การทำความสะอาดรถหรือการล้างรถด้วยตัวเองนั้น หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอะไร เป็นแค่เป็นการล้างคราบต่าง ๆ ออก จะใช้น้ำยาอะไรก็ได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้น้ำยาสระผมหรือไม่ก็น้ำยาล้างจาน เพราะทั้งสองอย่างนี้ เป็นของที่ทุกบ้านต้องมีอยู่แล้ว หากพูดถึงเรื่องความสะอาด แน่นอนครับ มันทำได้ดีมาก ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มันถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับคราบไขมันโดยเฉพาะ ฉะนั้นหมายความว่า มันสามารถทำให้แว็กซ์ และสารเคลือบป้องกันต่าง ๆ ที่มีอยู่หลุดออกจากสีรถของคุณได้ ซึ้งสิ่งนี้จะส่งผลเสียต่อสีรถของคุณในระยะยาวครับ ยิ่งเจอกับสภาพอากาศในบ้านเราด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
ถึงแม้ว่า มันจะไม่มีผลเสียใด ๆ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนกับสีรถของคุณ แต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับจุดประสงค์นี่คือ สิ่งที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะทำความสะอาดแล้ว แชมพูล้างรถยังมาพร้อมกับสารที่ช่วยปกป้องรถของคุณด้วย แชมพูล้างรถบางตัว มีการผสมแว็กซ์ สารปรับสภาพสี หรือสารอื่น ๆ เข้าไปด้วย ช่วยให้รถของคุณมีสีที่ชุ่มฉ่ำ สดใส และเงางามเหมือนรถใหม่ ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เราอยากแนะนำครับ
สำหรับวันนี้เราก็มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ การล้างรถคันโปรด มาแนะนำครับ เพื่อให้รถที่คุณรักมีสีสันที่สวยงาม เหมือนรถใหม่ป้ายแดง รวมไปถึงเราได้รวบรวม น้ำยาล้างรถ หรือแชมพูล้างรถ ที่เราคิดว่าดีและคุ้มค่าที่สุด ! มารีวิวด้วย เพื่อจะให้คุณได้เห็นถึงความแตกต่างของน้ำยาแต่ละตัว ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ทำไมเราต้องล้างรถ อยู่เป็นประจำ ?
“รถ” ถือเป็นทรัพสินย์ที่มีมูลค่าสูงมาก ๆ และสามารถขายต่อได้ในอนาคต ดังนั้นถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษาไม่เคยล้างรถของคุณเลย สีรถของคุณมันจะหมองเร็วกว่าปกติครับ ถ้าคุณจอดกลางแดดเป็นประจำทุกวัน คราบสกปรกก็จะเกาะติดแน่นขึ้น ยิ่งคุณทิ้งไว้เป็นเวลานานมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งล้างออกยากมากขึ้นเท่านั้นครับ จากคราบสกปรกเล็ก ๆ มันอาจจะกลายไปเป็นสนิม และมันก็จะลุกลามกัดกินเนื้อเหล็กไปเรื่อย ๆ จนคุณต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อแก้ปัญหา เมื่อถึงเวลานี้หากคุณต้องการที่จะขายเพื่อซื้อคันใหม่ คุณก็ลืมเรื่องราคาดี ๆ ไปได้เลยครับ เพราะไม่มีใครอยากได้รถที่ดูโทรมแบบนี้แน่นอนครับ ส่วนเต้นท์รถมือสอง หากรับซื้อไว้ คุณก็จะถูกกดราคาอยู่ดีครับ ฉะนั้นเราอยากแนะนำให้คุณดูแลรักษารถบ้าง อย่างน้อยที่สุดคือ การล้างรถ เป็นประจำ !
วิธีการเลือกใช้ แชมพูล้างรถ แบบง่าย ๆ ?
แชมพูล้างรถ นั้นมีอยู่หลายรูปแบบให้คุณเลือกมากครับ อยู่ที่คุณว่าจะสะดวกล้างแบบไหน ? ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาที่ใช้กับเครื่องฉีดโฟม, น้ำยาที่ไม่จำเป็นต้องถู, น้ำยาล้างรถที่ไม่ใช้น้ำ, น้ำยาสำหรับล้างห้องเครื่องยนต์, น้ำยาล้างรถผสมกับแว็กซ์ หรือสเปย์ล้างรถ สำหรับล้างคราบออกยาก เป็นต้น ดังนั้นถ้าหากคุณกำลังมองหาน้ำยาหรือแชมพูสำหรับล้างรถคันโปรดของคุณละก็ คุณก็ควรเลือกซื้อให้ถูกต้อง ตรงกับความต้องการของคุณ เพราะน้ำยาบางตัวมันเหมาะสำหรับงานบางอย่างเท่านั้น
หากคุณไม่มีเวลาที่จะล้างรถด้วยตนเองคุณก็สามารถนำรถเข้าไปใช้บริการที่คาร์แคร์ได้ แต่ถ้าหากคุณมีเวลามากพอ เราก็อยากให้คุณล้างด้วยตัวเองครับ เนื่องจาก การล้างรถด้วยตัวเอง มันมีดีกว่าการนำรถไปเข้าคาร์แคร์มาก ! และถ้าคุณอยากที่จะลองล้างรถด้วยตัวเอง เราก็มี น้ำยาล้างรถ หรือแชมพูล้างรถ ที่เราคิดว่าดีและคุ้มค่าที่สุด ! มาแนะนำครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
การล้างรถด้วยตัวเอง ดีกว่าการนำรถเข้าคาร์แคร์อย่างไร?
1. เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า
แน่นอนครับ คาร์แคร์ มันเป็นธุรกิจในแต่ละวันก็จะมีคนนำรถมาเข้าใช้บริการหลายคันต่อวัน พนักงานจึงต้องแข่งกับเวลา มันจึงมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้เสมอ เช่น ขัดไม่ทั่วถึง ลืมนู้นลืมนี่ และอื่น ๆ ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคาร์แคร์ของแต่ละแห่งว่า พวกเขามีมาตรฐานสูงแค่ไหน? ถ้าหากเป็นคาร์แคร์ขนาดใหญ่ความผิดพลาดเหล่านี้ก็จะน้อยครับ ซึ่งหากเรามาเปรียบเทียบกับการล้างด้วยตนเอง แน่นอนครับถ้าเรามีเวลามากกว่า มันก็ย่อมที่จะล้างได้ละเอียดกว่า อีกทั้งเราก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการได้ด้วย เพราะคราบบางอย่าง เช่น ยางมะตอย ยางไม้ หรือคราบแมลงหน้ารถที่ทิ้งไว้นาน มันทำความสะอาดได้ยากมากครับ และต้องใช้น้ำยาเฉพาะเพื่อทำความสะอาดเท่านั้น ซึ่งคาร์แคร์บางแห่งก็ไม่สามารถทำให้คุณได้ เนื่องจากเวลาไม่พอ
2. ทะนุถนอมกว่า
ต่อเนื่องจากข้อแรกครับ อย่างที่บอก พนักงานล้างรถของคาร์แคร์ต้องแข่งกับเวลา ฉะนั้นพวกเขาต้องเร่งทำให้เสร็จเพื่อที่จะได้ส่งต่อให้พนักงานที่รับผิดชอบในส่วนอื่น ๆ แน่นอนครับ รถยนต์แต่ละรุ่นมีส่วนต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ในงบ 5 แสน, รถครอบครัว, รถยนต์ไฟฟ้า, รถครอสโอเวอร์, รถ MPV, รถ PPV และรถประเภทอื่น ๆ ซึ่งในแต่ละรุ่นมันก็จะมีชิ้นส่วนที่ยื่นออกมาหรืออุปกรณ์พิเศษที่แตกต่างกันไป เช่น เทคโนโลยีแสดงผลบนกระจก Head-up Display ถ้าหากพนักงานมีการทำด้วยความเร่งรีบ และไม่ระมัดระวัง แน่นอนครับมันก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งคาร์แคร์ส่วนใหญ่จะแจ้งให้ลูกค้าทราบ แต่ก็มีบางแห่งที่ปกปิดเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ ซึ่งกลับกันถ้าคุณล้างรถด้วยตนเอง คุณก็จะทราบอยู่แล้วว่า ส่วนไหนที่มันเปราะบาง และควรระมัดระวังเป็นพิเศษ คุณก็จะสามารถป้องกันความเสียหายได้
3. เป็นการตรวจเช็ครถไปในตัว
รถที่ใช้งานทุก ๆ วันอย่างเช่น รถมอเตอร์ไซค์ ที่ต้องจอดเบียด ๆ กัน, รถกระบะ ที่ใช้ขนของทุก ๆ วัน หรือรถอีโค่คาร์ ที่อาจโดนเศษหินกระเด็นใส่ สถานการณ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดขึ้นได้เสมอ ถ้าหากคุณล้างรถเองเป็นประจำ รอยต่าง ๆ เหล่านี้คุณจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายครับ นอกจากนี้ในระหว่างการล้างรถ คุณอาจจะเห็นปัญหาอื่น ๆ ด้วย เช่น ยางรถยนต์ ที่อาจมีรอยแตกร้าวหรือลมยางอ่อน คุณก็สามารถนำปั้มลมไฟฟ้ามาเติม เพื่อความปลอดภัย, มีชิ้นส่วนหลวม, มีเศษขยะเข้าไปติดอยู่ในล้อ, มีจุดใดจุดหนึ่งเกิดสนิม และอื่น ๆ ซึ่งปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ หากพบก่อน มันก็จะแก้ไขได้ไม่ยากครับ ซึ่งถ้าหากคุณไม่ได้ล้างรถเอง แน่นอนคุณก็จะไม่รู้เลย และปัญหาเล็ก ๆ ก็จะกลายไปเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตครับ
4. เป็นการออกกำลังกาย
การล้างรถ ถือเป็นกิจกรรมที่ได้เหงือมากเลยทีเดียวครับ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนละเอียดด้วยแล้ว มันจะเป็นการออกกำลังกายอย่างดีเลยครับ ทั้งการขัดรอบตัวรถ การที่ต้องขัดตั้งแต่บนลงล่าง การก้มไปขัดล้อ และอื่น ๆ หากคุณต้องการที่ลงแว็กซ์เคลือยสีรถต่อ คุณก็ต้องเช็คให้แห้ง และต่อด้วยลงแว็กซ์เคลือบสี ซึ่งขอบอกเลยว่า มันเรียกเหงือได้ดีมาก ๆ ครับ
เทคนิค การล้างรถ !
1. อย่าใช้น้ำยาล้างจาน
อย่างที่ได้บอกไปครับ โปรดอย่านำน้ำล้างจานมาใช้เพื่อล้างรถของคุณ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเรื่องปกติสำหรับการดูแลรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน แต่เมื่อกาลเวลาก็เปลี่ยนไป เทคโนโลยีก็เช่นกันครับ สีที่อยู่บนรถของคุณ มันบอบบางกว่าที่คุณคิดมาก ซึ่งสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงไม่ใช่เพื่อนที่ดีของมันครับ เพราะมันจะทำให้สารที่ช่วยปกป้องรถของคุณและแว็กซ์ที่มีการเคลือบรถของคุณอยู่หลุดออกไปจนหมด หากคุณไม่ได้ลงแว็กซ์หลังจากล้างเสร็จ สีรถของคุณก็จะเผชิญหน้ากับแดดแบบตัวต่อตัว ซึ่งแน่นอนยิ่งปล่อยไว้นานสีรถก็จะมีแต่โทรมลงไปเรื่อย ๆ ต่อให้มีผ้าคลุมรถสีรถก็สู้แดดไม่ได้ครับ
2. ใช้ถังน้ำสองถัง
ถูกต้องครับ การล้างรถที่ถูกต้องคุณต้องใช้ถังน้ำสองถัง โดยเฉพาะถ้าคุณไม่มีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง มีแต่สายยางฉีดน้ำธรรมดา ๆ คุณจำเป็นจะต้องมีถังน้ำทั้งหมด 2 ถังครับโดยถังหนึ่งมีไว้สำหรับใส่น้ำยาล้างรถของคุณโดยเฉพาะ และอีกหนึ่งถังใช้ล้างพวก ผ้าไมโครไฟเบอร์, ฟองน้ำ หรือผ้าที่คุณใช้ล้างรถ เหตุผลที่คุณต้องใช้สองถังก็เป็นเพราะว่าหากคุณไม่มีเครื่องมือที่สามารถฉีดเศษดิน เศษสกปรกออกไปก่อน เมื่อคุณใช้ผ้ามาขัดตรงที่มีสิ่งสกปรกอยู่ ผ้าของคุณก็มีโอกาสที่จะมีเศษดินเข้ามาติดและเมื่อคุณนำผ้าไปขัดส่วนอื่น ๆ ของรถ รถของคุณก็จะเต็มไปด้วยรอยขนแมวครับ ดังนั้นคุณควรล้างผ้าทุกครั้งที่คุณนำผ้าไปขัดในที่ที่สกปรกมาก ๆ ครับ
3. อย่าล้างรถกลางแดด
การล้างรถที่ถูกต้อง คือ คุณไม่ควรล้างรถกลางแดดครับ นั่นก็เป็นเพราะว่าเมื่อน้ำ และแชมพูล้างรถโดดแสงแดด มันก็ส่งผลทำให้น้ำและแชมพูล้างรถแห้ง จนเกิดเป็นคราบขึ้น คุณต้องทำการล้างซ้ำ เพื่อขจัดคราบน้ำที่เกิดขึ้น และอีกอย่างที่มีหลาย ๆ คนทำเมื่อล้างรถเสร็จแล้ว นั่นก็คือ การรีบนำรถออกไปตากแดดทันที เพื่อให้รถแห้งเอง โดยไม่ต้องเช็ดแห้ง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดครับ เพราะสิ่งที่ตามมาคือ คราบน้ำ เช่นกันครับ หากคุณไม่มีการลงแว็กซ์เคลือบสี คราบน้ำที่เกิดขึ้นก็จะยังอยู่ และมันทำให้รถคุณดูสกปรกครับ
4. ล้างรถเป็นประจำ
เราขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบง่าย ๆ ครับ ผิวรถก็เหมือนกับผิวหน้า หากคุณไม่มีการล้างหน้าเลย สิ่งสกปรกมันก็จะมีการสะสมไปเรื่อย ๆ จนผิวหน้าเริ่มมีคราบ และหมองคล้ำ เช่นเดียวกับผิมรถครับ หากมีคราบสกปรกมาสะสมเรื่อย ๆ สีรถก็จะดูโทรมลงเรื่อย ๆ ดังนั้นหากคุณล้างรถอย่างถูกต้อง สิ่งนี้มันสามารถช่วยยืดอายุของสีให้ยืนยาวขึ้นได้ และมันทำให้รถของคุณดูสวยตลอดเวลา
รถของเรากว่าที่เราจะได้มาเป็นเจ้าของมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยครับ ดังนั้นคุณควรดูแลรักษามันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มันยังคงดูสวย และไม่โทรมไปตามการใช้งาน ซึ่ง แชมพูล้างรถ ที่เราได้รวบรวมมา มันมีราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น และในน้ำยา 1 ขวด มันสามารถล้างรถได้หลายครั้งมาก ๆ ในบางแบรนด์ได้มีการผสมแว็กซ์มาให้ด้วย ช่วยให้คุณไม่ต้องหาซื้อแว็กซ์มาใช้งาน อีกทั้งแชมพูล้างรถยังสามารถใช้ได้กับรถทุกประเภททั้ง มอเตอร์ไซค์ 150 ซีซี, รถครูสเซอร์, รถบิ๊กไบค์ และซุปเปอร์ไบค์ หรือรถยนต์ รถกระบะ หรือรถอะไรก็แล้วแต่ครับ สามารถใช้ได้หมด ฉะนั้นมันถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากๆ ครับ สุดท้ายนี้เราก็หวังว่าบทความนี้ สามารถทำให้คุณรู้สึกอยากกลับมาดูแลและรักษารถคันโปรดของคุณแบบจริง ๆ จัง ๆ ได้ เพื่อยืดอายุการใช้งาน และทำให้มันยังคงดูสวยในสายตาทุก ๆ คนเหมือนเดิมนะครับ