5 ในสาขา Latin ส่วนซิงเกิล ‘Pies Descalzos, Sueños Blancos’ และ ‘Antología’ ก็เข้า Top 20 อีกด้วย ด้วยยอดขายกว่า 5 ล้านก็อปปี้ทำให้เธอมีโอกาสในการทัวร์คอนเสิร์ตในหลายประเทศ เรียกว่ากลับมาเป็นลูกรักของทางค่ายอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่ว่าจะปล่อยซิงเกิลหรืออัลบั้มอะไรออกมาก็ปังทั้งหมด แต่ที่พีคสุด ๆ คือซิงเกิล ‘Hips Don’t Lie’ ในปี 2006 ซึ่งเป็นเพลงแรกของชากีราที่สามารถขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ ทำให้เธอกลายเป็นตัวแม่เพลงละตินและกลายเป็นศิลปินดังระดับโลก ที่ไม่ว่าจะเดินไปมุมในของโลกก็จะต้องมีคนรู้จัก
1. Hips Don’t Lie
| แนวเพลง | Latin pop และ reggaeton |
| ค่ายเพลง | Epic และ Sony |
| ผู้แต่งเพลง | Shakira, Omar Alfanno, LaTavia ParkerLuis Días, Jerry Duplessis, Wyclef Jean และ Archie Pena |
| โปรดิวเซอร์ | Shakira, Jerry Duplessis และ Wyclef Jean |
| เพลงในปี | 2006 |
‘Hips Don’t Lie’ เป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของชากีรา เพราะยอดขายดี ได้รับรางวัลเยอะ และอันดับในชาร์ตก็ดีอีกด้วย โดยแนวเพลงมาในสไตล์ Latin Pop มีความคลาสสิกอยู่ในตัว นอกจากนี้ยังใส่ซาวด์เรกเก้ก็ช่วยเสริมความสนุกลงไปในเพลง มีจังหวะให้คนฟังได้โยกย้าย เรียกว่าในยุคนั้นถ้าได้ยินเพลงนี้ขึ้นมาแล้วต้องลุกขึ้นเต้นกันทุกคน เป็นเพลงระดับไอคอนที่ไม่มีใครลืมแม้ผ่านมานานกว่า 20 ปี
2. Beautiful Liar
| แนวเพลง | Pop และ R&B |
| ค่ายเพลง | Columbia และ Music World |
| ผู้แต่งเพลง | Mikkel S. Eriksen, Tor Erik Hermansen, Amanda Ghost, Ian Dench และ Beyoncé Knowles |
| โปรดิวเซอร์ | Stargate และ Beyoncé Knowles |
| เพลงในปี | 2007 |
เพลงนี้เป็นการร่วมงานครั้งใหญ่ของ 2 ตัวแม่แห่งวงการเพลงในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ โดยเสน่ห์ของเพลงนี้คือการผสมผสานและหาตรงกลางระหว่างความเป็น Pop และ R&B สไตล์อเมริกันเข้าไปเบลนกับดนตรีละติน ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างกลมกล่อมมาก ๆ ทั้งนี้ด้วยทั้งคู่ดังมาจากแดนซ์และโดดเด่นในสกินการเต้น แน่นอนว่าดนตรีก็จะออกมาค่อนข้างสนุกถือเป็นเพลงแดนซ์ระดับ Masterpiece ที่ไม่ควรพลาด
3. Whenever, Wherever
| แนวเพลง | Worldbeat และ Latin pop |
| ค่ายเพลง | Epic |
| ผู้แต่งเพลง | Shakira และ Gloria Estefan |
| โปรดิวเซอร์ | Shakira และ Tim Mitchell |
| เพลงในปี | 2001 |
‘Whenever, Wherever’ น่าจะเป็นเพลงในความทรงจำของวัยรุ่นยุคต้น ๆ 2000 หลายคน แม้กระทั่งในช่วงนั้นเพลงนี้ยังดังเปรี้ยงในประเทศไทย เหตุผลที่เพลงนี้ดังมากเพราะตอนนั้นการร้องเพลงภาษาอังกฤษในดนตรี Latin Pop ค่อนข้างเป็นเทรนด์ที่มาแรงอยู่พอสมควร ถ้าหากผู้ชายจะต้องเป็น Ricky Martin ส่วนทางฟากฝ่ายหญิงก็ต้องเป็น Shakira ซึ่งความปังของเพลงนี้คือการทำยอดขายได้มากกว่า 8.5 ล้านยูนิต เรียกว่าดังไปทั่วโลกและในอเมริกาก็ขึ้นถึงอันดับ 6 บน Billboard Hot 100
4. TQG
| แนวเพลง | Reggaeton |
| ค่ายเพลง | Universal Latino |
| ผู้แต่งเพลง | Carolina Giraldo, Shakira Mebarak, Daniel Echavarría และ Kevyn Cruz |
| โปรดิวเซอร์ | Ovy on the Drums |
| เพลงในปี | 2023 |
ผลงานล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมาสด ๆ ร้อน ๆ คือ ‘TQG’ โดยดนตรีของเพลงนี้จะเป็น Reggaeton ซึ่งเป็นการร่วมงานของศิลปินรุ่นน้องอย่าง KAROL G และรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง Shakira ทั้งนี้ด้วยบีทที่หนักเร้าใจและแมตช์เข้ากับเสียงของทั้งสองคนได้อย่างกลมกลืน ทำให้ตัวเพลงติดหูกลายเป็นเพลงมาแรงของปีและมียอดวิวใน Youtube อันดับ 1 ของโลก ณ ตอนนี้ ส่วนทางด้านของชาร์ตเพลงก็เดบิ้วต์ได้สูงถึงอันดับ 7 บน Billboard Chart
5. Underneath Your Clothes
| แนวเพลง | Rock |
| ค่ายเพลง | Epic |
| ผู้แต่งเพลง | Shakira และ Lester Mendez |
| โปรดิวเซอร์ | Shakira และ Lester Mendez |
| เพลงในปี | 2002 |
‘Underneath Your Clothes’ เป็นเพลงที่ทาง Shakira ลงมือทำเพลงเองทั้งในส่วนของการแต่งเนื้อเพลงและโปรดิวซ์ดนตรี ซึ่งเพลงนี้มาในจังหวะเพลงช้าบัลลาดแนว Rock ที่ฟังได้สบาย มีความ Easy Listening เหมาะกับการฟังในช่วงวันหยุด ถึงแม้ว่าเพลงจะค่อนข้าง Simple ฟังแล้วธรรมดาไม่ได้หวือหวาอะไร แต่ฟังแล้วจะรู้สึกสบายใจคลายความเครียดและเติมพลังให้กับคนฟัง
6. Bzrp Music Sessions, Vol. 53
| แนวเพลง | Electropop และ EDM |
| ค่ายเพลง | Barcelona |
| ผู้แต่งเพลง | Gonzalo Julián Conde, Shakira Mebarak, Kevyn Cruz แลเะ Santiago Alvarado |
| โปรดิวเซอร์ | Bizarrap |
| เพลงในปี | 2023 |
เป็นอะไรที่ค่อนข้างแปลกใหม่พอสมควรสำหรับผลงานชิ้นนี้ของ Shakira เพราะทุกคนจะคุ้นชินกับ Latin Pop กับ Ragge ซะมากกว่า แต่สำหรับผลงานเพลงนี้เธอได้ทำดนตรี Electropop และ EDM เป็นดนตรียุค Modern ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชากีราในการทำเพลงสไตล์นี้ โดยตัวเพลงเขียนเกี่ยวกับสามีเก่าอย่างปิเก้แบบตรง ๆ นักวิจารณ์เพลงหลายคนบอกว่าเป็นการล้างแค้นแฟนเก่าอย่างแท้ทรู หากใครอยากฟังความแซ่บนัวต้องลองไปฟังกันครับ
7. She Wolf
| แนวเพลง | Hi-NRG, Italo, electropop และ synth-pop |
| ค่ายเพลง | Epic |
| ผู้แต่งเพลง | Shakira, John Hill และ Sam Endicott |
| โปรดิวเซอร์ | Shakira และ John Hill |
| เพลงในปี | 2009 |
‘She Wolf’ จุดว่าเป็นอีกเพลงหนึ่งที่ทำให้หลายคนรู้จักชากีรามากขึ้น โดยเพลงไต่อันดับได้สูงสุดถึงอันดับ 11 ของ Billboard Hot 100 และเข้าอันดับ Top 10 กว่า 6 ประเทศ ดนตรีของ She Wolf ค่อนข้างมิกซ์กันหลายอย่าง แต่หลัก ๆ จะมีความเป็นป๊อปอิเล็กโทรให้ฟิลลิ่งเหมือนย้อนกลับไปในช่วง 80 ที่คลับส่วนใหญ่จะนิยมเปิดกัน ถือเป็นเพลงที่เปิดกี่ครั้งก็สนุกเสมอ เปิดในงานปาร์ตี้ก็คงต้องมี Dance Floor กันบ้าง
8. Can’t Remember To Forget You
| แนวเพลง | New wave, reggae rock และ pop rock |
| ค่ายเพลง | RCA และ Sony Music Latin |
| ผู้แต่งเพลง | Shakira, John Hill, Tom Hull, Daniel Alexander, Erik Hassle และ Robyn Fenty |
| โปรดิวเซอร์ | John Hill, Kid Harpoon และ Shakira |
| เพลงในปี | 2014 |
นอกจากชากีราจะเคยเซอร์ไพร์สในการร่วมงานกับ Beyonce มาแล้ว ในเพลง ‘Can’t Remember To Forget You’ เธอก็เซอร์ไพร์สอีกครั้งด้วยการร่วมงานกับ Rihanna โดยนักวิจารณ์ต่างชมกันเป็นเสียงเดียวว่าการร่วมงานนี้เป็นระดับ ‘Powerhouse Collabration’ เพราะเทคนิคการร้องของทั้งคู่เข้ากันได้ดี ทำให้เพลงมีมิติ บอกกับดนตรีที่สนุกอย่าง Rock ผสมกับ New Wave ก็ทำให้เพลงมีความ Enjoy ฟังแบบ Repeat ได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ