วิธีต้มเส้นสปาเก็ตตี แบบอัลเดนเต้ ให้อร่อย สุกพอดี

หลายคนอาจจะเคยประสบปัญหาลองทำเมนูสปาเก็ตตีแล้วกลับไม่ได้เส้นที่พอใจสักเท่าไหร่ บางครั้งเส้นแข็งเกินไปบ้าง บางครั้งเส้นก็นิ่มเละจนทานไม่ได้ ไม่ต้องทำหน้างอค่ะเพราะวันนี้เราเอาเคล็ดลับดี ๆ ในการปรุงเส้นพาสต้าหรือเส้นสปาเก็ตตี้มาฝากเพื่อน ๆ ถ้าทำตามวิธีของเรารับรองเลยว่าเพื่อน ๆ จะได้ทานพาสต้าที่อร่อยและเส้นเหนียวนุ่มกำลังดีแน่นอน

ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้เหนียวนุ่มได้ง่าย ๆ ด้วยเกลือและน้ำมันมะกอก
ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้เหนียวนุ่มได้ง่าย ๆ ด้วยเกลือและน้ำมันมะกอก
  1. เตรียมเส้นปริมาณที่ต้องการรับประทาน หลังจากนั้นตั้งหม้อ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือประมาณหนึ่งช้อนชาและน้ำมันมะกอกลงไป ตามด้วยเส้น จับเวลาตามที่ระบุไว้ข้างกล่อง คอยคนเส้นไปเรื่อย ๆ กันเส้นติดก้นหม้อ เมื่อครบเวลาแล้วตักเส้นขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำแล้วคลุกด้วยน้ำมันมะกอกอีกหนึ่งรอบกันเส้นติดกัน เส้นที่ได้จะนุ่มกำลังดีเหมาะกับซอสเพสโตหรือซอสแบบคลุก
  2. ถ้าต้องการต้มเส้นสำหรับนำไปผัดต่อแนะนำให้ตักเส้นออกจากน้ำร้อนก่อนถึงเวลาที่ระบุไว้ข้างกล่องประมาณ 1 นาที เส้นที่ได้จะมีลักษณะนุ่มแต่ด้านในยังหนึบ ๆ อยู่ ชาวอิตาลีเรียกเส้นประเภทนี้ว่า “อัลดันเต” (al dante) แปลว่าหนึบสู้ฟันอะไรประมาณนั้นค่ะ
  3. ขณะต้มเส้นก็แนะนำให้ผัดซอสไปพร้อม ๆ กันเลย เมื่อเส้นพร้อมแล้วก็ตักเส้นออกจากหม้อลงกระทะแล้วปิดเตา ผัดต่ออีกนิดความร้อนที่อยู่ในซอสจะทำให้เส้นสุกกำลังดี ถ้าเป็นชาวอิตาลีต้นตำรับจะนิยมรับประทานเส้นแบบอัลดันเตมากกว่าเส้นสุกนิ่มเพราะให้รสชาติดีและมีสัมผัสเท็กซ์เจอร์มากกว่า
  4. ถ้าจะผัดสปาเก็ตตีให้อร่อยต้องใช้น้ำมันมะกอกเท่านั้น เพราะน้ำมันมะกอกจะมีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และเข้ากับเส้นได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ ลองทำทั้งแบบใช้น้ำมันและน้ำมันมะกอกจะสัมผัสถึงความแตกต่างแบบเห็นได้ชัดเลย ยิ่งเป็นซอสน้ำมันมะกอกแล้วใส่ใบโหระพาสับ, เกลือ และพริกไทยนี่บอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นพาสต้าเส้นสั้นหรือเส้นยาวก็เข้ากันสุด ๆ หอมแบบสดชื่นมาก

แถมอีกนิด คำว่า “กราแตง (Au Gratin)” เป็นภาษาฝรั่งเศษที่นิยมใช้กับอาหารอิตาลี หมายถึงการทำอาหารให้สุก โรยหน้าด้วยชีส, เกล็ดขนมปัง, ไข่ หรือเนย แล้วนำเข้าไปอบจนผิวด้านบนละลายและมีรอยไหม้กรอบ ๆ ที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะมีพวกลาซานญาหรือผักโขมอบชีสค่ะ ซึ่งการทำกราแตกต่างจากการทอช (Torch) ที่เป็นการนำไฟมาเผาหน้าอาหาร และเฟลมเบ้ (Flambé) ที่เป็นการทำอาหารแบบไฟลุกท่วมกระทะนะคะ ดังนั้นแยกให้ออกด้วยน้าาา

Next Post