สรุป 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (หลังโควิดคลี่คลาย) มีอะไรบ้าง เริ่ม ก.ค. – ธ.ค. 2564

แม้ว่าขณะนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เหมือนกันจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID-19 ที่ได้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ด้านการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ด้านเศรษฐกิจ ก็ถือว่า COVID-19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งตอนนี้ความเสี่ยงในด้านสุขภาพของคนไทยนั้น ทางรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการตรวจเชื้อ COVID-19 เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน เพื่อส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อเข้าไปรักษาตามระบบ และในขณะเดียวกันก็กำลังอยู่ในช่วงเริ่มทยอยฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้แก่ประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็จัดอยู่ในการฉีดวัคระยะที่สองแล้ว (ระยะของผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง) และดูเหมือนด้านสุขภาพของคนไทยนั้นกำลังค่อยเป็นค่อยตามแผ่นการรับมือของรัฐบาลที่กำหนดไว้

แต่ในส่วนของระบบเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะตกต่ำเช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในเร็ววัน เนื่องจากผู้คนในสังคมก็ไม่มีเงินเก็บออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเหมือนแต่ก่อน หรือบางคนอาจจะไม่กล้าออกไปเที่ยวที่ไหน ซ้ำร้ายหลาย ๆ คนอาจจะตกที่นั่งลำบากเพราะโดนพักงานหรือโดนไล่ออกจากเหตุสุดวิสัย ทำให้ช่วงนี้เกิดอัตราการว่างงานในช่วงล็อกดาวน์จากโควิดเป็นตัวเลขที่สูงมาก แม้ว่าทางรัฐบาลจะพยายามผลักดันนโยบายสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไปแล้วก็ตาม (โครงการเราเที่ยวด้วยกัน, โครงการทัวร์ทั่วไทย, โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราชนะ, โครงการเรารักกัน) แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้เลย นั่นอาจเป็นเพราะตอนนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ที่ทุกคนจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้านและเน้นทำงาน Work from Home (WFH) เป็นหลัก

ดังนั้นเพื่อเป็นการรับมือไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำดิ่งลงเหวไปมากกว่านี้ ทางรัฐบาลจึงได้ออกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงหลังโควิดคลี่คลายขึ้นมาถึง 4 โครงการ หากคุณอยากทราบว่าจะมีโครงการอะไรบ้างที่คุณอาจจะเข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิ์ด้วย เรามาตรวจสอบรายละเอียดของทั้ง 4 โครงการอย่างคร่าว ๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ

เงื่อนไข 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังโควิดคลี่คลาย

ทั้ง 4 โครงการนี้จะ ครอบคลุมประชาชนกว่า 51 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ประชาชนจะเลือกได้เพียง 1 คนต่อ 1 โครงการเท่านั้น ไม่สามารถรับสิทธิ์ซ้ำซ้อนได้ ซึ่งทั้ง 4 โครงการ จะเริ่ม กรกฎาคม – ธันวาคม 2564 นี้

โครงการที่ 1 : คนละครึ่ง เฟส 3

หลังจากที่ 2 เฟสแรกของโครงการนี้ได้รับกระแสการตอบรับในทางที่ดีจากประชาชน ทั้งนี้จึงได้จัดทำโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ขึ้นมาเพื่อกระจายเงินเยียวยาให้แก่คนที่เดือดร้อนจำนวน 31 ล้านคน โดยทุกคนจะใช้จ่าย 150 บาทต่อวันเช่นเดิม ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้ตั้งแต่ กรกฎาคม – ธันวาคม 2564 นี้ค่ะ

  • รายเก่า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ (ส่วนวันกดยันยืนรับสิทธิ์จะแจ้งให้ทราบเร็ว ๆ นี้)
    ครั้งนี้จะเป็นการให้สิทธิ์แก่ผู้ได้รายเก่าทั้งในเฟส 1 และ เฟส 2 จำนวน 15 ล้านคน ผ่านการกดยันยืนรับสิทธิ์ในแอปเป๋าตัง คุณก็จะได้รับเงิน 3,000 บาท เป็นงวดตามที่รัฐกำหนดแล้วค่ะ โดยจะแยกกันโอนเข้าเป็นสองงวดได้แก่
โอนเข้างวดแรก จำนวนเงิน 1,500 บาท กรกฎาคม-กันยายน 2564 (ต้อง 1,500 ให้หมดภายใน 3 เดือนนี้)
โอนเข้างวดที่สอง จำนวนเงิน 1,500 บาท ตุลาคม-ธันวาคม 2564 (ต้อง 1,500 ให้หมดภายใน 3 เดือนนี้)
  • รายใหม่ กำหนดการลงทะเบียนจะแจ้งให้ทราบเร็ว ๆ นี้
    ส่วนผู้ใช้รายใหม่ที่ยังไม่เคยได้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งเลยสักครั้ง ก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ เพราะในเฟส 3 นี้ ทางรัฐบาลจะเปิดรับผู้ใช้รายใหม่เพิ่มอีก 16 ล้านคน ก็จะได้รับเงิน 3,000 บาทเช่นกัน และจะใช้จ่าย 150 บาทต่อวันเช่นเดิม

โครงการที่ 2 : บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นโครงการที่เกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนที่มีกลุ่มเป้าหมายในโครงการจำนวน 13.65 ล้านคน

โครงการที่ 3 : การเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ

สำหรับผู้ถือบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คุณจะได้รับเงินเพิ่มจากเดิมอีกเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม – ธันวาคม 2564) หมายความว่าเดิมทีคุณได้รับเงินช่วยเหลืออยู่กี่บาท ทางรัฐจะโอนเพิ่มบวกไปอีก 200 บาท/เดือนนะคะ และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษที่จะได้รับการช่วยเหลือเดือนละ 200 บาทเช่นกัน ซึ่งรวมแล้วทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษจะมีจำนวนทั้งสิ้น 2.5 ล้านคน

โครงการที่ 4 : ยิ่งใช้ ยิ่งได้

โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อหรือผู้มีรายได้สูง ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนเป็นการให้ในรูปแบบ E-Voucher หรือบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นส่วนลดการซื้อสินค้าในอัตรา 10-15% โดยจะใช้สำหรับร้านค้าหรือร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ซึ่งในโครงการนี้รัฐจะให้เงินคืนสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท/คน โดยมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ 4 ล้านคน เงื่อนไขคือ

  • ช้อป 1-40,00 บาท ได้ E-Voucher 10%
  • ช้อป 40,001-60,000 บาท ได้ E-Voucher 15%
  • ทางรัฐจะให้ E-Voucher สูงสุดต่อวันได้ไม่เกิน 5,000 บาท
  • E-Voucher ที่ได้นั้น จะไม่ได้เลยทันที แต่จะได้คืนในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ ต้องใช้ผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น
  • ต้องช้อปผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น แสดงว่าคุณจะต้องเติมเงินตัวเองในแอปเป๋าตังเพื่อช้อปก่อนนะคะ

คุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ได้จากลิ้งก์ที่เราใส่ไว้ได้เลยค่ะ

มาตรการเยียวยาอื่น ๆ จะได้รับเงินด้วยไหม?

แน่นอนว่าสำหรับ “โครงการเราชนะ” และ “โครงการ ม.33 เรารักกัน” ในผู้ใช้รายเก่าจะได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ซึ่งทางรัฐบาลจะเพิ่มวงเงินให้อีกคนละ 2,000 บาทในผู้ใช้สิทธิ์เดิม ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 โดยจะโอนเข้าแอปเป๋าตังสัปดาห์ละ 1,000 บาท จำนวน 2 ครั้ง และคุณจะสามารถใช้จ่ายเงินนี้ได้ภายใน 30 มิถุนายน 2564 โดยกำหนดการคร่าว ๆ จะเป็นการโอนตามนี้ (แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายโปรดติดตามข่าวอีกครั้ง)

** ไม่มีการเปิดลงทะเบียนผู้ใช้รายใหม่ทั้งสองโครงการ

1,000 บาท/ครั้ง เราชนะ
(โอนผ่านบัตรคนจน)
เราชนะ
(โอนผ่านแอปเป๋าตัง)
ม.33 เรารักกัน
งวดแรก วันศุกร์ 21 พ.ค. 2564 วันพฤหัส 20 พ.ค. 2564 วันจันทร์ 24 พ.ค. 2564
งวดสอง วันศุกร์ 28 พ.ค. 2564 วันพฤหัส 27 พ.ค. 2564 วันจันทร์ 31 พ.ค. 2564

หมายเหตุ : ใครที่เคยได้สิทธิ์ 2 โครงการจากรัฐบาลอยู่แล้ว ก็จะได้สิทธิ์นั้นตามเดิม

  • บัตรคนจน + เราชนะ
  • เราชนะ + คนละครึ่ง
  • ม.33 + คนละครึ่ง

อาทิเช่น กลุ่มบัตรคนจน + เราชนะ เนื่องจากผู้ถือบัตรคนจนก็อยู่ในสิทธิ์โครงการเราชนะเช่นกัน ดังนั้นกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิ์ 2 ครั้ง หมายความว่าคุณจะได้เงินเพิ่มจากสิทธิ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 200 บาท และยังได้รับเงินจากสิทธิ์โครงการเราชนะอีก 2,000 บาท แต่ทั้งสองโครงการจะมีกำหนดการเริ่มใช้และอายุการใช้เงินที่ต่างกัน ดังนั้นคุณจะต้องแยกและจดจำรายละเอียดสิทธิ์ของตัวเองด้วยนะคะ

Next Post