เมนูจากปูม้า สด อร่อยเด็ดส่งตรงจากทะเล

กลับมาพบกันอีกแล๊ววววววว บทความก่อนหน้าเราได้แนะนำเมนูจากอาหารทะเลไปเยอะแยะมากมายเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นปลา, กุ้ง, แซลมอน, หมึก หรือปลากระป๋อง และทูน่ากระป๋องก็มี! (สองอันหลังก็นับเป็นอาหารทะเลแหละเนอะ) และในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอย (?) ก็มาถึง และวัตถุดิบหลักในวันนี้ก็คือ “ปูม้า” นั่นเอง เจ้าปูม้านี้บอกเลยว่าทำให้หลายคนเข็ดขยาดมานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นหุ่นลีน ๆ ที่เนื้อค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ตัวยักษ์อย่างปูดำ หรือจะเป็นหนามแหลม ๆ ที่สร้างความเจ็บปวดให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ปูม้า
ปูม้า

แต่เดี๋ยวนี้เนี่ยปูม้ากำลังเป็นที่นิยมมากกว่าใคร เพราะสามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาค่าตัวก็ไม่แรงเท่าไหร่ สามารถนำดัดแปลงเป็นเมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตำปูม้า, ปูดอง, ยำ, แกง, ต้ม หรือทอดก็อร่อยไปเสียหมด เนื่องจากเนื้อปูม้ามีรสหวาน เนื้ออาจจะไม่ได้เยอะมากมายเท่าปูชนิดอื่นแต่ก็ถือว่าค่อนข้างที่จะคุ้มค่า ยิ่งโชคดีได้ปูไข่มาทานอีกนี่เรียกว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม แต่ปูทะเลหรือปูม้าไม่ได้มีดีแค่ความหวานอร่อยนะคะ เพราะในเนื้อปูอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายอย่างแคลเซียม, ฟอสฟอรัส, ธาตุเหล็ก รวมถึงวิตามินต่าง ๆ มากมายเลยค่ะ (1)

ปูม้าดูยังไง ตัวไหนเนื้อ ตัวไหนไข่?

ก่อนที่จะไปทำเมนูเด็ดจากปูม้าเราก็ต้องมีปูม้ากันก่อนใช่ไหมคะเพื่อน ๆ แต่การจะซื้อปูม้าหรืออาหารทะเลแต่ละครั้งก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวไม่น้อยเลย บางคนที่เลือกซื้ออาหารทะเลไม่เป็นหรือไม่ถนัดในเรื่องนี้ต้องกุมขมับแน่นอน บางครั้งซื้อปูมาแล้วเนื้อเหลวบ้างล่ะ บางครั้งซื้อมาแล้วรสชาติไม่หวาน เนื้อไม่แน่นเหมือนทานที่ร้าน บางครั้งกะจะทานปูไข่เยิ้ม ๆ ฟิน ๆ สักหน่อยแต่ทำไมซื้อมาแล้วไม่มีไข่เลยสักนิด! อย่าเพิ่งโมโหค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาเปิดเผยเคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อปูว่าเวลาซื้อปูเนี่ยต้องซื้อยังไง ดูตรงไหนถึงจะรู้ว่าไหนตัวผู้ ไหนตัวเมีย รับรองว่าคราวนี้จะอร่อยกับเนื้อปูเน้น ๆ ไม่ต้องผิดหวังอีกแล้วค่ะ

ปูม้า กับ ปูดำ
ปูม้า กับ ปูดำ

วิธีเลือกซื้อปูทะเล

1. เราคิดว่าเพื่อน ๆ น่าจะแยกปูแต่ละชนิดออกอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าตัวไหนปูดำ? ตัวไหนปูม้า? หากแยกไม่ออกจริง ๆ ปูดำจะมีรูปทรงอ้วนกว่าและมีกล้ามปูขนาดใหญ่ ส่วนกระดองมันก็จะหนากว่ามาก ๆ สีของปูดำเป็นเข้ม ๆ แต่เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีออกส้มสดทั้งตัวไม่มีลวดลาย เอาล่ะค่ะกลับมาที่วิธีเลือกปูม้าต่อ สำหรับปูม้าสดเนี่ยจะต้องมีสีเข้มค่ะ ปลายก้ามและปลายขาออกสีน้ำเงิน กระดองเอย ก้ามเอย เท้าเอย ต้องติดแน่นกับตัว ไม่หลุด เนื้อไม่เปื่อย และที่สำคัญปูยังต้องดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่ตรงแผง ถ้าน้องนอนแน่นิ่งไม่ขยับนี่ไม่ใช่ปูหลับนะคะแต่น้องอาจจะไปสู่สุคติแล้ว นำมาทำอาหารก็จะไม่อร่อยค่ะ

2. อันที่สองเลือกเวลาที่แม่ค้าเผลอพลิกปูขึ้นมาแล้วเอานิ้วจิ้ม ๆ ตรงหน้าอกหรือตะปิ้งปูดูค่ะ ถ้ารู้สึกแน่น จิ้มไม่ลงแปลว่าปูตัวนั้นเนื้อแน่น หรือถ้าแม่ค้าไหวตัวทันก็ทำเป็นชวนแม่ค้าเม้าท์มอยสักหน่อยแล้วระหว่างนั้นก็เนียน ๆ เอามือบีบขาปูสักหน่อย ถ้าบีบแล้วเนื้อไม่ยุบก็แปลว่าปูตัวนั้นใช้การได้ ผ่านค่ะ แล้วก็อย่าลืมจิ้มดูตรงกระดองปูด้วยนะคะ ถ้ากระดองนิ่ม ๆ ไม่ได้แข็งโป๊กเหมือนที่เคยจับมาก็แปลว่าปูตัวนั้นกำลังจะลอกคราบ เนื้อปูจะเละและไม่อร่อย

ปูม้าดูยังไง ตัวไหนเนื้อ ตัวไหนไข่?
ปูมีไข่

3. เอาล่ะค่ะ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพื่อน ๆ ลองหยิบปูขึ้นมาพลิกดู ถ้าตะปิ้งแหลม ๆ เรียว ๆ กระดอง, ปลายก้าม และปลายขาเป็นสีน้ำเงินแปลว่าปูตัวนั้นเป็นปูเพศผู้ ซึ่งส่วนใหญ่เนื้อจะแน่น เนื้อเยอะ ฟิตเปรี๊ยะ

ปูม้าตัวผู้

แต่ถ้าตะปิ้งกลม ๆ หน่อย กระดองออกสีน้ำตาล ปลายก้ามและปลายขาออกสีม่วง ๆ ก็จะเป็นปูสาวพราวเสน่ห์ เนื้อน้อย ไข่ดก ถ้าช่วงวางไข่ก็จะได้ไข่แน่น ๆ หวานมันถูกใจค่ะ

ปูม้าตัวเมียขณะวางไข่
ปูม้าตัวเมียขณะวางไข่

4. เห็นปูมีไข่ก็ใช่ว่าจะหยิบมาทานได้หมดนะคะ เวลาเพื่อน ๆ ไปซื้อปูไข่เราก็มีข้อสังเกตมาฝากเพื่อน ๆ นิดนึง คือปูไข่เนี่ยจะแบ่งไข่ออกเป็นสองช่วง นั่นก็คือไข่ใน เป็นไข่ปูสีส้ม ๆ ในกระดองเหมือนที่เราชอบทานกันนั่นแหละค่ะ สังเกตง่าย ๆ คือบนกระดองจะมีจุดสีส้ม ๆ ไข่ประเภทนี้ทานได้ไม่มีปัญหาเพราะยังไม่ได้พบเจอกับน้ำเชื้อของตัวผู้ แต่ถ้าปูที่จะซื้อมีฟองสีส้ม ๆ ดำ ๆ เล็ก ๆ ติดอยู่ตรงตะปิ้งด้านนอกอันนี้แนะนำว่าอย่าซื้อเลยค่ะ เพราะฟองพวกนี้คือลูกปูเป็นแสน ๆ ตัวที่กำลังรอจะลืมตาดูโลกใต้ทะเล เอามาทานไม่ได้ ปล่อยให้น้อง ๆ ได้เติบโตและกลับมาเป็นอาหารของเราในเวลาที่เหมาะสมดีกว่านะคะ




วิธีแกะเนื้อปูม้าให้ได้ทานแบบเน้น ๆ จุก ๆ ไม่ต้องทิ้งให้เสียดาย

หลายคนคงจะมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับการรับประทานปู เพราะปูเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่แกะยากมาก ๆ บางคนลองมาทุกวิธีแล้วก็ยังแกะเนื้อปูให้ออกมาสวยงามไม่ได้สักทีเลยต้องแก้ปัญหาด้วยการเลิกทานปูไปซะงั้น ดังนั้นวันนี้เราเลยมีเคล็ดลับและวิธีการแกะปูให้ได้ทานเนื้อเน้น ๆ เต็ม ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ ค่อย ๆ ทำไปตามวิธีที่เราแนะนำ ฝึกไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็คล่องเนอะ

1. น็อคน้ำแข็งและทำความสะอาดปู

ก่อนอื่นต้องทำให้น้องปูไปสู่สุคติเสียก่อนด้วยการน็อคน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบสักพักให้ปูตายไปเอง เสร็จแล้วล้างทำความสะอาดปูด้วยการใช้ฟองน้ำหรือแปรงสีฟันสะอาด ๆ ขัดคราบโคลนดำ ๆ ออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณตะปิ้ง, ขา หรือกระดอง หลังจากนั้นพลิกหงายท้องปูขึ้นมา แซะตะปิ้งปูแล้วดึงเอาตะปิ้งทิ้งไป ส่วนนี้กินไม่ได้ค่ะ

2. แกะกระดองและตัวปูแยกเป็นส่วน ๆ

คราวนี้เพื่อน ๆ จะเห็นว่าใต้ตะปิ้งจะเป็นร่อง และส่วนรอยต่อระหว่างกระดองและท้องปูจะมีรอยแยกเล็ก ๆ ให้เพื่อน ๆ ใช้มือข้างหนึ่งจับส่วนกระดองเอาไว้ นิ้วโป้งของมืออีกข้างแหย่เข้าไปในรอยแยกแล้วแงะตัวปูออกจากกระดอง คราวนี้เราก็จะได้กระดองและตัวปูออกมาแล้ว

3. ตัดกระดอง

พักตัวปูไว้ก่อนแล้วมาดูที่กระดองปู ถ้าปูไม่มีไข่หรือเพื่อน ๆ ไม่ต้องการกระดองปูก็ใช้ช้อนตักมันปูออกมาใส่ภาชนะ ทิ้งกระดองไป แต่ถ้าอยากได้กระดองปูด้วยก็ใช้กรรไกรตัดส่วนแหลม ๆ ที่ยื่นออกมาทั้งสองข้าง เวลาทานจะได้ไม่บาดปากและดูสวยงามมากขึ้นค่ะ

4. ทำความสะอาดชิ้นตัวปู

คราวนี้หยิบตัวปูขึ้นมา เพื่อน ๆ จะเห็นนมปูที่ลักษณะคล้ายฟองน้ำนิ่ม ๆ เป็นแท่ง ๆ ติดอยู่ทั้งสองด้านของท้องปู ให้เพื่อน ๆ ดึงเอานมปูออกให้หมดรวมถึงปากและส่วนแข็ง ๆ ทั้งหมด เหลือไว้แค่เนื้อเกลี้ยง ๆ , ก้าม, ขา และกรรเชียงปูก็พอ

5. แบ่งครึ่ง

เรียบร้อยแล้วก็พลิกกลับด้านอีกสักรอบ เพื่อน ๆ จำร่องบาง ๆ ที่อยู่ใต้ตะปิ้งปูได้ไหมคะ ให้เราใช้สองมือจับตัวปูทั้งสองข้างให้มั่นแล้วออกแรงหักตัวปูเข้าหากันเบา ๆ พริบตาเดียวตัวปูก็จะหักเป็นสองชิ้นแล้ว ต่อมาก็ใช้กรรไกรตัดปลายขาแหลม ๆ ออกให้หมด

6. เพิ่มปริมาณชิ้นปู

ปูที่หักออกเป็นสองท่อนแล้วก็นำมาแบ่งครึ่งอีกครั้ง จะได้ทานง่ายและดูมีปูเยอะดีค่ะ ทีนี้ในส่วนของกรรเชียงก็แค่แกะเปลือกบาง ๆ ที่หุ้มรอบกรรเชียงออก แค่นี้กรรเชียงเนื้อแน่นก็จะปรากฎสู่สายตาของเราแล้ว

7. งัดก้าม

ในส่วนของก้ามก็ใช้กรรไกรหนีบตรงข้อที่สองให้แตก หรือจะใช้ช้อนเคาะก็ได้ค่ะ หลังจากก้ามมีรอยแตกแล้วก็โยก ๆ หน่อยเนื้อปูก็หลุดออกมาแล้ว ขาปูก็ทำได้นะคะ หนีบบริเวณส่วนหัวและท้ายแล้วก็ดึงออก

สูตรอาหารจากปูม้า

เป็นอย่างไรบ้างคะกับวิธีแกะเนื้อปู ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ คราวนี้เราหวังว่าเพื่อน ๆ จะเอนจอยและมีความสุขกับการทานเนื้อปูกันแล้วนะคะ ครั้งแรก ๆ อาจจะยังได้เนื้อที่ไม่สวยเท่าไหร่แต่ครั้งต่อไปรับรองว่าแกะปูคล่องแน่นอน เอาล่ะ อย่ารอช้า มาดูกันเลยดีกว่าว่าเจ้าปูม้าเนื้อแน่น ๆ สามารถนำมาทำเมนูอะไรได้บ้าง

1. ปูม้าผัดผงกะหรี่

ปูม้าผัดผงกะหรี่
ปูม้าผัดผงกะหรี่

เมนูปูผัดผงกะหรี่นี่เราขอยกให้เป็นเมนูยืนหนึ่งที่อร่อยสุด ๆ รองลงมาจากเนื้อปูนึ่ง เพราะเราจะนำผงกะหรี่ไปผัดกับน้ำมันจนกลิ่นหอมกรุ่น ตามด้วยเนื้อปูสดแกะเนื้อเรียบร้อย เนื้อหวาน แน่น ฟิต ที่คลุกเคล้ากับซอสผัดหอมกลิ่นไข่และเผ็ดเบา ๆ ของน้ำพริกเผา เพิ่มความหวานมันด้วยนมข้นจืด หลังสิ้นสุดการผัดร้อยแปดกระบวนท่า ปูผัดผงกะหรี่สวย ๆ และกลิ่นหอมชวนหิวก็ออกมาให้เราได้ยลโฉม บอกเลยว่าเนื้อเป็นเนื้อ! กรรเชียงเป็นก้อน! น้ำผัดรสหวาน ๆ เค็ม ๆ อร่อยสุดยอด

วัตถุดิบปูม้าผัดผงกะหรี่

  • ปูม้าสด
  • ไข่ไก่
  • คึ่นฉ่าย
  • พริกชี้ฟ้าแดง
  • หอมใหญ่
  • กระเทียม
  • ผงกะหรี่
  • ผงปรุงรส
  • พริกไทยป่น
  • น้ำตาลทราย
  • ซีอิ๊วขาว
  • นมข้นจืด
  • น้ำพริกเผา (ดูสูตรมากเมนูน้ำพริก)
  • น้ำมันพืช

วิธีทำปูม้าผัดผงกะหรี่

ขั้นตอนแรกล้างทำความสะอาดและแบ่งเนื้อปูม้าตามวิธีที่เราแนะนำด้านบนเลยค่ะ เสร็จแล้วหันมาซอยหอมใหญ่, สับกระเทียม, หั่นคึ่นฉ่ายและต้นหอมเป็นท่อน ๆ, หั่นแฉลบพริกชี้ฟ้า เแล้วก็หันมาผสมน้ำปรุงด้วยการตอกไข่ใส่ชามผสม, เติมผงปรุงรส, น้ำตาลทราย, พริกไทยป่น, ซีอิ๊วขาว, นมข้นจืด และน้ำพริกเผา ตีส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันและน้ำตาลละลายดี และตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลางค่อนไปทางแรง หลังจากน้ำมันร้อนแล้วนำเนื้อปูลงไปผัดเร็ว ๆ ให้เปลือกปูเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือเนื้อเริ่มสุก ตักขึ้นมาพักไว้ก่อนค่ะ

กระทะใบเดิม น้ำมันน้อยเติมลงไปได้อีกนิด ใช้ไฟกลางและรอจนน้ำมันร้อนนำกระเทียมลงไปผัดให้หอมตามด้วยผงกะหรี่ ผัดจนผงกะหรี่หอมขึ้น ถ้าเพื่อน ๆ แกะมันปูแยกไว้ก็ใส่มันปูลงไปผัดจนเนื้อข้นเลยค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็ข้ามไปใส่น้ำปรุงรสได้เลย เร่งไฟขึ้นอีกนิดแล้วรีบผัดด้วยความว่องไว พยายามขูดก้นกระทะบ่อย ๆ ไข่จะได้ไม่ไหม้ เมื่อไข่เริ่มจับตัวเป็นก้อนแล้วก็นำปูที่ผัดไว้ก่อนหน้าใส่ลงไปเลยค่ะ ตามด้วยหอมใหญ่, พริกชี้ฟ้า, คึ่นฉ่าย และต้นหอม คลุกเคล้าด้วยความรวดเร็วจนไข่เคลือบเนื้อปูจนทั่วและหอมใหญ่สุกใสแล้วก็ตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยจ้า


2. ปูม้าดองน้ำปลา

ปูม้าดองน้ำปลา
ปูม้าดองน้ำปลา

มีปูม้าแล้วจะขาดเมนูฮิตอย่างปูม้าดองน้ำปลาได้ยังไงคะเพื่อน ๆ สูตรของเราทำวันนี้กินพรุ่งนี้ ดองข้ามคืนให้น้ำปลาเข้าเนื้อไปเลย เนื้อปูเด้ง ๆ หอมกลิ่นน้ำปลา มาพร้อมน้ำจิ้มแซ่บ ๆ ยั่ว ๆ ตำน้ำจิ้มเอง ดองปูเอง กินเอง อร่อยแซ่บเว่อ ใครสายนัวก็เพิ่มปลาร้าเองได้อีก จะเอาแซ่บแค่ไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ

วัตถุดิบปูม้าดองน้ำปลา

วิธีทำปูม้าดองน้ำปลา

ล้างทำความสะอาดปูม้าเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือแซ่น้ำโซดาอีกสักหน่อยเพื่อจะได้เด้ง ๆ และหวาน แช่เย็นไว้สักพัก ระหว่างรอปูเราก็หันมาทำน้ำดองรอไว้จะได้ไม่เสียเวลาค่ะ คราวนี้เราจะกะปริมาณเป็นถ้วยนะคะ เพื่อน ๆ ใช้น้ำปลาประมาณ 2 ถ้วย, น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย และน้ำเปล่าอีก 1 ถ้วย สามอย่างนี้ใช้ถ้วยใบเดียวกันในการตวงก็ได้คะเพื่อควาเป๊ะปัง หลังจากนั้นนำส่วนผสมทั้งสามอย่างใส่ในหม้อแล้วเปิดเตา ใช้ไฟอ่อนคนจนน้ำตาลละลาย เสร็จแล้วยกออกมาพักไว้ให้หายร้อน

หากล่องที่มีฝาปิดมารอไว้ นำปูออกมาจากตู้เย็นแล้วเทน้ำโซดาออก เรียงปูลงกล่องให้สวยงามแล้วตักน้ำดองราดลงไปให้ท่วมตัวปูเลยค่ะ เรียงปูแบบหงายท้องขึ้นน้ำซอสจะซึมเข้าเนื้อปูได้เยอะนะคะ ปิดฝาแล้วนำไปแช่เย็นอย่างน้อยสองชั่วโมงหรือข้ามคืนไปถึงจะเอาออกมารับประทานได้นะคะ เมื่อใกล้ครบเวลาแล้วก็มาเตรียมน้ำจิ้มกันเลย เริ่มจากการตำพริกจินดา, พริกขี้หนู และกระเทียมให้ละเอียด หลังจากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะนาว, น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วชิมรสตามชอบ อยากได้แซ่บแค่ไหนก็ปรับลดตามสะดวกเลย เสร็จแล้วนำปูดองออกจากตู้เย็น หยิบเอาเฉพาะตัวปูเรียงใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแซ่บ ๆ


3. ปูนิ่มทอดกระเทียม

ปูทอดกระเทียม
ปูทอดกระเทียม

ปูนิ่ม คือ ปูที่กำลังอยู่ในระยะลอกคราบผลัดกระดองส่วนที่แข็ง ๆ ออกเพื่อให้ตัวเองมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งถ้าหากเรานำปูนิ่มมาทำอาหารจะทำให้สามารถกินปูได้ทั้งตัวแบบที่ไม่ต้องแกะ ปูนิ่มทอดกระเทียมสูตรของเราบอกเลยว่าปูกรอบ เนื้อยังแน่น เด้ง ฉ่ำ ส่วนซอสกระเทียมก็หอม ๆ เค็ม ๆ จากกระเทียมพริกไทยและเครื่องปรุงรสต่าง ๆ รสชาติอ่อน ๆ เหมาะเป็นของว่างหรือทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ ก็ได้ เคล็ดลับของจานนี้หากเพื่อน ๆ ไม่สามารถหาซื้อปูนิ่มในตลาดแนะนำเลือกใช้ปูม้าตัวเล็กแทนค่ะเวลาทอดจะได้สุกเร็วแล้วก็ทานได้ทั้งเนื้อและเปลือกค่ะ

วัตถุดิบปูทอดกระเทียม

  • ปูม้านิ่ม หรือปูม้าตัวเล็กสด
  • กระเทียมไทย
  • พริกไทยป่น
  • แป้งทอดกรอบ
  • ผงปรุงรส
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำปลา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำปูทอดกระเทียม

ขั้นตอนแรกล้างทำความสะอาดปูแล้วอาจจะแบ่งปูเป็น 4 หรือ 6 ส่วนก็ได้ตามใจชอบค่ะ สูตรนี้เราไม่ใช้กระดองปูนะคะ ตัดปลายเท้าและปลายก้ามที่มันแหลม ๆ ออกให้เรียบร้อย น้ำแป้งทอดกรอบลงไปคลุกแบบแห้ง ๆ ให้แป้งติดทั่วตัวปูเลย และนำกระเทียมมาสับหรือตำทั้งเปลือกแบบหยาบ ๆ รอไว้ หันมาตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ ใช้ไฟกลางจนน้ำมันร้อนนำกระเทียมลงไปเจียวจนเหลืองเลยค่ะ ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมันแล้วใส่พริกไทยป่นและเกลือลงไปอีกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความกรอบและรสชาติ

กระทะใบเดิมไม่ต้องล้าง คราวนี้เราจะเพิ่มน้ำมันเยอะ ๆ กะให้ท่วมปูเลยค่ะ ตั้งไฟแรงจนน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำปูลงไปทอดเลย เสียงจะดังซู่ ๆ ซ่า ๆ ใช้เวลาไม่นานปูก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ๆ แดง ๆ ทอดจนแน่ใจว่าปูสุกดีแล้วค่อยกลับด้านแล้วยกลงให้สะเด็ดน้ำมันค่ะ ระหว่างรอสะเด็ดน้ำมันก้หันมาทำซอสกันบ้าง เริ่มจากผสมผงปรุงรสเล็กน้อย, น้ำตาล, ซอสหอยนางรม, ซีอิ๊วขาว และน้ำปลาเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายเล็กน้อยแล้วนำปูทอดลงคลุก ใส่กระเทียมเจียวตามลงไป ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


4. ยำปูม้าสด

ยำปูม้าสด
ยำปูม้าสด

มีปูดองไปแล้วก็ต้องมียำปูสดด้วยอีกหนึ่ง ใครเป็นสายแซ่บ สายโจ๊ะต้องไม่พลาดค่ะ สูตรนี้รับประกันความเข้มข้น รสจัดจ้าน ปูสดเนื้อแน่น หวานกรุบ คลุกเคล้ากับน้ำยำแซ่บซี๊ดถึงใจพร้อมมะม่วงเปรี้ยวเพิ่มความจี๊ดจ๊าด ทานพร้อมเครื่องดื่มซู่ซ่ารับรองว่าตาสว่างหายง่วงแน่นอน

วัตถุดิบยำปูม้าสด

  • ปูม้าสด
  • มะม่วงเปรี้ยว
  • หอมแขก
  • กระเทียม
  • พริกจินดาแดง
  • ผักชีฝรั่ง
  • มะเขือเทศ
  • คึ่นฉ่าย
  • มะนาว
  • เกลือ
  • โซดา
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล

วิธีทำยำปูม้าสด

เตรียมปูม้าให้เรียบร้อยก่อนเลยค่ะ จะแบ่งสี่แบ่งหกก็ได้ตามใจชอบเลยนะ แช่น้ำโซดาเย็นจัดไว้ก่อน หลังจากนั้นหันมาซอยมะม่วงเปรี้ยว, หอมแขก, มะเขือเทศ และกระเทียม ตำพริกจินดาแดงพอหยาบ, หั่นคึ่นฉ่ายและผักชีฝรั่ง ปิดท้ายด้วยการเอาเกลือมาถูผิวมะนาวเพื่อเอาน้ำมันขมออกแล้วฝานรอไว้

หันมาทำน้ำยำกันบ้าง ผสมน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บเข้าด้วยกันแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ คนจนน้ำตาลละลายจนหมดยกลงพักไว้ให้เย็น หลังจากเย็นแล้วผสมพริกตำ, มะเขือเทศ, กระเทียม, หอมแขก, คึ่นฉ่าย, ผักชีฝรั่ง และมะนาวซีกลงในหม้อน้ำยำที่กวนไว้ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วชิมรสชาติให้มีความแซ่บตามชอบ ไผมักปลาแดกกะใส่โลด ก็ได้น้ำยำรสแซ่บแล้วก็นำปูม้ามาใส่ลงไปปิดท้ายเลยค่ะ คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งแล้วตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ ง่ายแค่เนี๊ยะ


5. ปูม้าผัดกะทิ

ปูม้าผัดกะทิ
ปูม้าผัดกะทิ

หลายคนอาจจะไม่คุ้นกับเมนูนี้สักเท่าไหร่ ปูผัดกะทิเป็นเมนูส่งตรงจากภาคใต้ของประเทศไทยค่ะ เป็นการเอาปูสด ๆ เนื้อหวานมาผัดกับกะทิและกะปินิดหน่อย ใส่หอมแดงดับกลิ่นคาวและขมิ้นเพิ่มสีสัน เมนูนี้มีรสชาติอ่อน ๆ มีความหวานของน้ำปูเป็นเอกลักษณ์ รสเค็มนิด ๆ จากเกลือที่ใส่เพิ่มลงไป กลิ่นคึ่นฉ่ายและกลิ่นปูเข้ากันได้อย่างลงตัวค่ะ เมนูนี้ทำไม่ยากและใช้เวลาในการทำแค่แปปเดียวเอง

วัตถุดิบปูม้าผัดกะทิ

  • ปูม้าสด
  • กะทิ
  • ขมิ้น
  • คึ่นฉ่าย
  • หอมแดง
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • กะปิ

วิธีทำปูม้าผัดกะทิ

เตรียมปูให้พร้อมก่อนเลยค่ะ ตัดปลายขา, ปลายกระดอง และปลายก้ามออกให้เรียบร้อย เสร็จแล้วหันมาทุบหอมแดงและขมิ้น ถ้าไม่มีขมิ้นสดสามารถเปลี่ยนมาใช้ขมิ้นผงแทนได้นะคะ เราจะใส่ขมิ้นแค่นิดเดียวก็พอ ให้เป็นสีเหลืองอ่อน ๆ ต่อด้วยหั่นคึ่นฉ่ายเป็นท่อนไม่ยาวมาก

ตั้งกระทะได้เลยค่ะ ใช้ไฟกลางแล้วนำกะทิส่วนหนึ่งลงไปผัดกับกะปิ, ขมิ้น และหอมแดงให้หอมและกะทิแตกมัน ใส่เกลือและน้ำตาลลงไปอีกเล็กน้อย ตามด้วยปูม้า ผัดอีกนิดหน่อยให้ปูเริ่มเปลี่ยนสีก็ใส่กะทิเพิ่มลงไปอีก ไม่ต้องใส่จนท่วมปูนะคะ เอาแค่ครึ่ง ๆ น้ำขลุกขลิก เมื่อปูสุกได้ที่แล้วก็ชิมให้มีรสหวานนิด ๆ เค็มหน่อย ๆ แล้วมีความหอมมันของกะทิ ปิดเตาแล้วเอาคึ่นฉ่ายโรยหน้า หาฝามาปิดให้ผักสลดนิดนึงก็ตักเสิร์ฟร้อน ๆ ได้เลยค่ะ


6. ปูจ๋า

ตามมาติด ๆ กับเมนูยอดฮิตขวัญใจทุกเพศทุกวัยที่มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า ปูจ๋า ถึงชื่อจะน่ารักแต่จะซื้อทานแต่ละครั้งนี่แทบเป็นลมเพราะค่าตัวน้องแพงเอาเรื่องอยู่ ไหน ๆ วันนี้ก็มีปูม้าแล้วเราจัดปูจ๋าเองที่บ้านเลยดีกว่า ขอบอกว่าเนื้อปูจ๋าเนี่ยรสชาติกลมกล่อมสุด ๆ หอมกลิ่นสามเกลอและน้ำมันงาอบอวลอยู่ในปากทะลุเข้าไปในรูจมูกเลยทีเดียว ยิ่งได้น้ำจิ้มบ๊วยอีกนิดรับรองว่าหมดไม่รู้ตัวแน่นอนค่ะ

วัตถุดิบปูจ๋า

  • ปูม้าสด
  • เนื้อหมูสับติดมัน
  • เนื้อกุ้งสับ
  • ไข่ไก่
  • กระเทียม
  • พริกไทย
  • รากผักชี
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำมันงา
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมันพืช

วิธีทำปูจ๋า

ขั้นตอนแรกเราจะนำปูมานึ่งให้สุกก่อนค่ะ พักให้เย็นแล้วแกะเอาแต่เนื้อ กระดองเก็บไว้ก่อนนะอย่าเพิ่งทิ้ง ส่วนเนื้อปูก็พยายามแกะให้เป็นก้อนสวยเวลาทานจะได้ฟิน ๆ เนอะ เสร็จแล้วก็หันมาโขลกกระเทียม, รากผักชี และพริกไทยให้เข้ากัน เรียกว่าสามเกลอ

ตักสามเกลอออกแล้วใส่เนื้อกุ้งสับประมาณครึ่งหนึ่งลงไปในครกใบเดิม ตำจนเนื้อกุ้งเหนียวขึ้นเลยค่ะ เราจะใช้เนื้อส่วนนี้คอยยึดส่วนผสมอื่น ๆ ให้ติดกันแทนการใช้แป้ง เนื้อกุ้งเหนียวดีแล้วก็นำหมูสับ, เนื้อกุ้งส่วนที่เหลือ และสามเกลอลงตำด้วยกันจนเนียนและเนื้อเด้งขึ้นค่ะ เสร็จแล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาล และน้ำมันงา คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ตักส่วนผสมออกจากครกเลยค่ะ เสร็จแล้วนำเนื้อปูที่เราบรรจงแกะด้วยความตั้งใจมาผสม ค่อย ๆ ใช้ทัพพีหรือตะหลิวคลุกเคล้าให้เนื้อปูและส่วนผสมอื่นเข้ากันอย่างเบามือและระวังไม่ให้เนื้อปูแตก ตักแบ่งออกมานิดนึงเอาเข้าไมโครเวฟให้สุกแล้วชิมว่ารสชาติโอเคหรือยัง ถ้ายังก็ปรับเพิ่มตามความชอบเลย เสร็จแล้วก็ตั้งหม้อนึ่งรอได้เลยค่ะ

ระหว่างรอหม้อนึ่งเราก็นำเนื้อปูมาใส่ในกระดอง จะใส่น้อยใส่มากแค่ไหนก็เลือกเอาตามชอบได้เลย เสร็จแล้วก็นำลงนึ่งจนสุก เวลาที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาของเนื้อปูนะคะ วิธีเช็กว่าเนื้อปูสุกหรือยังก็คือใช้ตะเกียบหรือไม้ลองจิ้มเนื้อปูดู ถ้าไม่มีน้ำไหลออกมาก็แปลว่าสุกได้ที่แล้ว ยกลงจากหม้อได้เลย

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันท่วมหน่อย เสร็จแล้วตอกไข่ แยกไข่แดงไข่ขาวแล้วใช้ไข่แดงทาบนเนื้อปูจ๋าให้ทั่วเลยค่ะ น้ำมันร้อนได้ที่แล้วก็นำปูลงทอดได้เลย ใช้เวลาไม่นานไข่แดงสุกและดูกรอบขึ้นก็ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมันได้ ปูจ๋าพร้อมเสิร์ฟ!


7. ไข่เจียวปูม้า

ไข่เจียวปูม้า

จัดไปอีกหนึ่งเมนูเบา ๆ อย่างไข่เจียวปูม้า เมนูนี้ไม่มีเคล็ดลับอะไรมากมายเพราะจุดขายของเราอยู่ที่เนื้อปูแน่น ๆ ที่บรรจงแกะมาเองกับมือด้วยความหวงแหน ปรุงรสไข่เจียวให้มีความเค็มอ่อน ๆ ด้วยซอสปรุงรสที่เข้ากับความหวานของเนื้อปูได้เป็นอย่างดี ใช้เทคนิคทอดด้วยหม้อทำให้ไข่ไม่ติดกระทะ! ล้อเล่นน การทอดด้วยหม้อจะทำให้ไข่มีทรงสวย ผิวด้านนอกกรุบกรอบแต่ด้านในยังคงความฉ่ำ จุ๊ยส์ซี่สุด ๆ ถ้าอยากรู้ว่าเมนูนี้มีวิธีการทำยังไงกดลิงก์ เมนูไข่เจียวปู ได้เลย แล้วอย่าลืมกลับมาดูเมนูปูกันต่อนะ ต้องกลับมานะ! เราจะรอเธออยู่ตรงนี้


8. ปูม้าผัดพริกไทยดำ

ปูม้าผัดพริกไทยดำ
ปูม้าผัดพริกไทยดำ

เมนูนี้ทำไม่ยากเลยค่ะเพื่อน ๆ ปูผัดพริกไทยดำจานนี้จะมีกลิ่นหอมของพริกไทยเป็นเอกลักษณ์ ซอสพริกไทยมีความเผ็ดนิด หวานหน่อย เค็มปลาย ๆ ลิ้น เนื้อปูยังแน่นและฉ่ำซอส มีความหวานของหอมใหญ่และเนื้อปูสด ๆ เข้ากันได้ดีกับซอสรสชาติกลมกล่อม ทานร้อน ๆ พร้อมข้าวสักจานนี่อร่อยสุด ๆ

วัตถุดิบปูม้าผัดพริกไทยดำ

  • ปูม้าสด
  • พริกไทยเม็ด
  • หอมใหญ่
  • กระเทียม
  • ต้นหอม
  • พริกชี้ฟ้า
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำมันพืช
  • น้ำเปล่า

วิธีทำปูม้าผัดพริกไทยดำ

ขั้นตอนแรกเหมือนเดิมเลยค่ะ จัดการพระเอกของจานนี้ก่อน ตัดปลายขาและปลายก้ามให้เรียบร้อย หลังจากนั้นหันมาสับกระเทียมให้ละเอียด ส่วนพริกชี้ฟ้าก็แกะเอาเมล็ดออกแล้วซอยให้ละเอียดเช่นกันค่ะ หอมใหญ่หั่นชิ้นหนานิดนึง ส่วนต้นหอมหั่นเป็นท่อน ๆ จากนั้นตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ๆ แล้วนำพริกไทยลงไปคั่วให้ผิวตึงและมีกลิ่นหอม หลังจากนั้นเอาพริกไทยมาตำให้ละเอียดค่ะ ส่วนกระทะใบเดิมก็ใส่น้ำมันนิดหน่อยแล้วนะกระเทียมลงไปผัดจนหอม ตามด้วยพริกชี้ฟ้าสับ

ผัดกระเทียมและพริกชี้ฟ้าจนเริ่มเหลืองหอม ใส่พริกไทยดำตามลงไปและปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซอสหอยนางรม และซีอิ๊วขาว ผัดให้เข้ากัน ชิมรสให้มีความหอมพริกไทย กลมกล่อม และรสจัดนิดนึงเพราะตอนใส่ปูจะได้อร่อยพอดี เมื่อได้รสชาติที่ใช่แล้วตักซอสออกให้หมดก่อนค่ะ หลังจากนั้นใส่น้ำมันลงไปอีกนิดแล้วนำปูลงไปผัดจนเริ่มเปลี่ยนสี เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยแล้วปิดฝาให้เนื้อปูสุกค่ะ ใช้เวลาแค่ 1 – 2 นาทีเท่านั้นเอง เมื่อเนื้อปูสุกและน้ำงวดแล้วก็ใส่ซอสพริกไทยดำและตามด้วยหอมใหญ่กับต้นหอม ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบทุกส่วนของปูและมีกลิ่นหอมตีขึ้นมา เมื่อหอมใหญ่สุกใสแล้วก็ปิดเตาตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ


9. แกงคั่วปูม้าใบชะพลู

แกงคั่วปูม้าใบชะพลู
แกงคั่วปูม้าใบชะพลู

เปลี่ยนมาทานแกงกันบ้าง เมนูนี้มีกลิ่นหอมเอกลักษณ์จากใบชะพลู รสชาติของแกงจะไม่เผ็ดมาก น้ำแกงจะหวานกลิ่นปูและมีความเผ็ดแทรกกลมกล่อม เมนูนี้ทำไม่ยากและวัตถุดิบก็มีน้อยมาก ๆ จะทานพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือเส้นขนมจีนเหนียวนุ่มก็เข้ากันค่ะ น้ำแกงขลุกขลิกแต่เข้มข้นสุด ๆ

วัตถุดิบแกงคั่วปูม้าใบชะพลู

  • ปูม้าสด
  • พริกแกงเผ็ด
  • กะทิ
  • ใบชะพลู
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล

วิธีทำแกงคั่วปูม้าใบชะพลู

ขั้นตอนแรกเราเลือกใบชะพลูที่มีสภาพสมบูรณ์เต็มใบ ไม่ขาด ไม่แหว่ง ด้านหลังไม่มีจุดสีขาวหรือไข่แมลงเกาะ เด็ดเอาเฉพาะใบล้างน้ำแล้วซอยเป็นเส้นหนา ๆ พักไว้ก่อนค่ะ หันมาจัดการทำความสะอาดปูตามวิธีที่เราแนะนำเลย

ตั้งหม้อ ใช้ไฟอ่อน ๆ ต้มกะทิทั้งหมดจนแตกมันแล้วตักออกมาครึ่งหนึ่ง นำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดให้หอม ตามด้วยเนื้อปูที่เราเตรียมไว้ ผัดไปเรื่อย ๆ จนเนื้อปูเปลี่ยนสีค่อยปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล หลังจากนั้นใส่กะทิที่เราตักแบ่งลงไปเลยค่ะ ต้มจนกะทิเดือดอีกครั้ง ชิมรสให้มีความเผ็ด, เค็มอ่อน ๆ และมีรสหวานของเนื้อปู ส่วนน้ำแกงจะไม่เยอะมากนะคะ พอขลุกขลิก หลังจากทุกอย่างได้ที่แล้วก็ใส่ใบชะพลูลงไปเลยค่ะ กดให้ชะพลูสุกอีกนิดก็ปิดเตาแล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้เลย


10. ข้าวผัดปู

ข้าวผัดปู
ข้าวผัดปู

อาหารแซ่บ ๆ ก็ทานไปแล้ว แกงคั่วก็มีแล้ว ไข่เจียวก็ทำไปแล้ว ขอปิดท้ายเมนูปูด้วยข้าวผัดปูก็แล้วกันค่ะ เมนูนี้เหมือนจะทำง่ายแล้วถ้าจะผัดให้ข้าวร่วนและไข่ไม่จับตัวเป็นก้อนนี่ค่อนข้างข้างยากเหมือนกันนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะวันนี้เราได้สูตรเด็ดเคล็ดลับมาฝากเพื่อน ๆ แล้ว ข้าวผัดปูของเราจะมีกลิ่นหอมของปูและกลิ่นไหม้กระทะหน่อย ๆ รสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ กลมกล่อมจากซอสและเนื้อปู ก่อนจะเริ่มทำเมนูนี้แนะนำให้ทำพริกน้ำปลาเตรียมไว้ได้เลยค่ะ

วัตถุดิบข้าวผัดปู

  • ข้าวสวย
  • เนื้อปู
  • ไข่ไก่
  • ต้นหอม
  • กระเทียม
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว

วิธีทำข้าวผัดปู

ก่อนที่จะทำข้าวผัดเราต้องมีเนื้อปูก่อนใช่ไหมคะเพื่อน ๆ แต่ถ้าซื้อเนื้อปูแบบก้อนมาใช้ก็จะสบายไปหน่อย งานนี้เราต้องลงมือเองทุกขั้นตอนตั้งแต่เอาปูไปนึ่งด้วยไฟแรง เสร็จแล้วยกลงมาผึ่งให้หายร้อนแล้วค่อย ๆ แกะเนื้อปูตามวิธีทำด้านบนที่เราสอนไป ทีนี้เพื่อน ๆ ก็จะได้เนื้อปูและก้อนกรรเชียงมาครองแล้ว

ขั้นตอนต่อมาเราก็จัดการสับกระเทียมให้ละเอียดเลยค่ะ เสร็จแล้วก็ตามด้วยต้นหอม ทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็มาจัดการข้าวกันต่อ ข้าวผัดที่อร่อยเนี่ยข้าวต้องเรียงเม็ดสวยและร่วนซึ่งข้าวแช่เย็นจะตอบโจทย์มากที่สุด แต่ถ้าไม่มีข้าวแช่เย็นเราก็สามารถทำข้าวเม็ดสวยได้ด้วยการตักข้าวใส่จานแล้วนำพัดลมมาเป่าไล่ความร้อนค่ะ ระหว่างนั้นก็คอยเอาส้อมยีข้าวอยู่ตลอดเวลาให้ร่วน ง่าย ๆ แค่นี้เองค่ะ ได้ข้าวร่วนมาแล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรมเตรียมไว้เลย

ตอนนี้เราจะเริ่มผัดข้าวกันแล้วนะ ให้เพื่อน ๆ เอากระทะตั้งเตา ใส่น้ำมันพอประมาณ เปิดไฟกลาง หลังจากน้ำมันร้อนแล้วนำกระเทียมลงไปผัดจนหอม ตอกไข่ใส่กระทะแล้วรีบเทข้าวตามลงไปทันที รีบใช้ตะหลิวพลิกเอาไข่ขึ้นมาไว้ด้านบนแล้วเกลี่ยไข่ให้กระจายตัว ผัดไปเรื่อย ๆ จนไข่สุก เร่งไฟขึ้นอีกนิดแล้วผัดข้าวด้วยความคล่องแคล่ว พวกน้ำหรือความชื้นต่าง ๆ ที่อยู่ในข้าวก็จะระเหยออกไปหมดทำให้ข้าวร่วนขึ้น ชิมรสชาติให้อร่อยกลมกล่อมตามชอบ

ผัดต่ออีกนิดจนเมล็ดข้าวเริ่มดีดดังเป๊าะแป๊ะก็เทเนื้อปูและต้นหอมซอยตามลงไปเลยค่ะ เร่งไฟแรง ๆ แล้วคลุกข้าวต่อไปด้วยความคล่องแคล่ว หลังจากผัดจนข้าวแห้งได้ที่และเริ่มได้กลิ่นไหม้เบา ๆ แล้วก็ปิดเตาแล้วตักข้าวใส่จานได้เลย





และนี่ก็คือ 10 เมนูที่ทำง่ายและอร่อยจากปูม้าเนื้อแน่น ๆ ไข่เน้น ๆ ที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ วันนี้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ แต่ละเมนูนี่ชวนน้ำลายสอทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อปูเด้ง ๆ หรือไข่ปูฉ่ำ ๆ ก็น่าทานไปเสียหมด แต่การซื้อปูไข่ก็มีข้อควรระวังนะคะเพราะเดี่ยวนี้พ่อค้าแม่ค้าบางร้านหัวใสเอาไข่แดงเค็มมาทาที่กรรเชียงปูเนียน ๆ ว่าเป็นไข่ปูเยิ้มให้เราอยากแล้วอัพราคาแพง ๆ ไอ้เราก็ลงทุนซื้อเพราะเห็นว่าได้ไข่เยอะ คุ้มค่าคุ้มราคา แต่พอเอามาต้มที่บ้านกลับได้ไข่ต้มซะงั้น

เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ ควรซื้อปูที่ยังเป็น ๆ ดิ้นแด่ว ๆ และไม่แนะนำให้เลือกซื้อปูไข่ที่สับชิ้นมาแล้ว เพราะมันจะดูยากมากกกกกก ยอมเหนื่อยแกะเองนิดนึงเนอะ แล้วก็เวลาซื้อมาเนี่ยวิธีที่ทำให้เนื้อปูอร่อยมากที่สุดคือนำมาประกอบอาหารทันทีค่ะ ไม่ควรซื้อปูสดมาแช่เย็นไว้เพราะเนื้อจะไม่อร่อยนะ แต่ถ้าจำเป็นต้องเก็บไว้จริง ๆ ก็แนะนำให้ต้มปูให้สุกก่อนดีกว่าค่ะ วันนี้นี่เรียกว่าจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียวทั้งวิธีเลือกซื้อปูม้าและสารพัดเมนูจากปูม้า หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบบทความของเราในวันนี้กันนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

Reference

  1. ปูม้า
Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Related Posts

Next Post