10 สูตร เมนูผัดกะเพรา รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน ถูกปากทุกคน กินได้ไม่มีเบื่อ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เคยมีใครเป็นเหมือนเราไหมคะ เวลารับประทานอาหารที่ร้านอาหารตามสั่งทีไรมักจะเลือกไม่ถูกว่าจะทานอะไรดี? พลิกเมนูไปมา คิดอยู่นานก็ยังเลือกไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะกินอะไรสุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องสั่ง “ผัดกะเพรา” มาทานทุกครั้ง หรือบางครั้งตั้งใจว่าจะกินเมนูนี้เมนูนั้น แต่พอถึงคราวต้องสั่งจริง ๆ ก็ดันหลุดปากเผลอสั่งผัดกะเพรามาทานอีกแล้ว พนักงานก็รับออเดอร์เร็วเหลือเกิน กว่าจะรู้ตัวว่าสั่งผิดแม่ค้าก็จุดเตาตั้งกระทะแล้วค่ะ ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10

เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะคะว่าทำไมเมนูง่าย ๆ เมนูสิ้นคิดอย่างผัดกะเพราถึงได้กลายมาเป็นเมนูจำเป็นต้องมี Must Have ประจำร้านอาหารตามสั่ง ไม่ว่าร้านจะใหญ่แค่ไหนก็ต้องมีเมนูนี้เสมอ

แล้วเพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมคะว่าเมนูผัดกลิ่นหอม รสชาติเป็ดร้อนกลมกล่อมนี่มีที่มาจากไหน? แล้วมีมานานแค่ไหนแล้ว? มีมาตั้งสมัยสมัยพระเจ้าเหาเลยหรือเปล่าฮ่า ๆ ? แล้วผัดกะเพราสมัยก่อนเขาใส่หอมใหญ่หรือถั่วฝักยาว และข้าวโพดอ่อนเหมือนในสมัยนี้หรือเปล่าน๊าาา?

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับเมนูสิ้นคิดที่ยิ่งใหญ่เมนูนี้กันค่ะ และแน่นอนว่านอกจากความรู้แล้วเรายังรวบรวมวิธีทำผัดกะเพราสูตรต่าง ๆ มาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีกด้วย ไปดูกันเลย

ผัดกะเพรามาจากไหน ทำไมถึงฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

หลังจากที่เราได้สืบค้นข้อมูลมาอย่างจริงจังที่สุดในชีวิต เราก็ได้พบว่าเมนูเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่เมนูนี้ได้ไปปรากฏอยู่ใน “จดหมายเหตุลาลูแบร์” บันทึกที่ท่านเอกอัครราชทูตฝรั่งเศษ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ได้บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. 2230 ซึ่งในใจความเขียนไว้ว่าคนไทยนั้นนิยมรับประทานผักชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอม เรียกว่า ‘กะเพรา’ (1) หลังจากนั้นต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้มีการจัดตั้ง “โครงการส่งเสริมอาหารของชาติ” และเมนูผัดกะเพราก็คือหนึ่งในนั้นค่ะ

ผัดกะเพราเป็นเมนูที่ดัดแปลงสูตรมาจากผัดเต้าเจี้ยวของจีน หลังจากนั้นผัดกะเพราก็เริ่มรับประทานกันอย่างแพร่หลาย จากที่มีวัตถุดิบเพียง 2-3 อย่างก็ดัดแปลงเรื่อยมาจนกลายเป็นผัดกะเพราอย่างที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้

นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผลที่น่าจะทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูฮิตติดปากคนไทยก็คือ ผัดกะเพรามีส่วนผสมหลักแค่ 3 อย่าง นั่นก็คือ ใบกะเพรา, พริก และกระเทียม (2) เราสามารถเปลี่ยนเนื้อสัตว์ได้ตามใจชอบและรสชาติของกะเพราก็จะไม่เปลี่ยนไปมากนัก

นอกจากนั้นแล้วทั้งใบกะเพรา, พริก และกระเทียมก็ล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพนั่นเอง และในการสำรวจอาหารที่คนไทยนิยมกินมากที่สุดของสวนดุสิตโพล ผลปรากฏว่าเมนูผัดกะเพราก็ขึ้นแท่นผู้ชนะอันดับหนึ่งแบบสวย ๆ เลยค่ะ (3)



ผัดกระเพรา สูตรไหนอะไรที่สุด

1. ผัดกะเพราออริจินอล

ผัดกะเพราออริจินอล
ผัดกะเพราออริจินอล

ก่อนจะไปทำเมนูอื่น เรามาเริ่มต้นที่ผัดกะเพราแบบออริจินอลกันก่อนดีกว่าค่ะ ผัดกะเพราสูตรออริจินอลนั้นจะมีส่วนประกอบแค่ไม่กี่อย่าง รวมทั้งปรุงรสน้อย โดยเพื่อน ๆ สามารถเลือกเนื้อสัตว์ได้ตามต้องการ อาจจะเป็นเนื้อหมูสับหรือไก่สับก็ได้ จากนั้นเลือกใช้ใบกะเพราแดงที่มีกลิ่นหอมกว่ากะเพราขาว ตำพริกกระเทียมให้พอแหลกแล้วผัดด้วยน้ำมัน ตามด้วยเนื้อสัตว์ รวนจนสุกแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาแท้ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความหอม ปิดท้ายด้วยใบกะเพราและคลุกจนใบกะเพราสลด รสชาติแบบออริจินอลก็จะไม่จัดมากและมีลักษณะแห้ง ๆ ได้รสเค็มจากน้ำปลา รสหวานจากธรรมชาติของเนื้อสัตว์ และโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของใบกะเพราค่ะ

วัตถุดิบผัดกะเพราออริจินอล

  • เนื้อสัตว์
  • ใบกะเพราแดง
  • กระเทียม
  • พริกสด
  • น้ำปลา
  • น้ำมัน

วิธีทำผัดกะเพราออริจินอล

ก่อนอื่นเพื่อน ๆ จะต้องเลือกซื้อใบกะเพราแดง นำมาล้างและเด็ดเอาก้านออก จากนั้นตำพริกกระเทียมให้พอแหลก ส่วนเนื้อสัตว์ก็เลือกได้ตามชอบเลยนะคะ ต่อมาตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน น้ำมันร้อนดีแล้วนำพริกกระเทียมลงผัดจนส่งกลิ่นหอม ตามด้วยเนื้อสัตว์ ผัดจนเนื้อสุกดีแล้วก็เหยาะน้ำปลาตามลงไปอีกนิด คลุกเคล้าให้เข้าแล้วใส่ใบกะเพรา คลุกจนใบกะเพราสลดแล้วปิดเตา ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ


2. กะเพราหมูสับ

กะเพราหมูสับ ไข่ดาว

เพิ่มความพิเศษให้กับกะเพราหมูสับธรรมดา ๆ ด้วยการเปลี่ยนพริกสดเป็นพริกแห้ง เมนูนี้เราจะผัดแบบแห้ง ๆ เนื้อสัมผัสร่วนเพราะเราจะคั่วจนได้กลิ่นไหม้ของกระทะ รสชาติเผ็ดร้อนปนเปไปกับความหอมของใบกะเพรา ตักราดบนข้าวสวยร้อน ๆ และโปะด้วยไข่ดาวยางมะตูมมัน ๆ เพื่อลดเผ็ดและเป็นตัวช่วยให้กะเพราไม่ฝืดคอจนเกินไปค่ะ รับรองเลยว่าเมนูนี้หอมไปสามบ้านแปดบ้าน ถูกใจคนชอบทานรสเผ็ดแน่นอน

วัตถุดิบกะเพราหมูสับ

  • หมูสับ
  • ไข่เป็ด
  • ใบกะเพรา
  • กระเทียม
  • พริกแห้ง
  • น้ำตาล
  • น้ำปลา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราหมูสับ

ขั้นตอนแรกทำเหมือนเดิมเลยค่ะ ล้างและเด็ดใบกะเพราแยกไว้ จากนั้นหันมาตำพริกและกระเทียมจนแหลกและค่อนข้างละเอียดนิดนึง จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเยอะนิดนึงนะคะ เปิดเตาไฟกลางรอจนน้ำมันร้อนแล้วตอกไข่ลงในกระทะ ระวังอย่าให้ไข่แดงแตกนะ ลดลงเป็นไฟกลางค่อนอ่อนแล้วหาฝามาครอบปิดไว้ ทิ้งไว้จนไข่ขาวด้านบนเริ่มสุกเป็นวุ้น และไข่ไม่เหลวจนเกินไป ตักขึ้นพักไว้ก่อนค่ะ

กระทะใบเดิม เทน้ำมันออกเล็กน้อย เปิดไฟกลางรอจนน้ำมันเดือดอีกครั้งแล้วนำพริกกระเทียมลงไปผัดจนหอม ตามด้วยหมูสับ ผัดจนหมูเริ่มสุกปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลนิดหน่อย จากนั้นคั่วจนหมูแห้งขึ้น ปิดท้ายด้วยใบกะเพรา คลุก ๆ อีกสองสามรอบจนใบกะเพราสลดก็ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาวได้เลย


3. กะเพราข้อไก่

เปลี่ยนจากเนื้อไก่มาเป็นเอ็นข้อไก่กันบ้าง ความเด็ดของเมนูนี้อยู่ที่ข้อไก่เด้ง ๆ กรุบ ๆ ที่ผสมผสานกับซอสและความหอมของใบกะเพราเขากันได้อย่างลงตัว ปรุงให้มีรสชาติไม่จัดมาก ได้ความเค็ม ๆ หวาน ๆ อร่อยกลมกล่อมจากซอสปรุงรสและซอสหอยนางรม ทานพร้อมกับข้าวสวยนุ่ม ๆ หอม ๆ เขากันสุด ๆ ค่ะ รับรองว่าลองแล้วต้องติดใจแน่นอน

วัตถุดิบกะเพราข้อไก่

  • เอ็นข้อไก่
  • ใบกะเพรา
  • พริกสด
  • กระเทียม
  • ซอสหอยนางรม
  • ซอสปรุงรส
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราข้อไก่

ล้างทำความสะอาดข้อไก่ให้เรียบร้อย ผึ่งให้แห้ง จากนั้นหันมาเด็ดใบกะเพราและตำพริกกระเทียมจนแหลก พักไว้ค่ะ ต่อมาให้ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เปิดเตา หลังจากน้ำมันร้อนดีแล้วนำข้อไก่ลงผัดจนสีใสขึ้นและสุกเลยค่ะ จากนั้นตักขึ้นพักไว้ นำพริกกระเทียมลงผัดต่อจนสุกหอม นำข้อไก่ลงผัดรวมกันอีกครั้ง ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสและซอสหอยนางรม ผัดต่อจนส่วนผสมแห้งขึ้นเลยค่ะ เมื่อส่วนผสมแห้งดีแล้วใส่ใบกะเพรา คลุกจนใบสลดแล้วตักขึ้นเสิร์ฟได้เลยจ้า


4. กะเพรากุ้ง

กะเพรากุ้ง
กะเพรากุ้ง

เบื่อหมูเบื่อไก่แล้วหันมาทานอาหารทะเลอย่างเมนูจากกุ้งสด ๆ บ้างดีกว่า ถ้าพูดถึงอาหารทะเลแล้วดูเหมือนว่าผัดกะเพรากุ้งจะเป็นเมนูที่ถูกปากใครหลาย ๆ คน สูตรของเราจะแช่กุ้งด้วยโซดาเย็นจัดจนได้เนื้อกุ้งเด้ง กรอบ นำมาผัดกับซอสกะเพราและใบกะเพราหอม ๆ คลุกเคล้าอีกสองสามรอบเมนูผัดกะเพรากุ้งก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ บอกเลยว่าเนื้อกุ้งเด้งหนุบหนับเข้ากับซอสเป็ด ๆ เค็ม ๆ หวาน ๆ อร่อยกลมกล่อมได้เป็นอย่างดี

วัตถุดิบกะเพรากุ้ง

  • กุ้งสด
  • ใบกะเพรา
  • พริกสด
  • กระเทียม
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว
  • โซดา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพรากุ้ง

ล้างทำความสะอาดกุ้ง จากนั้นปอกเปลือก, ผ่าหลัง และดึงเส้นดำออกให้เรียบร้อย ขยำเกลือและแช่น้ำโซดาเย็นจัด ตามด้วยโปะน้ำแข็งทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ระหว่างรอก็หันมาเด็ดใบกะเพราและตำพริกกระเทียมให้เข้ากัน ครบเวลาแล้วเทโซดาออกแล้วล้างน้ำเปล่าอีกหนึ่งครั้ง พักไว้ก่อน ต่อมาให้ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช เปปิดไฟกลาง น้ำมันร้อนแล้วนำพริกกระเทียมลงผัดจนหอม ตามด้วยเนื้อกุ้ง คลกเคล้าจนกุ้งเริ่มเปลี่ยนสีแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซอสหอยนางรม และซีอิ๊วขาว ปิดท้ายด้วยใบกะเพรา ผัดอีกครั้งจนกุ้งสุกงอ ปิดเตาตักเสิร์ฟได้เลยจ้า


5. กะเพราหมึก

กะเพราหมึก
กะเพราหมึก

ตามมาติด ๆ กับเมนูปลาหมึกเนื้อใสรสชาติหวานกรอบ นำมาผสมกับซอสกะเพราสูตรพิเศษที่จัดเต็มทั้งเผ็ด เค็ม หวาน และส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ใช้เวลาผัด ๆ คลุก ๆ ไม่นานเมนูนี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ เนื้อหมึกสดจะเด้งสู้ฟันและมีความนุ่ม เคลือบน้ำซอสรสจัดจ้านและใบกะเพราหอม ๆ ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งได้รสหวานของเนื้อหมึกแทรกซึมไปทั่วทั้งปาก ฟินจะบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ

วัตถุดิบกะเพราหมึก

  • ปลาหมึกสด
  • ใบกะเพรา
  • พริกสด
  • กระเทียม
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำปลา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราหมึก

ล้างทำความสะอาดหมึกสด จากนั้นควักเอาไส้, หมึก และกระดองออก จากนั้นหั่นหมึกเป็นแว่นกลม ๆ ยิ่งเป็นแว่นหนาก็ยิ่งอร่อยนะคะ เสร็จแล้วเด็ดใบกะเพราและตำพริก, ดอกกะเพรา และกระเทียมต่อเลย หันมาตั้งหม้อ ใส่น้ำ รอจนน้ำเดือดใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำเหมึกลงลวกจนเกือบสุก ตักขึ้นน็อกน้ำเย็นทันทีแล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำ และตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เปิดไฟกลาง น้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำพริกกระเทียมลงผัดจนหอม ใส่หมึกลวก ปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซอสหอยนางรม และน้ำปลา คลุกให้เข้ากันสักรอบตามด้วยใบกะเพรา ผัดจนใบกะเพราสลดแล้วตักใส่จานพร้อมรับประทานแล้วค่ะ


5. ผัดกะเพราหอยแมลงภู่

ผัดกะเพราหอยแมลงภู่
ผัดกะเพราหอยแมลงภู่

ใครชอบรับประทานหอยเนื้อหวาน ๆ ต้องถูกใจเมนูผัดกะเพราหอยแมลงภู่แน่นอนค่ะ เราจะเลือกใช้หอยแมลงภู่ต้มสุกตัวใหญ่ ๆ เนื้อแน่น หวาน นำมาผัดกับซอสกะเพรา ปรุงรสชาติให้ค่อนไปทางเผ็ดร้อน เพิ่มกลิ่นหอมด้วยใบกะเพราสด เมื่อกัดลงไปเพื่อน ๆ จะรู้สึกได้ถึงรสเผ็ดจัดจ้านก่อน จากนั้นรสหวานของเนื้อหอยจะออกมาปลอบประโลมจิตใจ และกลิ่นหอม ๆ ของกะเพราช่วยกลบกลิ่นคาวได้ดีเยี่ยม

วัตถุดิบกะเพราหอยแมลงภู่

  • เนื้อหอยแมลงภู่ต้มสุก
  • ใบกะเพรา
  • พริก
  • กระเทียม
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำปลา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราหอยแมลงภู่

นำหอยมาล้างน้ำสะอาดอีกหนึ่งครั้งเพื่อลดความเค็มและเพิ่มความมั่นใจ จากนั้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ต่อมาเด็ดกะเพรา ตำพริก, ดอกกะเพรา และกระเทียมให้แหลก จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน น้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำพริกกระเทียมลงผัดจนส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งครัว ตามด้วยหอยแมลงภู่ ปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซอสหอยนางรม และน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบ ปิดจ๊อบด้วยใบกะเพรา ผัดสองสามรอบให้ใบกะเพราสลด ติดเตาแล้วตักใส่จานได้เลยจ้า


6. กะเพราทะเล

กะเพราทะเล
กะเพราทะเล

ในเมื่อเลือกไม่ได้ว่าจะใส่อะไรดีก็จับทุกอย่างมาผัดรวมกันซะเลย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู หรือปลาก็จัดมาแบบเน้นเครื่องไม่เน้นข้าว อาหารทะเลสดจะมีรสชาติหวานอร่อยตามธรรมชาติ ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งหวาน เราจะเตรียมซอสให้มีรสเผ็ดหน่อย ๆ เค็มนิด ๆ และเน้นชูรสหวานของเนื้อสัตว์ ใส่ใบกะเพราลงไปเพื่อช่วยให้กลิ่นคาวลดลงและเพิ่มความเพอร์เฟ็ค

วัตถุดิบกะเพราทะเล

  • อาหารทะเล
  • ใบกะเพรา
  • พริกสด
  • กระเทียม
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำปลา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราทะเล

ล้างทำความสะอาดและเตรียมเนื้อสัตว์ให้เรียบร้อย จากนั้นลวกเนื้อสัตว์ให้สุกประมาณหนึ่งแล้วน็อกน้ำเย็น ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดแล้ว หันมาเด็ดใบกะเพราและตำพริกกระเทียมให้เข้ากันค่ะ จากนั้นให้ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน น้ำมันร้อนแล้วนำพริกกระเทียมลงผัดจนหอม ตามด้วยเนื้อสัตว์ เพิ่มรสชาติด้วยซอสหอยนางรม, น้ำปลา และน้ำตาลอีกนิดหน่อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ใบโหระพาปิดท้าย ปิดเตา แล้วคลุกเคล้าจนใบโหระพาสลด ตักใส่จานพร้อมรับประทาน


7. กะเพราไข่เยี่ยวม้า

กะเพราะหมูสับไข่เยี่ยวม้า
กะเพราะหมูสับไข่เยี่ยวม้า

กะเพราไข่เยี่ยวม้าเป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อยที่มีขั้นตอนและวิธีการทำที่ไม่ยากเลยค่ะ กะเพราหอม ๆ บวกกับไข่เยี่ยวม้ากรอบนุ่ม เพิ่มโปรตีนด้วยหมูสับเนื้อแน่น ๆ นุ่ม ๆ เป็นความฟินที่บรรยายออกมาไม่ได้ ตัวซอสของเราจะมีทั้งรสเผ็ด เค็ม และหวานครบรส เพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยกะเพรากรอบที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

วัตถุดิบกะเพราไข่เยี่ยวม้า

  • หมูสับ
  • ไข่เยี่ยวม้า
  • ใบกะเพรา
  • พริก
  • กระเทียม
  • แป้งทอดกรอบ
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำปลา
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราไข่เยี่ยวม้า

ปอกเปลือกและล้างไข่เยี่ยวม้าด้วยน้ำเปล่า ซับผิวด้านนอกให้แห้งแล้วหั่นครึ่งหรือแบ่งเป็น 4 ส่วนก็ได้ ตามชอบเลยค่ะ จากนั้นหันมาเด็ดใบกะเพราและตำพริกกระเทียมตามสเต็ปเดิม

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเยอะหน่อยนะคะ เปิดไฟกลางรอน้ำมันร้อน ระหว่างรอผสมแป้งทอดกรอบด้วยน้ำเย็น คนให้ละลายเข้ากันดี เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่แล้วนำไข่เนี่ยวม้าคลุกแป้งแห้งนิดหน่อยแล้วคลุกแป้งเหลว นำลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นหยิบใบกะเพราส่วนหนึ่งลงทอดจนน้ำมันนิ่งและกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันเช่นกันค่ะ

ใช้กระทะใบเดิม เทน้ำมันออกให้เหลือก้นกระทะนิดหน่อย นำขึ้นตั้งไฟกลาง น้ำมันเริ่มร้อนแล้วนำพริกกระเทียมลงผัดให้หอม ตามด้วยหมูสับ พยายามยีให้เนื้อหมูแตกตัวและผัดจนหมูสุกดีเลยนะคะ จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำตาล และซอสหอยนางรม คลุกให้เข้ากันแล้วใส่ใบกะเพรา ผัดจนกะเพราสลดแล้วปิดเตา และหยิบไข่เยี่ยวม้าทอดเรียงใส่จาน ราดด้วยผัดกะเพรา โรยกะเพรากรอบปิดท้าย จัดเสิร์ฟได้จ้า


8. กะเพราหมูกรอบ

กะเพราหมูกรอบ
กะเพราหมูกรอบ

อีกหนึ่งเมนูกะเพรายอดฮิตที่หลายคนชื่นชอบคงหนีไม่พ้นกะเพราหมูกรอบ เป็นการเอาหมูกรอบมารวมกับซอสกะเพราเข้มข้น ผัดแห้ง ๆ ซอสรสชาติจัดจ้านเคลือบหมูสามชั้นทอดกรอบชิ้นพอดีคำ ในส่วนของหมูบอกเลยว่ากรอบกรุบกรับถึงใจ เนื้อด้านในยังฉ่ำ ๆ เข้ากับซอสและข้าวสวยร้อน ๆ ได้ดีทีเดียวเลยค่ะ

วัตถุดิบกะเพราหมูกรอบ

  • หมูสามชั้น
  • ใบกะเพรา
  • พริก
  • กระเทียม
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำปลา
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราหมูกรอบ

ก่อนจะทำกะเพราหมูกรอบได้เราก็ต้องมีหมูกรอบกันก่อน เพื่อน ๆ สามารถดูวิธีการทำหมูกรอบได้ที่นี่ เมนูหมูสามชั้น: หมูกรอบ ได้หมูกรอบมาแล้วก็หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วมาเด็ดใบกะเพราและตำพริกกระเทียมต่อเลยจ้า จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันเริ่มร้อนนำพริกกระเทียมลงผัดจนหอม จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาล, น้ำปลา และซอสหอยนางรม ผสมจนทุกอย่างเข้ากันดีแล้วใส่หมูกรอบและใบกะเพราปิดท้าย คลุกให้ซอสเคลือบทั่วชิ้นหมูแล้วตักใส่จาน ทานร้อน ๆ กรอบฟินมาก ๆ


9. กะเพราเนื้อ

กะเพราเนื้อ
กะเพราเนื้อ

ปิดท้ายด้วยกะเพราเนื้อรสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ เมนูนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเผ็ดเพราะเราจะเพิ่มมะแขว่นลงไปผสมด้วย ซึ่งเอกลักษณ์ของมะแขว่นคือจะมีกลิ่นหอมและรสเผ็ดชา ๆ คล้ายพริกหม่าล่า เมื่อผสมกับใบกะเพราะก็จะช่วยชูกลิ่นและมีความหอมอบอวลอยู่ในปาก ซึ่งกลิ่นและรสชาติเผ็ดร้อนเหล่านี้ก็จะช่วยลดกลิ่นคาวของเนื้อ คงไว้เฉพาะความหวานและเนื้อสัมผัสนุ่ม ๆ ค่ะ

วัตถุดิบกะเพราเนื้อ

  • เนื้อวัว
  • ใบกะเพรา
  • มะแขว่น
  • พริกสด
  • กระเทียม
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำมันพืช

วิธีทำกะเพราเนื้อ

ล้างเนื้อวัวให้สะอาด จากนั้นแล่เนื้อเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ไม่หนาหรือบางจนเกินไปค่ะ พักเนื้อไว้ก่อน หันมาเด็ดใบกะเพรา โขลกมะแว่นประมาณครึ่งช้อนโต๊ะจนละเอียด ตรงนี้สามารถปรับเพิ่มหรือลดปริมาณได้นะคะ มะแขว่นละเอียดดีแล้วใส่พริกและกระเทียมตำรวมกันจนแหลกเลยค่ะ

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เปิดไฟกลางรอจนน้ำมันร้อนดีแล้วนำเครื่องโขลกลงผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง จากนั้นตามด้วยเนื้อวัว ผัด ๆ คลุก ๆ จนเนื้อเริ่มสุกแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรม คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง สังเกตุให้เนื้อยังมีสีชมพูอ่อน ๆ อยู่นะคะ จะได้เนื้อระดับมีเดียมแรร์ที่มีรสหวานและไม่เหนียว จากนั้นใส่ใบกะเพรา คลุกจนใบสลด ปิดเตาแล้วตักเสิร์ฟได้เลยจ้า






และนี่ก็คือผัดกะเพราทั้ง 10 สูตรที่เรานำมาแบ่งปันเพื่อน ๆ กัน บางเมนูนี่แปลกใหม่และน่าลองมาก ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะผัดกะเพราข้อไก่และผัดกะเพราเนื้อ แค่คิดกลิ่นมะแขว่นทิพย์ก็ลอยเข้าจมูกแล้ว เมนูนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราเชียร์ให้เพื่อน ๆ ที่ชอบทานอาหารรสเผ็ดได้ลองทำทานมาก ๆ เลยค่ะ อีกหนึ่งเคล็ดลับในการผัดกะเพราที่อยากจะกระซิบบอกเพื่อน ๆ ก็คือ การนำกระเทียมไทยกลีบเล็ก ๆ มาตำทั้งเปลือกจะช่วยให้กลิ่นผัดกะเพราของเพื่อน ๆ หอมขึ้น แต่แนะนำให้ล้างทำความสะอาดก่อนสักหน่อยนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบรับประทานกะเพราคั่วแห้ง การใช้พริกแห้งแทนพริกสดจะช่วยลดความชื้นและช่วยให้ผัดกะเพราหอม มีรสชาติจัดจ้านเรียกเหงื่อมากขึ้น และสุดท้าย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไข่เป็ดดาวที่ทอดมาแบบไข่ขาวกรอบและไข่แดงเป็นมันเยิ้ม ๆ จะช่วยลดความเผ็ด ทำให้รสชาติไม่จัดจนเกินไป และเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทานคู่กันแล้วลงตัวสุด ๆ นอกจากผัดกะเพราแล้วเรายังมีบทความแนะนำเมนูอาหารตามสั่งยอดฮิตให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเพื่อเป็น inspiration ในการสั่งอาหารครั้งต่อไปด้วยนะคะ และสำหรับเชฟกระทะร้อนแล้วคุณไม่ควรพลาดบทความแนะนำเมนูอาหารจากวัตถุดิบต่าง ๆ ของเราด้วยประการทั้งปวงค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูจากแซลมอน, เมนูจากผัก, เมนูอาหารใต้, อาหารเหนือ หรืออาหารอีสาน, เมนูอาหารเกาหลี, หรือเมนูอาหารผู้สูงอายุไว้ให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำอีกด้วยค่ะ

 


References 

  1. จดหมายเหตุลาลูแบร์ – วิกิพีเดีย
  2. ผัดกะเพรา – วิกิพีเดีย
  3. อาหารการกินของคนไทย ปี 2020 – สวนดุสิตโพล
Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post