แม้ว่าขณะนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เหมือนกันจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID-19 ที่ได้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ด้านการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ด้านเศรษฐกิจ ก็ถือว่า COVID-19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งตอนนี้ความเสี่ยงในด้านสุขภาพของคนไทยนั้น ทางรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการตรวจเชื้อ COVID-19 เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน เพื่อส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อเข้าไปรักษาตามระบบ และในขณะเดียวกันก็กำลังอยู่ในช่วงเริ่มทยอยฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้แก่ประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็จัดอยู่ในการฉีดวัคระยะที่สองแล้ว (ระยะของผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง) และดูเหมือนด้านสุขภาพของคนไทยนั้นกำลังค่อยเป็นค่อยตามแผ่นการรับมือของรัฐบาลที่กำหนดไว้
แต่ในส่วนของระบบเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะตกต่ำเช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในเร็ววัน เนื่องจากผู้คนในสังคมก็ไม่มีเงินเก็บออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเหมือนแต่ก่อน หรือบางคนอาจจะไม่กล้าออกไปเที่ยวที่ไหน ซ้ำร้ายหลาย ๆ คนอาจจะตกที่นั่งลำบากเพราะโดนพักงานหรือโดนไล่ออกจากเหตุสุดวิสัย ทำให้ช่วงนี้เกิดอัตราการว่างงานในช่วงล็อกดาวน์จากโควิดเป็นตัวเลขที่สูงมาก แม้ว่าทางรัฐบาลจะพยายามผลักดันนโยบายสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไปแล้วก็ตาม (โครงการเราเที่ยวด้วยกัน, โครงการทัวร์ทั่วไทย, โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราชนะ, โครงการเรารักกัน) แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้เลย นั่นอาจเป็นเพราะตอนนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ที่ทุกคนจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้านและเน้นทำงาน Work from Home (WFH) เป็นหลัก
ดังนั้นเพื่อเป็นการรับมือไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำดิ่งลงเหวไปมากกว่านี้ ทางรัฐบาลจึงได้ออกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงหลังโควิดคลี่คลายขึ้นมาถึง 4 โครงการ หากคุณอยากทราบว่าจะมีโครงการอะไรบ้างที่คุณอาจจะเข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิ์ด้วย เรามาตรวจสอบรายละเอียดของทั้ง 4 โครงการอย่างคร่าว ๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ
เงื่อนไข 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังโควิดคลี่คลาย
ทั้ง 4 โครงการนี้จะ ครอบคลุมประชาชนกว่า 51 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ประชาชนจะเลือกได้เพียง 1 คนต่อ 1 โครงการเท่านั้น ไม่สามารถรับสิทธิ์ซ้ำซ้อนได้ ซึ่งทั้ง 4 โครงการ จะเริ่ม กรกฎาคม – ธันวาคม 2564 นี้
โครงการที่ 1 : คนละครึ่ง เฟส 3
หลังจากที่ 2 เฟสแรกของโครงการนี้ได้รับกระแสการตอบรับในทางที่ดีจากประชาชน ทั้งนี้จึงได้จัดทำโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ขึ้นมาเพื่อกระจายเงินเยียวยาให้แก่คนที่เดือดร้อนจำนวน 31 ล้านคน โดยทุกคนจะใช้จ่าย 150 บาทต่อวันเช่นเดิม ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้ตั้งแต่ กรกฎาคม – ธันวาคม 2564 นี้ค่ะ
- รายเก่า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ (ส่วนวันกดยันยืนรับสิทธิ์จะแจ้งให้ทราบเร็ว ๆ นี้)
ครั้งนี้จะเป็นการให้สิทธิ์แก่ผู้ได้รายเก่าทั้งในเฟส 1 และ เฟส 2 จำนวน 15 ล้านคน ผ่านการกดยันยืนรับสิทธิ์ในแอปเป๋าตัง คุณก็จะได้รับเงิน 3,000 บาท เป็นงวดตามที่รัฐกำหนดแล้วค่ะ โดยจะแยกกันโอนเข้าเป็นสองงวดได้แก่
| โอนเข้างวดแรก จำนวนเงิน 1,500 บาท | กรกฎาคม-กันยายน 2564 (ต้อง 1,500 ให้หมดภายใน 3 เดือนนี้) |
| โอนเข้างวดที่สอง จำนวนเงิน 1,500 บาท | ตุลาคม-ธันวาคม 2564 (ต้อง 1,500 ให้หมดภายใน 3 เดือนนี้) |
- รายใหม่ กำหนดการลงทะเบียนจะแจ้งให้ทราบเร็ว ๆ นี้
ส่วนผู้ใช้รายใหม่ที่ยังไม่เคยได้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งเลยสักครั้ง ก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ เพราะในเฟส 3 นี้ ทางรัฐบาลจะเปิดรับผู้ใช้รายใหม่เพิ่มอีก 16 ล้านคน ก็จะได้รับเงิน 3,000 บาทเช่นกัน และจะใช้จ่าย 150 บาทต่อวันเช่นเดิม
โครงการที่ 2 : บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เป็นโครงการที่เกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนที่มีกลุ่มเป้าหมายในโครงการจำนวน 13.65 ล้านคน
โครงการที่ 3 : การเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ
สำหรับผู้ถือบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คุณจะได้รับเงินเพิ่มจากเดิมอีกเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม – ธันวาคม 2564) หมายความว่าเดิมทีคุณได้รับเงินช่วยเหลืออยู่กี่บาท ทางรัฐจะโอนเพิ่มบวกไปอีก 200 บาท/เดือนนะคะ และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษที่จะได้รับการช่วยเหลือเดือนละ 200 บาทเช่นกัน ซึ่งรวมแล้วทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษจะมีจำนวนทั้งสิ้น 2.5 ล้านคน
โครงการที่ 4 : ยิ่งใช้ ยิ่งได้
โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อหรือผู้มีรายได้สูง ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนเป็นการให้ในรูปแบบ E-Voucher หรือบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นส่วนลดการซื้อสินค้าในอัตรา 10-15% โดยจะใช้สำหรับร้านค้าหรือร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ซึ่งในโครงการนี้รัฐจะให้เงินคืนสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท/คน โดยมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ 4 ล้านคน เงื่อนไขคือ
- ช้อป 1-40,00 บาท ได้ E-Voucher 10%
- ช้อป 40,001-60,000 บาท ได้ E-Voucher 15%
- ทางรัฐจะให้ E-Voucher สูงสุดต่อวันได้ไม่เกิน 5,000 บาท
- E-Voucher ที่ได้นั้น จะไม่ได้เลยทันที แต่จะได้คืนในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ ต้องใช้ผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น
- ต้องช้อปผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น แสดงว่าคุณจะต้องเติมเงินตัวเองในแอปเป๋าตังเพื่อช้อปก่อนนะคะ
คุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของ “โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้“ ได้จากลิ้งก์ที่เราใส่ไว้ได้เลยค่ะ
มาตรการเยียวยาอื่น ๆ จะได้รับเงินด้วยไหม?
แน่นอนว่าสำหรับ “โครงการเราชนะ” และ “โครงการ ม.33 เรารักกัน” ในผู้ใช้รายเก่าจะได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ซึ่งทางรัฐบาลจะเพิ่มวงเงินให้อีกคนละ 2,000 บาทในผู้ใช้สิทธิ์เดิม ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 โดยจะโอนเข้าแอปเป๋าตังสัปดาห์ละ 1,000 บาท จำนวน 2 ครั้ง และคุณจะสามารถใช้จ่ายเงินนี้ได้ภายใน 30 มิถุนายน 2564 โดยกำหนดการคร่าว ๆ จะเป็นการโอนตามนี้ (แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายโปรดติดตามข่าวอีกครั้ง)
** ไม่มีการเปิดลงทะเบียนผู้ใช้รายใหม่ทั้งสองโครงการ
| 1,000 บาท/ครั้ง | เราชนะ (โอนผ่านบัตรคนจน) |
เราชนะ (โอนผ่านแอปเป๋าตัง) |
ม.33 เรารักกัน |
| งวดแรก | วันศุกร์ 21 พ.ค. 2564 | วันพฤหัส 20 พ.ค. 2564 | วันจันทร์ 24 พ.ค. 2564 |
| งวดสอง | วันศุกร์ 28 พ.ค. 2564 | วันพฤหัส 27 พ.ค. 2564 | วันจันทร์ 31 พ.ค. 2564 |
หมายเหตุ : ใครที่เคยได้สิทธิ์ 2 โครงการจากรัฐบาลอยู่แล้ว ก็จะได้สิทธิ์นั้นตามเดิม
- บัตรคนจน + เราชนะ
- เราชนะ + คนละครึ่ง
- ม.33 + คนละครึ่ง
อาทิเช่น กลุ่มบัตรคนจน + เราชนะ เนื่องจากผู้ถือบัตรคนจนก็อยู่ในสิทธิ์โครงการเราชนะเช่นกัน ดังนั้นกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิ์ 2 ครั้ง หมายความว่าคุณจะได้เงินเพิ่มจากสิทธิ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 200 บาท และยังได้รับเงินจากสิทธิ์โครงการเราชนะอีก 2,000 บาท แต่ทั้งสองโครงการจะมีกำหนดการเริ่มใช้และอายุการใช้เงินที่ต่างกัน ดังนั้นคุณจะต้องแยกและจดจำรายละเอียดสิทธิ์ของตัวเองด้วยนะคะ