9 เคล็ดลับ work from home อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า จึงทำให้หลาย ๆ บริษัทที่มีนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการทำงานที่บ้านนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื่อไวรัสโคโรน่าได้เป็นอย่างดี สำหรับหลาย ๆ คน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานอย่างอิสระที่บ้าน ซึ่งคุณอาจจะเริ่มต้นไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร ต้องแต่งตัวแบบไหน ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกถึงเคล็ดลับ work from home อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดกันค่ะ

1. การแต่งตัว

เชื่อว่าหลาย ๆ คน ที่มีโอกาสได้ทำงานที่บ้าน คงจะนึกภาพตัวเองใส่ชุดนอนนั่งทำงานหน้าคอมทั้งวันทั้งคืน ซึ่งถือว่าอาจจะเป็นสวรรค์สำหรับคนที่ไม่ชอบอาบน้ำเป็นสุด แต่การไม่อาบน้ำหรือการตื่นมาก็นั่งทำงานเลยทันทีนั้น มันจะช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในการเริ่มต้นทำงานจริงหรือ? และมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณรึจริงเปล่า?

จากประสบการณ์ของผู้เขียนบทความ ขอบอกว่าการไม่อาบน้ำ มันจะทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนและมึนงงอยู่หน่อย ๆ คุณจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทั้งยังอาจจะทำให้คุณดูไม่มีวินัยอีกด้วย หากมีการประชุมวิดีโอคอลกับเจ้านาย หัวหน้า เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องเห็นคุณในสภาพที่ยังไม่อาบน้ำนั่งโทรมอยู่หน้ากล้อง คุณจะดูหมดความน่าเชื่อถือและดูไม่เป็นมืออาชีพทันที

ดังนั้นคุณควรจะอาบน้ำและแต่งตัวในชุดลำลองที่สุภาพ ส่วมใส่สบาย การอาบน้ำเปลี่ยนและสวมชุดลำลองนั้น จะทำให้สมองของคุณเข้าใจว่านี่คือเวลางาน ไม่ใช่เวลาการนอนหรือพักผ่อน และจะทำให้คุณทำงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพ มีความรับผิดชอบอีกด้วย

2. การกำหนดขอบเขตเวลาทำงาน

แน่นอนว่าปกติแล้วคุณทำงานวันละกี่ชั่วโมง เมื่อสถานที่ทำงานเปลี่ยนแต่คุณยังคงต้องทำให้ครบชั่วโมงเหมือนเดิม นั่นหมายความว่าคุณเริ่มทำงานและเลิกงานเวลาเดียวกันกับตอนทำงานที่บริษัทนั้นเอง และเมื่อหมดเวลาทำงานในแต่ละวัน คุณควรจะหาเวลาพักผ่อนส่วนตัวและในทำสิ่งอื่น ๆ เพื่อไม่ให้คุณโหมทำงานหนักจนเกินไป

นอกจากนี้คุณควรเข้านอนในเวลาที่เหมาะสมด้วยนะคะ หลายคนอาจจะคิดว่าเมื่อเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานแล้ว จึงนอนดึกขึ้นอีกสักหน่อยได้ นั่นคือความผิดที่ไม่เข้าท่านัก เพราะหากคุณนอนหลับไม่เต็มอิ่ม คุณก็จะง่วงในเวลาทำงานได้ หากคุณรู้สึกง่วงที่บริษัท คุณก็อาจจะแค่หากาแฟซองหรือกาแฟกระป๋องดื่มแก้ง่วงเพื่อทำงานต่อ แต่ในกรณีที่คุณสามารถทำงานที่บ้านได้นั้น คุณอาจจะแอบงีบในเวลาทำงานก็ได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง


นอกจากนี้สำหรับใครที่ตื่นยากเราแนะนำให้คุณตั้งนาฬิกาปลุกไว้ด้วยนะคะ คุณควรเลือกนาฬิกาปลุกที่ดีที่จะช่วยให้คุณตื่นมาอย่างสดชื่น อาทิเช่น การปลุกด้วยแสงรือเสียงที่เน้นความเป็นธรรมชาติของ Philips หรือจะเป็นนาฬิกาปลุกอัจฉริยะของ Amazon ที่หากใครเป็นสายเทคโนโลยีจ๋า ก็บอกว่าคุณไม่ควรมองข้ามนาฬิกาปลุก รุ่นนี้จริงๆ ค่ะ


3. จัดโซนพื้นที่สำหรับทำงาน

คุณไม่ว่าคุณจะเลือกทำงานบนเตียงหรือโซฟา สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่องานและสุขภาพของคุณโดยตรง มันมีโอกาสเป็นไปได้ที่คุณเผลอหลับหรืองีบไปเสียดื้อ ๆ ทำให้คุณอาจจะทำงานได้ไม่ตรงตามเป้า หรือการนั่งทำงานในท่วงท่าที่ผิด ก็จะทำให้คุณ เข็ดหลัง ปวดคอ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกในภายหลังได้

การนั่งทำงานผิดท่าเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ดังนั้นคุณควรมีโต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่เหมาะสมเหมือนกับที่บริษัทของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้คุณควรจะจัดสรรพื้นที่ทำงานให้ชัดเจน เพราะจะทำให้คุณมีสมาธิในการทำงาน และไม่ถูกรบกวนจากสิ่งแวดล้อมภายนอกอีกด้วย


4. ออกไปข้างนอกบ้าง

ในกรณีที่คุณอยู่ในช่วงโรคระบาด covid 19 คุณอาจจะไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ตามสะดวก เพราะคุณที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมไว้ โดยการงดไปยังสถานที่ที่ผู้คนแออัด แต่คุณสามารถเดินเล่นหรือปั่นจักรยานออกกำลังกายในสวนสาธารณะที่มีอากาศถ่ายเทได้ แต่ต้องเป็นสวนสาธารณะที่คุณสามารถเว้นระยะห่างจากผู้คนได้อย่างน้อย 2 เมตรนะคะ. และอย่าลืมว่าคุณจะต้องทำงานให้ครบตามชั่วโมงจริง ๆ ด้วย


การออกไปรับอากาศที่บริสุทธิ์บ้าง ไปมองมุมมองที่แตกต่างจะช่วยทำให้สมองของคุณแล่นและคิดงานออก ก็เหมือนกับเวลาที่คุณทำงานที่บริษัท คุณยังมีเวลาพักสายตาได้ กรณีนี้ ที่ทำงานที่บ้านก็ไม่ต่างกันค่ะ การทำงานที่บ้านก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำงานอยู่ที่บ้านเสมอ ไป เพราะยังมีร้านกาแฟ ห้องสมุด ที่สามารถรองรับการทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ บริการใช้ Wi-Fi ฟรี ทั้งยังช่วยทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อกับการทำงานที่จำเจอีกด้วยหรือกดดันตัวเองจนเครียดเกินไป

พูดถึงเรื่องความเครียด เชื่อว่าตอนนี้หลาย ๆ คนก็คงจะเริ่มมีอาการเครียดกับโรคระบาด covid 19 กันบ้างแล้วและไม่รู้ว่าจะต้องแก้ปัญหานี้อย่างไร เราขอแนะนำบทความ วิธีจัดการกับความเครียดในช่วงที่โรค COVID-19 กำลังระบาด ที่ช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดได้เป็นอย่างดี

แต่หากคุณไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ เนื่องจากต้องกักตัวเองเพราะโรคโควิด แนะนำให้เดินเล่นที่สวนหลังบ้านก็ได้ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

5. ใช้โทรศัพท์ในการติดต่องานบ้าง

หากคุณทำงานจากที่บ้าน โอกาสที่คุณจะอยู่คนเดียวนั้นก็เพิ่มมากขึ่นเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้คุณรู้สึกโดดเดี่ยวได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเครียด ปัญหาด้านสุขภาพจิต หรือโรคซึมเศร้าจากการอยู่คนเดียวมากเกินไป เราขอแนะนำให้คุณใช้โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนในการติดต่องานบ้าง แทนการส่งข้อความหรือ email หากัน อาจจะเป็นการโทรคุยแบบธรรมดาหรือวีดีโอคอลก็ได้

นักจิตวิทยายังแนะนำอีกว่าควรมีการพูดคุยกันระหว่างเพื่อนร่วมงานเป็นเวลา 30 นาทีทุกวัน เพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพจิตต่อตัวพนักงานเอง นอกจากนี้การสนทนาผ่านโทรศัพท์ สามารถกระตุ้นการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าสั่งงานทางข้อความอีกด้วย

6. หยุดพักตามปกติ

คุณไม่ควรนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ควรหาเวลาพักสายตา ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบถสรีระร่างกายไม่ให้อยู่กับที่นานเกินไป ดังนั้นคุณจะต้องหัดลุกขึ้นออกไปเดินยืดเส้นยืดสายเคลื่อนไหวบ้าง คุณไม่จำเป็นต้องเดินไปไกล ๆ ก็ได้ค่ะ จุดประสงค์ของเราเพียงแค่ต้องการให้คุณหยุดพักจากหน้าจอของคุณ เพื่อให้สายตาของคุณได้ผ่อนคลายบ้าง และควรหาตัวช่วยที่ถนอมสายตาของคุณ หากคุณต้องทำงานบนหน้าจอคอมเป็นเวลานาน เราแนะนำแว่นกรองแสงสีฟ้าจากหน้าจอ เพราะการจ้องหน้าจอเป็นระยะเวลานาน ๆ นั้น จะส่งผลเสียต่อสายตาของคุณ ทำให้ดวงตาของคุณเกิดความเมื่อยล้า และส่งผลกระทบต่อการนอนหลับของคุณอีกด้วย


7. ตัดขาดจาก social media

social media เป็นศัตรูตัวร้ายของการทำงาน คุณอาจจะเสียเวลาไปกับการส่อง Facebook Instagram หรือ Twitter ในเวลาทำงานอย่างน้อย 20-30 นาทีต่อครั้งที่คุณเผลอตัวล็อกอินเข้า social media ดังนั้นเพื่อที่คุณจะยังคงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมเหมือนตอนทำงานที่บริษัท เราขอแนะนำให้คุณลบ social media ต่าง ๆ ออกจากเบราว์เซอร์ของคุณ รวมถึงการออกจากระบบบัญชีทั้งหมดด้วย เพื่อเป็นการรับประกันว่าคุณจะไม่เผลอเข้าเล่น social media ในระหว่างวัน

8. เสียงเพลง เสียงดนตรี

เมื่อตอนที่คุณทำงานที่บริษัทนั้น คุณอาจจะไม่ได้เพลิดเพลินไปกับฟังเพลงโปรดระหว่างทำงาน หรือหากจะฟังเพลงโปรดได้อย่างมากที่สุด คุณอาจจะทำได้เพียงใส่หูฟังและทำงานไปด้วย แต่เมื่อคุณสามารถทำงานที่บ้านได้แล้ว การเปิดเสียงเพลงผ่านลำโพงระหว่างทำงานนั้น จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าการใช้หูฟัง เพราะบางครั้งหูฟังเมื่อใส่ในระยะเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้คุณปวดหูได้เช่นกัน


9. เตรียมอาหารให้พร้อม

เมื่อเราต้องทำงานที่บ้าน สิ่งเราอาจจะลืมไปก็คือ เราจะต้องทำอาหารทานเองด้วยเช่นกัน สำหรับบางคนนั้นอาจจะเคยชินกับอาหารตามสั่ง ที่ใช้เวลาในการรอไม่นาน แต่เมื่อต้องทำอาหารทานเองอาจจะใช้เวลาในส่วนนั้นนานเกินไป จนไปรบกวนเวลาทำงานของคุณได้ ส่งผลให้คุณทำงานไม่ตรงตามเป้าหมายหรืออาจจะต้องทำงานชดเชย

ดังนั้นหากคุณควรเตรียมอาหารในตอนกลางคืนโดยการใส่กล่องถนอมอาหารไว้สำหรับอาหารมื้อเช้าและมื้อเที่ยงของวันพรุ่งนี้ มันก็จะช่วยให้คุณจัดการกับเวลาทำงานได้ดีขึ้น คุณสามารถใช้เตาไมโครเวฟในการอุ่นอาหารที่คุณเตรียมไว้ โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที คุณก็สามารถทานอาหารได้แล้วค่ะ


บทสรุป

เพียงเพราะคุณไม่ได้ทำงานที่บริษัท ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม ดังนั้นวิธีที่เราแนะนำไปจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และดูเป็นมืออาชีพ มีความรับผิดชอบต่องาน โดยที่ไม่ได้สร้างความกดดันกับตัวเองมากเกินไป หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณไม่มากก็น้อยนะคะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Related Posts

Next Post