Ariana Grande (อารีอานา กรานเด) – เปิดประวัติ และผลงานเพลง [อัปเดต ม.ค. 67]

หากใครชื่นชอบในการฟังเพลงหรืออัพเดทผลงานในวงการเพลงอยู่บ่อย ๆ น่าจะทราบกันดีว่าดนตรีนั้นมีความแตกต่างและแบ่งแยกไปได้อยู่หลายแขนง อีกทั้งนักร้องแต่ละคนก็จะมีความถนัดในแนวเพลงและเทคนิคการร้องที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) ศิลปินชายมากความสามารถที่เขาจะถนัดแนวเพลง R&B หรือจะเป็น เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ที่จะเน้นการทำดนตรีคันทรี่และป๊อปเป็นหลัก

ทั้งนี้ยังมีศิลปินวัยรุ่นอีกหนึ่งคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักร้องเสียงดีอันดับต้น ๆ ของนักร้องเจเนอเรชั่นใหม่ในยุคนี้ ซึ่งคนที่กล่าวถึงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคนนั้นคือ ‘Ariana Grande (อารีอานา กรานเด)’ นั่นเอง โดยศิลปินหญิงอย่างอารีอานาในช่วงที่ผ่านมาได้ถูกเปรียบเทียบกับนักร้องระดับตำนานที่ยังมีลมหายใจ รวมถึงสถิติที่ใครก็ยากจะทัดเทียมได้อย่าง ‘Mariah Carey (มารายห์ แครี่)’ เสมอมา เพราะด้วยความหวานของเสียงและเทคนิคการร้องที่ค่อนข้างคล้ายกัน

ซึ่งตัวอารีอานาเองก็ยอมรับว่าเธอมีมารายห์เป็นไอดอล แต่ตัวเธอเองก็พยายามพิสูจน์ด้วยผลงานและความสามารถที่เธอมีให้โดดเด้งออกมา จนในที่สุดเธอก็ทำได้สำเร็จจนตอนนี้อารีอานาได้กลายเป็นศิลปินที่ยอมรับในวงการ อีกทั้งยังได้ร่วมงานกับไอดอลในดวงใจอย่าง มารายห์ แครี่ในผลงานเพลง ‘Oh Santa!’ ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนอีกด้วย แต่หลายคนที่เพิ่งติดตามหรืออาจจะไม่ทราบว่าประวัติของอารีอานานั้นเป็นมาอย่างไร วันนี้เราจึงรวบรวมประวัติย่อและผลงานเพลงที่น่าสนใจของเธอมาฝากกันครับ

ประวัติของ Ariana Grande (อารีอานา กรานเด)

Ariana Grande (อารีอานา กรานเด) หรือชื่อเต็มว่า ‘Ariana Grande-Butera’ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1993 โดยเธอเป็นคนอเมริกาที่มีเชื้อสายอิตาลี ทั้งนี้ในช่วงวัยเด็กของนักร้องหญิงคนนี้ก็จะวนเวียนอยู่กับการร้องเพลง การแสดงมิวซิคัล หรือละครบรอดเวย์อยู่เสมอ ด้วยความสามารถและสกิลการร้องเพลงที่เก่งเกินวัย จึงทำให้อารีอานาได้รับโอกาสในการร้องเพลงชาติอเมริกาที่ถ่ายทอดผ่านทีวีไปทั่วสหรัฐตั้งแต่อายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้เธอเริ่มมีชื่อเสียงและเริ่มเป็นที่รู้จักจริง ๆ ก็น่าจะเป็นช่วงที่เธอได้รับบทบาท Cat Valentine ในซิทคอมชื่อดังอย่าง ‘Victorious’ ผ่านทางช่อง Nickelodeon ซึ่งถือเป็นช่องเด็กและวัยรุ่นที่มีผู้ชมจำนวนมาก อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าอารีอานาจะมีความสุขและสนุกกับการเป็นนักแสดง แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็มีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องและอยากใช้ความสามารถที่ตัวเองมีให้เกิดประโยชน์ จนในที่สุดโชคก็เข้าข้างเธอ เมื่อเพื่อนของผู้บริหารในค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Republic Records ได้เข้าไปเจอคลิปที่เธอ Cover เพลงในยูทูปและเกิดความประทับใจในเสียงของเธอ จนในที่สุดก็ได้เรียกเธอมาเพื่อที่จะเซ็นสัญญา และไม่นานนักก็ได้ปล่อยซิงเกิ้ลและอัลบั้ม ‘Yours Truly’ ซึ่งเรียกว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก หลังจากนั้นเธอก็ได้อัดเสียงและปล่อยผลงานออกมาจำนวนมาก จนตอนนี้เธอกลายเป็นนักร้องชั้นนำของโลกที่มีเพลงอันดับ 1 ใน Billboard Hot 100 ถึง 5 เพลงและมีเพลง Top 10 ถึง 18 เพลงเลยทีเดียว

11 ผลงานเพลงที่น่าสนใจของ Ariana Grande

1. Yes, And?

แนวเพลง House และ Pop
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Ariana Grande, Max Martin และ Ilya Salmanzadeh
โปรดิวเซอร์ Ariana Grande, Max Martin และ Ilya Salmanzadeh
เพลงในปี 2024

‘Yes, And?’ มาในสไตล์ House ผสมกับ Pop ฟังแล้วจะรู้สึกลื่นหู ฟังสบาย แต่เนื้อหาของเพลงค่อนข้างจัดจ้านอยู่พอสมควร เพราะอาเรียนาเขียนเพลงเพื่อตอกกลับสื่อที่โจมตีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ชายคนใหม่ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย โดยเพลงนี้ Ariana ได้ทำกับโปรดิวเซอร์คนเก่งระดับโลกอย่าง Max Martin และ Ilya Salmanzadeh ดังนั้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพลงถึงออกมาได้กลมกล่อมขนาดนี้ นอกจากนี้ถ้าหากฟังดี ๆ จะสัมผัสได้ว่าเพลงและวิดีโอให้กลิ่นอายของเพลง Vogue ที่ร้องโดย Madonna ในปี 1990 ครับ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ไม่ควรพลาดฟังกันในปี 2024


2. เพลง 7 Rings

คลิป 7 rings โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Trap-pop, hip hop และ R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Ariana Grande, Victoria Monét, Tayla Parx, Njomza Vitia, Kimberly Krysiuk, Tommy Brown, Michael Foster, Charles Anderson, Richard Rodgers และ Oscar Hammerstein II
โปรดิวเซอร์ Tommy Brown, Charles Anderson และ Michael Foster
เพลงในปี 2019

เพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตการเป็นศิลปินของ Ariana คือ ‘7 Rings’ เพราะด้วยจังหวะเพลงสนุกที่สามารถโยกไปได้ตามเพลง ตามสไตล์ดนตรี Trap-pop รวมไปถึงการผสมด้วย R&B ซึ่งเป็นแนวทางที่อารีอานาค่อนข้างถนัด และความพิเศษสุด ๆ นั่นคือเธอ Rap โชว์ในเพลงอีกด้วย ทำให้เพลงนี้ถึงแม้จะดูฟังง่าย แต่แท้จริงแล้วมีหลายมิติ ทำให้คุณฟังทั้งเพลงได้แบบไม่เบื่อ นอกจากนี้เนื้อเพลงยังมีการประชดประชันผ่านเนื้อหาถึงเหล่าเฮตเตอร์ (Hater) หรือกลุ่มคนที่ไม่ชอบเธอ โดยเธอสื่อสารออกมาประมาณว่าชีวิตของเธอประสบความสำเร็จร่ำรวยเงินทอง อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ คนที่บอกว่าเงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพราะว่าเขาคงไม่มีเงินมากพอที่จะจ่าย ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเนื้อหาที่แซ่บและเสียดสีคนที่เกลียดชังเธออยู่พอตัว ทั้งนี้ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้ก็สามารถตีความได้ในแง่ของการซัพพอร์ตเพื่อนสนิท จนเพลงนี้ถูกยกให้เป็น ‘Friendship Anthem’ หรือเพลงชาติสำหรับเพื่อน ที่เหมาะแก่การเปิดในงานปาร์ตี้สุด ๆ


3. เพลง Problem ft. Iggy Azalea

คลิป Problem ft. Iggy Azalea โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Dance-pop และ R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Max Martin, Savan Kotecha, Ilya Salmanzadeh, Amethyst Kelly และ Ariana Grande
โปรดิวเซอร์ Martin, Shellback, Ilya และ Peter Carlsson
เพลงในปี 2014

Problem คือการปูพรหมแดงและประตูที่เปิดทางให้อาเรียนาขึ้นไปเป็นศิลปินแนวหน้าในวงการเพลงของสหรัฐและของโลกก็ว่าได้ เนื่องจากหลังจากที่ปล่อยเพลงนี้ออกมา เพลงสามารถขึ้นไปแตะอันดับ 1 ในไอจูนได้อย่างไม่ยากเย็น อีกทั้งยอดขายในสัปดาห์แรกยังมียอดที่สูงถึง 4 แสนกว่าก็อปปี้ ซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ โดยไม่แปลกใจว่าทำไมเพลงนี้ถึงเปิดตัวได้ดีในอันดับที่ 3 ของชาร์ต Billboard Hot 100 ทั้งนี้ในแง่ของดนตรีและแนวเพลงของเพลงนี้จะมีความ 90’s เมื่อฟังแล้วจะรู้สึกเหมือนย้อนอดีตเล็ก ๆ ตั้งแต่ช่วงอินโทรของเพลงซึ่งเปิดมาด้วยดนตรี Jazz และที่พิเศษมากคือการนำเอาแรปเปอร์สุดฮ็อตอย่าง Iggy Azalea ในมาร่วมแรปในเพลง ซึ่งเป็นารผสมผสานที่ลงตัวมาก จนทำให้เพลงนี้ออกมากลมกล่อมและสร้างเครดิตให้อารีอานาสามารถไต่เลเวลความดังมาได้จนถึงทุกวันนี้


4. เพลง Thank U, Next



คลิป Thank U, Next โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Pop และ R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Ariana Grande, Victoria Monét, Tayla Parx, Njomza Vitia, Kimberly Krysiuk, Tommy Brown, Michael Foster และ Charles Anderson
โปรดิวเซอร์ Tommy Brown, Michael Foster, Charles Anderson, Ariana Grande และ Victoria Monét
เพลงในปี 2018

Thank U, Next น่าจะเป็นเพลงที่หลายคนเคยผ่านหูมาไม่มากก็น้อย เนื่องจากเพลงนี้เป็นสามารถตีตลาดและติดชาร์ตเพลงฮิตไปทั่วโลก เพราะเพลงได้ถูกร้อยเรียงทั้งดนตรีและเนื้อหาออกมาได้เพอร์เฟค โดยเนื้อหาภายในเพลงก็เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์เกี่ยวกับอดีตแฟนของเธอทุกคนแบบหมดเปลือก ถึงแม้ว่าดนตรี Pop จะทำให้เพลงดูสนุกสนานและทำให้เรารู้สึกว่าเธอมูฟออนจากความสัมพันธ์ในอดีตโดยไม่สนใจใยดี แต่ในอีกมุมหนึ่งผมก็สามารถสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าจากน้ำเสียงที่เธอถ่ายทอดออกมาแบบจริงใจและไม่ปรุงแต่งกับความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ดังนั้นทุกครั้งที่ฟังคุณจะทัชหรือพูดง่าย ๆ ว่าอินไปกับเนื้อเพลงได้ทันทีที่ฟัง


5. เพลง Lady Gaga, Ariana Grande – Rain On Me

คลิป Lady Gaga, Ariana Grande – Rain On Me โพสต์โดย คุณ Lady Gaga

แนวเพลง Dance-pop, house และ disco electropop
ค่ายเพลง Interscope
ผู้แต่งเพลง Lady Gaga, BloodPop, Ariana Grande, Matthew Burns, Nija Charles, Rami Yacoub, Martin Bresso และ Alexander Ridha
โปรดิวเซอร์ BloodPop และ Burns
เพลงในปี 2020

หนึ่งในการ Collaboration หรือการร่วมงานของศิลปินเบอร์ใหญ่ในปีนี้คงต้องยกให้ Rain On Me เพราะเพลงนี้เป็นการคัมแบคหรือการกลับมาของเลดี้ กาก้าในการทำเพลงป๊อปอย่างเต็มตัวอีกครั้ง หลังจากที่เธอห่างหายไปนานกับการทำเพลงแจ๊สและการแสดงภาพยนตร์ อีกทั้งการที่เธอชวนอารีอานานักร้องเจเนอเรชันใหม่ที่มาแรงของยุคนี้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานเพลง ก็ทำให้เพลงนี้เกิดกระแสจนแฟนคลับของศิลปินทั้ง 2 คนต่างรอคอย และแน่นอนว่าเมื่อปล่อยเพลงออกมาแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะเพลงการใช้ดนตรี Disco และ Dance-pop นั้นมีความสนุกในตัวของมันเองอยู่แล้ว อีกทั้งโปรดิวเซอร์ก็สามารถดีไซน์การร้องและคีย์ถนัดของอารีอานาและกาก้าให้เบลนเข้ากันได้แบบพอดีและลงตัว ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะมีโทนเสียงที่ต่างกันก็ตาม นอกจากนี้เพลงยังถูกการันตีคุณภาพด้วยการเข้าชิงรางวัล Grammy Awards สาขา Best Pop Duo/Group Performance


6. เพลง No Tears Left to Cry


คลิป No Tears Left to Cry โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Dance-pop, disco และ dance-R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Ariana Grande, Max Martin, Savan Kotecha และ Ilya Salmanzadeh
โปรดิวเซอร์ Max Martin และ Ilya
เพลงในปี  2018

No Tears Left to Cry ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงคุณภาพของ Ariana Grande ที่ผมยกให้ขึ้นหิ้งว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง หลังจากที่ได้ฟังครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจในทั้งการใช้ดนตรี R&B และ Pop Dance ได้อย่างชาญฉลาดและเบลนเข้ากันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีการใช้ Disco เพิ่มเข้าไปซึ่งทำให้รู้สึกถึงความคลาสสิก ทุกครั้งที่ฟังจะรู้สึกว่าเคลิบเคลิ้มไปกับจังหวะดนตรีและเทคนิคการร้องอารีอานาแบบเพลินหู ถ้าจะบอกว่าเพลงนี้ยกระดับอัลบั้ม Sweetener จนชนะรางวัล Grammy Awards สาขา Best Pop Vocal Album ได้ก็คงจะไม่ผิด ใครอยากฟังเพลงแนว Easy Listening เพลิน ๆ เพลงนี้น่าจะตอบโจทย์คุณได้ดีเลยครับ


7. เพลง One Last Time


คลิป One Last Time โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Dance-pop และ EDM
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง David Guetta, Savan Kotecha, Giorgio Tuinfort, Rami Yacoub และ Carl Falk
โปรดิวเซอร์ Carl Falk, Rami, Ilya (co.), Giorgio Tuinfort (co.) และ Savan Kotecha (voc.)
เพลงในปี 2015

จุดเด่นของเพลงนี้น่าจะอยู่ที่ดนตรีเลยครับ โดยเฉพาะกลิ่นอายของ EDM ที่เป็นมนต์เสน่ห์อยู่ภายในเพลง ซึ่งก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเมื่อเห็นรายชื่อของผู้แต่งเพลงอย่าง David Guetta ที่เป็น DJ และนักแต่งเพลงซึ่งโดดเด่นในสาย EDM อยู่แล้ว ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเพลงจะสามารถไต่ชาร์ตได้ถึงเพียงแค่อันดับ 13 ใน Billboard Hot 100 แต่ทุกครั้งที่เธอร้องบนคอนเสิร์ตหรือเปิดในวิทยุเพลง ทุกคนจะรู้จักเพลงนี้และรู้ได้ทันทีเลยว่านี่คือเพลงของ Ariana Grande


8. เพลง Side To Side ft. Nicki Minaj


คลิป Side To Side ft. Nicki Minaj โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Reggae-pop และ R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Max Martin, Savan Kotecha, Alexander Kronlund, Ilya Salmanzadeh, Onika Maraj และ Ariana Grande
โปรดิวเซอร์ Max Martin และ Ilya
เพลงในปี 2016

ในช่วงปี 2016 หากใครไม่เคยได้ฟังเพลงนี้ถือว่าเชยมากเลยครับ ยิ่งโดยเฉพาะงานไหนที่มีปาร์ตี้หรือสถานบันเทิง เพลงนี้จะต้องถูกบรรจุอยู่ในเพลย์ลิสต์อย่างแน่นอน เพราะด้วยความเผ็ดร้อนของเนื้อหาเพลงที่ค่อนข้าง 18+ สักเล็กน้อย ผนวกเข้ากับดนตรีป๊อปเรกเก้จังหวะโจ๊ะ ๆ ที่ทำให้คุณลุกขึ้นมาเต้นได้ทันทีที่ฟัง อีกทั้งการชวน Nicki Minaj เข้ามาร่วมแต่งและแรปภายในเพลงก็ยิ่งช่วยทำให้เพลิงนี้สนุกมากขึ้นไปแบบทวีคูณ ทั้งนี้ด้วยความสนุกของตัวเพลงทำให้แฟนเพลงต่างสตรีมมิ่งและซื้อเพลงกันมาเปิดฟังเป็นจำนวนมาก ทำให้เพลงนี้สามารถขึ้น Top 5 บนชาร์ตเพลงได้ทั้งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ หากใครกำลังหาเพลงสนุก ๆ ฟัง ผมแนะนำเพลงนี้เลยครับ


 

9. เพลง Break Up with Your Girlfriend, I’m Bored


คลิป Break Up with Your Girlfriend, I’m Bored โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Pop, trap-pop และ R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Ariana Grande, Max Martin, Ilya Salmanzadeh, Savan Kotecha, Kandi Burruss และ Kevin Briggs
โปรดิวเซอร์ Max Martin และ Ilya
เพลงในปี 2019

Break Up with Your Girlfriend, I’m Bored เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มที่ดังที่สุดของอารีอานานั่นคือ Thank U, Next โดยเพลงนี้ได้แรงบันดาลมาจากวงบอยแบนด์ชื่อดังในอดีตอย่าง NSYNC โดยเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาหลังจากเพลงฮิต ‘7 Rings’ ซึ่งบุญมีแต่กรรมบังเพราะเพลงนี้เปิดตัวด้วยอันดับ 2 โดยถูกเพลง 7 Rings กั้นไว้ไม่ให้ขึ้นอันดับ 1 หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเพลงบล็อกกันเอง จนถึงขึ้นที่แฟนคลับของเธอมีการรณรงค์ให้เลิกฟัง 7 Rings แล้วหันมาสตรีมเพลง ‘Break Up with Your Girlfriend, I’m Bored’ เพื่อให้เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 กันเลยทีเดียว ทั้งนี้เพลงที่เป็นดนตรี Trap-pop ก็เป็นจังหวะสนุกและฟังเพลิน เหมาะกับการฟังคลายเครียดในช่วงวันหยุดมาก ๆ


10. เพลง Ariana Grande, The Weeknd – Love Me Harder


คลิป Ariana Grande, The Weeknd – Love Me Harder โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Pop, synth-pop และ R&B
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Max Martin, Savan Kotecha, Peter Svensson, Ali Payami, Abel Tesfaye และ Ahmad Balshe
โปรดิวเซอร์ Ali Payami และ Peter Svensson
เพลงในปี 2014

เสียงที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของ The Weeknd ทำให้อารีอานาและทีมโปรดิวเซอร์ของเธอเลือกศิลปินหนุ่มคนนี้เข้ามาร่วมงาน ทั้งนี้การได้ Max Martin เข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงก็ทำให้เพลงนี้มีความละมุนมากขึ้น แต่ในอีกด้านเพลงนี้มีความเร่าร้อนในและเซ็กซี่อยู่ในตัวเพลงแบบพลุ่งพล่าน นอกจากนี้การใช้แนวดนตรีที่ผสมผสานระหว่าง Pop และ R&B ก็ถือว่าเป็นแนวที่ทั้งคู่ชื่นชอบและถนัดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพลงนี้ถึงมีความลงตัวในทุก ๆ ส่วน หากใครยังไม่เคยมีโอกาสได้ฟัง ผมอยากให้ลองไปฟังกันดูครับ รับรองว่าคุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน


11. เพลง God Is a Woman


คลิป God Is a Woman โพสต์โดย คุณ Ariana Grande

แนวเพลง Pop และ hip hop
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Ariana Grande, Ilya Salmanzadeh, Max Martin, Savan Kotecha และ Rickard Göransson
โปรดิวเซอร์ Ilya
เพลงในปี 2018

ในยุคแห่งความเท่าเทียมกันเราจะเห็นได้ว่าเพศที่ถูกกดขี่และโดนข่มเหงในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงหรือชาว LGBTQ ต่างก็ออกมาเรียกร้องสิทธิเพื่อให้สังคมนั้นก้าวหน้าและเปลี่ยนทัศนคติที่ผิดในอดีต แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงประชาชนทั่วไปเท่านั้นที่ออกมาเป็นส่งเสียงเรียกร้อง เพราะเซเลปและศิลปินชื่อดังก็ออกมาช่วยโดยการใช้ศิลปะและแพลตฟอร์มของตนเองทำให้เสียงของประชาชนดังขึ้น ซึ่งแน่นอนหนึ่งในคนมีชื่อเสียงอย่าง ‘Ariana Grande’ ก็ใช้เพลงในการสื่อเรื่องราวเหล่านี้เช่นกัน ดังนั้น God Is a Woman คือการที่เธอต้องการจะสื่อสารว่าไม่ใช่แค่เพียงผู้ชายเท่านั้นที่จะมีอำนาจ แต่ผู้หญิงก็เป็นเพศหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งไม่แพ้กัน ทั้งนี้ในแง่ของดนตรีเพลงนี้ก็จะมีความเป็น Pop อยู่ในตัวค่อนข้างสูง ซึ่งคนที่ฟังจะสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทำให้เพลงนี้สามารถเปิดตัวได้อย่างสวยงามใน Top 10 ของ Billboard Hot 100 ฉะนั้นการสื่อสารที่เธอต้องการถ่ายทอดนั้นถือว่าประสบความสำเร็จครับ

Next Post