ลูกเรียนออนไลน์ – วิธี ช่วยเด็กวัยอนุบาล ประถม 4-12 ขวบ เรียนจากที่บ้าน

หลายคนคงได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วนะคะว่าโคโรน่าไวรัสหรือโควิด 19 นั้นได้กลับมาระบาดในไทยอีกครั้งเป็นระลอกที่ 2 ซึ่งครั้งนี้รวดเร็วและแพร่กระจายได้ง่ายกว่าเดิม ประเทศไทยจึงกลับมาใช้มาตรการเฝ้าระวังกันอีกครั้ง ใครที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือพื้นที่เสี่ยงก็ต้องรายงานตัวกับสาธารณสุขและต้องกักตัวจำนวน 14 วัน ซึ่งตอนนี้รัฐบาลก็มีมาตรการคุมเข้ม 28 จังหวัดซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากเหตุการณ์ระบาดดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการจึงออกประกาศให้โรงเรียนใน 28 จังหวัดปิดโรงเรียนโดยให้เรียนผ่านออนไลน์จากที่บ้าน คุณสามารถดูรายชื่อจังหวัดคุมเข้ม 28 จังหวัดได้ที่ ปิดเรียน 4-31 ม.ค. 64 ใน 28 จังหวัด เพื่อควบคุมโควิด19

ในขณะที่เด็ก ๆ ต้องอยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา(COVID-19) ผู้ปกครองอาจกังวลเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของบุตรหลานและรวมไปถึงผลกระทบจากการขาดโรงเรียน แต่เชื่อเถอะค่ะว่าโรงเรียนไม่ได้คาดหวังให้พ่อแม่ทำหน้าที่เป็นครูที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ยังต้อง Work From Home ไปพร้อมกับเด็กๆ ด้วย หูยยย แค่คิดก็ปวดหัวแทนแล้วค่ะ ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจค่ะว่าสถานการณ์เช่นนี้ สุขภาพร่างกาย และความปลอดภัยของลูกสำคัญกว่าสิ่งใด แต่หากคุณเครียดและรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง เราแนะนำให้ลองพูดคุยปรึกษากับโรงเรียนของเด็กๆ นะคะ การอธิบายความเป็นจริงให้คุณครูเข้าใจ จะทำให้โรงเรียนช่วยวางแผนการเรื่องการเรียนของลูกให้เหมาะสมกับครอบครัวคุณค่ะ

นอกจากนี้เรายังมีคำแนะนำช่วยเด็กวัยอนุบาล-ประถม (4-12 ขวบ) เรียนจากที่บ้านมาฝากกันด้วยค่ะ

การจัดตารางกิจกรรมของเด็กๆรายวัน

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าอย่าได้กังวลไปเลยค่ะ หากกิจกรรมที่ลูกทำที่บ้าน ไม่เต็มที่เหมือนกันกับขณะอยู่โรงเรียน แต่อย่างไรก็ตามเด็ก ๆ จะรู้สึกดีและเรียนรู้ได้ดีขึ้นถ้าหากพวกเขามีกิจวัตรประจำวันที่คล้าย ๆ ทุกวัน ตัวอย่างเช่น

  • เด็กควรตื่นและเข้านอนในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน เช่น ตื่นนอน 7 โมงเช้า  เข้านอน 2 ทุ่มครึ่ง เป็นต้น
  • มีเวลารับประทานอาหารเช้า เที่ยง เย็น ตามปกติ และในเวลาเดียวกัน
  • หยุดพักเป็นประจำ เช่น การพักเบรกรอบเช้า และบ่าย รอบละ 15-30 นาที คั่นระหว่างแต่ละวิชาเรียน เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสผ่อนคลาย วิ่งเล่น เรียนรู้ตามวัย
  • หาช่วงเวลาที่ทำให้เขารู้สึกพิเศษ กระฉับกระเฉง เหมือนช่วงเวลาพักมื้อกลางวันที่โรงเรียนหรือตอนเลิกเรียนที่เป็นช่วงเวลาที่เด็กจดใจรออยากให้ถึงเร็วๆ เพราะจะได้มีโอกาสเล่นกับเพื่อน หรือกลับบ้าน

หากิจกรรมให้เด็กๆ ทำอยู่เสมอ

การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟน)

โรงเรียนของเด็กๆ อาจกำหนดให้เรียนหรือทำงานส่งออนไลน์ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น แล็ปท็อป เดสก์ท็อป แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน ในฐานะผู้ปกครองเราควรตั้งค่าการควบคุม และการเข้าถึงสื่อต่างๆให้เหมาะสมกับวัย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ วีดีโอ รวมไปถึงความสามารถในการดาวน์โหลดเกมส์หรือโปรแกรมต่างๆ โดยคุณสามารถดูคำแนะนำในการเรียนผ่านออนไลน์ได้ รวมไปถึงพยายามพูดคุยกับเด็กๆ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ตโดยอาจจะอธิบายถึงประโยชน์ และโทษของการใช้งานออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น




กำหนดเวลาใช้งานหน้าจอ

แม้ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะจำเป็นสำหรับการเรียนออนไลน์จากที่บ้าน แต่มันก็ไม่ใช่วิธีเดียวในการเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับเด็กวัย 4-7 ขวบแล้วการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไปจะนำพาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี  ฉะนั้นกำหนดจำนวนชั่วโมงที่ใช้บนหน้าจอมือถือ/แท็บเล็ต เป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง

เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต

โดยคุณอาจจะใช้เลือกวิธีการเรียนรู้แบบอื่น ดังต่อไปนี้

  • ใช้หนังสือ หรือปริ้นเอกสารที่โรงเรียนให้มาด้วยเครื่องปริ้นเตอร์ที่บ้าน
  • ให้เด็กๆมีโอกาสเขียน คิด เล่าเรื่อง หรือประดิษฐ์ผลงานต่างๆ ด้วยมือ เช่น การเขียนไดอารี่สรุปสิ่งที่พวกเขาทำในแต่ละวันหรือรายการสิ่งที่ต้องทำ (To Do List) ปั้นดินน้ำมัน พับกระดาษ เล่านิทานจากสิ่งของรอบตัว เป็นต้น
  • ทำให้ทุกๆวันเป็นวันที่ดี มีความสุขเสมอ โดยการจัดการกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชอบและอยากทำ เช่น ชักชวนไปออกกำลังกาย ร้องเพลง เล่น วิ่งเล่น หรือว่ายน้ำ เป็นต้น เพื่อที่เขาจะได้มีกระตือรือร้น และอยู่ห่างจากหน้าจอ
  • หยุดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน โดยเปลี่ยนมาอ่านหนังสือก่อนนอนแทน
อ่านหนังสือกับลูกก่อนนอน
การอ่านหนังสือกับลูกก่อนนอน คือกิจกรรมที่พ่อแม่ควรทำเป็นประจำ

คำแนะนำในการเรียนที่บ้านของเด็ก ช่วงอายุ 5 -7 ขวบ 

เด็กวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญมาก เพราะเป็นวัยที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้พื้นฐานวิชาต่างๆ รวมไปถึงเรียนรู้ในการปรับตัว ใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว โดยพื้นฐานที่สำคัญที่ควรรู้ มีดังต่อไปนี้

  • วิชาคณิตศาสตร์: การนับเลข
  • วิชาภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ: การอ่าน และ การเขียน
  • วิชาสังคมศึกษา: การเรียนรู้ใช้ชีวิตกับบุคคลอื่น เช่น คุณครู เพื่อนร่วมห้อง เป็นต้น

วิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็กอายุ 5 ถึง 7 ขวบ มีดังต่อไปนี้:

  • นั่งประกบคู่กับเด็กขณะเรียนออนไลน์ ทำใบงานหรือการบ้าน
  • หากิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กๆชอบทำ และมีความสุขที่จะทำ แทนที่จะพยายามให้พวกเขานั่งฟังครูสอนออนไลน์เป็นเวลานาน
  • พยายามแบ่งเวลาในการเรียนออนไลน์ และการทำใบงานแต่ละครั้งออกเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่เด็ก ๆสามารถจงจ่อและมีสมาธิ
  • การหยุดพักเบรกบ่อย ๆ  จะช่วยให้เด็กๆหายเครียดได้
  • ควรมีการพูดชม หรือให้รางวัลพวกเขาเมื่อพวกเขาทำใบงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสมบูรณ์

การพูดคุย

พยายามพูดคุยกับลูกตลอดทั้งวันและแนะนำคำศัพท์ใหม่ ๆ อยู่ตลอด ตัวอย่างเช่น พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังทำ โดยอาจจะเลือกใช้คำศัพท์ หรือรูปประโยคที่ใหม่สำหรับลูก เป็นต้น

อ่านหนังสือด้วยกันกับลูก

สิ่งที่ควรทำในขณะที่กำลังอ่านหนังสือกับลูก

  • แสดงอารมณ์ประกอบการเล่าเรื่องราว เช่น ในหนังสือเจ้าหญิงกำลังดีใจมีความสุข เราก็ควรทำน้ำเสียงมีความสุขขณะเล่าเรื่อง เป็นต้น
  • สร้างสีสันให้กับตัวละครโดยใช้เสียงน้ำเสียงและจังหวะ เช่น เราอาจจะเลียนแบบเสียงผู้ชายหากตัวละครในหนังสือเป็นผู้ชาย เป็นต้น
  • พูดคุย ซักถาม เกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังอ่าน
  • อธิบายคำศัพท์ใหม่ ๆ และขอให้ลูกพูดตามออกมาดัง ๆ

คุณควรจะทำให้เรื่องราวน่าสนใจและพยายามหาเหตุการณ์ในชีวิตจริงมาเชื่อมโยงกับหนังสือที่กำลังอ่าน ตัวอย่างเช่น ในขณะที่อ่านเรื่องซินเดอเรลล่าไปงานเต้นรำ เราอาจจะพูดคุยกับเด็กๆ ว่างานเต้นรำมีความต่าง หรือคล้ายกับงานวันเกิด (หรืองานเลี้ยงต่างๆที่เด็กเคยไป) อย่างไร

นอกจากนั้นเราควรตั้งคำถามลูกเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังด้วย ตัวอย่างเช่น

  • ถามคำถามที่ต้องการเพียงคำตอบสั้น ๆ เช่น สีของสิ่งของ หรือชื่อตัวละคร
  • ถามคำถามที่ต้องการคำตอบที่ยาวขึ้น เช่น ตัวละครรู้สึกอย่างไร
  • ขอให้พวกเขาเล่าเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นในเรื่องนี้และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

เรียนนออนไลน์จากบ้าน

การเขียน

วิธีช่วยลูกฝึกเขียน

  • สำหรับเด็กเล็ก ควรจะฝึกให้เริ่มเขียนพยัญชนะ และคุ้นเคยกับการใช้ปากกาและดินสอ
  • สำหรับเด็กโต ที่สามารถเขียนเป็นคำได้แล้ว เราอาจแนะนำให้เอาคำมาแต่งประโยค และอาจจะให้เขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ประสบการณ์การอยู่บ้านในแต่ละวัน หรือเขียนจดหมายเพื่อส่งถึงสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนๆ เป็นต้น

ตัวเลข และการนับจำนวน

การฝึกนับตัวเลขกับเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องวางแผนจัดชั่วโมงเรียน เพราะเราสามารถหาโอกาสทำได้อยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น ขอให้ลูกช่วยนับสิ่งของรอบ ๆ บ้าน ในขณะที่คุณกำลังทำอาหารหรือทำความสะอาด เป็นต้น

สอนลูกให้นับเลขจากสิ่งรอบตัว




คำแนะนำในการเรียนที่บ้านของเด็กช่วงอายุ 7 – 11 ขวบ 

วิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็กอายุ 7 ถึง 11 ขวบ มีดังต่อไปนี้:

  • สนับสนุน ให้คำแนะนำ และแนวทางแก่เด็ก แต่ยังคงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้คิดและทำงานด้วยตัวเอง
  • เพิ่มกิจกรรมที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เคลื่อนไหว และทำงานจริง แทนที่จะพยายามทำให้พวกเขานั่งโต๊ะทำงาน ขีดเขียน หรือใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
  • พยายามแบ่งงานออกเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่เด็ก ๆ สามารถจงจ่อและมีสมาธิ
  • หยุดพักเบรกบ่อยๆ
  • ควรมีการพูดชมเชย หรือให้รางวัลพวกเขาเมื่อพวกเขาทำใบงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสมบูรณ์

วิธีตรวจสอบว่าเด็กเข้าใจในสิ่งที่กำลังเรียนรู้ :

  • พยายามถามคำถามในขณะที่เด็กๆ กำลังลงมือทำ
  • ซักถามเด็ก ๆ ว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง เมื่อเสร็จสิ้นการทำกิจกรรมหรือใบงานต่างๆ

การอ่าน

พูดคุยกับบุตรหลานของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังอ่าน พยายามสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ รู้สึกสนุกที่จะอ่าน และซักถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังอ่าน ตัวอย่างเช่น

  • ถามคำถามที่ทำให้พวกเขาคิดถึงเรื่องที่กำลังอ่าน เช่น คิดว่าตัวละครตัวนี้รู้สึกอย่างไร เป็นต้น
  • ลองให้เด็กๆ เล่าเรื่องราวในหนังสือให้คุยฟังอีกรอบ

การเขียน

พยายามช่วยให้เด็ก ๆ มีโอกาสที่จะฝึกเขียนอยู่เสมอ แม้ว่ากิจกรรม หรือใบงาน ที่โรงเรียนให้มาอาจจะสามารถทำบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่การใช้ปากกาและดินสอยังเป็นสิ่งที่ยังคงพึงกระทำ เพื่อที่จะได้ฝึกให้เด็กๆ พร้อมเมื่อกลับไปเรียนที่โรงเรียน

 

สำหรับเด็ก ๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นั้น ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการย้ายไปโรงเรียนมัธยม ผู้ปกครองควรจะรับฟังข่าวสาร ความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ จากกระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนที่ลูกเรากำลังจะย้ายไป ค่ะ

เราขอเป็นกำลังให้ในทุก ๆ ครอบครัวก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ ขอให้มีความสุขในทุก ๆ วันค่ะ

Next Post