ถ้าใครเคยดูหนัง The Secret Life of Walter Mitty จะต้องจำท่อน “Ground Control to Major Tom” ได้แน่นอนค่ะ เพราะซีนนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งซีนที่หลายคนจดจำและพูดถึงมากที่สุด ซึ่งเพลงที่เชอริลร้องให้วอลเตอร์ฟังก็คือเพลง Space Oddity ของนักร้องสาย Rock & Roll จากเกาะอังกฤษอย่าง David Bowie ศิลปินเพลงร็อกในตำนานที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานานกว่า 5 ทศวรรษ
Space Oddity เป็นเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากหนังเรื่อง Space Odyessy ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักบินอวกาศที่ต้องออกไปทำภารกิจนอกโลกและค้นพบกับความลับของจักรวาล เดวิดถ่ายทอดเนื้อหาของเพลงนี้ออกมาในรูปแบบเดียวกันแต่เปลี่ยนความตื่นเต้นมาเป็นความเศร้าโศกในตอนท้าย และเน้นให้พันตรีทอมเป็นตัวถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึก ทำให้คนฟังอย่างเรารู้สึกโดดเดี่ยวแม้จะไม่ได้เดินทางท่องจักรวาลไปกับเขาก็ตาม
แปลเพลง Space Oddity – David Bowie
Ground Control to Major Tom
Ground Control to Major Tom
Take your protein pills and put your helmet on
(Ten) Ground Control (Nine) to Major Tom (Eight, seven)
(Six) Commencing (Five) countdown, engines on
(Four, three, two)
Check ignition (One) and may God’s love (Lift off) be with you
ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินเรียกพันตรีทอม
ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินเรียกพันตรีทอม
กรุณาเตรียมตัวให้พร้อม
(สิบ) ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน (เก้า) เรียกพันตรีทอม (แปด เจ็ด)
(หก) เริ่มนับถอยหลัง (ห้า) ติดเครื่องยนต์ได้
(สี่ สาม สอง)
ตรวจสอบเชื้อเพลิง (หนึ่ง) และขอให้พระเจ้าอยู่กับคุณ (ปล่อยตัว)
This is Ground Control to Major Tom
You’ve really made the grade
And the papers want to know whose shirts you wear
Now it’s time to leave the capsule if you dare
ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินเรียกพันตรีทอม
เรากำลังจะทำสำเร็จ
นักข่าวคงอยากรู้ใจจะขาดแล้วว่าคุณใส่เสื้อยี่ห้ออะไร
ถึงเวลาออกจากกระสวยแล้ว พร้อมหรือยัง
This is Major Tom to Ground Control
I’m stepping through the door
And I’m floating in a most peculiar way
And the stars look very different today
พันตรีทอมถึงศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน
ผมกำลังผ่านประตูเข้าไป
ตอนนี้ผมกำลังล่องลอยออยู่ในท่าแปลกประหลาด
และดวงดาวก็ต่างไปจากทุกวัน
For here
Am I sitting in my tin can
Far above the world
Planet Earth is blue
And there’s nothing I can do
ตอนนี้
ผมนั่งอยู่ในกระป๋องแคบ ๆ เองเหรอ
ล่องลอยอยู่ในอวกาศที่แสนกว้างใหญ่
ดาวโลกมีสีฟ้าอย่างที่ใคร ๆ เขาบอกกัน
และผมคงแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว
Though I’m past one hundred thousand miles
I’m feeling very still
And I think my spaceship knows which way to go
Tell my wife I love her very much she knows
แม้จะลอยออกมาไกลกว่าแสนไมล์
แต่ผมยังรู้สึกปกติดี
คิดว่ายานมันคงจะรู้เส้นทางอยู่แล้ว
ฝากบอกภรรยาผมหน่อยสิว่าผมรักเธอที่สุดในชีวิต ถึงเธอจะรู้อยู่แล้วก็เถอะ
Ground Control to Major Tom
Your circuit’s dead, there’s something wrong
Can you hear me, Major Tom?
Can you hear me, Major Tom?
Can you hear me, Major Tom?
Can you?
ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินเรียกพันตรีทอม
สัญญาณของคุณมีปัญหา มีบางอย่างผิดปกติ
ได้ยินแล้วตอบด้วย พันตรีทอม
ได้ยินแล้วตอบด้วย พันตรีทอม
ได้ยินแล้วตอบด้วย พันตรีทอม
ได้ยินแล้ว…
Here am I floating ’round my tin can
Far above the moon
Planet Earth is blue
And there’s nothing I can do
ตอนนี้ผมลอยอยู่ในกระป๋องเล็ก ๆ
ล่องลอยอยู่เหนือดวงจันทร์
ดาวโลกดูเศร้าหมองจังเลยนะ
แต่ผมคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนตัวเรามองว่าเพลงนี้ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างไหลลื่น มีความตื่นเต้นอยู่ในช่วงแรกเพราะนี่คือครั้งแรกที่พันตรีทอมจะได้เดินทางออกไปนอกโลก แต่หลังจากเดินทางสู่ห้วงอวกาศและมองกลับมายังดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เพิ่งจากมา เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวที่ต้องอาศัยอยู่ในกระป๋องเล็ก ๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าเขาอาจจะต้องตายแบบโดดเดี่ยวในอวกาศที่กว้างใหญ่แห่งนี้
เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาก่อนยาน Apollo 11 ออกสำรวจนอกโลกเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่เพลงนี้กลับถูกห้ามเผยแพร่ในอังกฤษด้วยเหตุผลที่ไม่อาจเปิดเผยได้ แต่ถึงอย่างนั้นความคิดเห็นต่อเพลงนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายฝั่ง บ้างก็ว่าเพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อเสียดสีรัฐบาลอังกฤษ บ้างก็ว่าเพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อถ่ายทอดชีวิตส่วนตัวของโบวี่ แต่บางคนกลับบอกว่าเพลงนี้แฝงนัยยะเอาไว้มากกว่านั้น แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ คิดว่าเดวิด โบวี่ต้องการถ่ายทอดอะไรผ่านเพลงนี้?