วิธี เริ่มต้นขับรถส่งอาหาร หารายได้เสริม – GrabFood , LINEMAN หรือ Food Panda ดี

ในทุกวันนี้การสั่งอาหารนั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่ายและไม่ยุ่งยาก สามารถกดสั่งอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากบริษัทจัดส่งอาหารแบบ Delivery นั้นมีอยู่มากมายหลายตัวเลือกให้เราได้ใช้ง่าย ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โควิดระลอก 2 ที่เริ่มแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้การใช้ชีวิตแบบ New normal เป็นสิ่งที่จำเป็น ผู้คนรู้จักป้องกันตัวเองด้วยการสั่งซื้ออาหารรับประทานภายในบ้าน

ซึ่งตรงนี้ถือเป็นโอกาสสำหรับคนที่อาจจะเกิดการว่างงานจากผลกระทบของโควิดหรือคนที่ต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง แต่หลายคนก็อาจจะมีคำถามว่าการสมัครเป็นคนขับรถส่งอาหารนั้นต้องทำอย่างไร? และมีบริษัทอะไรที่น่าสนใจในการร่วมงานบ้าง? วันนี้เราจึงได้จัดทำบทความ วิธี เริ่มต้นขับรถส่งอาหาร หารายได้เสริม – GrabFood, LINEMAN หรือ Food Panda ดี เพื่อไขข้อข้องใจให้กับคนที่มีคำถามและสนใจที่จะสมัครกันครับ



1. GrabFood

ค่าตอบแทนของ GrabFood

    • ค่าจัดส่งอาหาร 50 บาท / ออเดอร์ (หักค่าคอมมิชชั่น 15 %)
    • ค่าส่งที่ได้รับเงินสดจากลูกค้า 10 บาท / ออเดอร์ (หักค่าคอมมิชชั่น 10%)
    • ค่าส่งเพิ่มเติมจากระยะทาง 10 บาท / กิโลเมตร *เริ่มหักเมื่อเกิน 6 กิโลเมตร (หักค่าคอมมิชชั่น 15%)

ข้อดีของ GrabFood

    • มีทีมงานคอยช่วยตลอด 24 ชั่วโมง สามารถถามคำถามที่สงสัยและช่วยแก้ไขปัญหาได้ตลอดเวลา
    • สามารถเลือกวันและเวลากดรับงานได้อิสระตามความต้องการของคุณ
    • แอปพลิเคชันจะคัดเลือกออเดอร์ในโซนหรือบริเวณที่ใกล้กับคุณ ซึ่งทำให้ไม่ต้องวิ่งไกลจนเกินไป นอกจากนี้ยังอาจได้รับโบนัสอีกด้วย
    • รายได้ค่อนข้างสูง (ขึ้นอยู่กับการรับงานด้วย) ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท
    • Grab Food ค่อนข้างครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ, กลาง, ใต้ และอีสาน
    • แอปพลิเคชันใช้ง่ายและไม่ยุ่งยาก
    • หากลูกค้าจ่ายผ่าน Grabpay คุณจะไม่ยุ่งยากกับการเตรียมเงินทอน

ข้อเสียของ GrabFood

    • คนขับค่อนข้างเยอะ ดังนั้นอาจจะต้องมีการกดแย่งลูกค้าบ้างในบางช่วงเวลา
    • เงินค่าส่งอาหารจะได้รับในวัดถัดมา รวมไปถึงค่าจัดส่งเพิ่มเติมตามระยะทางจะได้รับในวันพุธ

วิธีการสมัคร GrabFood

    1. สมัครผ่านทางเว็บไซต์ของ Grab (www.grab.com)
    2. สมัครด้วยตนเองที่สำนักงาน Grab ตามสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยให้เตรียมเอกสารดังนี้
      2.1 สำเนาบัตรประชาขน
      2.2 สำเนาใบขับขี่จักรยานยนต์
      2.3 สำเนาเล่มจดทะเบียนรถจักยายนต์ พร้อมกับ พรบ.
      2.4 สำเนาธนาคารกสิกรไทยหรือกรุงศรีอยุธยา (บัญชีตนเอง)

2. LINEMAN

ค่าตอบแทนของ LINEMAN

    • ค่าจัดส่งอาหารเริ่มต้น 55 บาท / ออเดอร์
    • บริการนอกเวลาตั้งแต่ช่วงประมาณ 21.00 – 22.59 น. ได้เพิ่มออเดอร์ละ 50 บาท (หักค่าคอมมิชชั่น 15%)
    • บริการนอกเวลาตั้งแต่ช่วงประมาณ 23.00 – 06.00 น.ได้เพิ่มออเดอร์ละ 100 บาท (หักค่าคอมมิชชั่น 15%)
    • ค่าจัดส่งเพิ่มเติม 9 บาท / กิโลเมตร *ระยะทาง 1 กิโลเมตรขึ้นไป

ข้อดีของ LINEMAN

    • Line มีฐานลูกค้าคอนข้างเยอะ รวมไปถึงเป็นพันธมิตรกับร้านอาหารกว่าแสนราย ดังนั้นโอกาสในการทำงานจึงมากขึ้น
    • ครอบคลุมกว่า 22 จังหวัด
    • ฟรีค่าสมัคร แจ็คเก็ต รวมไปถึงกล่องส่งอาหาร
    • มีโอกาสทำรายได้ถึง 25,000 บาท รวมไปถึงอาจได้โบนัสเพิ่มเติม
    • งานอิสระมาก สามารถทำได้ทุกเพศและทุกวัย (ขอเพียงแค่ใบขับขี่และจักรยานยนต์)

ข้อเสียของ LINEMAN

    • คนขับขี่มีจำนวนมาก
    • อาจจะต้องกดแย่งรับลูกค้าในบางเวลา

วิธีการสมัคร LINEMAN

    1. สมัครผ่านทางเว็บไซต์ LINEMAN (www.lineman.line.me) หรือแอปพลิเคชัน Lalamove Driver
    2. เอกสารที่ต้องเตรียม
      2.1 สำเนาบัตรประชาชน
      2.2 สำเนาใบขับขี่รถจักรยานยนต์
      2.3 สำเนาเล่มจดทะเบียนรถจักรยานยนต์
      2.4 พรบ. รถจักรยานยนต์
      2.5 สำเนาบัญชีธนาคาร (บัญชีตนเอง)





3. FoodPanda

ค่าตอบแทนของ FoodPanda

    • ได้รับเฉพาะค่าจัดส่ง โดยจะไม่มีชั่วโมงทำงาน จะได้ตามการจัดอันดับเรตติ้งการทำงาน (แบช)
    • มีโบนัสเมื่อทำออเดอร์ได้ครบจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

ข้อดีของ FoodPanda

    • สามารถทำงานและรับงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    • ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในประเทศไทย
    • สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
    • ไม่ต้องเหนื่อยขับรถในระยะทางไกล เพราะแอปพลิเคชั่นแบ่งโซนชัดเจน
    • มีประกันกลุ่มและสวัสดิการพนักงานให้
    • มีโบนัสและทิปซึ่งเข้ากระเป๋าโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

ข้อเสียของ FoodPanda

    • ไม่สามารถเลือกรับงานเองได้
    • จ่ายตามรอบบัญชีบริษัท ซึ่งอาจไม่ได้รับเงินโดยทันที

วิธีการสมัคร FoodPanda

    1. สมัครผ่านทางเว็บไซต์ FoodPanda (www.foodpanda.co.th)
    2. สมัครด้วยตัวเองที่สำนักงานของ FoodPanda
    3. เอกสารที่ต้องเตรียม
      3.1 บัตรประจำตัวประชาชน
      3.2 ใบขับขี่
      3.3 สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์

สรุปค่าตอบแทนของ GrabFood, LINEMAN, Food Panda สำหรับการขับรถส่งอาหาร

1. ค่าจัดส่งอาหาร 50 บาท / ออเดอร์ (หักค่าคอมมิชชั่น 15 %)

2. ค่าส่งที่ได้รับเงินสดจากลูกค้า 10 บาท / ออเดอร์ (หักค่าคอมมิชชั่น 10%)

3. ค่าส่งเพิ่มเติมจากระยะทาง 10 บาท / กิโลเมตร *เริ่มหักเมื่อเกิน 6 กิโลเมตร (หักค่าคอมมิชชั่น 15%)

1. ได้รับเฉพาะค่าจัดส่ง โดยจะไม่มีชั่วโมงทำงาน จะได้ตามการจัดอันดับเรตติ้งการทำงาน (แบช)

2. มีโบนัสเมื่อทำออเดอร์ได้ครบจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

1. ค่าจัดส่งอาหารเริ่มต้น 55 บาท / ออเดอร์

2. บริการนอกเวลาตั้งแต่ช่วงประมาณ 21.00 – 22.59 น. ได้เพิ่มออเดอร์ละ 50 บาท (หักค่าคอมมิชชั่น 15%)

3. บริการนอกเวลาตั้งแต่ช่วงประมาณ 23.00 – 06.00 น.ได้เพิ่มออเดอร์ละ 100 บาท (หักค่าคอมมิชชั่น 15%)

4. ค่าจัดส่งเพิ่มเติม 9 บาท / กิโลเมตร *ระยะทาง 1 กิโลเมตรขึ้นไป

ทั้งนี้หากคุณได้ทำงานร่วมกับ GrabFood, LINEMAN หรือ Food Panda ก็ดี อย่าลืมที่จะต้องเรียนรู้การใช้กฎจราจรบนท้องถนนด้วยนะครับ และอย่าลืมป้องกันตัวเองจากโควิด 19 ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากป้องกัน, การเว้นระยะห่าง, การใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ในช่วง โควิด 19 หรือหากมีโอกาสก็ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที เพราะคุณคือคนกลางในการส่งอาหารที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับและผู้ส่ง สุดท้ายนี้การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ย่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี เราหวังว่าบทความนี้พอจะเป็นแนวทางให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณเหมาะกับบริษัทไหนที่สุด แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าครับ

หมายเหตุ : สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวใบขับขี่ คุณสามารถอ่านบทความของเราเพื่อเป็นแนวทางได้ ไม่ว่าจะเป็น เอกสารที่ต้องใช้ทำใบขับขี่บิ๊กไบค์, แก้ปัญหาลืมขับขี่ด้วยใบขับขี่ดิจิตอลผ่านแอป DLT QR Licence และการต่อใบขับขี่ออนไลน์ในช่วงโควิด19 เป็นต้นครับ

Gun Natchapon

Gun Natchapon

สวัสดีครับชื่อ ณัชพล ชนะสิทธิ์ จบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวารสารศาสตร์ งานถนัดที่สุดคือการกินและเขียนคอนเทนต์ เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลงและเต้นคร่อมจังหวะ

Next Post