แปลเพลง All Too Well (10 Minute Version) – Taylor Swift

Swiftie คงจะทราบกันดีว่าตอนนี้ศิลปินคนโปรดอย่าง Taylor Swift กำลังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต The Era คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกหลังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่กินเวลานานหลายปี และเนื่องจาก The Era เป็นคอนเสิร์ตใหญ่แห่งยุค เทย์เลอร์เลยขนเพลงฮิตออกมาโชว์แบบจัดหนักจัดเต็ม และนั่นก็ส่งผลให้เพลงเก่า ๆ หลายเพลงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในกลุ่มวัยรุ่นฝั่งอเมริกาค่ะ

และแน่นอนว่า All Too Well ที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2012 ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เพลงนี้ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่จนมีความยาวถึง 10 นาทีและยังมีการสร้างเป็นเรื่องสั้น ซึ่งเทย์เลอร์ สวิฟต์ได้ลงมือเขียนบทและกำกับด้วยตัวเองทั้งหมด แน่นอนว่าเพลงนี้ยังคงเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง แต่ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้จะทำให้เธออาการสาหัสอยู่เหมือนกัน เพราะเนื้อหาของเพลงค่อนข้างที่จะเศร้าและทำให้เราเห็นภาพในหัวเป็นฉาก ๆ เลยค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเพลงนี้จะเศร้าแค่ไหนต้องเลื่อนลงไปอ่านข้างล่างเลย

แปลเพลง All Too Well (10 Minute Version) – Taylor Swift

I walked through the door with you, the air was cold
But something ’bout it felt like home somehow
And I left my scarf there at your sister’s house
And you’ve still got it in your drawer, even now
เราเดินผ่านประตูเข้ามาด้วยกัน อากาศมันช่างหาวเหน็บ
แต่บางอย่างกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่อบอุ่น
ฉันลืมผ้าพันคอไว้ที่บ้านพี่สาวของเธอ
และจนถึงตอนนี้เธอยังคงเก็บมันไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิม

Oh, your sweet disposition and my wide-eyed gaze
We’re singing in the car, getting lost upstate
Autumn leaves falling down like pieces into place
And I can picture it after all these days
เธอช่างเป็นคนอ่อนโยนและนั่นทำให้ฉันละลายสายตาจากเธอไม่ได้เลย
ถึงจะกำลังหลงทาง แต่เราก็ยังร้องเพลงด้วยกันอย่างสนุกสนาน
ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม่ต่างอะไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
และฉันยังคงจำมันได้ดี

And I know it’s long gone and
That magic’s not here no more
And I might be okay, but I’m not fine at all
Oh, oh, oh
ฉันรู้ว่ามันผ่านมานานแล้ว
พลังวิเศษก็คงจะเลือนหายไปตามกาลเวลา
ฉันอาจจะไม่เป็นไร แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่ไหวเลยสักนิด

‘Cause there we are again on that little town street
You almost ran the red ’cause you were lookin’ over at me
Wind in my hair, I was there
I remember it all too well
เพราะเรามาเจอกันอีกครั้งบนถนนเส้นเล็ก ๆ
เธอเกือบจะฝ่าไฟแดงเพราะมัวแต่จ้องมองฉัน
เส้นผมที่พลิ้วไหวไปตามสายลม ตัวฉันที่เคยนั่งอยู่ตรงนั้น
ฉันยังจำมันได้ไม่เคยลืม

Photo album on the counter, your cheeks were turning red
You used to be a little kid with glasses in a twin-sized bed
And your mother’s telling stories ’bout you on the tee-ball team
You told me ’bout your past, thinking your future was me
And you were tossing me the car keys, “Fuck the patriarchy”
Key chain on the ground, we were always skipping town
And I was thinking on the drive down, any time now
He’s gonna say it’s love, you never called it what it was
‘Til we were dead and gone and buried
Check the pulse and come back swearing it’s the same
After three months in the grave
And then you wondered where it went to as I reached for you
But all I felt was shame and you held my lifeless frame
อัลบั้มรูปที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้เธออายจนแก้มแดง
เธอเคยเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่สวมแว่นตานั่งอยู่บนเตียงเล็ก ๆ
และแม่ของเธอเล่าตอนที่เธอเคยอยู่ในทีมทีบอลให้ฟังด้วยนะ
เธอเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังมากมาย คิดว่าฉันน่าจะเป็นอนาคตของเธอ
เธอโยนกุญแจรถที่มีคำว่า “ช่างหัว! ปิตาธิปไตย” ให้ฉัน
และมันตกลงบนพื้น เราเคยหนีออกนอกเมืองด้วยกันบ่อย ๆ
และทุกครั้งฉันมักจะคิดถึงเรื่องเหล่านี้​ โดยเฉพาะตอนที่กำลังขับรถ
มีคนบอกว่าสิ่งที่เราทำอยู่คือความรัก แต่เธอกลับไม่เคยพูดมันออกมาเลยสักครั้ง
ต่อให้เราต้องตายและถูกฝังอยู่ใด้ผืนดืน
ต่อให้ฟื้นจากความตายก็คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หลังจากที่ต้องอยู่ในหลุมศพถึงสามเดือน
เธอคงจะสงสัยว่าเรื่องของเรามันจะจบลงตรงไหน
ฉันพยายามวิ่งตามเธอเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงแค่ความละอายใจ
และเธอคงจะทำได้แค่ถือกรอบรูปที่ไร้ชีวิตของฉัน

And I know it’s long gone and
There was nothing else I could do
And I forget about you long enough
To forget why I needed to
ฉันรู้ว่าเรื่องราวมันผ่านมานานแล้ว
ฉันคงจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
และฉันลืมเธอไปนานมากพอ
นานพอที่จะลืมว่าเหตุผลที่ต้องลืมคืออะไร

‘Cause there we are again in the middle of the night
We’re dancing ’round the kitchen in the refrigerator light
Down the stairs, I was there
I remember it all too well
เพราะคืนนั้นเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง
พวกเราเต้นอยู่ในห้องครัว มีเพียงแสงไฟจากตู้เย็น
ใต้บันไดตรงที่ฉันเคยอยู่
ยังจำได้ดีไม่เคยลืม

And there we are again when nobody had to know
You kept me like a secret, but I kept you like an oath
Sacred prayer and we’d swear
To remember it all too well, yeah
มาเจอกันอีกครั้งในความสัมพันธ์ลับ ๆ ของเรา
ซ่อนฉันไว้ราวกับความลับ แต่ฉันกลับเก็บเธอไว้ดั่งคำสาบาน
คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อกัน
ว่ารักของเราจะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ

Well, maybe we got lost in translation
Maybe I asked for too much
But maybe this thing was a masterpiece
‘Til you tore it all up
Running scared, I was there
I remember it all too well
And you call me up again just to break me like a promise
So casually cruel in the name of being honest
I’m a crumpled up piece of paper lying here
‘Cause I remember it all, all, all
บางครั้งเราอาจจะเข้าใจผิดกันบ้าง
บางคราวฉันอาจจะร้องขอมากเกินไป
แต่เรื่องราวของเราเป็นผลงานชิ้นเอง
กระทั่งเธอทำลายมันจนไม่เหลือซาก
ยังคงจำได้ดี
ว่าตอนนั้นหวาดกลัวมากแค่ไหน
แต่เธอก็กลับมาอีกครั้ง เพื่อทำลายฉันให้แตกสลายเหมือนคำสาบานเคยให้กัน
ความจริงใจของเธอมันช่างโหดร้าย
ฉีกร่างฉันออกเป็นชิ้น ๆ ราวกับเศษกระดาษที่ร่วงหล่นพื้น
และใช่ ฉันจำมันได้ดี จำได้ทุกอย่าง

They say all’s well that ends well, but I’m in a new Hell
Every time you double-cross my mind
You said if we had been closer in age maybe it would have been fine
And that made me want to die
The idea you had of me, who was she?
A never-needy, ever-lovely jewel whose shine reflects on you
Not weeping in a party bathroom
Some actress asking me what happened, you
That’s what happened, you
You who charmed my dad with self-effacing jokes
Sipping coffee like you’re on a late-night show
But then he watched me watch the front door all night, willing you to come
And he said, “It’s supposed to be fun turning twenty-one”
มีคนบอกว่าถ้าเราจบกันด้วยดีทุกอย่างก็จะดีตามไปด้วย แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนตกนรก
เธอคอยโกหกหักหลังฉันตลอด
เธอบอกว่ามันคงจะดีกว่านี้ถ้าเราอายุไล่เลี่ยกัน
นั่นแหละที่ทำให้ฉันอยากตายให้มันจบ ๆ ไปซะ
ฉันเป็นอะไรกันแน่สำหรับเธอ เคยมีค่าบ้างมั้ย?​
หรือเธอเห็นฉันเป็นแค่เครื่องประดับที่ช่วยให้เธอดูดี
ไม่มีอีกแล้วคนที่นั่งปาดน้ำตาในห้องน้ำงานเลี้ยง
นักแสดงคนนึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เพราะคุณนั่นแหละ
ทุกอย่างเป็นเพราะคุณทั้งนั้น
เธอเข้าหาพ่อของฉันด้วยมุกตลก ๆ
นั่งจิบกาแฟ ตาก็จ้องมองทีวีอย่างกับดูงานแถลงข่าว
แต่แล้วเขาก็หันมามองฉันที่เอาแต่นั่งจ้องประตูบ้าน รอให้เธอโผล่มาเหมือนอย่างเคย
พ่อบอกว่า “วันเกิดปีที่ 21 ทั้งทีมันต้องสนุกสนานหน่อยสิ”

Time won’t fly, it’s like I’m paralyzed by it
I’d like to be my old self again, but I’m still trying to find it
After plaid shirt days and nights when you made me your own
Now you mail back my things and I walk home alone
But you keep my old scarf from that very first week
‘Cause it reminds you of innocence and it smells like me
You can’t get rid of it
‘Cause you remember it all too well, yeah
ราวกับเวลาหยุดหมุนและทำให้ตัวตนของฉันหยุดนิ่ง
ฉันอยากจะกลับไปเป็นตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ยังคงค้นหามันอยู่
ฉันเคยทิ้งสิ่งของไว้กับคุณตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน
แต่ตอนนี้เธอกลับส่งทุกอย่างคืนมา และมีแค่ฉันที่เดินกลับบ้านเพียงลำพัง
แต่คุณยังเก็บผ้าพันคอผืนนั้นเอาไว้ ผืนที่ฉันลืมไว้ในตอนช่วงแรก ๆ ที่เราคบกัน
มันคงจะทำให้คุณนึกถึงความไร้เดียงสาและกลิ่นกายของฉัน
เธอไม่มีทางลืมได้หรอก
เพราะเธอเองก็ยังจำทุกอย่างได้ดี

‘Cause there we are again when I loved you so
Back before you lost the one real thing you’ve ever known
เรากลับไปเจอกันอีกครั้ง ตอนที่ฉันรักเธอหมดหัวใจ
กลับไปก่อนที่เธอจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปโดยไม่รู้ตัว

It was rare, I was there
I remember it all too well
Wind in my hair, you were there
You remember it all
Down the stairs, you were there
You remember it all
It was rare, I was there
I remember it all too well
สิ่งสำคัญ ยังคงอยู่ตรงนั้น
ฉันไม่อาจลืมมันได้หรอก
สายลมพัดผ่านเส้นผม เธอเคยอยู่ตรงนั้น
เธอเองก็ไม่อาจลืมเช่นกัน
บันไดอันนั้น เธอเคยอยู่ตรงนั้น
เธอยังจำมันได้ดี
ช่วงเวลาเหล่านั้น ตัวฉันที่เคยอยู่ตรงนั้น
ยังจำมันได้ไม่ลืมเลือน

And I was never good at telling jokes, but the punch line goes
“I’ll get older, but your lovers stay my age”
From when your Brooklyn broke my skin and bones
I’m a soldier who’s returning half her weight
And did the twin flame bruise paint you blue?
Just between us, did the love affair maim you, too?
‘Cause in this city’s barren cold
I still remember the first fall of snow
And how it glistened as it fell
I remember it all too well
ฉันเล่าเรื่องตลกไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ก็มีมุกเด็ดอยู่อันหนึ่ง
“ฉันอายุเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอยังหลงรักเด็กสาวไร้เดียงสาเช่นเคย”
เธอทำลายทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของฉัน
ฉันไม่ต่างอะไรกับทหารผ่านศึกที่เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ
เคยเสียใจบ้างไหมที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเผาทั้งเป็น
เธอเคยเจ็บปวดกับความรักของเราบ้างไหม
เพราะในเมืองที่หนาวเหน็บแห่งนี้
ฉันยังคงจำหิมะแรกได้ดี
แสงประกายวิบวับที่หล่นมาจากท้องฟ้า
ฉันจำได้ไม่เคยลืม

Just between us, did the love affair maim you all too well?
Just between us, do you remember it all too well?
Just between us, I remember it (Just between us), all too well
Wind in my hair, I was there, I was there
Down the stairs, I was there, I was there
Sacred prayer, I was there, I was there
It was rare, you remember it all too well
Wind in my hair, I was there, I was there
Down the stairs, I was there, I was there
Sacred prayer, I was there, I was there
It was rare, you remember it
Wind in my hair, I was there, I was there
Down the stairs, I was there, I was there
Sacred prayer, I was there, I was there
It was rare, you remember it
Wind in my hair, I was there, I was there
Down the stairs, I was there, I was there
Sacred prayer, I was there, I was there
It was rare, you remember it all too well
บอกหน่อยได้ไหม เธอเคยรู้สึกเจ็บปวดบ้างหรือเปล่า
บอกหน่อยได้ไหม เธอจำเรื่องราวของเราได้บ้างหรือเปล่า
ส่วนตัวฉัน ยังจำทุกอย่างได้ดี
เส้นผมที่พลิ้วผ่านสายลม ฉันยังอยู่ตรงนั้น
ใต้บันไดตรงนั้น ฉันก็ยังอยู่ที่นั่น
คำสาบานของเรา ฉันยังอยู่ตรงนั้น
มันล้ำค่าเหนือสิ่งใด เธอไม่มีทางลืมได้หรอก

การต้องใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำที่อยากจะลืมนี่มันเจ็บปวดนะคะ หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเพลงนี้เทย์เลอร์น่าจะแต่งให้ Jake Gyllenhaal นักแสดงชาวอเมริกันที่เคยคบหากันในช่วงเวลาหนึ่ง ถึงจะไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการแต่หลายคนก็พอจะเดาได้จากอีสเตอร์เอ้กทั้งในเพลงและในหนังสั้น ซึ่งคนที่มาถ่ายทอดเรื่องราวของเทย์เลอร์ก็คือ Sadie Sink หรือน้องแม็กซ์จาก Stranger Things ส่วนบทฝ่ายชายตกเป็นของ Dylan O’Brien ค่ะ จุดแรกที่เห็นได้ชัดเลยก็คืออายุของทั้งคู่ใกล้เคียงกับอายุของเทย์เลอร์และเจคในขณะนั้น ส่วนใครอยากรู้ว่าเทย์เลอร์ซ่อนปริศนาไว้ตรงไหนบ้างคงต้องตามไปหาคำตอบในหนังสั้นเลยค่ะ

Next Post