ทำความรู้จักกับชาญี่ปุ่นประเภทต่าง ๆ ที่มีมากกว่าชาเขียว

โดยปกติเมื่อพูดถึงชาญี่ปุ่น หลาย ๆ คนก็จะนึกถึงชาเขียวกันใช่มั้ยคะ? แต่จริง ๆ แล้ว ประเทศญี่ปุ่นมีชาหลายชนิดที่มากกว่าชามัทฉะ ในวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักชาแต่ละชนิดกันค่ะ

1. มัทฉะ (抹茶)

มัทฉะสีเขียวเข้ม รสชาติเข้มข้น หวานและขม กลิ่นหอม
มัทฉะมีสีเขียวเข้ม รสชาติเข้มข้น หวานและขม กลิ่นหอม

ชาที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นคือมัทฉะ มัทฉะเป็นชาเขียวที่ผ่านการบดละเอียดและเป็นชาที่มีคุณภาพสูง ต้นชาจะถูกปลูกในที่ร่มทำให้มันมีผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้นและส่งผลให้มันเป็นผงสีเขียวเข้ม ในส่วนมีรสชาตินั้นมีทั้งรสหวานและขมเล็กน้อยผสมกันไป การเก็บใบชามาทำมัทฉะนั้นจะเก็บเฉพาะใบที่อยู่ด้านบนสุดเท่านั้น ซึ่งมัทฉะที่ได้ก็จะมีเกรดต่างกันออกไป แต่สำหรับเกรดที่ดีที่สุดจะใช้ในพิธีชงชาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้ดื่มได้รับความสดชื่น

2. โฮจิฉะ (ほうじ茶)

ชาโฮจิฉะสีน้ำตาลแดง รสชาติหวานกว่ามัทฉะ มีกลิ่นคล้ายกาแฟคั่ว
ชาโฮจิฉะสีน้ำตาลแดง รสชาติหวานกว่ามัทฉะ มีกลิ่นคล้ายกาแฟคั่ว

โฮจิฉะเป็นชาเขียวชนิดหนึ่งที่ได้รับการคั่วในอุณหภูมิที่สูงมาก ๆ ด้วยถ่าน ซึ่งโฮจิฉะจะมีรสหวานกว่าเมื่อเทียบกับมัทฉะ อีกทั้งยังมีรสชาติคล้ายกับเมล็ดกาแฟคั่วผสมมานิด ๆ อีกด้วย สำหรับสีของโฮจิฉะนั้นก็ต่างจากชาเขียวทั่วไปเพราะมันมีสีน้ำตาลแดง นอกจากนี้กระบวนการคั่วโฮจิฉะยังช่วยลดคาเฟอีนให้น้อยลงด้วย ทำให้เป็นชาโฮจิฉะเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่นตอนไหนก็ได้ ทั้งตอนเช้าหรือก่อนนอน

3. เซ็นฉะ (煎茶)

เซ็นฉะมีรสขมฝาดมากกว่า ลักษณะใบช้าเป็นใบแห้งม้วน ๆ คล้ายเข้ม
เซ็นฉะมีรสขมฝาดมากกว่ามัทฉะ ลักษณะใบช้าจะเป็นใบแห้งม้วน ๆ คล้ายเข็ม

เซ็นฉะ คือชาเขียวชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น นิยมเก็บเฉพาะส่วนยอดใบชาจากต้นคาเมลเลีย ไซเนนซิส (Camellia Sinensis) ที่จะปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดจ้า ทำให้ต้นชามีสีเข้มและมีรสขม (ฝาด) มากขึ้น รสชาติของมันค่อนข้างแตกต่างจากมัทฉะ อีกทั้งรูปร่างก็ไม่เหมือนกัน เพราะมัทฉะจะเป็นผงบดละเอียด ส่วนเซ็นฉะเป็นใบแห้ง ๆ ที่ม้วน ๆ เป็นแนวยาว เมื่อต้มแล้วเซ็นฉะจะเป็นเขียวอมทอง หรือเขียวอมน้ำตาลหน่อย ๆ ซึ่งต่างจากมัทฉะที่น้ำชาเป็นสีเขียวเข้มไปเลย

4. มุกิฉะ (麦茶) / ชาข้าวบาร์เลย์

มุกิฉะทำจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ รสชาติกลมกล่อม มีคาเฟอีนน้อย
มุกิฉะทำจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ รสชาติกลมกล่อม มีคาเฟอีนน้อย

มุกิฉะ เป็นชาคั่วอีกชนิดหนึ่งทำมาจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่แช่ในน้ำมากกว่าใบชา มุกิฉะมีรสชาติที่กลมกล่อมและมีคาเฟอีนน้อยมากเหมือนกันกับโฮจิฉะ ไม่มีรสขมเลย ให้ความรู้สึกสดชื่น ซึ่งเราสามารถเสิร์ฟมุกิฉะได้ทั้งแบบร้อนหรือเย็น แต่โดยส่วนใหญ่มุกิฉะเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงเห็นมุกิฉะได้ในรูปแบบเครื่องดื่มเย็นมากกว่าค่ะ

5. คอมบูชา (昆布茶)

คอมบุหมายถึงสาหร่ายเคลป์ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีความหมายต่างจากคอมบูชา (ชาหมัก)
คอมบุหมายถึงสาหร่ายในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีความหมายต่างจากคอมบูชา (ชาหมัก)

คอมบูชาหรือชาหมักซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ประโยชน์ของคอมบูชานั่นมีมากมาย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากมายีสต์และแบคทีเรีย จึงถือว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นโปรไบโนอติกที่ดีต่อลำไล้ มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่อย่างไรก็ตามคอมบูชาของญี่ปุ่นนั่นแตกต่างคอมบูชาที่เราคุ้นเคยกันอย่างสิ้นเชิง เพราะทำมาจากสาหร่ายหรือที่เรียกว่า “คอมบุ” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเราเอาคอมบุไปต้มก็จะได้ชาที่เข้มข้นและมีรสเค็มคล้ายกับน้ำซุป ดังนั้นเพื่อกลบรสชาติความคาว จึงนิยมใส่ลูกพลัมหรือบ๊วยดองที่มีรสเปรี้ยวลงไปเพื่อเพิ่มความฝาดและความเผ็ดร้อนให้กับเครื่องดื่ม

6. โซบาชา (そば茶)

ชาโซบาฉะทำจากเมล็ดบัควีท รสชาตินุ่มนวล มีสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหาร
ชาโซบาฉะทำจากเมล็ดบัควีท รสชาตินุ่มนวล ไม่มีคาเฟอีน

โซบาฉะเป็นชาที่ทำมาจากเมล็ดบัควีท ที่มีรสชาติคล้ายกับบะหมี่โซบะหรือข้าวสาลี รสชาตินุ่มนวลละมุนลิ้น ซึ่งเป็นชาอีกหนึ่งชนิดที่ไม่มีคาเฟอีน ดังนั้นคุณจึงสามารถดื่มโซบาฉะตอนไหนก็ได้ ไม่ได้ส่งผลต่อการนอนหลับ นอกจากนี้โซบาฉะยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ทั้งยังมีใยอาหารที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้อง สามารถเสิร์ฟร้อนหรือเย็น

7. โกโบฉะ (ごぼう茶)

โกโบฉะเป็นชาที่ปราศจากคาเฟอีน มีรสชาติกับซุปเห็ด มีคุณสมบัติในการต่อต้านวัย
โกโบฉะเป็นชาที่ปราศจากคาเฟอีน มีรสชาติกับซุปเห็ด

โกโบเป็นรากหญ้าเจ้าชู้ชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นมักใช้ในการปรุงอาหารญี่ปุ่น แต่นอกจากปรุงอาหารแล้วโกโบยังสามารถนำมาทำเป็นชาได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ปราศจากคาเฟอีนอีกเช่นกัน โกโบชามีรสชาติกับซุปเห็ด ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระเหมือนกับโซบาฉะ ถือเป็นชาอีกชนิดที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นเพราะเชื่อกันว่ามีคุณสมบัติในการต่อต้านวัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

8. เก็นไมฉะ (玄米茶)

ชาเก็นไมจะทำจากชาเขียวผสมกับข้าวคั่ว ซึ่งอาจผสมมัทฉะหรือโฮจิฉะก็ได้
ชาเก็นไมจะทำจากชาเขียวผสมกับข้าวคั่ว ซึ่งอาจผสมมัทฉะหรือโฮจิฉะก็ได้

เก็นไมหมายถึงข้าวกล้องในภาษาญี่ปุ่น แม้ว่าคนญี่ปุ่นจะไม่นิยมบริโภคข้าวกล้องมากเท่ากับข้าวขาว แต่ถึงอย่างนั้นเก็นไม (ข้าวกล้อง) ก็นิยมนำมาทำเป็นเครื่องชาเพื่อสุขภาพอยู่ดี โดยชาเก็นไมถือว่าเป็นชายอดนิยมที่พบได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วชาเก็นไมจะทำจากชาเขียวผสมกับข้าวคั่วเพื่อลดความขมฝาดของชา นอกจากนี้บางยี่ห้อก็อาจผสมมัทฉะหรือโฮจิฉะเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

ดื่มชามากไปเป็นอันตรายหรือไม่ ? (1-4)

ชาเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ผู้คนต่างชอบไม่ต่างจากกาแฟ ซึ่งชาที่ได้รับความนิยมมาก ๆ มักจะเป็น ชาดำ, ชาอู่หลง, ชาเขียว, ชาแดง หรือชาขาว แม้ว่าการดื่มชาจะมีประโยชน์มากมาย อาทิเช่น ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง, โรคอ้วน, โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ แต่นั้นเป็นการดื่มชาในปริมาณที่เหมาะสมพอดี หากคุณดื่มชาเกิน 3-4 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 710–950 ml ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อาทิเช่น เพิ่มความวิตกกังวล ความเครียด นอนไม่ค่อยหลับ ปวดหัว และรู้สึกกระสับกระส่าย

หลาย ๆ คนเลือกที่จะไม่ดื่มชา เพราะในชามีคาเฟอีนที่อาจทำส่งผลต่อการนอนหลับ
หลาย ๆ คนเลือกที่จะไม่ดื่มชา เพราะในชามีคาเฟอีนที่อาจทำส่งผลต่อการนอนหลับ

เพราะในใบชามีคาเฟอีนอยู่ด้วย ซึ่งในชาดำมักจะมีคาเฟอีนมากกว่าชาเขียวและชาขาวด้วยนะคะ หากคุณรู้สึกว่านิสัยการดื่มชาของคุณทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายหรือประหม่า นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าคุณดื่มชามากเกินไปและจะต้องลดปริมาณชาที่จะดื่มในแต่ละวันลงได้แล้วค่ะ โดยคุณอาจพิจารณาเลือกดื่มชาสมุนไพรที่ปราศจากคาเฟอีนก็ได้ค่ะ เพราะชาสมุนไพรไม่ถือว่าเป็นชาจริง ๆ เนื่องจากมันไม่ได้ทำมาจากต้นคาเมลเลีย ไซเนนซิส (Camellia Sinensis) แต่ทำมาจากส่วนผสมที่ปราศจากคาเฟอีน เช่น ดอกไม้ สมุนไพร และผลไม้ค่ะ


References :

  1. Caffeine and headaches
  2. Effects of caffeine on sleep quality and daytime functioning
  3. The Safety of Ingested Caffeine: A Comprehensive Review
  4. The Impact of Tannin Consumption on Iron Bioavailability and Status: A Narrative Review
Next Post